กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรค 28 วิธี (เอแอลเอส)

 

Share This:

กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรค 28 วิธี (เอแอลเอส)
5 (100%) 7 votes
loading...
loading...

กล้ามเนื้ออ่อนแรง

กล้ามเนื้ออ่อนแรง   ‘โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง‘ (เอแอลเอส) คือโรคการเสื่อมสลายของประสาทที่ไม่มียารักษา ป่วยแล้วเสียชีวิตได้ภายใน 2-5 ปี ทำให้คนทั่วโลกร่วมท้าภารกิจ ‘Ice BucketChallenge’ เพื่อร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือ
กลายเป็นกระแสไปทั่วโลก เมื่อสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (ALS Assocition) เดินหน้าท้าคนดังทั่วโลกทำภารกิจ ‘Ice BucketChallenge’ เทน้ำเย็นเจี๊ยบราดทั้งตัวจนหนาวสั่น พร้อมบริจาคเงินตามศรัทธาให้มูลนิธิใด ๆ ก็ได้ตามชอบ และส่งคำท้าให้เพื่อนต่ออีก 3 คน ทำตามภายใน 24 ชั่วโมง หากใครไม่ทำตามจะต้องบริจาคเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,000 บาท) เข้ากองทุนสมาคมผู้ป่วยโรคเอแอลเอสแทน เพื่อที่สมาคมจะนำไปทำวิจัย ให้การรักษาผู้ป่วย และสนับสนุนการต่อสู้กับโรคนี้ในด้านต่าง ๆ
และแน่นอนว่า กระแสนี้ก็มาถึงคนดังในประเทศไทยด้วย โดยหลายคนพากันติดแฮชแท็ก ‘Ice BucketChallengeTH’ และส่งคำท้าภารกิจต่อกันมากมาย แต่นอกเหนือจากการวัดใจภารกิจและความสนุกสนานกับกระแสที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้ก็คือ จุดประสงค์หลักของภารกิจนี้ที่มีขึ้นเพื่อให้คนรู้จักและตระหนักถึงอันตรายของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (ALS) โรคที่สร้างความทรมานให้ผู้ป่วยเป็นอย่างยิ่งก่อนจะเสียชีวิต ถึงเวลาที่เราจะไปทำความรู้จักโรคนี้กันสักครั้ง

 

กล้ามเนื้ออ่อนแรง
กล้ามเนื้ออ่อนแรง

 

 โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส กับ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอ็มจี ต่างกันอย่างไร โรคไหนอันตรายกว่ากัน ลองมาอ่านกันดู

ในบรรดาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั้งหลาย ที่ได้ยินชื่อบ่อย ๆ ก็คือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ประเภทมัยแอสทีเนีย กราวิส หรือ โรคเอ็มจี และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส (ALS) ที่เป็นกระแสในช่วงเดือนสิงหาคม 2557 จากการที่สมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส (ALS Assocition) ได้ท้าคนทั่วโลกร่วมทำภารกิจ #IceBucketChallenge เทน้ำเย็นเจี๊ยบราดทั้งตัว พร้อมกับบริจาคเงินช่วยเหลือสังคม รวมทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอแอลเอส

กล้ามเนื้ออ่อนแรง

เรื่องนี้ ทำให้หลายคนสงสัยขึ้นมาว่า โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส อันตรายขนาดไหน แล้วร้ายแรงกว่าโรคเอ็มจีหรือไม่ ไปหาคำตอบด้วยกัน โดยก่อนอื่น เราไปรู้จักโรคเอ็มจีกันก่อน

กล้ามเนื้ออ่อนแรง
กล้ามเนื้ออ่อนแรง

สำหรับ โรคมัยแอสทีเนีย กราวิส (myasthenia gravis) หรือ โรคเอ็มจี ฟังชื่อแล้วดูแปลก ๆ ไปสักนิด นั่นเพราะเป็นชื่อภาษากรีกและละติน มีความหมายว่า “grave muscular weakness” เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ประเภทหนึ่ง มักเกิดกับกล้ามเนื้อเล็ก ๆ บริเวณใบหน้า โดยมีการทำงานสื่อสารกันระหว่างเส้นประสาท และกล้ามเนื้อลายผิดปกติ ทำให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรง

ทั้งนี้ โรคมัยแอสทีเนีย กราวิส ไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นโรคที่มีมานานแล้ว โดยมีการบันทึกว่าพบผู้ป่วยโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส มาตั้งแต่ 300 ปีก่อน

 

มักพบโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส ในกลุ่มใด

โรคมัยแอสทีเนีย กราวิส มักเกิดกับผู้ใหญ่ และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย แต่หากอาการของโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส เริ่มเป็นหลังอายุ 40 ปี จะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

อาการของโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส

ผู้ป่วยโรคมัยแอสทีเนีย กราวิส จะมีอาการหนังตาตก ตาพร่ามัว พูดไม่ชัด เคี้ยวและกลืนลำบาก เพราะมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า

loading...
loading...

แต่หากเป็นมากก็อาจทำให้กล้ามเนื้อทั้งตัว เช่น กล้ามเนื้อแขนและขาอ่อนแรงลงได้ รวมทั้งกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับระบบหายใจ ทำให้หายใจลำบาก ไอไม่ได้ หรือหากรุนแรงมาก ๆ สามารถทำให้ระบบหายใจล้มเหลวได้เลยทีเดียว แต่สำหรับกล้ามเนื้อหัวใจและกล้ามเนื้อเรียบต่าง ๆ ในร่างกายจะไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย

กล้ามเนื้ออ่อนแรง
กล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส คืออะไร
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอสนั้น คำว่า ‘เอแอลเอส’ ย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS) ไม่จัดว่าเป็นโรคของกล้ามเนื้อโดยตรง แต่เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือความผิดปกติของเซลล์ประสาทนำคำสั่ง จึงทำให้กล้ามเนื้อตามแขนและขาอ่อนแรงลง กลืนลำบาก พูดไม่ชัด โดยเซลล์เหล่านี้มีอยู่ในไขสันหลังและสมอง เมื่อเซลล์เสื่อม มันจะค่อย ๆ ตายไปในที่สุด
ในทางการแพทย์อาจเรียกชื่อโรคนี้อีกชื่อว่า ‘โรคของเซลล์ประสาทนำคำสั่ง’ (motor neuron disease; MND) หรือ ‘โรคเซลล์ประสาทนำคำสั่งเสื่อม’ ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาจะรู้จักกันดีในชื่อว่า ‘Lou Gehrig’s Disease’ (ลู-เก-ริก) ซึ่งตั้งชื่อโรคตามชื่อนักเบสบอลที่มีชื่อเสียงที่เป็นโรคนี้ในปี ค.ศ. 1930

 

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส ใครคือกลุ่มเสี่ยง
จากสถิติทั่วโลก พบว่า มีผู้ป่วยโรคนี้ไม่มากนัก โดยในประชากร 100,000 คน จะพบคนป่วยโรคนี้เพียง 4-6 คนเท่านั้น ขณะที่ในประชากร 100,000 คน จะมีโอกาสพบผู้ป่วยรายใหม่ เพียง 1.5-2.5 คนต่อปีเท่านั้น โดยพบในผู้ที่มีอายุมากมากกว่าในคนอายุน้อย เพราะอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยโรคนี้อยู่ระหว่าง 60-65 ปี และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 1.5 เท่า
อย่างไรก็ตาม จากประวัติผู้ป่วยโรคเอแอลเอส ร้อยละ 90 ยังไม่พบข้อมูลที่แน่ชัดโรคนี้เกี่ยวข้องกับทางพันธุกรรม แต่ที่ผ่านมา มักพบนักกีฬาที่ต้องมีการปะทะป่วยเป็นโรคนี้กันมาก เช่น นักเบสบอล นักฟุตบอล แม้กระทั่งนักมวย อย่าง ‘พเยาว์ พูลธรัตน์’ วีรบุรุษผู้คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกเป็นคนแรกให้กับประเทศไทย ก็ต้องจบชีวิตลงด้วยโรคนี้
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เอแอลเอส อาการเป็นอย่างไร
จากชื่อโรคก็พอจะทราบอยู่แล้วว่า ผู้ป่วยเอแอลเอสจะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยจะเริ่มอ่อนแรงตามมือ แขน ขา หรือเท้าข้างใดข้างหนึ่งก่อน เช่น เดินแล้วล้มบ่อย สะดุดบ่อย ยกแขนไม่ขึ้น กำมือถือของไม่ได้ หยิบจับของเล็ก ๆ ได้ลำบาก ลุกนั่งลำบาก ใส่รองเท้าแตะแล้วหลุดง่าย
จากนั้นอาการจะเริ่มหนักขึ้นจนลามไปทั้ง 2 ข้าง ผู้ป่วยอาจมีอาการกล้ามเนื้อลีบ หรือกล้ามเนื้อเต้นร่วมด้วย หากเป็นนานเข้าจะมีอาการกลืนอาหารลำบาก สำลักง่าย พูดไม่ชัด พูดเหมือนลิ้นแข็ง ลิ้นลีบ แขนขาลีบ แต่จะไม่มีอาการชา ยังสามารถกลอกตาไปมาได้ กลั้นปัสสาวะ-อุจจาระได้ตามปกติ และมีสติสัมปชัญญะดี
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยหลายรายไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของตัวเอง และปล่อยอาการต่าง ๆ ไว้นาน

เพราะคิดว่าเป็นโรคอื่น กว่าจะมาพบแพทย์ก็มีอาการหนักแล้วคือกล้ามเนื้อไปอ่อนแรงที่ระบบหายใจ เช่น กระบังลมอ่อนแรง จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เพราะมีอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลานอนราบหรือมีอาการต้องตื่นกลางดึก เพราะมีอาการเหนื่อย หอบ หายใจลำบาก สุดท้ายจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย และไม่สามารถกลืนอาหารและน้ำได้ด้วย ต้องให้อาหารทางสายยางผ่านจมูกหรือทางหน้าท้อง และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

 

 แขนอ่อนแรง
กล้ามเนื้ออ่อนแรง

กล้ามเนื้อหัวใจที่มีลักษณะเป็นกรวยนี้จะมีการหดรัดตัว และ คลายตัวตามจังหวะกระตุ้นของกระแสไฟฟ้า (อ่อน ๆ) ภายในร่างกาย เมื่อมีการหดรัดตัว เลือดก็จะถูกบีบออกจากห้องหัวใจไปตามหลอด เลือดแดง นำเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ เมื่อเกิดการคลายตัว เลือดก็จะถูก สูบกลับมาเข้าสู่หัวใจทางหลอดเลือดดำ (คนละทางกับที่เลือดออกไปจาก หัวใจ เพราะหลอดเลือดแดงดังกล่าว มีลิ้นหัวใจที่ทำหน้าที่เหมือนประตูปิดกั้น ไม่ให้เลือดที่ออกไปจากหัวใจทางนั้นย้อนกลับเข้าหัวใจได้อีก)ดังนั้น การสูบฉีดเลือดของหัวใจจะทำงานได้ดีมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่ กับกล้ามเนื้อหัวใจที่จะต้องทำงานด้วยการหดตัวและคลายตัวอยู่ตลอดเวลา และไม่สามารถหยุดทำงานได้เลยตลอดชีวิต หัวใจคนเราวันหนึ่ง ๆ เต้น ประมาณ 1 แสนครั้ง ลองคิดดูสิครับว่า เพียงเราแค่โบกมือเปล่า ๆ ไปมา 1 แสนครั้ง จะรู้สึกเมื่อยและเหนื่อยแค่ไหน แต่ถ้าใครยังคิดว่าทำได้ เรื่องเล็ก น้อยเช่นนี้ ก็ลองถือแก้วน้ำขนาดธรรมดา ๆ นี่แหละครับ ถือไว้ในมือด้วยแล้ว ก็โบกไปมา คงรู้สึกเห็นใจหัวใจดวงน้อย ๆ นี้บ้าง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญก็คือ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีความเครียดง่าย เพราะรู้ดีว่าโรคนี้รักษาไม่ได้ ทำได้เพียงประคับประคองอาการ อีกทั้งยังได้รับความทุกข์ทรมานจากโรค ทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม้สมองจะยังรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น ครอบครัวจึงเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ผู้ป่วยยอมรับและเข้าใจกับโรคนี้ เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขได้มากที่สุด

 

กล้ามเนื้ออ่อนแรง
กล้ามเนื้ออ่อนแรง

 

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
haamor.com
pobpad.com

loading...
loading...

Related Post

Related posts:

โรคหอบหืด (asthma) สาเหตุ ลักษณอาการ และการรักษา
โรคซึมเศร้า สาเหตุหลัก อาการทั้งหมดและวิธีรักษาโรคซึมเศร้า
โรคมะเร็งตับ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษามะเร็งตับ
แก้วหูทะลุ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคแก้วหูทะลุ
ไอมีเสมหะ ลักษณะอาการของคันคออักเสบหรือโรคไข้หวัดและการรักษาเวลาไอ
ตาบอดสี ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษาโรค 32 วิธี colour blindness
อาการแพ้ท้อง อาการหรือความรู้สึกที่ไม่สุขสบายที่เกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์
เส้นเลือดในสมองแตก Stroke เป็นภาวะทางการแพทย์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตอย่างร้ายแรง
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ