บีทรูท รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมด 15 ชนิด Garden beet

 

Share This:

บีทรูท รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมด 15 ชนิด Garden beet
5 (100%) 8 votes
loading...
loading...

บีทรูท

บีทรูท ชื่อสามัญ Garden beet, Common beet ชื่อวิทยาศาสตร์ Beta vulgaris L. จัดอยู่ในวงศ์บานไม่รู้โรย (AMARANTHACEAE)

บีทรูท หรือ บีตรูต (อ่านว่า บีท-รูท) มีชื่อเรียกอื่นว่า ผักกาดฝรั่ง ผักกาดแดง  เป็นหัวพืชหรือรากที่สะสมอาหารที่อยู่ใต้ดิน เป็นพืชเมืองหนาวและเป็นผักเพื่อสุขภาพ มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดสามารถปลูกได้ตลอดปีในพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตร ควรเป็นดินร่วนปนทราย มีความเป็นกรด-ด่าง ประมาณ 5.5-7.0 มีการระบายน้ำกับอากาศที่ดี โดยอุณหภูมิของดินต่อการงอกเมล็ดประมาณ 20 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่อการเจริญเติบโตประมาณ 15-22 องศาเซลเซียส สามารถเก็บผลผลิตทั้งปีและมีมากในช่วงเดือนธันวาคม ถึง เดือนมีนาคม ในรากของบีตรูต มีวิตามินเอ วิตามินบีรวม ซึ่งอุดมไปด้วยโฟเลตเป็นสารประกอบจากกรดโฟลิก เป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งทำงานร่วมกับวิตามินบี 12 มีโพแทสเซียม และวิตามินซีสูง ในยอดใบที่มีสีเขียวเข้ม มีสารบีตา-แคโรทีน ซึ่งมีแคลเซียม เหล็ก และโพแทสเซียมกับวิตามินเอสูง ในบีตรูตสุก 100 กรัม ให้พลังงาน 27 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย โซเดียม 241 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 5.5 กรัม เส้นใย 2.9 กรัม น้ำตาล 0.6 กรัม โปรตีน 2.6 กรัม และโพแทสเซียม 909 มิลลิกรัม ในหัวบีตรูต มีสารสีแดง เรียกว่า บีทานิน (betanin) เป็นพวกกรดอะมิโน ช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็ง ลดการเติบโตของเนื้องอก ทำให้เลือดลมและการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และสารสีม่วง เรียกว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanin) ในสภาพเป็นกลาง มีสีม่วง pH 7-8 สภาพเป็นเบส มีสีแดง pH > 11 และสภาพเป็นกรด มีสีน้ำเงิน pH < 3 ซึ่งแอนโทไซยานิน เป็นรงควัตถุที่ให้สีแดง ม่วง และน้ำเงิน มีสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลบล้างสารที่ก่อมะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและลดอาการอัมพาต

 

บีทรูท
บีทรูท

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมด

 

 

บีทรูท
บีทรูท

 

 

 

ประโยชน์ของไลโคพีนในผักผลไม้สีแดง 
ไลโคพีน (Lycopene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์ผิวหนังและช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคต้อกระจก
คุณค่าทางโภชนาการของหัวบีทรูทดิบต่อ 100 กรัม พลังงาน 43 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 9.56 กรัม น้ำตาล 6.76 กรัมเส้นใย 2.8 กรัม วิตามินเอ 2 ไมโครกรัม 0% เบต้าแคโนทีน 20 ไมโครกรัม 0% วิตามินซี 4.9 มิลลิกรัม 6% ธาตุแคลเซียม 16 มิลลิกรัม 2% ธาตุฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม 6% ธาตุโพแทสเซียม 325 มิลลิกรัม 7% ธาตุโซเดียม 78 มิลลิกรัม 5% ธาตุสังกะสี 0.35 มิลลิกรัม 4% เป็นต้น (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ประโยชน์ของ
เนื้อของบีทรูทเต็มไปด้วยวิตามินเอ ซึ่งช่วยบำรุงสายตา วิตามินบีรวม ตลอดจนมีสารสีแดงในหัวคือ เบทานิน (betanin) เป็นกรดอะมิโนที่มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง ช่วยทำให้เลือดลมดี และการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น นอกจากนี้ส่วนประกอบสีแดงของ หรือที่เรียกว่า สารเบทานิน (Betanin) อุดมไปด้วยวิตามินซี นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มออกซิเจนให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายได้ถึง400% จึงช่วยให้ห่างไกลจากโรคมะเร็ง

 

ให้เลือกซื้อสดๆ ผิวไม่เหี่ยว จับดูเนื้อไม่นิ่ม ปกติ “หัวบีทรูท” ที่คนรู้จักรับประทานคือนำไปปั่นเป็นน้ำปั่นสีม่วงดื่มคล้ายกับน้ำปั่นหัวแครอต มีคุณค่าทางโภชนาการให้วิตามินซีและวิตามินเอสูง เป็นอาหารให้ไฟเบอร์มาก ทั้งยังมีโปแตสเซียมลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง บำรุงเลือด บำรุงไต ถุงน้ำดี เป็นอาหารล้างพิษ มีสารชื่อ “เบทานิน” ช่วยรักษามะเร็งระยะแรกเริ่ม ใช้เป็นสีผสมในเครื่องดื่ม มีรสหวาน เป็นส่วนประกอบการทำขนมลูกกวาด และเจลลี่ผลไม้ ต่างๆ ได้อร่อยมาก นอกจากนั้น ยังนิยมใช้ทำเป็น “ซุปครีมข้น” สลัดผัก หรือหั่นเป็นแว่นบางๆ สอดไส้กลางแฮมเบอร์เกอร์เพิ่มรสชาติเป็นที่นิยมของผู้รับประทานยิ่งนัก ชาวกรีกโบราณรู้จักนำ “หัวบีทรูท” กินเป็นอาหารและใช้รักษาอาการท้องผูกมานานกว่า 2 พันปีแล้ว และยังใช้ต้มกินกับเนยเหมือนมันฝรั่งให้คุณค่าทางอาหารดีมาก

ปัจจุบัน พบว่า “หัวบีทรูท” นำไปใช้เป็นโภชนาบำบัดช่วยในการรักษาผู้ที่เป็นสิวชนิดมีหนอง หรือสิวอักเสบ น้ำเหลืองเสียได้เด็ดขาดนัก โดยมีวิธี ทำแบบง่ายๆ คือ เอาหัวสดของ “บีทรูท” จำนวน 1 หัว ต้มกับน้ำจำนวนตามใจชอบ หรือกะพอประมาณจนเดือด ไม่ต้องเติมอะไรลงไป ดื่มขณะอุ่น หรือจะรับประทานเนื้อด้วยก็ได้ จะช่วยบำบัดอาการสิวอักเสบหรือน้ำเหลืองเสียได้ แต่ต้องทำกินบ่อยๆ ไม่ต้องทำกินประจำหรือกินเรื่อยๆ ใจเย็นๆ จะสังเกตเห็นว่าสิวอักเสบหรือน้ำเหลืองเสีย จะค่อยๆดีขึ้นและหายได้

 

loading...
loading...

 

บีทรูท
บีทรูท

ผลข้างเคียงจากการรับประทานบีทรูท
การรับประทานอาหารที่ทำมาจากมากเกินไป จะทำให้ปัสสาวะ เป็นสีชมพูหรือสีแดง ซึ่งอาจจะทำให้เข้าใจผิด คิดว่าเป็นเลือดในปัสสาวะ อาการนี้เรียกว่า “บีทูเรีย” (beeturia) เกิดขึ้นเนื่องจากการกินมากเกินไป ซึ่งทำให้เม็ดสีที่ชื่อ บีทาเลียน (betalian) ในร่างกายมีจำนวนมากขึ้น และเมื่อมันเพิ่มจำนวนขึ้น กลไกของร่างกายจะทำการขจัดด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะขับออกมาทางปัสสาวะนั่นเอง แต่อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน จะมีเพียง 10-14% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น และจากการได้รับแคลเซียมออกซาเลต (Calcium oxalate) มากเกินไป ซึ่งบีทรูทเป็นหนึ่งใน อาหาร ที่มี oxalates ที่จะทำให้ร่างกายไม่ดูดซึม แคลเซียม เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดนิ่วในไตได้
นิ่วชนิดที่เกิดจากแคลเซียม พบได้บ่อยที่สุด ประมาณ 75-85% ของนิ่วในไตทั้งหมด ซึ่งชนิดที่พบบ่อย คือ แคลเซียมออกซาเลต (Calcium oxalate, สาร oxalate เป็นสารพบในพืช โดยเฉพาะผัก ยอดผักต่างๆ และถั่ว) เป็นนิ่วชนิดพบบ่อยในผู้ชาย เป็นนิ่วที่ตรวจพบได้จากการเอกซเรย์ภาพไต

 

แหล่งที่พบได้มากในเมืองไทยคือบริเวณภาคเหนือ เนื่องจากบีทรูทเป็นพืชผักที่ชอบอากาศหนาวเย็น ส่วนใหญ่การกินบีทรูทมักนำมาทำเป็นผักสลัดหรือกินเคียงกับอาหารประเภทสเต๊ก พาสต้า ทำเป็นน้ำซุปและผักดอง แต่ที่มาแรงในตอนนี้คือการคั้นเป็นน้ำผักสีแดงม่วง ซึ่งไม่ว่าจะกินหรือดื่มก็ล้วนมีคุณประโยชน์ทั้งนั้น และด้วยความที่มีสีสันสดจึงยังมีการใช้เป็นส่วนผสมแทนสีผสมอาหาร ช่วยให้หน้าตาของอาหารสวยน่ากินยิ่งขึ้น และยังพ่วงการมีสุขภาพดีไปอีกด้วย

ผักชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นผักเพื่อสุขภาพอันดับต้นๆ เลยทีเดียว เพราะมีคุณค่าของสารอาหารทางโภชนาการหลายชนิดในปริมาณสูง อาทิ เส้นใยอาหาร วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินซี เบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม เหล็ก แล้วยังมี สารเบทานิน เป็นสารที่ให้สีแดงและเป็นกรดอะมิโน ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการเกิดโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การทำงานภายในของร่างกายโดยเฉพาะระบบไหลเวียนเลือดสะดวกขึ้น นอกจากนี้บีทรูทก็เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ว่าจะเป็นสารสีม่วงที่ชื่อ สารแอนโทไซยานิน และสารไลโคพีน เหล่าสารต้านอนุมูลอิสระคุณภาพดีนี้จะมีประโยชน์ต่อเซลล์ผิวหนัง ไม่ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพเร็ว ลดความเสี่ยงจะเกิดโรคต่างๆ ได้มาก

 

บีทรูท

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา

sukkaphap-d.com , th.wikipedia.org

 

loading...
loading...

Related posts:

มังคุด รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของมังคุด
ลิ้นจี่ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของผลต้นดอกลิ้นจี่
ลำไย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของลำไย Longan
มะยม รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของต้นมะยม 12 ข้อ Star gooseberry
ลูกพลับ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของ Persimmon
แปะก๊วย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของใบแปะก๊วย Ginkgo biloba
มะกอกน้ำ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมะกอกน้ำ
มันฝรั่ง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันฝรั่ง
Rating: 4.0. From 2 votes.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ