ท่อน้ำตาอุดตัน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคท่อน้ำตาอุดตัน

 

Share This:

ท่อน้ำตาอุดตัน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคท่อน้ำตาอุดตัน
Rate this post
loading...

ท่อน้ำตาอุดตัน

ท่อน้ำตาอุดตัน, ท่อระบายน้ำตาอุดตัน หรือ ท่อน้ำตาตัน (Nasolacrimal duct obstruction) เป็นภาวะที่มีการอุดตันของท่อระบายน้ำตา ทำให้ผู้ป่วยมีอาการน้ำตาไหลมากจนเอ่อคลอเบ้าตาอยู่ตลอดเวลา โดยมักจะเป็นกับตาเพียงข้างเดียว (แต่ก็อาจเป็นทั้ง 2 ข้างก็ได้) และหากเป็นรุนแรงก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการอักเสบติดเชื้อตามมากลายเป็น “ถุงน้ำตาอักเสบ” (Dacryocystitis) ได้  ส่วนมากแล้วสาเหตุมักเกิดจากการอุดตันที่ปลายท่อน้ำตา โดยในเด็กแรกเกิดจะมีเยื่อบาง ๆ ปิดอยู่ที่ปลายท่อน้ำตา ทำให้น้ำตาไหลลงไม่ได้ แต่เยื่อบาง ๆ นี้จะหายเองได้เมื่ออายุประมาณ 1 เดือน โดยหายได้เองมากถึงร้อยละ 90 มีเพียงส่วนน้อยที่ยังมีท่อน้ำตาอุดตันติดมาจนโต ในผู้ใหญ่ส่วนมากไม่ทราบสาเหตุการเกิด แต่พบได้ในคนสูงอายุ และพบในผู้หญิงได้มากกว่าผู้ชาย สำหรับรายที่ทราบสาเหตุอาจพบว่าเกิด โรคท่อน้ำตาอุดตัน หลังจากการผ่าตัดหรือฉายรังสีที่โพรงจมูก หรืออาจเกิดโรคจากอุบัติเหตุทางรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ทำให้มีกระดูกแตกที่ใบหน้าส่วนกลาง หรือมีการฉีกขาดของหนังตาบริเวณหัวตา มีเพียงส่วนน้อยมากที่เกิดขึ้นจากการมีเนื้องอกหรือการอักเสบในทางเดินน้ำตา ต้องบอกว่าการอักเสบนี้อาจเกิดจากโรคของผู้ป่วยเองหรือจากยาก็ได้เช่นกัน

 

 

สาเหตุอาการและการรักษาของโรคท่อน้ำตาอุดตัน

 

 

  • ปรึกษาจักษุแพทย์ แม้ท่อน้ำตาอุดตันในเด็กจะไม่สามารถป้องกัน แต่ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ และโรคนี้ก็ไม่ได้เป็นโรคที่รุนแรงอะไร คุณพ่อคุณแม่จึงอย่าเป็นกังวลมากนัก วิธีการดูแลก็อย่างที่แนะนำไปแล้ว ซึ่งเบื้องต้นคุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลด้วยตัวเองได้ เพียงแต่สิ่งสำคัญคือ ถ้าพบว่าเจ้าตัวเล็กมีน้ำตาเอ่อคลอในดวงตาก็ควรรีบพาไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรับคำแนะนำในการปฏิบัติที่ถูกต้อง โดยเฉพาะวิธีการนวดบริเวณหัวตา
  • วิธีการนวดบริเวณหัวตา (Hydrostatic massage) ให้ใช้นิ้วชี้กดไปที่หัวตาให้แนบเข้าไประหว่างหัวตากับสันจมูก แล้ววนนิ้วลงน้ำหนักเบา ๆ เป็นวงกลมบริเวณหัวตา (ถุงน้ำตา) นั้น แล้วจึงรูดลงมาตามสันข้างจมูก (เหมือนการรีดน้ำในลูกโป่งยาว ๆ ทำให้เกิดแรงดันขึ้นภายในท่อน้ำตา ซึ่งจะช่วยให้พังผืดที่ปากทางออกของท่อน้ำตาทะลุออกไป) โดยให้นวดบ่อย ๆ วันละหลาย ๆ รอบ วันละ 10 ชุดขึ้นไป ชุดละ 30-40 รอบ (ควรตัดเล็บให้สั้นก่อนเสมอเพื่อป้องกันไม่ให้เล็บไปจิกผิวหนังของลูก)
  • สำหรับการตรวจวินิจฉัยโดยจักษุแพทย์ทั้งหลายที่ทำกันในผู้ใหญ่ คือ การใช้เข็มเล็กปลายตัดไม่คม แยงลงไปทางรูเปิดของท่อน้ำตาที่มีอยู่ทั้งที่หัวตาทั้งเปลือกตาบนและล่าง แล้วฉีดน้ำลงไป ในรายที่ปกติจะรู้สึกถึงน้ำเกลือเค็ม ๆ ที่ไหลลงคอ แต่ในรายที่มีท่อน้ำตาอุดตัน น้ำตาจะไหลเอ่อล้นกลับออกมาทางรูเปิดของท่อน้ำตาทั้งบนและล่างและเลอะออกมาข้างแก้มซึ่งอาจมีขี้ตาออกมาด้วย (ก่อนจะทำการตรวจจะมีการหยอดยาชาก่อนเพื่อไม่ให้เจ็บ ตอนหยอดยาชาผู้ป่วยจะรู้สึกแสบตามากหน่อยในหยดแรก ๆ พอหยดต่อ ๆ ไปจะดีขึ้น แต่จะรู้สึกหนัก ๆ ตาต่อประมาณ 1 ชั่วโมง และหลังการหยอดยาชา อย่าพยายามขยี้ตา เพราะตาจะชาไปหมดแล้ว หากเผลอขยี้แรง ๆ กระจกตาอาจถลอกได้ นอกจากนี้ในขณะที่มีการแยงท่อน้ำตา ต้องพยายามลืมตาด้วยนะครับ เพื่อที่หมอจะได้แยงเข็มลงไปตามท่อได้สะดวกโดยที่ผู้ป่วยจะไม่เจ็บ เพราะถ้าผู้ป่วยเผลอบีบตาอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บได้ตอนตรวจล้างท่อน้ำตา)
  • ส่วนในเด็กจะใช้วิธีแยงเข็มเพื่อล้างท่อน้ำตาแบบในผู้ใหญ่ไม่ได้ ซึ่งจักษุแพทย์จะใช้วิธีการหยอดน้ำสีเหลือง ๆ ส้ม ๆ ซึ่งเป็นสีที่ใช้ย้อมตรวจกระจกตาอยู่แล้วและไม่มีอันตรายใด ๆ หยอดลงไปในตา หลังการหยอดจะซับให้แห้งเพียงครั้งเดียวแล้วห้ามซับน้ำตาอีกจนกว่าจะครบเวลาประมาณ 10 นาที ถ้าสีเหลืองยังคงค้างอยู่ที่ตา ก็บ่งบอกได้ว่าท่อน้ำตาข้างนั้นของเด็กน่าจะมีการอุดตันเกิดขึ้น จึงทำให้การระบายของน้ำสีเหลืองออกไปไม่ได้
  • ส่วนในรายที่เป็นถุงน้ำตาอักเสบ แพทย์จะตรวจพบตุ่มนูน ปวด แดง ร้อนที่หัวตาของผู้ป่วย
  • การตรวจที่ง่ายที่สุดและผู้ป่วยสามารถทำได้เอง คือ การกดที่หัวตาข้างสันจมูก ในบางรายที่มีท่อน้ำตาอุดตันจะพบว่ามีน้ำตาทะลักออกมาทางหัวตาทางรูเปิดของท่อน้ำตา ซึ่งอาจจะเป็นน้ำตาที่เป็นเมือกหรือเป็นขี้ตาที่เป็นหนองทะลักออกมาก็ได้
  • ในเด็กทารกจะมีอาการน้ำตาคลอที่เบ้าตาหรือตาแฉะ ตามด้วยน้ำตาไหลมาก โดยที่เด็กไม่ได้ร้องไห้ (มักเป็นกับตาเพียงข้างเดียว หรืออาจพบเป็นทั้งสองข้างก็ได้) และบางครั้งอาจมีขี้ตาด้วยเป็นครั้งคราว ส่วนเยื่อตาขาวอาจจะแดงหรือไม่แดงก็ได้ ซึ่งในตอนแรกอาการตาแฉะจะเป็นเพียงน้ำตาใส ๆ แต่พอผ่านไปหลายวันเข้าบางรายจะมีการติดเชื้อเกิดขึ้น จึงทำให้มีขี้ตาเป็นมูก ๆ สีเขียว ๆ ออกปนมากับน้ำตา ทำให้มีขี้ตาเยอะเกรอะกรัง โดยเฉพาะในช่วงเวลาตื่นนอนจะพบหนังตาบนและล่างติดกันจากขี้ตาได้
  • ผู้ป่วยจะมีอาการน้ำตาไหลมากจนเอ่อคลอเบ้าตาข้างหนึ่งอยู่ตลอดเวลา โดยไม่เกี่ยวกับการร้องไห้หรือมีเรื่องเศร้าโศกเสียใจแต่อย่างใด จึงทำให้ต้องคอยเช็ดน้ำตาอยู่บ่อย ๆ ซึ่งอาจกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันได้ เช่น ทำงานไม่ได้ ขับรถไม่ได้ และต้องคอยพกผ้าเช็ดหน้าหรือทิชชูไว้คอยซับน้ำตาอยู่ตลอดเวลา
  • ในผู้ใหญ่ที่ท่อน้ำตาอุดตัน ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงได้ คือ เป็นกลุ่มคนไข้ที่มีอาการไซนัสอักเสบเรื้อรังทำให้เซลล์บุท่อน้ำตาและถุงน้ำตาบวม, มีเนื้องอกในช่องจมูกหรือไซนัส, มีประวัติการผ่าตัดในช่องจมูกหรือไซนัส ตลอดจนคนไข้ที่มีประวัติได้รับอุบัติเหตุตรงกระดูกข้างจมูก หรือจากการแตกหักหรือได้รับการผ่าตัดกระดูกใบหน้าทางหัวตาที่ติดกับสันจมูกซึ่งทำให้มีการกดทับท่อน้ำตา
  • เมื่อท่อน้ำตาอุดตันเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้มีเชื้อโรคเข้าไปและเกิดการติดเชื้อในถุงน้ำตา กลายเป็น “ถุงน้ำตาอักเสบ” ได้ ซึ่งส่วนมากจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น สแตฟีโลค็อกคัส (Staphylococcus), สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) เป็นต้น
  • ในเด็กทารกที่ท่อน้ำตาอุดตัน ส่วนใหญ่มักเกิดจากลิ้นเปิดปิดในท่อน้ำตาไม่เปิด โดยมีพังผืดบาง ๆ มาขวางอยู่ จึงทำให้น้ำตาเอ่อเข้าไปในลูกตาและเอ่อออกมาบริเวณดวงตาของเด็กในที่สุด (ปกติแล้วพังผืดนี้จะทะลุออกเองได้ในช่วงครบกำหนดคลอดหรือหลังจากนั้นไม่กี่เดือน) โดยธรรมชาติแล้ว ภาวะนี้ในเด็กส่วนใหญ่มักจะมีอาการดีขึ้นเอง แต่ในกรณีที่เป็นแล้วไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง อาการที่เป็นอยู่ก็ไม่สามารถหายได้เอง เมื่อน้ำตาที่ขังอยู่ในตานาน ๆ มีเชื้อโรคเข้ามาเจริญเติบโตก็จะเกิดการติดเชื้อ ซึ่งอาจลุกลามต่อไปและเข้าไปในเยื่อบุตาและกระจกตา ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบและกระจกตาอักเสบได้ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการมีเยื่อเมือกและเซลล์ที่อยู่ในน้ำคร่ำขณะอยู่ในครรภ์มารดาเข้าไปอุดตันอยู่ภายในท่อน้ำตา หรือเกิดจากเยื่อตาขาวอักเสบเนื่องจากการติดเชื้อแบคทีเรียในขณะคลอดทำให้มีขี้ตาลงไปอุดได้ด้วย
  • ลองนวดถุงน้ำตา (lacrimal sac massage) เพื่อรักษาการอุดตัน. Lacrimal sac massage หรือการนวดถุงน้ำตานั้น ใช้รักษาอาการอุดตันของท่อน้ำตาได้ ทำให้ระบายของเสียหรือน้ำตาที่คั่งค้างออกมาได้สะดวก อาจจะให้คุณหมอช่วยสอนก็ได้ ว่าต้องนวดยังไง คุณจะได้ใช้นวดตัวเอง หรือลูกของคุณ (ที่มีอาการ) เพื่อรักษาอาการอุดตัน เวลาจะนวดให้คุณเอานิ้วชี้กดที่หัวตา
  • ประคบร้อนให้น้ำตาที่คั่งค้างไหลออกมา. การประคบร้อนจะเปิดทางให้อะไรที่คั่งค้างอยู่ในดวงตาของคุณระบายออกมาได้สะดวก ให้คุณประคบร้อนตรงท่อน้ำตาประมาณ 3 – 5 นาที มากสุด 5 ครั้งต่อวัน จนกว่าจะหายอุดตัน
loading...

 

 

 

ท่อน้ำตาอุดตัน
ท่อน้ำตาอุดตัน

 

เด็กแรกเกิดสามารถหายได้เองถึงร้อยละ 90 โดยไม่จำเป็นต้องรักษา ส่วนรายที่ไม่หายเอง การรักษาให้ได้ผลโดยการนวดบนท่อน้ำตาวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 3-4 ที โดยการใช้นิ้วกดที่หัวตา กดลงล่างให้มีแรงลงมาตามท่อน้ำตาเพื่อให้เยื่อที่ปิดอยู่ที่ปลายท่อทะลุออกไป จะได้ผลดีมากในขวบปีแรก หากนวดได้ถูกวิธีหลังขวบแรกได้ผลน้อยลง และมักต้องรักษาด้วยการแยงท่อน้ำตา ซึ่งต้องดมยาสลบ จึงควรรอให้เด็กโตพอจนปลอดภัยก่อนจึงจะเริ่มดมยาได้ ซึ่งวิธีนี้ต้องให้วิสัญญีแพทย์เป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง   การใช้คอนแทคเลนส์ การขยี้ตา ไม่มีผลทำให้เกิดท่อน้ำตาอุดตัน แต่การใส่คอนแทคเลนส์ในขณะที่มีท่อน้ำตาอุดตัน อาจทำให้เกิดแผลที่กระจกตาได้ง่าย เนื่องจากคอนแทคเลนส์มีรูพรุนเป็นที่เกาะสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้ ส่วนยาหยอดตาบางชนิดอาจทำให้มีอาการได้ แต่ในปัจจุบัน ยาดังกล่าวได้ยกเลิกการใช้ไปแล้ว

 

 

loading...

Related posts:

มะเร็งเต้านม ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคมะเร็งเต้านม (Breast cancer)
คลอดก่อนกำหนด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักของการคลอดก่อนกำหนด
การแท้งลูก ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาอาการแท้งบุตร
ช็อกโกแลตซีสต์ โรคภายในของผู้หญิงที่ต้องเสี่ยงทุกคน ด้วยทุกวัย
ลมชัก โรคภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรปล่อยละเลย อาจทำให้กลายเป็นลมบ้าหมูได้
โรคไอกรน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคโรคไอกรน
มะเร็งผิวหนัง เป็นโรคมะเร็งที่พบได้สูงในคนผิวขาว แต่พบได้เรื่อย ๆไม่ถึงกับบ่อยมาก
สังคัง โรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณโคนขาหนีบ Tinea Cruris
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ