น้ำมันตับปลา รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดกว่า 50 ชนิด Cod liver oil

 

Share This:

น้ำมันตับปลา รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดกว่า 50 ชนิด Cod liver oil
5 (100%) 6 votes
loading...
loading...

น้ำมันตับปลา

น้ำมันตับปลา จัดเป็นอาหารเสริมชนิดแรก ๆ ที่ได้เข้ามามีบทบาทในวงการสุขภาพของไทยมาหลายปีแล้ว ซึ่งถ้าพูดถึงน้ำมันตับปลาแล้ว หลาย ๆ คงก็พอจะคุ้นหูกันบ้างแหละ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าน้ำมันตับปลามันคืออะไร มันมีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไร มีโทษมีผลเสียอะไรหรือไม่ แล้วมันแตกต่างกับน้ำมันปลายังไง แล้วที่สำคัญมันใช้ได้ผลดีจริงหรือไม่ ? วันนี้เราจึงได้นำเรื่องราวของน้ำมันตับปลามาฝากเพื่อน ๆ เพื่อเป็นเกร็ดความรู้กันครับ

น้ำมันตับปลา (Cod liver oil) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดหนึ่งที่มีสารพัดยี่ห้อไม่ว่าจะอยู่ใรูปของซอฟต์เจล แคปซูล หรือน้ำก็ตาม โดยสกัดมาจากตับของปลาทะเล ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญหรือวิตามินที่สำคัญนั่นก็คือวิตามินเอและวิตามินดี โดยนิยมใช้ในเด็กและวัยทั่วไปเพื่อช่วยเสริมสร้างกระดูกและช่วยเสริมสุขภาพ การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมนั้นจะได้รับประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าการรับประทานในปริมาณมากเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ และสำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากมีปริมาณของวิตามินเอสูง อาจทำให้เกิดความผิดปกติของเด็กทารกในครรภ์ได้

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

น้ำมันตับปลา” หรือ  Cod liver oil น่าจะเป็นอาหารเสริมชนิดแรกๆ ที่คนไทยรู้จัก โดยน้ำมันตับปลาเป็นอาหารเสริมที่รับประทานเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงรวมไปถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง น้ำมันตับปลาเป็นสารกัดที่ได้จากตับของปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งมีความแตกต่างจากน้ำมันปลาที่สกัดมาจากหัว หางและผิวหนังของปลา น้ำมันตับปลาเป็นอาหารเสริมที่ผลิตออกมาหลากหลายยี่ห้อ มีทั้งแบบแคปซูลและแบบน้ำ ซึ่งมีสรรพคุณทางยามากมาย แต่ในขณะเดียวกันหากรับประทานมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ วันนี้เราชาวสุขภาพดี…จึงนำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสรรพคุณและประโยชน์ของน้ำมันตับปลามาฝาก เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังลังเลว่าจะรับประทานอาหารเสริมประเภทนี้ดีหรือไม่

 

น้ํามันตับปลา กับน้ํามันปลา ประโยชน์ของน้ำมันตับปลาต่างกันอย่างไร แล้วมันเหมือนกันหรือไม่ ? น้ำมันตับปลาสกัดมาจากตับของปลาทะเลตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ส่วนน้ำมันปลา (Fish oil) นั้นเป็นน้ำมันที่สกัดมาจากหัว หนัง เนื้อ และหางของปลาทะเล และยังมีความแตกต่างในเรื่องของคุณค่าทางอาหารอีกด้วย โดยน้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามิดี ส่วนน้ำมันปลานั้นจะอุดมไปด้วยโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 สรุปก็คือมันไม่เหมือนกันครับ และประโยชน์ก็แตกต่างกัน

โทษของน้ำมันตับปลา : การรับประทานน้ำมันตับปลาในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดพิษจากวิตามินเอได้ เช่น มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มีผลต่อระบบประสาท ทำให้ตับถูกทำลาย หิวน้ำ ปัสสาวะบ่อย และอาจทำให้ผมร่วง ผิวแห้งได้อีกด้วย ส่วนการได้รับวิตามินดีสะสมมากจนเกินไปนั้นก็อาจจะมีผลเสียต่อระบบเลือดได้เช่นกัน อาจทำให้ไตวายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จึงไม่แนะนำให้ซื้อมาให้เด็กรับประทานเป็นประจำและในปริมาณที่มากเกินไป นอกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสั่ง เพราะยาจะสะสมในร่างกายมากจนเกินไปและทำให้เกิดอันตรายได้ (อ้างอิง : ภญ.วิภาจรี นวสิริ เภสัชกร สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี)

 

น้ำมันตับปลา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Cod liver oil

รู้ไว้ใช่ว่า : น้ำมันตับปลามีสารบางอย่างที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด โดยทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติเหมือนกับยาแก้ปวดอย่างแอสไพริน ถ้าหากคุณรับประทานน้ำมันตับปลาเป็นเป็นประจำและจะต้องเข้ารับการผ่าตัด คุณควรบอกแพทย์ให้ละเอียดถึงการรับประทานยา และจะต้องหยุดยาก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 10 วัน เพื่อให้เกล็ดเลือดตัวใหม่สมบูรณ์ เพื่อป้องกันอาการเลือดไหลไม่หยุดหรือออกมามากกว่าปกติ (อ้างอิง : พ.อ.รศ.นพ. วิเชียร มงคลศรีตระกูล)

 

ประโยชน์ของน้ำมันตับปลา

  1. วิตามินดีช่วยเสริมการทำงานของธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัสได้เป็นอย่างดี จึงช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน
  2. ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ฟันผุขั้นรุนแรง โรคกระดูกน่วม ภาวะกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ
  3. วิตามินดีช่วยในการดูดซึมของวิตามินเอในน้ำมันตับปลาได้เป็นอย่างดี
  4. วิตามินดีสามารถช่วยรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบได้
  5. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวหนัง และดวงตาจากการถูกทำลายจากมลพิษ
  6. ประโยชน์น้ำมันตับปลา มีส่วนช่วยขับล้างสารพิษในร่างกาย
  7. สรรพคุณน้ำมันตับปลาช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและการสมานแผล
  8. ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  9. วิตามินเอช่วยลดระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
  10. ช่วยบรรเทาอาการปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะอาการของโรคข้อต่ออักเสบ (ไอส์ลา บอสเวิร์ธ แห่งสถาบันวิจัยโรคข้อต่อแห่งชาติ)
  11. การใช้ร่วมกับการรักษามะเร็งแผนปัจจุบัน สามารถช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง ป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้
  12. ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการได้รับยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี

 

น้ำมันตับปลา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Cod liver oil

 

4 คุณประโยชน์ของน้ำมันตับปลา…ทานแล้วดีอย่างไร?

1. ประโยชน์ของน้ำมันตับปลาช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน โดยในน้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วยวิตามินดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งนี้วิตามินดีจะช่วยเสริมการทำงานของแคลเซียมและฟอสฟอรัสให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยในวัยเด็กจะช่วยป้องกันโรคฟันผุขั้นรุนแรงได้ นอกจากนี้ยังป้องกันโรคกระดูกน่วมและป้องกันภาวะกระดูกอ่อนในเด็ก ส่วนในวัยสูงอายุจะสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

2. ประโยชน์ของน้ำมันตับปลาปกป้องผิวหนังและดวงตา สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันตับปลาเป็นสารที่ดูแลได้ทั้งผิวหนังและดวงตา โดยในน้ำมันตับปลามีวิตามินที่เป็นตัวกระตุ้นการสังเคราะห์สารที่จำเป็นในการผลิตคลอลาเจน ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน นอกจากนั้นวิตามินเอในน้ำมันตับปลายังช่วยในการมองเห็น สำหรับผู้ที่ใช้สายตาหนักๆในการทำงาน เช่นผู้ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน อีกทั้งยังช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้นอีกด้วย

3. ประโยชน์ของน้ำมันตับปลาช่วยขับสารพิษในร่างกาย น้ำมันตับปลาเป็นอาหารเสริมอีกชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานเพื่อการดีท๊อกซ์พิษในร่างกาย โดยหากรับประทานอาหารจำพวกผักผลไม้ ควบคู่กับการรับทานน้ำมันตับปลาจะทำให้ขับถ่ายดีขึ้น อีกทั้งยังสามารถซ่อมแซมเนื้อเยื้อและสมานแผลได้ดีอีกด้วย

4. ประโยชน์ของน้ำมันตับปลาป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นที่ทราบกันดีว่าภาวะหัวใจล้มเหลวมักเกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินดี ซึ่งหลักๆวิตามินดีได้มาจากแสดงแดดในยามเช้า เมื่อผิวหนังสัมผัสกับแสงแดดร่างกายจะสังเคราะห์วิตามันดีออกมา แต่ทั้งนี้แสงแดดในปัจจุบันมีความเข้มข้นค่อนข้างมากจึงทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง หลายคนจึงเลือกวิธีที่ง่ายกว่านั่นก็คือรับประทานน้ำมันตับปลาที่มีวิตามินดีอยู่มาก โดยผลการทดลองจากต่างประเทศหลายแหล่งได้ระบุว่าผู้ที่รับประทานน้ำมันตับปลามีภาวะหัวใจล้มเหลวน้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยรับประทานถึง 25% อีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้น้ำมันตับปลาจะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ทราบหรือไม่ว่า…หากรับประทานในประมาณที่มากเกินไปก็อาจทำร้ายสุขภาพได้เช่นกัน

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

โทษของน้ำมันตับปลา…รับประทานมากไปก็เสี่ยงสารพัดโรค

1. โทษของน้ำมันตับปลา-ทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ โดยวิตามินเอในน้ำมันตับปลาเป็นตัวการสำคัญในการเสริมสร้างแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ก็จริง แต่หากทารกได้รับวิตามินเอในประมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะและสมองได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมหรือตามแพทย์สั่ง

2. โทษของน้ำมันตับปลา-ทำให้เกิดเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ ในน้ำมันตับปลาจะมีสารบางประเภทที่ออกฤทธิ์คล้ายกับยาแอสไพริน โดยจะทำให้เลือดแข็งตัวน้อยลง เมื่อมีการผ่าตัดหรือมีบาดแผลจะทำให้เลือดแข็งตัวช้าผิดปกติ ดังนั้นหากมีความจำเป็นต้องผ่าตัด ผู้ป่วยจึงควรให้ข้อมูลกับแพทย์ผู้รักษาก่อน มิฉะนั้นภาวะเลือดไม่แข็งตัวจะทำให้จะทำให้เสียเลือดมากและเกิดอาการเลือดไหลไม่หยุดได้

3. โทษของน้ำมันตับปลา-ทำให้อวัยวะในร่างกายทำงานผิดปกติ เนื่องจากในน้ำมันตับปลามีวิตามินดีและเอจำนวนมาก หากร่างกายได้รับวิตามินมากเกินไปก็จะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายเช่นกัน จากข้อมูลของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โดยภญ.วิภาจรี นวสิริ ได้ระบุไว้ว่าผู้ที่รับประทานน้ำมันตับปลามากเกินไป อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้และอาเจียนได้ นอกจากนั้นอาจส่งผลให้ตับทำงานมากจนเกินไป ทำให้กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อย ในบางรายอาจเกิดภาวะไตวายได้

จะเห็นได้ว่าน้ำมันตับปลาเป็นอาหารเสริมที่มีทั้งประโยชน์และโทษเหมือนอาหารเสริมทั่วไป โดยหากรับประทานให้เหมาะสมก็จะเป็นแหล่งวิตามินชั้นดีที่สามารถบำรุงร่างกายและป้องกันโรคได้ แต่หากรับประทานมากเกินไปก็อาจสร้างความเสียหายให้กับระบบต่างๆในร่างกายหรือาจทำให้อวัยวะในร่างกายทำงานหนักเกินไป ดังนั้นหากอยากรับประทานน้ำมันตับปลาให้ได้ประโยชน์สูงสุดก็ควรศึกษาข้อมูลทางโภชนาการให้ดี และรับประทานให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายของแต่ละคน

สำหรับผู้ที่อยากลองบำรุงร่างกายด้วยการรับประทานน้ำมันตับปลาก็อย่าลืมนำข้อมูลดีๆ ที่เรานำมาฝากในวันนี้ไปประยุกต์ใช้กันด้วยนะคะ รับรองว่าการรับประทานอาหารเสริมของคุณจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและไม่น่ากลัวอีกต่อไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Cod liver oil

อาหารเสริมชนิดหนึ่งที่หลายคนรู้จักหรืออาจเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วนั่นก็คือ น้ำมันตับปลา และ น้ำมันปลา นั่นเองค่ะ

แล้วเจ้า น้ำมันตับปลา กับ น้ำมันปลา นี่มันเป็นอย่างไรกัน แล้วเรากินอาหารเสริมนี่ ไปเพื่อบำรุงอะไร หลายคนก็คงอยากรู้ถึง ประโยชน์ของอาหารเสริม สองชนิดนี้กันค่ะ

ซึ่งในที่นี้หลายๆ คนก็คงจะสับสนอาหารเสริมสองชนิดนี้ว่า ระหว่าง น้ำมันตับปลา (Cod Liver Oil) และ น้ำมันปลา (Fish Oil) นั้นมันเหมือนกันหรือแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร

ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่า อาหารเสริมสองชนิดนี้ อาจมีความคล้ายคลึงกัน แต่มันมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอนค่ะ

อย่างน้ำมันตับปลานั้น ก็เป็นอาหารเสริมที่สกัดมาจากตับของปลาทะเล อย่างเช่น เช่น เฮอร์ริ่ง ปลาคอด แฮลิบัท ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินดี ในปริมาณที่สูง ที่สามารถช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

loading...
loading...

เพราะช่วยให้ร่างกายดูดซึม แคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าสู่ร่างการได้ดี ช่วยให้การเสริมสร้างกระดูกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ

แต่การรับประทานน้ำมันตับปลานั้น ไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป เพราะอาจได้รับอันตรายมากกว่าได้รับประโยชน์นั่นเองค่ะ

ดังนั้น ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจะได้ประโยชน์มากกว่านั่นเองค่ะ

และที่สำคัญ น้ำมันตับปลานั้นมีปริมาณวิตามินเอที่สูง หญิงตั้งครรภ์จึงไม่ควรรับประทาน เพราะไม่ดีต่อทารกในครรภ์ค่ะ

และในส่วนของน้ำมันปลานั้น เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากปลาทะเล อย่างเช่น ปลาซาร์ดีน ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาแมคคอเรล ปลาแซลมอน ปลาทูน่า เป็นต้น

โดยสกัดมาจากส่วนหัว หนัง เนื้อ และหางของปลา ซึ่งน้ำมันปลานั้นจะอุดมไปด้วยโอเมก้า-3 และ โอเมก้า-6 ที่สามารถป้องกันหลอดเลือดตีบตัน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น

 

 

สรรพคุณน้ำมันปลา

ซึ่งคนส่วนใหญ่ ไม่นิยมกินน้ำมันปลานั้น ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กลัวหลอดเลือดบางนั่นเองค่ะ

ซึ่งแน่นอนค่ะว่า น้ำมันปลา สามารถช่วยชำระล้างหลอดเลือดไม่ให้ตีบตัน แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

เพราะหากว่า รับประทานในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจจะทำให้หลอดเลือดบางได้นั่นเองค่ะ

และ น้ำมันปลาที่นอกจากจะมีโอเมก้า-3 และ โอเมก้า-6 ยังมีสาร DHA สูง เป็นสารที่ดีต่อสมอง สามารถช่วยบำรุงสมองและเซลล์ประสาท ช่วยให้สมองแจ่มใสและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

เห็นไหมค่ะว่า ทั้งน้ำมันตับปลาและนำมันปลานั้น ต่างก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในหลายๆ ด้าน ไม่ใช่อาหารเสริมชนิดเดียวกันอย่างแน่นอนค่ะ

และการรับประทานอาหารเสริมอย่าง น้ำมันตับปลา และ น้ำมันปลา นั้น ก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะแก่ร่างกาย

 

น้ำมันตับปลาประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอะไรบ้าง?

น้ำมันตับปลามีสารอาหารสำคัญหลักๆคือ วิตามินเอ (Vitamin A) และวิตามินดี (Vitamin D) รวมทั้งมีกรดไขมัน ชนิดไม่อิ่มตัว (Polyunsaturated Fatty Acid ย่อว่า PUFA) และกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า -3 (Omega -3) อยู่ในปริมาณเล็กน้อย ได้แก่ กรดไขมัน ไอโคซาเพนตะอีโนอิก แอซิด หรือย่อว่า อีพีเอ (Eicosapentaenoic acid ย่อว่า EPA) และกรดไขมัน โดโคซาเฮกซะอีโนอิก แอซิด หรือย่อว่า ดีเอชเอ (Docosahexaenoic acid ย่อว่า DHA)

น้ำมันตับปลามีรูปแบบจำหน่ายอย่างไร?

น้ำมันตับปลามีรูปแบบจำหน่าย เป็นยารับประทาน เช่น

  • ยาน้ำเชื่อม (Syrup)
  • แคปซูลนิ่ม (Soft Gelatin Capsule)
  • เยลลี่เคี้ยว (Gummy)

มีข้อบ่งใช้น้ำมันตับปลาอย่างไร?

มีข้อบ่งใช้น้ำมันตับปลา เช่น

1. ใช้บรรเทาอาการปวดข้อ (Joint pain) หรืออาการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อลำบาก (Muscle stiffness)

2. ใช้เป็นวิตามิน เอ, วิตามิน ดี บำรุงร่างกาย หรือใช้ในผู้ที่มีภาวะขาด วิตามินเอ และ/หรือ วิตามิน ดีโดย

  • วิตามินเอ: ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย บำรุงสายตา ป้องกันภาวะตาฟาง/ตาบอดกลางคืน (Night blindness) ช่วยให้การเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆในร่างกายเป็นปกติ
  • วิตามินดี: เป็นตัวช่วยในการดูดซึม แคลเซียม และฟอสฟอรัส(Phosphorus)จากระบบทางเดินอาหารเข้าสู่ร่างกายเพื่อ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ป้องกันและรักษาโรคกระดูกน่วม(Ricket) และช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ

มีข้อห้ามใช้น้ำมันตับปลาอย่างไร?

มีข้อห้ามใช้น้ำมันตับปลา เช่น

1. ห้ามใช้น้ำมันตับปลา ในผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาที่มีส่วนประกอบของวิตามินเอ (เช่น ยาวิตามิน เอ)วิตามินดี(เช่น ยาวิตามิน ดี) หรือแคลเซียม (เช่น ยา Calcium carbonate) อยู่ด้วย

2. ห้ามใช้น้ำมันตับปลา ในผู้ป่วยที่ได้รับยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide) เพราะอาจทำให้เกิดภาวะภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia) ได้

มีข้อควรระวังการใช้น้ำมันตับปลาอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้น้ำมันตับปลา เช่น

1. ระวังเกิดความสับสนระหว่างน้ำมันตับปลา (Cod liver oil) กับน้ำมันปลา(Fish oil) เพราะวัตถุดิบที่ใช้และสารสำคัญในอาหารทั้ง 2 ชนิด มีความแตกต่างกัน(อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง น้ำมันปลา)

2. กรดไขมันในกลุ่มของโอเมก้า -3 (Omega -3) มีคุณสมบัติต้านการเกาะจับกลุ่มของเกล็ดเลือด จึงทำให้เลือดหยุดได้ช้าลงเมื่อเกิดเลือดออก จึงควรระวังการรับประทานน้ำมันตับปลา ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกง่าย เช่น ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ที่รับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยา วาร์ฟาริน (Warfarin), แอสไพริน (Aspirin) และโคลพิโดเกรล (Clopidogrel) เพราะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดเลือดออกในเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆเพิ่มมากขึ้น

3. ไม่ควรซื้อน้ำมันตับปลามารับประทานเองเป็นประจำ เพราะส่วนประกอบหลัก คือวิตามินเอ และวิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน วิตามินทั้ง 2 ชนิดนั้น จึงอาจสะสมอยู่ในไขมันในร่างกาย จนส่งผลให้เกิดอันตรายได้ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com 2 เรื่อง คือ เรื่อง วิตามินเอ และเรื่อง วิตามิน ดี)

การใช้น้ำมันตับปลาในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรเป็นอย่างไร?

หญิงตั้งครรภ์ หรือที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำมันตับปลา เพราะมีส่วนประกอบหลักคือ วิตามินเอในปริมาณสูง ซึ่งหากรวมปริมาณวิตามินเอที่ได้รับจากการรับประทานอาหารอื่นร่วมด้วยแล้ว อาจทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเอในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ เช่น เกิดความพิการแต่กำเนิดของระบบประสาท

หญิงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำมันตับปลา เพราะวิตามินเอและวิตามินดี จะปนมาในน้ำนมได้ จึงอาจทำให้เด็กทารกได้รับปริมาณวิตามินเอ และวิตามินดีมากเกินไป จนเกิดอันตรายได้ เช่น ตับอักเสบกรณีได้วิตามินเอมากเกินไป และเกิดนิ่วในไต หรือภาวะแคลเซี่ยมสูงในเลือด กรณีได้รับวิตามินดีมากเกินไป

การใช้น้ำมันตับปลาในผู้สูงอายุควรเป็นอย่างไร?

น้ำมันตับปลามีความปลอดภัย ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายใดๆในผู้สูงอายุปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ควรระวังการรับประทานน้ำตับมันปลาในผู้ป่วยที่สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกง่าย เพราะน้ำมันปลาจะเสริมให้เกิดเลือดออกในเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆได้สูงขึ้นมาก นอกจากนี้ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัว และมียาต่างๆที่จำเป็นต้องใช้หลายชนิดที่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยานั้นๆกับน้ำมันตับปลาได้ หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยก่อนที่จะใช้น้ำมันตับปลา

การใช้น้ำมันตับปลาในเด็กควรเป็นอย่างไร?

น้ำมันตับปลามีความปลอดภัยในเด็ก แต่ถ้าเด็กๆสามารถรับประทานอาหารต่างๆได้ครบทั้ง 5 หมู่ และไม่มีภาวะขาดวิตามินใดๆ โดยเฉพาะวิตามินเอ และวิตามินดี เด็กก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานน้ำมันตับปลาเสริม เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงจากทั้งวิตามินเอ และวิตามินดี ที่ได้รับมากเกินไปได้ แนะนำอ่านเพิ่มเติมเรื่องผลข้างเคียงของวิตามินเอ และวิตามิน ดี  2 เรื่อง คือ เรื่อง วิตามินเอ และเรื่อง วิตามิน ดี

 

น้ำมันตับปลา
น้ำมันตับปลา

 

loading...
loading...

Related Post

Related posts:

กาแฟ สรรพคุณและประโยชน์ของกาแฟ 40 ข้อ ! (Coffee)
อาหารเพื่อสุขภาพ
น้ำตาล รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของน้ำตาลทราย Sugar
น้ำผึ้ง รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของน้ำผึ้งมะนาว Honey
แคลเซียม รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของแคลเซียม Calcium
วิตามินซี รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของวิตามินซี Vitamin C
วิตามินดี รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของวิตามินดี 20 ข้อ Vitamin D
น้ำมันปลา รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของน้ำมันปลา 20 ชนิด Fish Oil
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ