กล้ามเนื้ออักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรค 35 วิธี(Myositis)

 

Share This:

กล้ามเนื้ออักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรค 35 วิธี(Myositis)
5 (100%) 7 votes
loading...
loading...

กล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบ  (Myositis) เป็นภาวะหรือกลุ่มโรคของกล้ามเนื้อลายที่เกิดจากเซลล์กล้ามเนื้อลายนั้นๆเกิดการอักเสบขึ้น (Inflammatory myopathy หรือ Inflammatory muscle disease) ทั่วไปมักเป็นการอักเสบเรื้อรัง แต่ก็พบเป็นการอักเสบเฉียบพลันได้ ทั้งนี้มีสาเหตุหลากหลายที่ทำให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบ โดยอาการสำคัญในระยะแรกคือกล้ามเนื้อที่อักเสบจะบวม ปวด อ่อนแรง ซึ่งถ้ามีอาการอยู่นานกล้ามเนื้อมัดนั้นจะลีบลงจนทำงานไม่ได้

กล้ามเนื้ออักเสบ โดยทั่วไปมักเกิดพร้อมกันทุกมัดในร่างกาย แต่ในแต่ละมัดอาจมีอาการมากน้อยต่างกัน อย่างไรก็ตามบางครั้งอาจมีกล้ามเนื้ออักเสบเพียงมัดเดียวได้ซึ่งขึ้นกับสาเหตุ เช่น เกิดจากกล้ามเนื้อมัดนั้นติดเชื้อแบคทีเรียและเกิดเป็นหนองขึ้นในที่สุด  กล้ามเนื้ออักเสบเป็นโรค/ภาวะพบได้ไม่บ่อย ทั่วโลกจึงยังไม่มีสถิติการเกิดที่ชัดเจน แต่ในสหรัฐอเมริกามีรายงานว่าในแต่ละปีจะพบเกิดโรคนี้ประมาณ 1 – 4 รายต่อประชากร 1 แสนคน

กล้ามเนื้ออักเสบ
กล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบ พบได้ในทุกอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ในเด็กช่วงอายุที่พบบ่อยคือ อายุ 5 – 15 ปี ส่วนในผู้ใหญ่คือช่วงอายุ 30 – 60 ปี พบได้ในทุกเพศโดยทั่วไปพบเกิดในผู้หญิงมากกว่าในผู้ชาย แต่มีบางสาเหตุที่พบในผู้ชายสูงกว่าในผู้หญิงเช่น โรค Inclusion body myositis (โรคกล้ามเนื้ออักเสบที่ยังไม่ทราบสาเหตุแต่เชื่อว่าอาจเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม)

 

สาเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบ

โรคกล้ามเนื้ออักเสบอาจเกิดจากปัจจัยใด ๆ ก็ตามที่นำไปสู่การอักเสบของกล้ามเนื้อ แบ่งเป็นประเภทได้ดังนี้

การอักเสบ ภาวะที่ก่อให้เกิดการอักเสบไม่ว่าบริเวณใดของร่างกายก็สามารถส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อ และมักตามมาด้วยการอักเสบอย่างรุนแรงของกล้ามเนื้อที่จำเป็นต้องรับการรักษาระยะยาว ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักพบว่าเป็นการอักเสบที่เกิดจากโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง หรือภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติที่ร่างกายหันมาทำลายตัวเองนั่นเอง เช่น โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบหลาย ๆ แห่งในร่างกาย และโรคกล้ามเนื้ออักเสบชนิด IBM (Inclusion Body Myositis) นอกจากนี้โรคเอสแอลอี (SLE) โรคผิวหนังแข็ง และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เองก็สามารถทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบอ่อน ๆ ชนิดไม่รุนแรงได้เช่นกัน

กล้ามเนื้ออักเสบ
กล้ามเนื้ออักเสบ

การติดเชื้อ การติดเชื้อที่เป็นต้นเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เชื้อไวรัสโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ และเชื้อไวรัสเอชไอวี การที่กล้ามเนื้ออักเสบอาจเกิดจากเชื้อไวรัสเหล่านี้บุกเข้าไปยังเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อโดยตรงหรือมีการปล่อยสารที่ไปทำลายใยกล้ามเนื้อให้เสียหาย

ยารักษาโรค ยารักษาโรคหลากหลายชนิดที่สามารถส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเสียหาย เช่น ยาลดไขมันในเลือดสแตติน (Statins) ยาโคลชิซินรักษาโรคเก๊าท์ (Colchicine) ยาไฮดรอกซีคลอโรควินสำหรับรักษาโรคข้อรูมาตอยด์ โรคลูปัส และโรคมาลาเรีย ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบอัลฟาอินเทอร์เฟอรอน หรือยาที่มีส่วนผสมของสารเสพติดอย่างโคเคนและแอลกออลล์ เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากยาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นทันทีหลังจากเริ่มรับประทานยาหรือเกิดขึ้นตามมาภายหลังเมื่อรับประทานเป็นเวลานานเป็นเดือน ๆ หรือเป็นปีก็ได้ และบางครั้งก็เป็นผลจากยา 2 ชนิดที่รับประทานเข้าไปแล้วทำปฏิกิริยากัน อย่างไรก็ตาม โรคกล้ามเนื้ออักเสบจากการใช้ยานี้มักพบได้น้อย

การได้รับบาดเจ็บ การออกกำลังกายอย่างแข็งขันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การปวด บวม และอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกาย โดยอาจเกิดขึ้นนานเป็นชั่วโมงไปหรือเป็นวัน ๆ และทำให้เกิดการอักเสบตามมาในที่สุด แต่ก็มักจะหายไปเมื่อหยุดพักหรือเมื่อร่างกายได้รับการฟื้นฟู

นอกจากนี้ กล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงอย่างเฉียบพลันอาจนำไปสู่เกิดภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย ที่ทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อบวม อ่อนแรง และอักเสบในที่สุด โดยผู้ป่วยอาจมีอาการปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีแดงร่วมด้วย

กล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบ
กล้ามเนื้ออักเสบ

อาการของกล้ามเนื้ออักเสบ

อาการของกล้ามเนื้ออักเสบส่วนใหญ่จะแสดงในลักษณะของกล้ามเนื้ออ่อนแรงและปวดกล้ามเนื้อ บางครั้งผู้ป่วยอาจสังเกตได้เอง แต่บางครั้งก็อาจรู้ได้จากการตรวจเท่านั้น ซึ่งความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นนี้มักจะค่อย ๆ แย่ลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน และส่งผลต่อกลุ่มกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ทั้งหลาย เช่น คอ หัวไหล่ หลัง ขา และสะโพก

ผู้ป่วยที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากโรคนี้มักพบความลำบากในการลุกขึ้นหลังจากหกล้มหรือตกจากเก้าอี้ นอกจากนี้ อาการอื่น ๆ ที่สามารถเกิดร่วมกับการอักเสบ ได้แก่

  • มีผื่นขึ้น หรือผิวหนังที่มือหนาขึ้น ในกรณีที่มีผิวหนังอักเสบร่วมด้วย
  • อ่อนล้า
  • กลืนลำบาก
  • หายใจลำบาก
  • อาการของการติดเชื้อไวรัส เช่น เป็นไข้ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ คลื่นไส้ ท้องเสีย ในกรณีที่เป็นกล้ามเนื้ออักเสบจากการติดเชื้อไวรัส
  • ปวดกล้ามเนื้อ ส่วนมากเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อตึง หรือเป็นอาการจากโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่

 

กล้ามเนื้ออักเสบ

 

กล้ามเนื้ออักเสบมีสาเหตุจากอะไร?

กล้ามเนื้ออักเสบ

สาเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบที่พบบ่อยได้แก่

ก. กล้ามเนื้ออักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด (Idiopathic inflammatory myo pathy): แต่เชื่อว่าน่าเกิดจากมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่อกล้ามเนื้อและ/หรือต่อเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของตนเองซึ่งเช่นเดียวกับในโรคออโตอิมมูน หรือการที่กล้ามเนื้ออักเสบอาจเป็นอาการแสดงส่วนหนึ่งของโรคออโตอิมูนก็ได้ โรคกล้ามเนื้ออักเสบในกลุ่มนี้มักเป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หาย การพยากรณ์โรคจึงไม่ค่อยดี

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กล้ามเนื้ออักเสบ

โรคกล้ามเนื้ออักเสบในกลุ่มนี้แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มโรคหลักคือ

  • Polymyositis (ย่อว่า PM): คือโรคที่มีการอักเสบของกล้ามเนื้อหลายมัดพร้อมกัน แต่ที่พบบ่อยคือกล้ามเนื้อมัดที่อยู่ใกล้ลำตัว (เช่น ต้นแขน ต้นขา) และที่ลำตัวเช่น กล้ามเนื้อหลอดอาหาร ที่ส่งผลให้กลืนลำบาก และ/หรือกล้ามเนื้อซึ่โครงที่เกี่ยวข้องกับการหายใจที่ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถหายใจเองได้
  • Dermatomyositis (ย่อว่า DM): โรคที่มีกล้ามเนื้ออักเสบหลายมัดเช่นเดียวกับในกลุ่ม Polymyositis แต่จะมีผิ่นผิวหนังอักเสบ แดง เป็นสะเก็ด ร่วมด้วยเสมอ ซึ่งผื่นนี้มักพบที่ใบหน้า ลำคอ รอบตา และในบริเวณที่ผิวหนังได้รับแสงแดดเป็นประจำ โรคนี้พบเกิดร่วมกับโรคมะเร็งได้ประมาณ 10% โดยสามารถเกิดในมะเร็งได้ทุกชนิดที่พบได้บ่อยเช่น มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งในระบบศีรษะและลำคอ
  • Inclusion body myositis (ย่อว่า IBM): โรคในกลุ่มนี้กล้ามเนื้ออักเสบจะเกิดได้กับกล้าม เนื้อทุกมัดแต่มักเป็นซีกเดียวกันเช่น ซ้ายหรือขวา โดยโรคจะค่อยๆมีอาการและอาการค่อยๆเลวลงเรื่อยๆ กล้ามเนื้อจะค่อยๆลีบลงๆใช้ระยะเวลาเป็นหลายเดือนถึงหลายปี อาการกล้ามเนื้อลีบอาจพบเริ่มต้นที่กล้ามเนื้อของนิ้วหรือของข้อมือ และประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมักร่วมกับการกลืนลำบาก

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออักเสบ

แพทย์อาจวินิจฉัยด้วยการซักถามอาการและตรวจร่างกายเบื้องต้น หากผู้ป่วยมีแนวโน้มจะเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบจึงอาจวินิจฉัยขั้นต่อไปด้วยการตรวจเลือดเป็นหลัก เพื่อวัดระดับของเอ็นไซม์และสารภูมิคุ้มกันในเลือด ค่าเอ็นไซม์กล้ามเนื้อที่อยู่ในระดับสูงอาจหมายถึงการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ ส่วนระดับสารภูมิคุ้มกันที่ผิดปกตินั้นจะสามารถบ่งบอกถึงโรคภูมิแพ้ตัวเองที่เป็นสาเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบนอกจากนี้ การวินิจฉัยอื่น ๆ ที่แพทย์อาจนำมาใช้ประกอบในบางกรณีมีดังนี้

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) เป็นการสอดขั้วกระแสไฟฟ้ารูปร่างคล้ายเข็มผ่านผิวหนังเข้าไปภายในกล้ามเนื้อ วิธีนี้จะช่วยตรวจหากล้ามเนื้อที่อ่อนแอหรือถูกทำลายจากการเกิดกล้ามเนื้ออักเสบ โดยเครื่องจะบันทึกสัญญาณไฟฟ้าของปลายเส้นประสาท เพื่อให้แพทย์สามารถดูว่ามีรูปแบบการทำงานผิดปกติหรือไม่
  • การทำ MRI Scan เป็นการวินิจฉัยโดยใช้กระแสแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูงถ่ายภาพกล้ามเนื้อของผู้ป่วย สามารถช่วยระบุหากล้ามเนื้อบริเวณที่มีการอักเสบหรือมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามวิธีนี้มักไม่ค่อยนำมาใช้
  • การตรวจเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ นับเป็นการตรวจวินิจฉัยการอักเสบของกล้ามเนื้อที่แม่นยำที่สุด และมักนำมาใช้เป็นการวินิจฉัยวิธีสุดท้าย โดยแพทย์จะระบุหากล้ามเนื้อที่อ่อนแอ แล้วใช้การผ่าตัดเล็กนำเอาตัวอย่างของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อดังกล่าวออกมาเพื่อส่งตรวจหาการอักเสบ การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติใด ๆ

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบ

การรักษาโรคกล้ามเนื้ออักเสบ

การเลือกใช้วิธีรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดกล้ามเนื้ออักเสบในผู้ป่วยรายนั้น ๆ กล้ามเนื้ออักเสบที่เกิดจากอาการอักเสบอื่น ๆ อาจต้องรักษาด้วยยากดระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ได้แก่ ยาเพรดนิโซน (Prednisone) ยาอะซาไธโอพรีน (Azathioprine) และยาเมโธเทรกเซต (Methotrexate)

กล้ามเนื้ออักเสบที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อซึ่งโดยมากพบว่าเป็นเชื้อไวรัสนั้นไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียก็มักจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อที่อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

ด้านกล้ามเนื้ออักเสบที่เป็นผลจากการใช้ยา วิธีรักษาคือการหยุดให้ยาชนิดนั้น ๆ เช่น การใช้ยาสแตตินเพื่อลดไขมันในเลือด หลังหยุดรับประทานยาชนิดนี้ 2-3 สัปดาห์ อาการอักเสบของกล้ามเนื้อก็จะบรรเทาลงในที่สุด

ส่วนผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อลายสลายเกิดขึ้นตามมาจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ แม้พบได้ไม่บ่อยแต่สามารถทำให้ไตได้รับความเสียหายไปอย่างถาวรได้ ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อรับสารน้ำผ่านเข้าหลอดเลือดจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันแพทย์จะเฝ้าดูการทำงานของไต และอาจจำเป็นต้องฟอกไตหากมีอาการรุนแรง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

กล้ามเนื้ออักเสบมีอาการอย่างไร?

อาการกล้ามเนื้ออักเสบแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มอาการหลักคือ อาการทั่วไป, อาการจากตัวกล้าม เนื้อที่อักเสบ และอาการจากสาเหตุ

ก. อาการทั่วไป: เป็นอาการที่เหมือนกันในผู้ป่วยเกือบทุกคนเช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า เจ็บคอเรื้อรัง มีไข้มักเป็นไข้ต่ำๆแต่ก็มีไข้สูงได้ เบื่ออาหาร

loading...
loading...

ข. อาการจากตัวกล้ามเนื้อที่อักเสบ: อาการที่เหมือนกันในผู้ป่วยแต่ละคนได้แก่ กล้ามเนื้อที่อักเสบมักบวมและเจ็บเมื่อจับคลำและเมื่อใช้งาน ร่วมกับมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง และในระยะยาว กล้ามเนื้อจะลีบจากเซลล์กล้ามเนื้อกลายเป็นพังผืด ในระยะแรกของโรคนอกจากการบวม กล้าม เนื้อมัดนั้นอาจแดง จับดูจะรู้สึกร้อน

นอกจากนั้นคืออาการตามการทำงานของกล้ามเนื้อมัดที่อักเสบซึ่งจะต่างกันในแต่ละคนขึ้นกับว่ากล้ามเนื้อมัดใดอักเสบเช่น

  • แขน ขาอ่อนแรง เคลื่อนไหวไม่ได้ ถ้าการอักเสบเกิดจากกล้ามเนื้อแขน ขา
  • อาการกลืนลำบากเมื่อการอักเสบเกิดกับกล้ามเนื้อหลอดอาหารหรือกล้ามเนื้อในลำคอ
  • หายใจเองไม่ได้ถ้าอาการมากอาจจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เมื่อการอักเสบเกิดกับกล้ามเนื้อซี่โครง เป็นต้น

ค. อาการจากสาเหตุ: เป็นอาการที่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคนตามสาเหตุดังกล่าว แล้วในหัวข้อ สาเหตุ เช่น

  • อาการจากโรคออโตอิมมูนเมื่อสาเหตุเกิดจากโรคออโตอิมูน
  • อาการจากโรคมะเร็งชนิดที่เป็นสาเหตุให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบเช่น มะเร็งปอด มะเร็งโพรงหลังจมูก เป็นต้น

นอกจากนี้บางสาเหตุอาจก่อให้เกิดอาการจากการอักเสบของอวัยวะอื่นๆที่อาจเกิดร่วม กับกล้ามเนื้ออักเสบเช่น สาเหตุจากโรคออโตอิมูน นอกจากเกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบแล้วยังอาจมีอาการไอแห้งๆ/ไอไม่มีเสมหะเมื่อมีปอดอักเสบร่วมด้วย หรือมีปัญหาในการเห็นภาพเมื่อมีจอตาอักเสบร่วมด้วย หรือปวดข้อจากมีข้ออักเสบร่วมด้วย หรือมีอาการโรคหัวใจจากโรคหลอดเลือดอักเสบโดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจอักเสบร่วมด้วย เป็นต้น

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

แนวทางการรักษากล้ามเนื้ออักเสบคือ การรักษาการอักเสบของตัวกล้ามเนื้อ, การรักษาสาเหตุ และการรักษาประคับประคองตามอาการ

ก. การรักษาการอักเสบของกล้ามเนื้อ: เป็นการรักษาแนวทางเดียวกันในผู้ป่วยแต่ละคนคือ การใช้ยาต้านการอักเสบ/ยาแก้อักเสบที่อาจเป็นยาในกลุ่มสเตียรอยด์และ/หรือกลุ่มเอ็นเสด และอาจใช้ยาในกลุ่มกดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย (เช่น ยา Methotrexate) เมื่อสาเหตุเกิดจากร่างกายมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคผิดปกติ ที่อาจเป็นยากินหรือยาฉีดขึ้นกับความรุนแรงของอาการและดุลพินิจของแพทย์

ทั้งนี้การรักษาร่วมไปด้วยกับการใช้ยาที่สำคัญสำหรับการอักเสบที่เกิดกับกล้ามเนื้อแขน ขา มือ เท้า นิ้วมือ นิ้วเท้า คือการพักใช้งาน (Rest) กล้ามเนื้อมัดที่อักเสบ และการใช้อุปกรณ์ช่วยไม่ให้กล้ามเนื้อมัดที่อักเสบนั้นๆเคลื่อนที่หรือให้เคลื่อนที่ได้น้อยที่สุด (Immobilization) และร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพกล้ามเนื้อที่อักเสบเหล่านั้น

ข. การรักษาสาเหตุ: เป็นการรักษาที่ต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคนเช่น รักษามะเร็งปอดเมื่อสาเหตุเกิดจากโรคมะเร็งปอดรักษาโรคออโตอิมมูนเมื่อสาเหตุเกิดยาโรคออโตอิมมูน ส่วนการรักษาสาเหตุจากยาคือ การหยุดกินยานั้นๆร่วมกับการรักษาประคับประคองตามอาการ การใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อกล้ามเนื้ออักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น

ค. การรักษาประคับประคองตามอาการ: คือการรักษาตามอาการของผู้ป่วยแต่ละรายเช่น ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ยาแก้ไอยาลดบวม

 

 

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

การตรวจเลือดจะพบสารที่เกิดจากการทำลายของกล้ามเนื้อมากผิดปรกติ  การตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อจะพบลักษณะจำเพาะที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคนี้  ในรายที่ไม่สามารถวินิจฉัยได้แน่นอนอาจจำเป็นต้องตัดกล้ามเนื้อส่วนต้นแขนหรือต้นขาไปตรวจ  จะพบเซลล์ของกล้ามเนื้อมีการอักเสบและการถูกทำลาย

การตรวจภาพรังสี

การถ่ายภาพรังสีของข้อที่มีการอักเสบมักไม่พบความผิดปรกติใด ๆ  นอกจากลักษณะข้อบวม  ภาพรังสีของทรวงอกมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะอาจจะพบลักษณะปอดอักเสบ ซึ่งเกิดจากผู้ป่วยสำลักน้ำ หรืออาหาร หรือบางรายอาจพบมะเร็งของปอดร่วมด้วย

การถ่ายภาพรังสีของอวัยวะระบบอื่น ๆ ขึ้นกับการพิจารณาของแพทย์  หากแพทย์สงสัยว่ามีมะเร็งร่วมด้วย  อาจจำเป็นต้องถ่ายภาพรังสีเพื่อค้นหามะเร็งที่เป็นต้นเหตุ  เช่น การถ่ายภาพรังสีของระบบทางเดินอาหาร ถุงน้ำดี หรือของระบบทางเดินปัสสาวะ

การรักษา

โรคกล้ามเนื้ออักเสบเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ (ยกเว้นในรายที่พบร่วมกับมะเร็งของอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งผู้ป่วยมักจะถึงแก่กรรมจากมะเร็ง)  เนื่องจากความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละรายไม่เท่ากัน  การรักษาจึงต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์  ผู้ป่วยทุกรายที่สงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง  และป้องกันความพิการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยชายที่มีอายุเกิน ๔๕ ปีขึ้นไป  เมื่อมีอาการอ่อนเพลียกล้ามเนื้อไม่มีแรง น้ำหนักลด ควรไปพบแพทย์เร็วที่สุดเพื่อว่าหากแพทย์ค้นพบมะเร็งจะได้รีบให้การรักษาได้ทันท่วงที  แม้ว่าโรคนี้มีอาการที่น่ากลัว  ไม่ว่าผู้ป่วยจะอยู่ในระยะใดของโรคก็ตาม แพทย์อาจรักษาให้หายเป็นปรกติ หรือรักษาให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงใกล้เคียงกับปรกติได้  ข้อสำคัญคือไม่ควรปล่อยปละละเลย หรือรักษาเองจนทำให้เกิดการล่าช้าในการวินิจฉัยและการรักษา  ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อความพิการตลอดชีวิต  หรือผู้ป่วยอาจถึงแก่กรรมจากภาวะหายใจลำบากหรือปอดอักเสบได้

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การรักษาโดยแพทย์  รายที่มีอาการรุนแรง แพทย์มักต้องใช้ยาพวกสเตอรอยด์ในการรักษา  สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากนัก  อาจรักษาได้ด้วยยาระงับอักเสบชนิดอื่นที่ทำให้ผุ้ป่วยไม่ต้องเสี่ยงกับยาพวกสเตอรอยด์ซึ่งเป็นยาอันตราย  การรักษาข้ออักเสบในผู้ป่วยโรคนี้จะรักษาควบคู่ไปกับการรักษากล้ามเนื้ออักเสบ และข้อจะไม่พิการผิดรูปเหมือนโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  แพทย์มักนัดให้ผู้ป่วยไปติดต่ออย่างสม่ำเสมอเพื่อดูการดำเนินของโรคและติดตามภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น โรคติดเชื้อ บางครั้งแพทย์จะให้ตรวงจเลือดซ้ำ  หรือตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อซ้ำด้วย

การรักษาทางกายภาพบำบัด  ในระยะที่กล้ามเนื้ออักเสบสงบลงแล้ว กายภาพบำบัดอย่างถูกวิธีมีความสำคัญมาก คือ ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้คืนสู่สภาพปรกติได้  (ยกเว้นในรายที่ผู้ป่วยไปพบแพทย์สายเกินไป และกล้ามเนื้อถูกทำลายไปมากแล้ว)  ภายภาพบำบัดที่ดีที่สุดคือ การแนะนำให้ผู้ป่วยฝึกกายบริหารท่าต่าง ๆ ด้วยตนเอง  เพราะกล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้นได้  จะต้องถูกใช้งานหรือมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ การทำกายบริหารควรเริ่มจากท่าง่าย ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ ก่อน  เมื่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อดีขึ้นแล้วจึงเพิ่มปริมาณและระยะเวลาของการฝึกมากขึ้น  วิธีนี้สามารถทำให้ผุ้ป่วยมากกว่าร้อยละ ๘๐ มีกล้ามเนื้อแข็งแรงเหมือนเดิม

 

 

ภาวะแทรกซ้อนโรคกล้ามเนื้ออักเสบ

ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออักเสบบางรายอาจมีการตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่ดี และได้รับผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันจากอาการกล้ามเนื้ออักเสบที่เป็น รวมถึงภาวะไตวายที่อาจเกิดขึ้นได้หากผู้ป่วยได้รับน้ำไม่เพียงพอ นอกจากนี้โรคกล้ามเนื้ออักเสบชนิดที่เกิดขึ้นหลายแห่งและชนิดกล้ามเนื้ออักเสบร่วมกับผิวหนังอักเสบที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลต่อการหายใจและการกลืนอาหาร จนอาจต้องใช้การบำบัดด้านการพูดและการใช้ภาษาหากอาการดังกล่าวมีผลต่อการสื่อสาร และยังอาจเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งได้ แพทย์ที่ทำการรักษาโรคกล้ามเนื้อชนิดนี้จึงอาจแนะนำให้ผู้ป่วยรับการตรวจหามะเร็งร่วมด้วย

การป้องกันโรคกล้ามเนื้ออักเสบ

กล้ามเนื้ออักเสบหลายชนิดยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ทำให้ไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผลแน่นอน แต่กล้ามเนื้ออักเสบชนิดที่เกิดจากการติดเชื้อ การใช้ยารักษาโรค และการได้รับบาดเจ็บนั้นสามารถป้องกันได้ตามสาเหตุที่ทำให้เกิด ดังนี้

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
  • ไม่ฉีดสารเสพติดเข้าเส้นเลือดหรือเข้ากล้ามเนื้อ ส่วนยารักษาโรคที่จำเป็นต้องใช้การฉีด ก่อนฉีดควรทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ให้สะอาด
  • หากจำเป็นต้องใช้ยาที่อาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบได้ ควรใช้ในปริมาณที่น้อยที่สุดที่แพทย์จะอนุญาตให้ใช้ได้ รวมทั้งควรตรวจเลือดเพื่อดูว่ายาที่ใช้มีผลทำให้กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บหรือไม่
  • ออกกำลังกายแต่พอดี อย่าหักโหม เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

 

กล้ามเนื้ออ่อนแรง

 

กล้ามเนื้ออักเสบ
กล้ามเนื้ออักเสบ

 

ขอบคุณที่มา

hamor.com
pobpad.com

loading...
loading...

Related Post

Related posts:

ข้อไหล่ติด รวมสัญญาณอันตรายของโรคข้อไหล่ยึด ภัยร้ายวัยทำงานถึงวัยชรา
ท่อน้ำตาอุดตัน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคท่อน้ำตาอุดตัน
โรคพาร์กินสัน ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษา 17 วิธี ของโรคพาร์กินสัน
เส้นเอ็นอักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษา 10 วิธี Tendinitis
เหงือกบวม อักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาเหงือกบวมอักเสบ
หัวใจล้มเหลว ภาวะที่หัวใจอ่อนแอหรืออ่อนกำลังลง (Heart Failure)
อาการแพ้ท้อง อาการหรือความรู้สึกที่ไม่สุขสบายที่เกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์
เชื้อราในปอด การติดเชื้อราในระบบทางเดินหายใจ ในไซนัส และในปอด
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ