ข้อเท้าแพลง ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษา 20 วิธี ankle sprain

 

Share This:

ข้อเท้าแพลง ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษา 20 วิธี ankle sprain
5 (100%) 2 votes
loading...

ข้อเท้าแพลง

ข้อเท้าแพลง ในชีวิตประจำวันหลาย ๆ คนคงเคยข้อเท้าพลิก ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและบวมของข้อเท้า ซึ่งเราเรียกอาการนี้ว่า “ข้อเท้าแพลง” ข้อเท้าแพลงเป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อย ข้อเท้าพลิก สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในนักกีฬาหรือพวกที่ใช้ข้อเท้ามากกว่าปกติ นอกจากนี้การเดินบนพื้นที่ไม่เรียบ การลงจากที่สูงมาสู่ที่ต่ำ การกระโดด หรือแม้แต่การใส่รองเท้าส้นสูงต่างก็ล้วนเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดข้อเท้าแพลง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้อเท้าแพลง

 

ข้อเท้าแพลง (ankle sprain) เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันที่พบได้บ่อยอย่างหนึ่ง ส่วน ใหญ่จะเดินสะดุดก้อนหิน ขอบถนน หรือพื้นที่ไม่เรียบ หรือขึ้นลงบันไดแล้วพลาด เป็นต้น สำหรับในกลุ่มที่เล่นกีฬาก็พบได้บ่อยเช่นกัน จากการวิ่งแล้วล้มลง หรือปะทะกันแล้วล้มลง ข้อเท้าพลิกหรือข้อเท้าแพลงเป็นปัญหาที่พบบ่อยในนักกีฬาประเภทต่างๆ เช่น นักวิ่ง นักฟุตบอล นักกีฬายิมนาสติก เป็นต้น
คนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬาก็สามารถพบได้บ่อยส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ใส่ส้นสูงเกิดเท้าพลิก ตกบันได อุบัติเหตุรถยนต์ ข้อเท้าแพลงเกิดจากเอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อเท้าได้รับการฉีกขาด อาจ จะเป็นเพียงบางส่วน แต่ในรายที่รุนแรง เอ็นอาจจะฉีกทั้งเส้น ทำให้ข้อเท้าไม่มั่นคง การออกกำลังกาย ถ้าเราทำอย่างไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้อเท้าแพลง

 

ข้อเท้าแพลงเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุที่เกิดจากการออกกำลังกายที่พบบ่อย การ เกิดข้อเท้าแพลง เกิดจากการบิดของข้อเท้าที่เกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การหกล้ม หรือการวิ่ง ซึ่งอุบัติเหตุเหล่านี้ จะทำให้เส้นเอ็นบริเวณข้อเท้ามีการฉีก หรือการกระชากออก ทำให้เกิดอาการบวมและปวดของข้อเท้าตามมา
กายวิภาคของข้อเท้า
ข้อเท้าของคนเรา นอกจากมีกระดูกมาประกอบกันเป็นข้อต่อแล้ว ยังมีเยื่อหุ้มข้อโดยรอบ ในวันหนึ่งๆ ข้อเท้าและเท้าต้องทำหน้าที่หนักมาก ในเวลาเดิน ข้อเท้าและเท้าจะต้องรับน้ำหนัก 1.5 เท่าของน้ำหนักตัว ถ้าคิดคำนวณโดยเฉลี่ยแล้ว คนเราใช้เท้าเดินประมาณปีละ 1,000 ไมล์ และเมื่อออกกำลังกาย ข้อเท้าและเท้าจะต้องรับน้ำหนักประมาณ 1,000 ปอนด์ต่อชั่วโมง

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อเท้าแพลงแบ่งตามความรุนแรงได้ 3 ระดับ คือ

ระดับ 1 : ข้อเท้าแพลงชนิดไม่รุนแรง คือ เอ็นถูกดึงหรือยืดมากเกินไป ทำให้เอ็นบาดเจ็บ แต่เส้นใยของเอ็นไม่ฉีกขาด มีอาการปวด บวม แต่น้อย

ระดับ2: ข้อเท้าแพลงชนิดรุนแรงปานกลาง คือ มีการฉีกขาดของเอ็นบางส่วน ทำให้ข้อเท้ามีความมั่นคงลดลง มีอาการปวด บวม เฉพาะที่ และอาจมีเลือดคั่ง

ระดับ3 : ข้อเท้าแพลงชนิดรุนแรง คือ มีการฉีกขาดของเอ็นข้อเท้าทางด้านนอกหมดทั้ง 3 เส้น ทำให้ข้อเท้าสูญเสียความมั่นคง มีอาการปวด บวมมาก และมีเลือดคั่ง อาจต้องผ่าตัด

อาการและอาการแสดง

โดยทั่วไปอาการของข้อเท้าแพลงส่วนใหญ่จะพบว่ามีอาการเจ็บปวด ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรง และเจ็บเสียวบริเวณที่เอ็นยืดหรือฉีกขาด ถ้ารุนแรงมากจะรู้สึกเหมือนข้อฉีกหรือมีเสียงดังในข้อ หลังจากอุบัติเหตุ 1 วันจะมีอาการบวมตามมา (ในกรณีไม่รุนแรง) แต่อาจมีอาการบวมทันทีหากมีการฉีกขาดของเอ็น เห็นเป็นกระเปาะชัดเจน ต่อมาผิวหนังจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นเขียวคล้ำและจะค่อย ๆ จางหายไปใน 3 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังอาจพบว่าข้อเท้ามีความมั่นคงลดลงได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้อเท้าแพลง

การดูแลตัวเอง

การดูแลตัวเองแบ่งเป็น 2 ระยะง่ายๆ คือ

ระยะที่1 : นับตั้งแต่บาดเจ็บจนวันที่ 3 เราต้องทำการลดอาการปวด และ บวม รวมทั้งป้องกันเอ็นที่กำลังซ่อมแซม โดย

  1. พักการใช้ข้อเท้า เลี่ยงการยืนเดินนาน งดสวมรองเท้าส้นสูง
  2. ใส่สนับข้อหรือพันผ้าเทปเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวในกรณีที่จำเป็นต้องใช้งาน
  3. ใช้ผ้ายืดพันรอบตั้งแต่โคนนิ้วเท้าจนถึงกลางหน้าแข้งโดยพันแน่นบริเวณส่วนปลายเพื่อลดบวม
  4. วางแผ่นเย็นหรือถุงน้ำผสมน้ำแข็งลงบนข้อเท้า 15-20 นาที 3-5 ครั้งต่อวันเพื่อลดการอักเสบโดยอาจใช้ร่วมกับผ้ายืดได้
  5. นอนยกข้อเท้าให้สูง โดยอาจนำหมอนมาหนุนเพื่อลดบวม
  6. หากอาการเจ็บปวด บวม เลือดคั่งมีมากหรือไม่ลดลงควรไปพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
loading...

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ข้อเท้าแพลง

 

สาเหตุ

เกิดจากมีการบิด หมุน หรือพลิกของข้อเท้าจนเกินช่วงการเคลื่อนไหวที่ปกติ ทำให้เอ็นยึดข้อต่อถูกยืดออกมากจนเกินไปจึงเกิดการบาดเจ็บขึ้น มีอาการปวดและบวมตามมา หากรุนแรงมากอาจส่งผลให้เอ็นขาด สูญเสียความมั่นคงของข้ออีกทั้งยังอาจได้ยินเสียงดัง “กร๊อบ” ในข้อเท้าได้ด้วย

  1. อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

ในปัจจุบันสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเท้าแพลงมาจากอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆเป็นส่วนใหญ่ เช่น ตกบันได ก้าวพลาด ตกส้นสูง เท้าพลิก  เป็นต้น

  1. อุบัติเหตุจากการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา

อาการเท้าแพลงที่เกิดขึ้นมากที่สุดจะมาจากการออกกำลังกายโดยอาการที่เท้าแพลงที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะมาจากการที่เอ็นและเนื้อเยื่อรอบข้อเท้านั้นฉีกขาด เลยทำให้ข้อเท้าไม่มั่นคง ซึ่งกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการเท้าแพลงนั้น เช่น วิ่ง หกล้ม  เล่นกีฬาข้อเท้าพลิก เป็นต้น

  1. อุบัติเหตุจากการสวมรองเท้าที่ไม่เหมาะกับขนาดเท้า โดยสำหรับคุณผู้หญิงที่ใช้รองเท้าส้นสูงจะเพิ่มโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ข้อเท้าพลิกขณะสวมใส่ทำกิจกรรมได้

 

ข้อเท้าแพลง
ข้อเท้าแพลง

 

การตรวจข้อเท้า
1. ผู้ป่วยมักมาด้วยอาการปวดหรือบวมที่เท้า หรือมีความลำบากในการสวมรองเท้า ส่วนเด็กที่เท้ามีลักษณะผิดปกตินั้น บิดามารดา ครู หรือผู้ใกล้ชิดมักเป็นผู้สังเกตเห็น เพราะเด็กไม่มีอาการ
2. การตรวจร่างกายในท่ายืน ควรให้ผู้ป่วยสวมเสื้อคลุมทับชุดชั้นใน เพื่อให้เห็นความผิดปกติในส่วนอื่นที่อาจเกิดร่วมกับความผิดปกติของเท้าได้ ควร ตรวจหลัง ข้อตะโพก และข้อเข่าด้วย สังเกตดูความผิดปกติในขณะที่ผู้ป่วยหันหน้าเข้าหาผู้ตรวจก่อน ต่อมาจึงให้หันหลัง สำหรับที่เท้าเองนั้นควรสังเกตลักษณะและรูปเท้า โดยปกติแล้วผู้ป่วยควรยืนเต็มเท้า น้ำหนักตัวลงไปบนส้นเท้าและปลายเท้าเท่ากัน ควร สังเกตอุ้งเท้าด้วยว่าสูงกว่าปกติหรือไม่มีอุ้งเท้า นิ้วเท้าเกหรืองอพับมากกว่าปกติ หลังจากนั้นจึงให้ผู้ป่วยเดินเพื่อสังเกตว่ามีอาการปลายเท้าตกหรือข้อเท้า ติดแข็ง
3. การตรวจร่างกายในท่านั่งห้อยเท้าตรวจ หารอยแผลหรือบริเวณที่ผิวหนังหนาผิดปกติทั้งทางด้านหลังเท้าและฝ่าเท้า กดและคลำหาบริเวณที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือสิ่งผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อหรือถุงน้ำ
4. การตรวจการหมุนของข้อต่าง ๆ ของเท้า การ ตรวจข้อเท้า ใช้มือหนึ่งรวบข้อเท้าและใช้อีกมือหนึ่งจับรวบเท้า โยกเท้าให้กระดกขึ้นและลง โดยปกติแล้วข้อเท้าจะกระดกขึ้นได้ 30 องศา และลงได้ 45 องศา โดยถือท่าที่เท้าได้ฉากกับขาเป็น 0 องศา การตรวจข้อส้นเท้า ใช้มือหนึ่งจับข้อเท้าและอีกมือหนึ่งจับส้นเท้าบิดให้พลิกเข้าและออก ปกติแล้วกระดูกส้นเท้าจะพลิกออกมากกว่า สำหรับข้อกลางเท้าปกติแล้วจะไม่มีการเคลื่อนไหว ส่วนข้อนิ้ว ควรงอและเหยียดได้พอสมควร

 

การป้องกัน

  1. สวมรองเท้าให้เหมาะสมช่วยให้เราเดินได้คล่องและมั่นคง ควรหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูงจนเกินไป
  2. ใส่รองเท้ากีฬาให้ถูกตามชนิดของกีฬาและอย่าใส่รองเท้านานเกินอายุการใช้งาน
  3. หลีกเลี่ยงการเดิน วิ่ง หรือกระโดดบนพื้นที่ไม่เหมาะสม
  4. ออกกำลังกายข้อเท้าเป็นประจำ 3-4 วันต่อสัปดาห์และยืดกล้ามเนื้อก่อน-หลังทำกิจกรรมทุกครั้ง
  5. ขณะเดินในเวลากลางคืนควรมีแสงสว่างที่เพียงพอ
  6. หากมีปัญหาข้อเท้าแพลงบ่อยๆ ควรใส่เครื่องช่วยพยุงขณะทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดข้อเท้าแพลง เช่น เล่นกีฬาที่ต้องใช้ข้อเท้ามากๆ มีการกระโดด หมุนตัว เป็นต้น

 

การตรวจรักษา

  • แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายโดยเฉพาะบริเวณที่มีอาการปวด
  • แพทย์จะตรวจทางรังสีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีกระดูกหัก
  • โรคนี้ใช้เวลารักษา 6-8 สัปดาห์ แต่ภาวะบวมจะหายก่อน
  • แพทย์จะให้พักเท้าให้มากที่สุด อาจจะใส่เผือก หรือใช้ผ้าพันและอาจจะใช้ไม้เท้าช่วยพยุงน้ำหนัก
  • ประคบน้ำแข็งให้กระทำทันที่ที่ได้รับอุบัติเหตุซึ่งจะช่วยลดอาการอักเสบ
  • ใช้ผ้าพันหรือใส่เผือกเพื่อลดอาการบวม
  • ให้ยกเท้าสูงเพื่อลดอาการบวม

 

ข้อเท้าแพลง
ข้อเท้าแพลง

 

การดูแลเบื้องต้น เมื่อได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า ลดการใช้งานของข้อที่ได้รับบาดเจ็บ ประคบด้วยความเย็นเพื่อลดอาการปวดและบวม โดยใช้น้ำแข็งผสมน้ำประคบจนรู้สึกว่าชาแล้วเอาออก จากนั้นมาพบแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้ ซึ่งบ่งบอกว่าบาดเจ็บรุนแรง เมื่อมาถึงสถานพยาบาล แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย ต่อจากนั้นอาจจะส่งตรวจภาพถ่ายรังสีในกรณีที่สงสัยว่ามีกระดูกหักหรือการบาดเจ็บอื่นร่วมด้วย เนื่องจากการบาดเจ็บของข้อเท้าโดยการพลิกเข้าด้านในอาจทำให้มีกระดูกหักได้ เช่น บริเวณตาตุ่มด้านในและนอก กระดูกฝ่าเท้า รวมไปถึงกระดูกผิวข้อของข้อเท้า

การรักษาระยะแรกจะมุ่งเน้นเพื่อลดความเจ็บปวดและความบวม ได้แก่ การให้ยกขาสูง ประคบเย็น ให้ยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ การพันผ้ายืด และอาจพิจารณาใส่เฝือกกรณีบาดเจ็บรุนแรง ส่วนการรักษาในระยะต่อมาเป็นการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของกล้ามเนื้อและความรู้สึกของเอ็นรอบข้อเท้า เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ โดยทั่วไปใช้เวลา 4-6 สัปดาห์

 

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
kapook.com

loading...

Related posts:

หนองใน สาเหตุหลัก อาการและวิธีการรักษาให้หายจากโรคหนองในแท้ 30 วิธี
ไซนัสอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคไซนัสอักเสบ
ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ อาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษา 23 วิธี Lymphadenitis
ปวดฟัน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคปวดฟัน
กลากน้ำนม สาเหตุโดยส่วนใหญ่อาการและวิธีการดูแลการรักษา โรคกลากน้ำนม (เกลื้อนน้ำนม)
มะเร็งหลอดอาหาร ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหาร
ดอกไม้สีม่วง ไอเดียแต่งดอกไม้ไม่ว่าจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ดอกมีกลิ่นหอม
เที่ยวลำปาง พบกับสถานที่สุดประทับใจธรรมชาติยังคงความอุดมสมบูรณ์และสวยงาม
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ