บลูเบอร์รี่ รวมสรรพคุณและประโยชน์ของทั้งหมด 32 ข้อ Blueberry

 

Share This:

บลูเบอร์รี่ รวมสรรพคุณและประโยชน์ของทั้งหมด 32 ข้อ Blueberry
5 (100%) 2 votes
loading...
loading...

บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่ ชื่อสามัญ Blueberry

บลูเบอร์รี่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Vaccinium spp. จัดอยู่ในวงศ์ ERICACEAE   เป็นพืชดอกในสกุล Vaccinium เป็นพืชหลายปีมีผลรสเปรี้ยวสีฟ้าเข้มขนาด 5–16 มม. ส่วนมากอยู่ในหมู่ Cyanococcus [1] ต้นมีหลายขนาดตั้งแต่ต้นสูง 10 ซม. ถึง 4 เมตร มีทั้งผลัดใบและไม่ผลัดใบ ใบรูปไข่ถึงรูปหอก ยาว 1–8 ซม. กว้าง 0.5–3.5 ซม. ดอกรูประฆังสี ขาว ชมพู หรือแดง ผลไม้ที่ขายในชื่อ “บลูเบอร์รี” มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ (บลูเบอร์รีไม้พุ่มสูงที่ปลูกในเชิงพาณิชย์นั้นถูกนำเข้าสู่ยุโรปในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1930)

บลูเบอร์รี่ มีสาร Pterostilbene (ช่วยรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และตับ) และกรด Ellagic ที่ทำงานคู่กับ Anthocyanin และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี และคอปเปอร์ ในการป้องกันมะเร็ง  ผลการวิจัยใยห้อง Lab ใน Journal of Agricultural and Food Chemistry ชี้ว่าบลูเบอร์รี่มีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งด้วย   หญิงที่รับประทาน  flavone luteolin จากไซตรัส (กรดจากผลไม้) มาก มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่ลดลงถึง 34%

บลูเบอร์รี่” จัดว่าเป็นผลไม้ตระกลูเบอร์รี่ที่โดดเด่นด้วยสีน้ำเงินอมม่วงสวยสดใส เป็นผลไม้เมืองหนาวที่ปัจจุบันสามารถปลูกในไทยได้บางพื้นที่ เป็นผลไม้ที่ให้การบำรุงแก่ร่างกายได้หลายส่วน ทั้งบำรุงดวงตา รักษาผิวพรรณ และยังจัดว่าเป็นผลไม้ที่ช่วยชะลอวัยด้วย

 

วิตามินในบลูเบอร์รี่ รวมไปถึงสารต้านอนุมลูอิสระโดยเฉพาะในบลูเบอร์รี่นั้นช่วยบำรุงสายตา และทำให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น นอกจากนี้การกินผลไม้ตระกลูเบอร์รี่เป็นประจำทุกวันจะช่วยไม่ให้ตาแห้ง ทำให้ดวงตาสดใส ลดภาวะเสี่ยงที่จะเป็นต้อในตาได้ การบำรุงสายตาด้วยบลูเบอร์รี่เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ นักวิจัยจากสถาบันดวงตาในอเมริกากล่าวว่าการกินบลูเบอร์รี่เป็นประจำจะช่วยให้สายตาไม่สั้นหรือยาว และทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น เนื่องจากในบลูเบอร์รี่มีวิตามินที่ช่วยบำรุงสายตา และมีสาร anthocyanosides ที่ช่วยในการมองเห็น

 

บลูเบอร์รี่

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ของน้ำ Blueberry

 

 

  1. บลูเบอร์รี่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า[1]
  2. ช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารและทำให้การขับถ่ายของร่างกายทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น จึงช่วยป้องกันโรคท้องผูกและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้[1],[2]
  3. บลูเบอร์รี่มีสาร Pterostilbene ที่ช่วยรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และตับ และยังมีกรด Ellagic ที่ทำงานควบคู่กับแอนโทไซยานิน และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ป้องกันมะเร็ง โดยผลการวิจัยของ Journal of Agricultural and Food Chemistry ชี้ว่าบลูเบอร์รี่มีสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ และช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งด้วย[2]
  4. ในเรื่องของระบบปัสสาวะ แบคทีเรียอีโคไลที่ผนังท่อทางเดินปัสสาวะเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่มีผลทำให้เกิดอาการอักเสบและรู้สึกแสบในขณะปัสสาวะ บลูเบอร์มีสารที่ทำให้แบคทีเรียชนิดนี้หยุดการเจริญเติบโต และช่วยล้างแบคทีเรียออกจากทางเดินปัสสาวะ[2]
  5. สำหรับผู้ที่กำลังหาวิธีควบคุมน้ำหนักหรือลดความอ้วนแบบง่าย ๆ แต่ได้ผล แนะนำให้รองรับประทานบลูเบอร์รี่ เพราะผลไม้ชนิดนี้เป็นแหล่งของพลังงานชั้นยอดที่มีแคลอรี่ต่ำ ไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะมีเส้นใยอาหารที่ช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนานกว่าเดิม[1]
  6. บลูเบอร์รี่มีสารเพคตินที่สามารถช่วยในการลดระดับของคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด[1]
  7. จากการศึกษาของศูนย์หัวใจและหลอดเลือด มหาวิทยาลัยมิชิแกน ได้แสดงให้เห็นว่าบลูเบอร์รี่อาจช่วยลดไขมันหน้าท้อง และความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ โดยพบว่าหนูทดลองที่รับประทานผงบลูเบอร์รี่ผสมในอาหารของหนู เป็นระยะเวลา 90 วัน มีไขมันหน้าท้องน้อยลง และระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง[2]
  8. บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่เป็นตัวต่อต้านสารพิษ และช่วยล้างพิษในร่างกาย[1]
  9. วิตามินซีในผลบลูเบอร์รี่จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง และแก้มแดงมีเลือดฝาด
  10. บลูเบอร์รี่เป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ เพราะช่วยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง[2]
  11. บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ประกอบอยู่ โดยเป็นสารจำพวกฟลาโวนอยด์ที่มีสีแดงอมม่วง สารนี้มีประโยชน์ช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดในระดับที่เล็กมากขึ้น และช่วยในการทำงานของกระบวนการเมตาบอลิซึ่มของเซลล์เรตินา
  12. สารแอนโทไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) เป็นสารที่มีคุณสมบัติเทียบได้กับสารไบโอฟลาโวนอยด์ สามารถช่วยทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และสารชนิดนี้ยังเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำงานของไต และช่วยรักษาผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยเปราะในอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสีย และสารแอนโธไซยาโนไซด์ชนิดหนึ่งคือสาร ไมร์ทิลลิน (Myrtliiln) เป็นสารสีน้ำเงินที่มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคที่เรียได้ด้วย
  13. สารแอนโทไซยานินที่พบได้มากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่รวมถึงบลูเบอร์รี่ มีส่วนช่วยในการป้องกันอาการอ่อนล้าจากการใช้สายตาหนัก ช่วยทำให้สายตาทำงานได้ดีขึ้นในที่มืด และยังช่วยป้องกันต้อกระจก ต้อหิน ต้อลม ช่วยลดความดันในลูกตา และลดความเจ็บปวดจากการบวมในลูกตา โดยข้อมูลจาก Archives of Ophthalmology ชี้ว่าการรับประทานบลูเบอร์รี่วันละ 3 ถ้วย จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคตาที่เกิดในวัยผู้ใหญ่ได้ด้วย
  14. บลูเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทภาพการทำงานของเซลล์ให้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โรคทางประสาทและสมอง ช่วยป้องกันการเสื่อมของร่างกายและชะลอความแก่ชรา ฟื้นฟูการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ริ้วรอยดูลบเลือนลง ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย และอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย (ข้อมูลของ USDA หรือ สถาบันวิจัยโภชนาการทางด้านสรีระศาสตร์ ได้ระบุว่าบลูเบอร์รี่จัดเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด ซึ่งผลจากการทดสอบค่าที่เรียกว่า “ORAC” (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ได้แสดงให้เห็นว่าบลูเบอร์รี่สดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลไม้สดและผักชนิดอื่น)[1]
  15. ช่วยในเรื่องของระบบประสาทและสมอง ช่วยทำให้เซลล์สมองสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ทำให้ความสามารถในการจำของเราดีขึ้น ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ รักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย โดยมีรายงานว่า ผศ.โรเบิร์ต คริโคเรียน แห่งศูนย์สุขภาพ มหาวิทยาลัยซินซินเนติในสหรัฐ ได้ทำการทดลองให้ผู้สูงอายุที่เริ่มมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ ได้ดื่มน้ำบลูเบอร์รี่คั้นสดวันละ 2 แก้ว เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน ผลการทดลองพบว่า ผู้สูงอายุเหล่านั้นมีความทรงจำที่ดีขึ้น จึงเชื่อว่าผลบลูเบอร์รี่ดิบ ๆ จึงน่าจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคความจำเสื่อมด้วย
loading...
loading...

 

บลูเบอร์รี่
บลูเบอร์รี่

อกจากประโยชน์ที่โดดเด่นเหล่านี้ บลูเบอร์รี่ยังมีไขมันต่ำ แต่ให้พลังงานสูง มีไฟเบอร์ที่ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีวิตามินซีที่ช่วยให้ผิวพรรณขาวอมชมพูสดใส และวิตามินซียังช่วยป้องกันไข้หวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ การกินบลูเบอร์รี่เป็นประจำจะช่วยแก้ท้องผูก และใยอาหารที่ได้จากบลูเบอร์รี่ยังช่วยให้อิ่มไวแบบไร้แคลอรี จึงไม่ทำให้อ้วน เป็นผลไม้ที่ดีต่อการควบคุมอาหาร และช่วยให้ผิวสวยได้

 

คุณค่าทางโภชชนาการของบลูเบอร์รี่ ต่อ 100 กรัม

 

  • วิตามินบี3 0.418 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี6 0.052 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี9 6 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 9.7 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 0.57 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 19.3 ไมโครกรัม
  • แคลเซียม 6 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.28 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 12 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 77 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 1 มิลลิกรัม
  • สังกะสี 0.16 มิลลิกรัม
  • พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 14.49 กรัม
  • น้ำตาล 9.96 กรัม
  • ใยอาหาร 2.4 กรัม
  • ไขมัน 0.33 กรัมน้ำ
  • โปรตีน 0.74 กรัม
  • น้ำ 84.21 กรัม
  • วิตามินเอ 54 หน่วยสากล
  • วิตามินบี1 0.037 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี2 0.041 มิลลิกรัม

 

สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆในบลูเบอร์รี่สามารถป้องกันและรักษาโรคทางระบบประสาทได้ โดยการป้องกันการเสื่อมสภาพของระบบและบำรุงระบบประสาทกลาง   บลูเบอร์รี่สามารถช่วยโรคอัลไซเมอร์   รักษาเซลล์สมองที่ถูกทำลาย   เนื้อเยื่อระบบประสาท   และช่วยรักษาความจำในระยะยาว   นักวิจัยพบว่าบลูเบอร์รี่ข่วยการเรียนรู้และการเคลื่อนไหวในสัตว์ที่แก่แล้ว ทำให้พวกมันสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้เหมือนสัตว์ที่เด็กกว่า

บลูเบอร์รี่ ช่วยได้นอกจากประโยชน์ด้านดวงตาแล้ว นักโภชนาการยังยกให้น้ำบลูเบอร์รี่เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยบำบัดผู้ป่วยที่มีสภาพจิตใจอ่อนแอจากภาวะโรคซึมเศร้า โรคเครียด และโรคที่เกี่ยวกับประสาท เนื่องจากบลูเบอร์รี่ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างเป็นปกติ และช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้อย่างเพียงพอ และยังช่วยให้นอนหลับสบายซึ่งส่งผลให้ความเครียดลดน้อยลง และยังช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม ป้องกันโรคอัลไซเมอร์

เนื่องจากสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์สมองถูกทำลาย บลูเบอร์รี่ เมื่อทำงานร่วมกับสารแอนโธไซยานินในบลูเบอรี่จึงทำให้ระบบสมองทำงานได้ดี เลือดไหลเวียนดี บลูเบอร์รี่จึงเป็นผลไม้ที่ช่วยบำบัดอาการหลงๆ ลืมๆ เป็นตัวช่วยของคนขี้ลืมได้ ช่วยยับยั้งโรคสมาธิสั้น และทำให้สมองและดวงตาทำงานได้อย่างสอดคล้องกัน

 

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
medthai.com

 

loading...
loading...

Related Post

Related posts:

ลิ้นจี่ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของผลต้นดอกลิ้นจี่
แอปเปิ้ลไซเดอร์ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของ Apple Cider Vinegar
ลูกเดือย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของน้ำลูกเดือย Adlay
มะม่วง รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของมะม่วง 18 ชนิด Mango
อินทผลัม รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของอินทผลัม Date Palm
พุทราจีน รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของพุทราจีน Jujube
ชมพู่มะเหมี่ยว รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมด 25 ข้อ (Pomerac)
มะปราง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมะปราง
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ