ข้าวสาลี รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของข้าวสาลี

 

Share This:

ข้าวสาลี รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของข้าวสาลี
5 (100%) 1 vote
loading...
loading...

ข้าวสาลี

ข้าวสาลี ชื่อสามัญ Bead Wheat, Common Wheat, Wheat[1]

ข้าวสาลี ชื่อวิทยาศาสตร์ Triticum aestivum L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Triticum vulgare Vill.) จัดอยู่ในวงศ์หญ้า (POACEAE หรือ GRAMINEAE)[1]

ข้าวสาลี มีชื่อเรียกอื่นว่า “สาลี  เป็นพืชจำพวกธัญพืช ปลูกมากในแถบประเทศตะวันออกกลาง เหนือเส้นศูนย์สูตร หรือในเขตอบอุ่น หรือเขตหนาวบางเขต เมล็ดข้าวสาลีจะมีแป้งเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 70% และมีแร่ธาตุอื่น ๆ อีกเป็นองค์ประกอบ 30% ต้นข้าวสาลีประกอบไปด้วยธาตุอาหารมากกว่า 100 ชนิด ซึ่งรวมทั้งแร่ธาตุหลัก ๆ ที่ร่างกายต้องการทุกตัว แร่ธาตุรองที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย วิตามินในกลุ่มบีคอมเพล็กซ์ครบถ้วน นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในเรื่องของแหล่งโปร – วิตามินเอ ที่สูงที่สุดในบรรดาอาหารต่าง ๆ รวมทั้งมีวิตามินซี อี และเค เป็นจำนวนมาก น้ำต้นข้าวสาลีมีโปรตีนอยู่ 25 % ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อปลา ไข่ ผลิตภัณฑ์นม หรือถั่วต่าง ๆ มากไปกว่านี้ยังมีสารต้าน เชื้อรา สารต้านพิษจากเชื้อราที่เรียกว่า laetrile อีกด้วย ข้าวสาลี เป็นธัญพืชอย่างดีที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคกระเพาะ สำหรับผู้ป่วยระหว่างพักฟื้น ในทางยาใช้เมล็ดแก่ในขนาด 15-30 g. ต้มกินน้ำเป็นยาบำรุงหัวใจ ช่วยให้นอนหลับ และลดความดันโลหิตสูง

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของข้าวสาลี

 

 

  1. รำข้าวสาลี (wheat bran) เป็นส่วนที่มีเส้นใยอาหารสูง เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยเพิ่มปริมาณของอุจจาระ อีกทั้งเส้นใยอาหารยังมีคุณสมบัติในการช่วยดูดน้ำได้ดีมาก จึงช่วยทำให้อาจาระนุ่ม ขับถ่ายได้ง่าย ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังถูกนำไปใช้ในการผลิตอาหารเสริมสุขภาพและผสมในอาหารเลี้ยงสัตว์จำพวกหมูและกุ้งอีกด้วย
  2. ฟางที่เหลือใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์กินหญ้า เช่น วัว ควาย หรือนำมาใช้ทำตุ๊กตาฟาง มุงหลังคา ทำไส้เบาะ เชื้อเพลิง วัสดุรองสิ่งของในการบรรจุหีบห่อ กระดานอัด ตลอดจนการนำไปใช้เป็นวัสดุเพาะเห็ด เป็นต้น[4]
  3. ข้าวสาลีเป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญที่ชนิดอย่างหนึ่งของประชากรโลก โดยผลิตผลและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแป้งข้าวสาลี ได้แก่ แป้งสาลี ขนมปัง ขนมเค้ก ขนมอบ ซาลาเปา คุ้กกี้ แครกเกอร์ เค้ก โดนัท โรตี พาย ปาท่องโก๋ บะหมี่ พาสต้า สปาเก็คคี้ มักโรนี ฯลฯ และยังถูกนไปใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตกาว แอลกอฮอล์ น้ำมัน และกลูเตนอีกด้วย[3] ส่วนเมล็ดที่นำมาบดให้แตกด้วยโม่หินสามารถนำมาใช้ทำโจ๊ก ทำข้าวต้ม ถ้านำมาลวกน้ำเดือดประมาณ 20 นาที ก็นำมาทำยำสลัดและข้าวผัดได้ ส่วนข้าวสาลีต้มสุกทั้งเมล็ด สามารถนำมาใช้ทำขนมประเภทข้าวโพดคลุกและข้าวเหนียวเปียก หรือจะนำข้าวสาลีมานวดเป็นก้อน แล้วเอาไปล้างน้ำ ก็จะได้ “มี่กึง” (gluten) เมื่อเอาไปต้มสุกก็จะได้เรื้อเทียมซึ่งเป็นโปรตีนจากพืช ที่นำมาใช้ทำอาหารเจ เช่น แกงลูกชิ้น พะโล้ เป็นต้น[4]
  4. ส่วนประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ก็เช่น การนำมาใช้ทำแบะแซ (น้ำเชื่อมข้น) โดยการเพาะเมล็ดข้าวสาลีในกระบะไม้นาน 7 วัน แล้วเอาต้นกล้าอ่อนไปโขลกคั้นกรองเอาส่วนที่เป็นของเหลว แล้วนำไปเคี่ยวกับปลายข้าวเหนียว หมักไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วค่อยคั้นเอาน้ำเชื่อมข้นออกมา, ใช้เมล็ดสุกหมักกับส่าเพื่อกลั่นเป็นเหล้า, ใช้ทำซีอิ๊วและเต้าเจี้ยว ด้วยการใช้เมล็ดข้าวสาลีและเมล็ดถั่วเหลือง คั่วแล้วบดในอัตราส่วนเท่ากัน และหมักด้วยเชื้อ Aspergillus sojae, ใช้สำหรับทำเชื้อเห็ดบางประเภท โดยการผสมเมล็ดข้าวสาลีที่นึ่งสุกกับรำละเอียด เอาไปบรรจุในขวดแบน แล้วเขี่ยเชื้อจากอาหารวุ้นใส่
  5. น้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลี (Wheatgrass juice) สามารถช่วยเพิ่มปริมาณของเม็ดเลือดแดงในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง ช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระต่าง ๆ และยังช่วยรักษาอาการลำไส้อักเสบ โดยไม่พบความเป็นพิษหรือผลข้างเคียงใด ๆ ในขนาดรับประทานวันละ 30-100 มิลลิลิตร หรือในแคปซูลขนาด 1,000 มิลลิกรัม ในระช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์จนถึง 1 ปี แต่อย่างไรก็ตามควรจะระมัดระวังในการใช้กับเด็กอ่อนหรือสตรีมีครรภ์ เพราะยังไม่มีรายงานด้านความปลอดภัย อีกทั้งน้ำคั้นของต้นอ่อนก็มีกลิ่นเหม็นเขียวคล้ายกับหญ้า จึงอาจไปกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นดังกล่าวได้[6]
  6. จมูกข้าวสาลี (wheat germ) คือ ส่วนที่อยู่ตรงปลายเมล็ดข้าว เป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอกลาโฮมา (Oklahoma State University) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้ข้อมูลว่าจมูกข้าวสาลีมีโปรตีนสูงกว่าแป้งสาลีถึง 3 เท่า มีเกลือแร่สูงกว่า 6 เท่า และยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างข้นเองได้ อีกทั้งยังมีกรดโฟลิกและวิตามินสูง จนวารสาร Food Research International ได้ยกให้จมูกข้าวสาลีเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันโรคโลหิตจางในแม่และความพิการทางระบบประสาทของเด็กทารก โดยพบว่าจมูกข้าวสาลี 3 ช้อนโต๊ะ จะให้ปริมาณของกรดโฟลิกสูงถึง 20% ของความต้องการใน 1 วัน นอกจากนี้จมูกข้าวสาลียังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมองแตก โรคต้อกระจก ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยลดความอ้วน และช่วยในการชะลอวัยได้อีกด้วย
  7. ใช้เป็นอาหารของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี โดยมีคุณค่าทางอาหารสูงและมีกากอาหาร จึงช่วยในการขับถ่ายของลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี หรือจะนำเมล็ดมาเพาะให้งอก ใช้ประกอบอาหารเช่นเดียวกับถั่วงอก หรือนำเมล็ดมาทำข้าวนึ่ง แล้วนำไปทำเป็นอาหาร[4]
  8. ข้าวสาลีเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผู้เป็นโรคกระเพาะ กระเพาะอาหารอักเสบ ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงระหว่างการพักฟื้น[1]
  9. ในปัจจุบันได้มีการนำข้าวสาลีมาแปรรูปทำเป็นน้ำคั้นต้นข้าวสาลีอ่อนและมอลท์ข้าวสาลี (การทำให้ข้าวสาลีงอกเป็นต้นอ่อนแล้วนำมาคั้นเอาน้ำ) ในต่างประเทศมีการใช้นำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีกันมานานแล้วสำหรับการทำความสะอาดระบบเลือด ช่วยทำให้ระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้น ช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจน เนื่องจากในน้ำของต้นอ่อนข้าวสาลีจะมีคลอโรฟิลล์อยู่สูงถึง 70% ซึ่งคลอโรฟิลล์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ มีองค์ประกอบคล้ายกับเม็ดเลือดแดง จึงช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด ช่วยทำความสะอาดระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยลดการดูดซึมของสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้มีสารซาโปนินที่มีฤทธิ์กำจัดกัดสารพิษออกจ่างร่างกาย มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 90 ชนิด ที่ช่วยเพิ่มความเป็นด่างให้แก่ร่างกายและมีความสามารถในการจับกรดที่เป็นพิษต่อร่างกาย มีกรดอะมิโนไม่ต่ำกว่า 20 ชนิด และมีเอนไซม์ไม่ต่ำกว่า 30 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในด้านการช่วยชะลอความแก่ เป็นต้น
  10. มีการศึกษาวิจัยฤทธิ์การเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดงของต้นอ่อนข้าวสาลีในผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจาง โดยให้ผู้ป่วยรับประทานน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีวันละ 30-100 มิลลิลิตร หรือให้รับประทานสารสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ผลการทดลองพบว่า ปริมาณของฮีโมโกลบินในเลือดเพิ่มขึ้น ลดปริมาณการให้เม็ดเลือดแดงเข้มข้น และลดจำนวนครั้งในการถ่ายเป็นเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในเด็กที่มีภาวะเป็นโรคโลหิตจางธาลัสเซียเมีย ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดเบต้า และในผู้ป่วย myelodysplastic syndrome (ผู้ป่วยที่มีความปกติของไขกระดูก ทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดงกว่าปกติ และอาจก่อให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว)[6]
  11. ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รับประทานน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีวันละ 60 มิลลิลิตร ตลอดระยะเวลาการที่ได้รับเคมีบำบัด ทั้ง 3 รอบ พบว่าสามารถช่วยป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจางได้ดี ปริมาณของฮีโมโกลบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่มีผลต่อการตอบสนองการได้รับการรักษาจากเคมีบำบัดในผู้ป่วย และยังมีการศึกษาอื่นในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งที่อวัยวะต่าง ๆ ที่ได้ดื่มน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน (วันละ 30 มิลลิลิตร) ก็พบว่าปริมาณของฮีโมโกลบิน เกล็ดเลือด และภูมิต้านทานในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น[6]
  12. เมื่อทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างต้นอ่อนข้าวสาลีและสาหร่ายสไปรูริน่า ซึ่งเป็นพืชที่อุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์เช่นเดียวกัน พบว่าการรับประทานแคปซูลต้นอ่อนข้าวสาลี ในขนาด 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 1 เดือน สามารถช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มวิตามินซี เพิ่มการทำงานของเอนไซม์ superoxide dismutase และช่วยลดปริมาณ malondialdehyde ในเลือดของอาสาสมัครได้ดีกว่าการรับประทานสาหร่ายสไปรูริน่าในขนาดเท่ากัน[6]
  13. น้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลียังช่วยบรรเทาอาการของโรคลำไส้อักเสบได้เป็นอย่างดี โดยพบว่าผู้ป่วยที่รับประทานน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีวันละ 100 มิลลิกรัม ติดต่อกัน 1 เดือน จะสามารถช่วยบรรเทาอาการโดยรวมของโรคให้ดีขึ้น และช่วยลดการเคลื่อนไหวของลำไส้และความถี่ในการถ่ายเป็นเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ
  14. เมื่อปี ค.ศ.2006 ที่ประเทศอิหร่าน ได้ทำการทดลองผลในการลดระดับไขมันในเลือดของข้าวสาลี โดยทำการทดลองกับผู้ป่วยหญิงจำนวน 19 คน ที่มีอายุระหว่าง 35-65 ปี และมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือด 240-300 mg./dl. โดยให้ผู้ป่วยกินข้าวสาลีที่ทำในรูป cereal ขนาด 40 gm. ทุกวัน 4 สัปดาห์ ภายหลังการทดลองได้ทำการตรวจสุขภาพของผู้ป่วยดังกล่าว ไม่พบว่าน้ำหนักร่างกายและ body mass index แตกต่างกัน ใน 2 กลุ่มการทดลอง แต่พบว่าระดับคอเลสเตอรอลรวมลดลง 11% และระดับไขมันเลว (LDL-C) ลดลง 21% แต่ค่าไตรกลีเซอไรด์และค่าไขมันดี (HDL-C) ไม่เปลี่ยนแปลง[1]
  15. เมื่อปี ค.ศ.2007 ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการศึกษาทดลองพบว่าอาหารเสริมในรูปของเครื่องดื่ม (Skim milk) ที่มีส่วนผสมของข้าวสาลี ข้าวจ้าว ข้าวโอ๊ต และ pcyllium husk powder พบว่าเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงและผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยนำมาบดให้โมเลกุลของข้าวต่าง ๆ เล็กลงในขนาด 65 meshes และผสมกับ psyllium husk powder ประมาณ 0.05-0.5%[1]
  16. เมื่อปี ค.ศ.2007 ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการศึกษาพบว่า เส้นบะหมี่หรือพาสต้า ซึ่งทำมาจากข้าวสาลี, ข้าวจ้าว, gluten, psyllium husk powder เมื่อนำผงดังกล่าวมาผสมกับน้ำแล้วผสมไข่นวดให้ได้ที่ ทำเป็นเส้น โดยผสม psyllium husk powder 0.01-0.5% และส่วนผสมของข้าวสาลี : ข้าวจ้าว : gluten = 3 : 1 : 1 เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและต้องการควบคุมน้ำหนัก[1]
  17. มหาวิทยาลัยพอนดิเชอรี (Pondicherry University) ประเทศอินเดีย ได้ทำการศึกษาโดยให้ผู้ป่วยเบาหวานชายและหญิงกินจมูกข้าวสาลีวันละ 30 กรัม เป็นระยะเวลา 6 เดือน ผลการทดลองพบว่า ผู้ป่วยทุกคนมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างชัดเจน โดยระดับน้ำตาลก่อนอาหารลดลงเฉลี่ย 22 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และระดับน้ำตาลหลังอาหารลดลงเฉลี่ย 41 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร[7]
  18. จากการศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของต้นอ่อนข้าวสาลีในอาสาสมัครที่ได้สารก่ออนุมูลอิสระ biphenol-A ผ่านทางสิ่งแวดล้อม เมื่อดื่มน้ำคั้นจากต้นอ่อนข้าวสาลีวันละ 100 มิลลิลิตร เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ พบว่าปริมาณของสาร biphenol-A ในปัสสาวะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแนวโน้มการลดลงของสารก่ออนุมูลอิสระมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาที่ดื่ม
  19. ช่วยบำรุงเส้นประสาท และช่วยให้นอนหลับ[1]
  20. ช่วยบำรุงหัวใจ และป้องกันการเกิดโรคหัวใจ[1]
  21. ช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยขยายหลอดเลือด[1]
  22. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคเบาหวาน[1]
  23. ช่วยลดระดับคอเลสเตรอลในเลือด ลดไขมันในเลือด
loading...
loading...

 

ข้าวสาลี
ข้าวสาลี

 

คุณค่าทางโภชนาการของข้าวสาลี ต่อ 100 กรัม

 

Nutrient Wheat Hard white Wheat Hard red spring Wheat Hard red winter Wheat Durum Wheat Soft white Wheat Soft red winter Wheat bran Wheat germ Wheat sprouted Unit
พลังงาน 342 329 327 339 340 331 216 360 198 (kcal)
โปรตีน 11.31 15.40 12.61 13.68 10.69 10.35 15.55 23.15 7.49 (g)
ไขมัน 1.71 1.92 1.54 2.47 1.99 1.56 4.25 9.72 1.27 (g)
คาร์โบไฮเดรต 75.90 68.03 71.18 71.13 75.36 74.24 64.51 51.80 42.53 (g)
ใยอาหาร 12.2 12.2 12.2 12.7 12.5 42.8 13.2 1.1 (g)
น้ำ 9.57 12.76 13.10 10.94 10.42 12.17 9.89 11.12 47.75 (g)
น้ำตาล 0.41 0.41 0.41 0.41 0.41 0.41 (g)
วิตามินบี1 0.387 0.504 0.383 0.419 0.410 0.394 0.523 1.882 0.225 (mg)
วิตามินบี2 0.108 0.110 0.115 0.121 0.107 0.096 0.577 0.499 0.155 (mg)
วิตามินบี3 4.381 5.710 5.464 6.738 4.766 4.800 13.578 6.813 3.087 (mg)
วิตามินบี6 0.368 0.336 0.300 0.419 0.378 0.272 1.303 1.300 0.265 (mg)
วิตามินบี9 38 43 38 43 41 41 79 281 38 (µg)
วิตามินบี12 0 0 0 0 0 0 0 0 0 (µg)
วิตามินเอ 9 9 9 0 9 0 9 0 0 (IU)
วิตามินซี 0 0 0 0 0 0 0 0 2.6 (mg)
วิตามินอี 1.01 1.01 1.01 1.01 1.01 1.49 (mg)
วิตามินเค 1.9 1.9 1.9 1.9 0 1.9 (µg)
แคลเซียม 32 25 29 34 34 27 73 39 28 (mg)
ธาตุเหล็ก 4.56 3.60 3.19 3.52 5.37 3.21 10.57 6.26 2.14 (mg)
แมกนีเซียม 93 124 126 144 90 126 611 239 82 (mg)
ฟอสฟอรัส 355 332 288 508 402 493 1,013 842 200 (mg)
โพแทสเซียม 432 340 363 431 435 397 1,182 892 169 (mg)
โซเดียม 2 2 2 2 2 2 2 12 16 (mg)
สังกะสี 3.33 2.78 2.65 4.16 3.46 2.63 7.27 12.29 1.65 (mg)

 

จมูกข้าวสาลีหรือวีตเจิร์ม (Wheat Germ) เป็นส่วนของเมล็ดข้าวสาลีที่จะงอกออกมาเป็นต้น ในท้องตลาดจะขายในรูปของวีตเจิร์มที่อบสุกพร้อมกิน มีรสหวานเล็กน้อย กลิ่นหอม ใช้โรยข้าว ข้าวต้น โจ๊ก นม ขนมปัง ให้ทั้งรสชาติและคุณประโยชน์ เพราะอดมด้วยโปรตีน วิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวสำคัญ ช่วยชะลอความแก่ ป้องกันโรคเสื่อมต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ จมูกข้าวสาลีมีซีลีเนียมที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงวัยกลางคน ในการช่วยป้องกันอาการของวัยหมดประจำเดือน มีสังกะสีที่จำเป็นสำหรับผู้ชาย ช่อยป้องกันโรคของต่อมลูกหมากและโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก จมูกข้าวสาลีอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้

 

 

loading...
loading...

Related posts:

ส้มโอ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของส้มโอ Pomelo
แปะก๊วย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของใบแปะก๊วย Ginkgo biloba
มะเขือพวง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของมะเขือพวง
ผักบุ้งร่วม รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักบุ้งร่วม
ผักปลาบ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักปลาบ
มันเทศ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันเทศ
มะเร็งผิวหนัง เป็นโรคมะเร็งที่พบได้สูงในคนผิวขาว แต่พบได้เรื่อย ๆไม่ถึงกับบ่อยมาก
ผักที่ห้ามกินดิบ 9 เมนูจาก กินสุกปลอดภัยสบายใจมีประโยชน์
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ