ข้าวโพด รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของข้าวโพด

 

Share This:

ข้าวโพด รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของข้าวโพด
5 (100%) 1 vote
loading...
ข้าวโพด

ข้าวโพด

 

ข้าวโพด ชื่อสามัญ Corn, Indian Corn, Maize

ข้าวโพด ชื่อวิทยาศาสตร์ Zea mays Linn. จัดอยู่ในวงศ์หญ้า (POACEAE หรือ GRAMINEAE)  เป็นพืชตระกูลเดียวกับหญ้ามีลำต้นสูง โดยเฉลี่ย 2.2 เมตร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้น 0.5-2.0 นิ้ว เมล็ดจากฝักใช้เป็นอาหารคนและสัตว์  ข้าวโพดเป็นพืชจำพวกบาสซ่า รากชั่วคราว เรียกว่า ไพรี หลังจากข้าวโพดเจริญเติบโตได้ประมาณ 7 – 10 วัน รากถาวรจะงอกขึ้นรอบ ๆ ข้อปลาในระดับใต้พื้นดินประมาณ 1-2 นิ้ว รากถาวรนี้ เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะแผ่ออกไปโดยรอบประมาณ 100 เซนติเมตร รากของข้าวโพดเป็นระบบรากฝอย (fibrous root system) นอกจากรากที่อยู่ใต้ดินแล้ว ยังมีรากยึดเหนี่ยว (brace root) ซึ่งเกิดขึ้นรอบ ๆ ข้อที่อยู่ใกล้ผิวดิน มีลำต้นตั้งตรงแข็งแรง เนื้อภายในฟ่ามคล้ายฟองน้ำสูงประมาณ 1.4 เมตร ลำต้นมีข้อ (node) และปล้อง (internode) ปล้องที่อยู่ในดินและใกล้ผิวดินสั้น และจะค่อย ๆ ยาวขึ้นไปทางด้านปลาย ปล้องเหนือพื้นดินจะมีจำนวนประมาณ 8-20 ปล้อง ลำต้นสดมีสีเขียว ใบ ยาวรี เป็นเส้นตรงปลายแหลม ยาวประมาณ 30-100 ซม. เส้นกลางของใบจะเห็นได้ชัด ตรงขอบใบมีขนอ่อนๆ มีเขี้ยวใบ ลักษณะของใบรวมทั้งสีของใบแตกต่างกันไป แล้วแต่ชนิดของพันธุ์ บางพันธุ์ใบสีเขียว บางพันธุ์ใบสีม่วงและบางพันธุ์ใบลาย จำนวนใบก็เช่นเดียวกันอาจมีตั้งแต่ 8-48 ใบ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในต้นเดียวกัน

ชนิดของข้าวโพด

  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวโพดไร่ (Field Corn) ที่รู้จักในปัจจุบันเช่นข้าวโพดหัวบุ๋ม (Dent Corn) และข้าวโพดหัวแข็ง (Flint Corn) ซึ่งเป็นการเรียกตามลักษณะเมล็ดข้าวโพดหัวบุ๋มหรือหัวบุบ ข้าวโพดชนิดนี้เมื่อเมล็ดแห้งแล้วตรงส่วนหัวบนสุดจะมีรอยบุ๋มลงไป ซึ่งเป็นส่วนของแป้งสีขาว ข้าวโพดชนิดนี้สำคัญมากและนิยมปลูกกันมากใน ประเทศสหรัฐอเมริกา

  • ข้าวโพดหวาน (Sweet Corn) เป็นข้าวโพดที่คนใช้รับประทาน ไม่มีการแปรรูป เมล็ดมักจะใสและเหี่ยวเมื่อแก่เต็มที่ เพราะมีน้ำตาลมาก ก่อนที่จะสุกจะมีรสหวานมากกว่าชนิดอื่น ๆ จึงเรียกข้าวโพดหวาน มีหลายสายพันธุ์

  • ข้าวโพดคั่ว (Pop Corn) เป็นข้าวโพดที่คนใช้รับประทาน ไม่มีการแปรรูป เมล็ดค่อนข้างแข็ง สีดีและขนาดแตกต่างกัน สำหรับต่างประเทศ ถ้าเมล็ดมีลักษณะแหลมเรียกว่า ข้าวโพดข้าว (Rice Corn) ถ้าเมล็ดกลม เรียกว่า ข้าวโพดไข่มุก (Pearl Corn)

  • ข้าวโพดแป้ง (Flour Corn) เมล็ดมีสีหลายชนิด เช่น ขาว (ขุ่น ๆ หรือปนเหลืองนิด ๆ) หรือสีน้ำเงินคล้ำ หรือมีทั้งสีขาวและสีน้ำเงินคล้ำในฝักเดียวกัน เนื่องจากกลายพันธุ์ พวกที่มีเมล็ดสีคล้ำและพวกกลายพันธุ์เรียกว่าข้าวโพดอินเดียนแดง (Squaw Corn) หรือเรียกได้อีกชื่อว่าข้าวโพดพันธุ์พื้นเมือง (Native Corn) พวกข้าวโพดสีคล้ำนี้จะมีไนอาซีน สูงกว่าข้าวโพดที่มีแป้งสีขาว

  • ข้าวโพดเทียน (Waxy Corn) เป็นข้าวโพดที่คนใช้รับประทาน จะมีแป้งที่มีลักษณะเฉพาะคือ นุ่มเหนียว เพราะในเนื้อแป้งจะประกอบด้วยแป้งพวกแอมมิโลเปคติน (Amylopectin) ส่วนข้าวโพดอื่น ๆ มีแป้งแอมมิโลส (Amylose) ประกอบอยู่ด้วย จึงทำให้แป้งค่อนข้างแข็ง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ประโยชน์ของข้าวโพด

  1. ช้ซังแห้งประมาณ 10-12 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือนำมาเผาเป็นถ่านผสมกับน้ำกินเป็นยาบำรุงม้าม (ซัง)[1],[4]

  2. ช่วยแก้อาการบวมน้ำ ด้วยการใช้ซังแห้งประมาณ 10-12 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือนำมาเผาให้เป็นถ่านแล้วผสมกับน้ำกิน หรือจะใช้ซังข้าวโพดแห้ง 60 กรัม ผสมกับฮวงเฮียงก้วย 30 กรัม (ผลของ Liquidambar taiwaniana Hance.) นำมาต้มกับน้ำกิน ส่วนเกสรเพศเมียมีสรรพคุณช่วยแก้อาการบวมน้ำ ขาบวม ซึ่งตามตำรับยาจะใช้เกสรเพศเมีย 30 กรัม, หญ้าหนวดแมว 20 กรัม, หญ้าคา 20 กรัม, ข้าวเย็นเหนือ 25 กรัม, ข้าวเย็นใต้ 25 กรัม, และโกฐน้ำเต้า 5 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน ส่วนอีกตำรับจะใช้เกสรเพศเมีย 50 กรัม ผสมกับเมล็ดเทียนเกล็ดหอย 15 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง (เกสรเพศเมีย,ซัง)[1],[2],[3],[4],[9]

  3. เมล็ดนำมาบดพอกแผลเพื่อทำให้เยื่ออ่อนนุ่มไม่ให้เกิดการระคายเคือง (เมล็ด)[1],[4]

  4. หากเกิดบาดแผล ให้ใช้เกสรเพศเมียสด ๆ นำมาตำให้ละเอียดแล้วใช้เป็นยาพอกแผล จะช่วยทำให้อาการดีขึ้น (เกสรเพศเมีย)[9]

  5. สำหรับเด็กที่เป็นแผลที่ผิวหนัง และมีเลือดออก ให้ใช้ซังข้าวโพดนำมาเผาให้เป็นเถ้า แล้วนำมาผสมกับน้ำมันเมล็ดป่านหรือน้ำมันพืช ใช้เป็นยาทา (ซัง)

  6. สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ โดยมีอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกเพียงจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นซีกซ้ายหรือขวาก็ได้ และจะเจ็บเพียงชั่วขณะที่หายใจเข้าลึก ๆ ที่ปลอดขยายตัวเต็มที่ เลยทำให้ส่วนที่อักเสบเกิดการเสียดสีกัน ถ้าเป็นเยื่อหุ้มปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสชนิดที่ไม่รุนแรง ก็จะไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ แต่สำหรับอาการที่เห็นทั่วไปจะมีเหงื่อเย็น ๆ ออกจนเปียกข้างลำตัว ให้ใช้เกสรเพศเมีย 1 กิโลกรัม นำมานึ่งแล้วใช้พอกบริเวณปอด จะช่วยทำให้มีอาการดีขึ้น หรือจะนำมาต้มกับน้ำดื่มก็ได้ผลเช่นกัน (เกสรเพศเมีย)[9]

  7. ช่วยแก้เต้านมเป็นฝี (เกสรเพศเมีย)[3],[4]

  8. ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร (เมล็ด)[2],[4]

  9. ช่วยรักษาอาการอาหารไม่ย่อย ด้วยการใช้ข้าวโพด 500 กรัม และเปลือกทับทิม 120 กรัม นำมาผิงไฟให้แห้ง แล้วบดให้เป็นผง นำมาผสมกับน้ำให้ได้ประมาณ 1,500 มิลลิลิตร แล้วใช้รับประทาน 10 มิลลิลิตร ต่ออายุ 1 ปี จะช่วยรักษาอาการพิษได้ และในช่วงการรักษาให้ระวังคอยดูแลระดับน้ำและอุณหภูมิของร่างกายให้เกิดการผิดปกติด้วย (ไม่ระบุแน่ชัดว่าใช้ส่วนใดของข้าวโพด)[4]

  10. สำหรับผู้ที่ได้รับการผ่าตัดโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ให้ใช้เมล็ดข้าวโพดนำมาต้มใส่เกลือเล็กน้อยและไข่ขาว แล้วนำมารับประทานเป็นอาหารเสริม (เมล็ด)

  11. เมล็ดมีสรรพคุณช่วยบำรุงปอดและหัวใจ (เมล็ด)[1],[2],[4]

  12. ยอดเกสรเพศเมียและฝอยข้าวโพด ใช้เป็นยาแก้เบาหวาน ด้วยการใช้ยอกเกสรเพศเมียที่ตากแห้งแล้วประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำกิน (เกสรเพศเมีย,ฝอย)[2],[3],[4]

  13. ยอดเกสรเพศเมียหรือไหมข้าวโพด และฝอยข้าวโพด มีสรรพคุณช่วยแก้โรคความดันโลหิตสูง ตามตำรับยาจะใช้ยอดเกสรเพศเมียที่แห้งแล้ว เปลือกกล้วยแห้ง และเปลือกแตงโมแห้ง อย่างละเท่ากัน นำมาต้มกับน้ำกิน (เกสรเพศเมีย,ฝอย)[1],[2],[3],[4]

  14. ต้นและเมล็ดมีสรรพคุณช่วยทำให้เจริญอาหาร (ต้น,เมล็ด)[2],[4]

  15. เกสรเพศเมียมีรสหวาน เป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อกระเพาะลำไส้และทางเดินปัสสาวะ มีสรรพคุณขับความร้อนชื้น แก้อาการกระหายน้ำ (เกสรเพศเมีย)[2],[3]

  16. ช่วยแก้ไข้ทับระดูข้าวโพดเมล็ดแห้ง จัดเป็นอาหารจำพวกแป้งเช่นเดียวกับข้าว คนในแถบทวีปแอฟริกา จะนิยมนำเมล็ดข้าวโพดมาแช่กับน้ำน้ำมันข้าวโพด

     เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากเมล็ดข้าวโพดแก่และแห้ง โดยประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวและมีกรดไขมันจำเป็นคือ กรดไลโนเลอิกอยู่มาก

  17. น้ำเชื่อมข้าวโพด (Corn Syrup) เป็นน้ำเชื่อมที่ได้จากการย่อยสลายแป้งข้าวโพด สามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและใช้ทำขนมหวานต่าง ๆ ได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการคงรูปและไม่ตกผลึก

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดข้าวโพดหวาน ต่อ 100 กรัม

  • วิตามินบี5 0.717 มิลลิกรัม 14%

  • วิตามินบี6 0.093 มิลลิกรัม 7%

  • วิตามินบี9 42 ไมโครกรัม 11%

  • วิตามินซี 6.8 มิลลิกรัม 8%

  • ธาตุเหล็ก 0.52 มิลลิกรัม 4%

  • ธาตุแมกนีเซียม 37 มิลลิกรัม 10%

  • ธาตุแมงกานีส 0.163 มิลลิกรัม 8%

  • ธาตุฟอสฟอรัส 89 มิลลิกรัม 13%

  • ธาตุโพแทสเซียม 270 มิลลิกรัม 6%

  • ธาตุสังกะสี 0.46 มิลลิกรัม 5%

  • กรดแอสปาร์ติก 0.244 กรัม

  • กรดกลูตามิก 0.636 กรัม

  • ไกลซีน 0.127 กรัม

  • โพรลีน 0.292 กรัม

  • ซีรีน 0.153 กรัม

  • น้ำ 75.96 กรัม

  • วิตามินเอ 9 ไมโครกรัม 1%

  • ลูทีน และ ซีแซนทีน 644 ไมโครกรัม

  • วิตามินบี1 0.155 มิลลิกรัม 13%

  • วิตามินบี2 0.055 มิลลิกรัม 5%

  • วิตามินบี3 1.77 มิลลิกรัม 12%

  • ไลซีน 0.137 กรัม

  • เมทไธโอนีน 0.067 กรัม

  • ซิสทีน 0.026 กรัม

  • ฟีนิลอะลานีน 0.150 กรัม

  • ไทโรซีน 0.123 กรัม

  • วาลีน 0.185 กรัม

  • อาร์จินีน 0.131 กรัม

  • ฮิสตามีน 0.089 กรัม

  • อะลานีน 0.295 กรัม

  • พลังงาน 360 กิโลแคลอรี่

  • คาร์โบไฮเดรต 18.7 กรัม

  • แป้ง 5.7 กรัม

  • น้ำตาล 6.26 กรัม

  • ใยอาหาร 2 กรัม

  • ไขมัน 1.35 กรัม

  • โปรตีน 3.27 กรัม

  • ทริปโตเฟน 0.023 กรัม

  • ทรีโอนีน 0.129 กรัม

  • ไอโซลิวซีน 0.129 กรัม

  • ลิวซีน 0.348 กรัม

 ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
puechkaset.com
medthai.com

loading...

 

loading...
loading...

Related posts:

เงาะ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของ Rambutan
แคนตาลูป รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของแคนตาลูป Cantaloupe
มะพร้าว รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของมะพร้าว Coconut
กล้วย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของกล้วยน้ำว้า Banana
มะกอก รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของลูกผลมะกอก Hog plum
สาลี่ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของลูกสาลี่ Asian pear
สตรอเบอรี่ป่า รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของสตรอเบอรี่ป่า
ส้มแขก รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นส้มแขก
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ