ปวดข้อมือ ลักษณะอาการ สาเหตุเกิดจากมีการกดทับเส้นประสาท บริเวณข้อมือ

 

Share This:

ปวดข้อมือ ลักษณะอาการ สาเหตุเกิดจากมีการกดทับเส้นประสาท บริเวณข้อมือ
4.3 (85%) 4 votes
loading...
loading...

ปวดข้อมือ

ปวดข้อมือ เป็นกลุ่มโรกกดทับเส้นประสาทที่พบได้บ่อยที่สุด สาเหตุเกิดจากมีการกดทับเส้นประสาท median nerve ที่บริเวณข้อมือซึ่งบริเวณนี้จะมีลักษณะเป็นโพรงหรืออุโมงที่ประกอบไปด้วยผนังด้านหน้าได้แก่เอ็นที่เรียกว่า tranverse carpal ligament ส่วนผนังด้านหลังได้แก่กระดูกข้อมือ ถ้าโพรงนี้ตีบแคบจากสาเหตุใดก็ตาม ก็จะทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท median nerve ทำให้เกิดอาการปวด ชาบริเวณนิ้วหัวแม่มือถึงนิ้วนาง

http://halsat.com/

ลักษณะอาการ “ปวดข้อมือ” ด้วย  โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome – CST ) ถือเป็นโรคซึ่งพบบ่อยมากโรคหนึ่งในวัยกลางคนถึงคนสูงอายุ ส่งผลทำให้มีอาการ ปวด ชา และ อ่อนกำลังที่มือ อย่างไรก็ตามโรคนี้ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องแต่เนิ่นๆ สามารถรักษาให้หายขาดได้

เส้นประสาท median nerve ทำหน้าที่อะไร

เส้นประสาม median nerve ทำหน้าที่รับความรู้สึก และการเคลื่อนไหวบริเวณน้ิหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง

สาเหตุ

สาเหตุสำคัญของโรคนี้คือการใช้ข้อมือ และมือซ้ำๆ ตัวอย่างสาเหตุที่พบว่าเกิดบ่อยที่สุดคือการคีย์คอมพิวเตอร์ ตัวอย่างอาชีพที่พบโรคนี้ได้บ่อย

  • อาชีพเย็บปักถักร้อย
  • ขับรถ
  • การทาสี
  • การเขียนหนังสือ
  • การใช้เครื่องมือที่สั่น เช่นเครื่องเจาะถนน
  • กีฬาบางประเภท
  • การเล่นดนตรี

ส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุของโรคนี้ แต่มักจะพบโรคนี้ร่วมกับภาวะดังต่อไปนี้

  • โรคอ้วน
  • การตั้งครรภ์
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย
  • อาจจะเกิดตามหลังข้ออักเสบ เช่น วัณโรค โรครูมาตอยด์ โรคเก๊าท์
  • โรคเบาหวาน
  • ได้รับอุบัติเหตุที่ข้อมือ
  • เอ็นอักเสบจากการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เช่น การพิมพ์ดีด การบิดผ้า

อาการของกลุ่มโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

  • ผู้ป่วยจะมาด้วย ชาเป็นเหน็บ หรือบางท่านจะมีอาการปวด แสบร้อนบริเวณฝ่ามือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง ด้านหน้าหรือด้านหลังผ่ามือ มักจะเกิดตอนกลางคืนในขณะหลับ ทำให้ต้องตื่นนอนเพื่อสะบัดมือ หรือนวดฝ่ามือเพื่อช่วยให้เหน็บชาดีขึ้น
  • ผู้ป่วยบางท่านจะมาด้วยฝ่ามือ นิ้วมือ เหน็บชาและอ่อนแรงในขณะขับรถ หรือขณะถือหนังสือพิมพ์ ทำให้ต้องลดมือลง
  • อาการปวดอาจจะร้าวไปถึงข้อศอก
  • กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือฝ่อ
  • ไม่มีแรงกำ

การตรวจร่างกายอย่างง่ายๆ

  1. การตรวจร่างกายอย่างง่ายๆที่เรียกว่า Tinel’s test โดยการเคาะบริเวณตรงกลางข้อมือซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นประสาท median nerve ผ่าน จะมีอาการปวดหรือลักษณะไฟช็อต ร้าวไปที่นิ้วมือ การทดสอบนี้มีความไว40-60% มีความจำเพาะ 70-94%

  2. การตรวจ Phalen’s test คือให้งอข้อมือ 90 องศาเป็นเวลา 1 นาที ผู้ป่วยจะมีอาการชา หรืออาการปวดบริเวณฝ่ามือและนิ้วมือ

  3. ในกรณีที่เป็นรุนแรงและเป็นมานานจะพบกล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วจะฝ่อลีบและอ่อนแรง

  4. การตรวจ Durkan ‘s test โดยการกดบริเวณข้อมือเป็นเวลา 30 นาที หากมีอาการชาหรือปวดจะแสดงว่ามีการกดทับของเส้นประสาท

  5. การตรวจการรับความรู้สึกที่
  6. การตรวจคลื่นไฟฟ้าของเส้นประสาท median nerve จะทำในกรณีที่อาการและอาการแสดงไม่ชัดเจน

การตรวจพิเศษ

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าของเส้นประสาท Nerve conduction velocity
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อElectromyography
  • การ x-ray ข้อมือ Wrist x-rays

การรักษา

การรักษาโรคกลุ่มโรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ควรจะรีบให้การรักษาตั้งแต่เริ่มเป็น โดยการให้พักข้อมือ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น การใส่ splint เพื่อพักข้อมือ หากมีอาการบวมให้ประคบเย็น การรักษาแบ่งออกเป็น

  • การใช้เผือกอ่อนดามข้อมือ
  • การใช้ยา ยาที่นิยมใช้คือยากลุ่ม NSAID ซึ่งเป็นยาแก้ปวดแก้อักเสบ เช่น  aspirin, ibuprofen จะสามารถลดอาการปวดและอาการบวม
  • การใช้ยา steroid จะใช้รักษาในช่วงระยะเวลาไม่นาน การใช้ยานี้ควรจะอยู่ในการดูแลของแพทย์
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะใช้ข้อมือเพื่อลดการอักเสบของข้อมือ  การทำกายภาพบำบัด เช่น การทำอุลตร้าซาวด์ การบริหารมือ ซึ่งจะได้ผลดีในผู้ที่เริ่มต้นมีอาการไม่มาก
  • การฉีดยา steroid เข้าบริเวณข้อมือพบว่าได้ผลร้อยละ 80 และต้องแก้ไขสาเหตุ
loading...
loading...

การผ่าตัดจะกระทำเมื่อ

  • การรักษาด้วยยาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วไม่ได้ผล
  • ในรายที่มีอาการรุนแรงกล้ามเนื้อฝ่อมักจะไม่ได้ผลเมื่อรักษาด้วยยา
  • การผ่าตัดโดยการเปิดแผลและตัดเอ็นที่ด้านหน้า และขยายช่องให้ใหญ่ขึ้น
  • การผ่าตัดโดยการส่องกล้องข้อดีแผลจะเล็กกว่าการผ่าตัด

สาเหตุ

1.จากการใช้มือทำงานซ้ำๆ เป็นเวลานานหลาย ๆ ปี

ตัวอย่างอาชีพที่พบโรคนี้ได้บ่อย

  • อาชีพเย็บปักถักร้อย
  • ขับรถ
  • ช่างทาสี
  • การเขียนหนังสือ
  • การใช้เครื่องมือที่สั่น เช่นเครื่องเจาะถนน
  • กีฬาบางประเภท
  • การเล่นดนตรี
  • การพิมพ์ดีด การใช้แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์
  • การห่อของในโรงงาน ฯ

2.จากอุบัติเหตุ ทำให้ข้อมือช้ำ กระดูดหัก ข้ออักเสบ
3.จากโรคทั่วไปของร่างกาย เช่น โรคเบาหวาน ต่อมไทรอยด์ เนื้องอกบริเวณข้อมือ เป็นต้น

อาการ

อาการเริ่มต้นมักจะเป็นน้อยๆ แล้วค่อยๆ เป็นมากขึ้น จากอุบัติโดยส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยอาการปวดที่ข้อมือและมักจะปวดในช่วงกลางคืนมากกว่าในช่วงกลางวัน บางครั้งอาจปวดมากจนทำให้ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อสะบัดมือ โดยจะเป็นอยู่สักพักแล้วอาการก็จะค่อยๆ ทุเราลง หากปล่อยทิ้งไว้ อาการก็จะยิ่งเป็นมากขึ้น โดยจะมีอาการชาที่นิ้วมือ นิ้วชี้และนิ้วกลาง ทางด้านอุ้งมืออาจ มีความรู้สึกเหมือนนิ้วหนาและหนักและกล้ามเนื้อฝ่อ ถ้าปล่อยไว้นาน  4 – 5 เดือน อาการมักจะเป็นตลอดเวลา

Did you Know !!
โรคนี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 80% สำหรับวัยที่มีความเสี่ยงสูงคือตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป โดยคนไทยมีโอกาสเป็นมากกว่าชาวยุโรป และมักจะเป็นทั้งสองมือ โดยอาจจะเป็นพร้อมกันก็ได้ โรคนี้ไม่ใช่โรคที่เกิดทางพันธุกรรมแต่สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ข้อมือและมือ ในลักษณะซ้ำๆ กันเป็นเวลานานๆ

การตรวจวินิจฉัยโรค

การตรวจวินิจฉัยโรคนี้ ทำได้โดยการตรวจร่างกาย, การตรวจการนำคลื่นไฟฟ้าของเส้นประสาทข้อมือ, การเอกซเรย์กระดูกข้อมือสำหรับการรักษาโรคนี้ หากเป็นระยะเริ่มแรก ควรงดการใช้งานมือข้างนั้น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก และการใช้มือในลักษณะซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ ใช้หมอนรองข้อมือเวลาทำงานและเวลานอน

รักษาได้อย่างไร

ปวดข้อมือ
ปวดข้อมือ

อาการปวดข้อมือ Carpal tunnel syndrome มีสาเหตุและระดับความรุนแรงแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย ดังนั้นวิธีการรักษาก็มีหลายวิธีเช่นกัน ดังนี้

  1. การทำกายภาพบำบัดสามารถช่วยรักษาอาการปวดได้ โดย ใช้ที่ดามข้อมือ ตลอดทั้งกลางคืน และกลางวัน
  2. รับประทานยาแก้อักเสบ หากอาการเป็นมากขึ้นปวดชามาก กินยาไม่ดีขึ้น อาจต้องฉีดยาที่บริเวณข้อมือ เพื่อลดอาการอักเสบภายในโพรงข้อมือ ซึ่งการฉีดยาแบบนี้ส่วนใหญ่แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดเกิน 3 ครั้ง เนื่องจากเป็นสาร สเตียรอยด์ อาจมีผลเสียได้ถ้าฉีดมากเกินไป
  3. การผ่าตัด โดยการผ่าตัดจะกระทำเมื่อ การรักษาด้วยยาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วไม่ได้ผลและ ในรายที่มีอาการรุนแรงกล้ามเนื้อฝ่อมักจะไม่ได้ผลเมื่อรักษาด้วยยา

วิธีการผ่าตัดทำได้โดย

  1. การผ่าตัดโดยการเปิดแผลและตัดเอ็นที่ด้านหน้า และขยายช่องให้ใหญ่ขึ้น
  2. การผ่าตัดโดยการส่องกล้อง ซึ่งการผ่าตัดโดยใช้กล้องช่วงนี้ จะทำให้แผลมีขนาดเล็กและหายเร็ว อาการปวดไม่มาก และสามารถใช้งานมือได้เร็วขึ้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ปวดข้อมือ

โดยผลการรักษาผ่าตัดก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย หากผ่าตัดได้ถูกวิธีผลจะดีมากในผู้ป่วยที่อายุน้อยที่เป็นระยะต้นๆ แต่ถ้าผู้ป่วยอายุมาก มีอาการมานาน หรือ มีสาเหตุของโรคอื่นแฝงอยู่ ผลการรักษาตอบสนองช้า อย่างไรก็ตามยังถือว่าได้ประโยชน์ เพราะทำให้อาการปวดทุเลาลง

การป้องกัน ทำได้อย่างไร

ควรจะปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง โดยการหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การใช้งานมือซ้ำๆเป็นเวลานานๆ ออกกำลังกายเป็นประจำ รวมทั้งออกกำลังกายบริเวณข้อมือด้วย รวมทั้งปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ออฟฟิศให้ถูกต้อง เหมาะสม หากจำเป็นต้องใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรหาแผ่นรองข้อมือเพื่อป้องกันการกระดกข้อมือ และลดการกดทับบริเวณข้อมือ

 

loading...
loading...

Related posts:

โปลิโอ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคโปลิโอ
มะเร็งปากมดลูก ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งหลอดอาหาร ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหาร
ต้มยำผัดแห้ง 6 เมนูต้มยำแห้ง เมนูจานใหม่รสแซ่บจนต้องแชร์ต่อ
อหิวาตกโรค อาการของโรคร้าย วิธีการป้องกันและรักษา
เชื้อราในช่องคลอด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด
ปวดหลัง ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคปวดหลัง 15 วิธี (Office Syndrome)
เส้นประสาทอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษาโรค 15 ข้อ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ