ถั่วพู รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของถั่วพู

 

Share This:

ถั่วพู รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของถั่วพู
5 (100%) 1 vote
loading...

ถั่วพู

ถั่วพู ชื่อสามัญ Winged bean, Goa bean, Asparagus pea, Four-angled bean, Winged pea

ถั่วพู ชื่อวิทยาศาสตร์ Psophocarpus tetragonolobus (L.) DC. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)[1],[2],[3]

ถั่วพู มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ถั่วพูใหญ่ ถั่วพูตะขาบ ถั่วพูจีน เป็นต้น  เป็นพืชล้มลุก ดอกสีขาวอมม่วง ผลเป็นฝักแบนยาวมี 4 ปีก ความยาวของฝักประมาณ 3-4 นิ้ว ภายในมีเมล็ดกลมเรียบ[1] นิยมนำถั่วพูมาประกอบอาหารประเภทยำหรือกินสด ถั่วพูเป็นผักที่เสียเร็ว เหี่ยวง่ายและเกิดสีน้ำตาลเร็ว เก็บได้ไม่นาน คุณค่าทางอาหาร ถั่วพูมีคาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน ไขมัน แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ ซี อี บี1 บี2 ไนอะซิน สรรพคุณทางยาบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย บรรเทาอาการปวดเมื่อย แก้ตัวร้อน ลดไข้ ฝักอ่อนถั่วพูรสหวานมัน เนื้อกรอบ มีกลิ่นเหม็นเขียวเล็กน้อย แต่คนก็นิยมกินสดมากกว่า โดยนำไปจิ้มน้ำพริก กินแกล้มกับขนมจีนน้ำยา นอกจากนี้ก็บ้างที่นำไปลวก ผัดน้ำมัน หรือใส่แกงไตปลา แต่เมนูเด็ดที่สุดครองใจหลายคนก็คือ ยำถั่วพู ซึ่งความแตกต่างของคุณค่าสารอาหารจากการกินแบบสดกับแบบผ่านการปรุงก็คือ วิตามินซี เพราะเมื่อโดนความร้อนและอากาศ วิตามินซีจะสูญสลายไป โดยในถั่วพูสด 100 กรัม จะมีวิตามินซี 32 มิลลิกรัม ช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้เป็นอย่างดี

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของถั่วพู

 

 

  1. เมล็ดแก่มีน้ำมันอยู่ร้อยละ 16-18 สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันพืชสำหรับใช้ปรุงอาหารได้ และยังมีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำมันพืชชนิดอื่น ๆ ด้วย โดยในน้ำมันถั่วพูจะมีกรดโอเลอิก 39%, กรดไลโนเลอิก 27%, กรดบีเฮนิก, และกรดพารินาริก ซึ่งไม่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด นอกจากนี้ในน้ำมันถั่วพูยังมีสารโทโคฟีรอลในปริมาณที่สูงมากอีกด้วย โดยเป็นสารที่ทำให้น้ำมันมีรสหวานและอยู่ตัว มีประโยชน์ในเรื่องการต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี[3]
  2. มีการนำถั่วพูมาใช้ในการรักษาสิวและโรคผิวหนังบางชนิด[5]
  3. ถั่วพูสามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การปลูกเป็นแปลงใหญ่ ๆ แล้วปล่อยให้สัตว์กินแทนหญ้าเลี้ยงสัตว์ทั่วไป โดยเฉพาะสัตว์เคี้ยวเอื้อง และยังได้คุณค่าอาหารมากกว่าหญ้านัก จึงช่วยทำให้สัตว์เลี้ยงเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี แถมยังเป็นพืชที่ปลูกง่ายและเจริญเติบโตได้ในดินเสื่อมโทรม[3]
  4. ถั่วพูเป็นพืชบำรุงดินได้ดี เพราะปมรากเป็นที่อาศัยของเชื้อไรโซเบียมที่มีคุณสมบัติในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ดังนั้นการปลูกถั่วพูจึงเป็นการเพิ่มไนโตรเจนให้แก่ดินและเมื่อไถกลบต้นถั่วพูหลังการเก็บเกี่ยวไปแล้วยังกลายเป็นปุ๋ยพืชที่ดินต้องการอีกด้วย
  5. การรับประทานถั่วทั้งชนิดแห้งและสด เช่น ถั่วพู นอกจากจะได้เส้นใยอาหารมากแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย[7]
  6. ปัจจุบันนิยมปลูกถั่วพูไว้ตามริมรั้วหรือในสวนหลังบ้าน หรือปลูกตามหัวไร่ปลายนาเพื่อใช้เป็นผักสวนครัว โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นอาหารได้แก่ ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอกอ่อน ฝักอ่อน รสมัน (ใช้กินเป็นผัก) และหัวใต้ดิน (ใช้กินเป็นอาหารแห้ง)[3]
  7. คนไทยทั่วไปนิยมใช้ฝักอ่อนเป็นผักสดจิ้มรับประทานกับน้ำพริก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับน้ำพริกปลาร้า หรือนำไปปรุงอาหาร เช่น ผัดกับน้ำมันหอย แกงเผ็ด ลวกราดน้ำกะทิ หรือทำเป็นยำถั่วพู นำมาหั่นเป็นเครื่องเคียงขนมจีน ใช้ผสมในทอดมันเช่นเดียวกับถั่วฝักยาว ส่วนทางภาคใต้ก็นิยมกินยอดอ่อน ฝักอ่อน และดอกอ่อนเป็นผักสด หรือนำไปต้ม นำไปผัด ใส่แกงส้ม ทำแกงไตปลาก็ได้ ส่วนชาวญี่ปุ่นก็ใช้ฝักอ่อนนำมาทอดเป็นเทมปุระ และในอินเดียและศรีลังกาก็นิยมนำฝักอ่อนมาดองไว้รับประทาน นอกจากนี้ยังใช้ปรุงกับอาหารและเครื่องเทศรสจัดได้ทุกชนิด[3]
  8. ในบ้านเรามีการบริโภคหัวถั่วพู ด้วยการนำมาต้มกินคล้ายกับหัวมัน โดยหัวใต้ดินของถั่วพูนี้จะมีประมาณของโปรตีนสูงถึงร้อยละ 20-30 เลยทีเดียว จึงมีการนำหัวมาแปรรูปเป็นแป้งสำหรับใช้ประกอบอาหาร หรือนำไปเชื่อมเป็นขนมหวาน หรือจะฝานเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำมาทอดกรอบเหมือนมันฝรั่งก็ได้ แถมยังเป็นอาหารขบเคี้ยวที่มีโปรตีนสูงอีกด้วย
  9. การรับประทานถั่วพูอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง สามารถช่วยป้องกันและลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม และยังส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย เพราะพืชตระกูลถั่วที่กินได้ทั้งฝักทั้งหลายจะมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส
  10. หัวช่วยแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ (หัว)[5]
  11. ถั่วพูเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยระบบขับถ่ายให้ทำงานอย่างเป็นปกติ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก (ฝัก)[5]
  12. ช่วยแก้อาการปวดมวนท้อง (ราก)[5]
  13. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย (ฝักอ่อน)[1]
  14. รากถั่วพูช่วยแก้โรคลมพิษกำเริบ ทำให้คลั่งเพ้อ (ราก)[5]
  15. รากใช้ปรุงเป็นยาโรคเพื่อวาโยธาตุกำเริบ ใช้รักษาดีพลุ่งพล่าน ให้คลั่งเพ้อ อาการปวดมวนท้อง กระทำให้ตาแดง ซึ่งในตำรับยาประกอบไปด้วย รากถั่วพู, พริกไทย, จันทร์ทั้งสอง, กฤษณาเสมอภาค, น้ำกระทือ, น้ำมะนาว, น้ำอ้อย, และคุลีการละลาย (ราก)
  16. ถั่วพูอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ซี อี และยังเป็นผักที่มีโปรตีนสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายและทำให้ร่างกายแข็งแรง (ฝัก)[7]
  17. หัวมีรสชุ่มเย็น ช่วยทำให้ดวงจิตชุ่มชื่น (หัว)[3]
  18. การรับประทานถั่วพูเป็นประจำจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี เพราะถั่วพูมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง (ฝัก)[7]
  19. รากใช้ประกอบสมุนไพรและน้ำดอกไม้ ใช้เป็นยาแก้โรคหัวใจ (ราก)[3]
  20. หัวถั่วพูช่วยแก้ไข้กาฬ (หัว)[5]
  21. ช่วยแก้อาการตัวร้อน ลดไข้ในเด็กทารก (ฝักอ่อน)[1]
  22. ใบถั่วพูช่วยแก้อาการอาเจียน (ใบ)
  23. หัวใต้ดินนำมาเผาหรือนึ่งกินช่วยบำรุงกำลัง หรือจะใช้รากถั่วพูใช้ผสมกับสมุนไพรและน้ำดอกไม้ใช้เป็นยาชูกำลังก็ได้เช่นกัน (หัว, ราก)[3] และอีกตำราบอกว่าให้ใช้เมล็ดแก่นำมาต้มให้สุกแล้วรับประทาน หรือจะนำเมล็ดที่ต้มสุกแล้วมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำสุก ใช้ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 เวลาก็จะช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง เพิ่มกำลังวังชาได้เช่นกัน[5]
  24. หัวถั่วพู เมื่อนำมาตากแห้งแล้วคั่วให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำดื่ม ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียได้ ส่วนฝักอ่อนก็ช่วยได้เช่นกัน (หัว, ฝักอ่อน)
loading...

 

ถั่วพู
ถั่วพู

 

คุณค่าทางโภชนาการของใบอ่อนถั่วพูต่อ 100 กรัม

 

  • ธาตุเหล็ก 4 มิลลิกรัม 40%
  • ธาตุแมกนีเซียม 8 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมงกานีส 1.367 มิลลิกรัม 68.3%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 63 มิลลิกรัม 6.5%
  • ธาตุโพแทสเซียม 176 ไมโครกรัม 4.4%
  • ธาตุทองแดง 0.456 ไมโครกรัม
  • ธาตุซีลีเนียม 0.9 ไมโครกรัม 1.3%
  • ธาตุโซเดียม 9 มิลลิกรัม 0.3%
  • ธาตุสังกะสี 1.28 มิลลิกรัม 8.5%
  • วิตามินบี 1 0.833 มิลลิกรัม 55.5%
  • วิตามินบี 2 0.602 มิลลิกรัม 35.4%
  • วิตามินบี 3 3.472 มิลลิกรัม 17.3%
  • วิตามินบี 5 0.136 มิลลิกรัม 1.3%
  • วิตามินบี 6 0.232 มิลลิกรัม 11.6%
  • วิตามินซี 45 มิลลิกรัม 75%
  • ธาตุแคลเซียม 224 มิลลิกรัม 22.4%
  • พลังงาน 74 กิโลแคลอรี 4.9%
  • คาร์โบไฮเดรต 14.1 กรัม 4.8%
  • ไขมันไม่อิ่มตัว 0.272 กรัม 1.2%
  • ไลปิดทั้งหมด 1.1 กรัม 1.8%
  • โปรตีน 5.85 กรัม 9.8%
  • น้ำ 76.85 กรัม
  • วิตามินเอ 8,090 หน่วยสากล 161.8%

 

ในอาหารไทยนำฝักอ่อนมาลวก กินกับน้ำพริก ยำ หั่นใส่ในแกงส้ม แกงป่าหรือกินกับขนมจีน หั่นผสมในทอดมัน ยอดอ่อนและดอกใช้จิ้มน้ำพริก ใบอ่อนทำสลัดหรือใส่ในแกงจืด เมล็ดแก่คั่วให้สุกรับประทานได้ หัวแก่ใช้เชื่อมเป็นของหวานหรือเผารับประทานเช่นเดียวกับมันเทศหรือมันสำปะหลัง ในพม่า นำหัวถั่วพูไปต้มจิ้มน้ำจิ้ม กินเป็นอาหารว่าง ใบอ่อนกินเป็นสลัด ในปาปัวนิวกินีนำหัวถั่วพูไปห่อใบตองหรือใบไผ่แล้วย่างรับประทาน ในอินโดนีเซียนำเมล็ดถั่วพูไปทำเทมเป้เช่นเดียวกับถั่วเหลือง หัวถั่วพูนำมาสับ ตากแห้งคั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่มต่างน้ำ เป็นยาบำรุงกำลัง การปลูกถั่วพูหากอยากให้ฝักมีขนาดใหญ่ ก็ควรเด็ดดอกออกบ้าง เพื่อไม่ให้แย่งสารอาหารกัน แต่เมื่อเด็ดมาแล้วก็อย่าทิ้งให้เสียเปล่า เพราะสามารถเอามาทำสลัด ทอดน้ำมัน หรือใส่ในไข่เจียวได้ เมล็ดถั่วพูก็เป็นอีกส่วนที่มีประโยชน์ มีจุดเด่นตรงที่มีโปรตีนร้อยละ 29-37 มากพอ ๆ กับถั่วเหลือง นำมาทำน้ำเต้าหู้ได้รสชาติอร่อย กลิ่นหอมไม่แพ้กัน

 

 

loading...
loading...

Related Post

Related posts:

แครอท รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของน้ำแครอท Carrot
มะเขือพวง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของมะเขือพวง
ผักคราดหัวแหวน รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของผักคราดหัวแหวน
ผักกาดหอม รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของผักกาดหอม 15 ข้อ Lettuce
ถั่วแดง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของถั่วแดง
ฟักเขียว รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของฟักเขียว
กระเจี๊ยบแดง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของกระเจี๊ยบแดง
ผักปลาบ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักปลาบ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ