ปวดบั้นเอว โรคปวดกล้ามเนื้อหลังสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง

 

Share This:

ปวดบั้นเอว โรคปวดกล้ามเนื้อหลังสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง
4.6 (92.86%) 14 votes
loading...
loading...

ปวดบั้นเอว

ปวดบั้นเอว โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง (Musculotendinous strain)
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง (Back pain)
พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็นต้นไป แต่อาการปวดหลัง ปวดเอว
ซึ่งเป็นปัญหากับหลายๆคน โดยเฉพาะเมื่อย่างเข้าสู่วัยกลางคน
ถ้าปวดหลัง ปวดเอวจากกล้ามเนื้อ จะเป็นภาวะที่ไม่อันตรายร้ายแรง
แต่ก่อให้เกิดความเจ็บ ปวด และอาจเป็นอาการปวดหลัง ปวดเอวเรื้อรังได้

 

โดยอาการปวดจะแสดงในลักษณะต่าง เช่น
บางรายอาจปวดเฉพาะบริเวณหลังหรือกระเบนเหน็บ
บางรายอาจปวดหลังและร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง
หรือทั้งสองข้างและมีอาการชาร่วมด้วยจนเดินไม่ได้ก็มี
บางรายอาจมีอาการปวดเอว แล้วก็มีอาการตึงมาทางหน้าท้อง

สาเหตุของอาการปวดหลัง ปวดเอว แบ่งได้เป็น 3 สาเหตุหลัก

1.ปวดหลังจากไตอักเสบ หรืออาจมีนิ่วที่ไต มักจะมีไข้ ปวดเอว ปัสสาวะอาจมีแสบ ขัด ขุ่น
ถ้าเคาะเบาๆ ที่เอวด้านที่ปวดจะเจ็บมากจนสะดุ้ง

2.ปวดหลังจากกระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกสันหลังที่เอวเคลื่อนกดทับเส้นประสาท
มักพบในคนเลยวัยกลางคนแล้ว คนที่ต้องแบกของหนักเสมอ
หรือผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุที่บริเวณหลัง
บางรายเท้าจะอ่อนแรง ยกปลายเท้าไม่ขึ้น อาการอาจค่อยเป็นค่อยไป
บางรายก้มยกของหนัก แล้วหมอนรองกระดูกก็เคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาท
ทำให้ปวดกะทันหันก็มี

3.ปวดหลัง ปวดเอว จากกล้ามเนื้อหลัง มักเกิดจากการทำงานก้มๆ เงยๆ
ยกของหนัก นั่ง ยืน นอน หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป
นั่งเล่นเกมส์หรือทำงานนานเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป
ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลังส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลัง
จึงเกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่มีน้ำหนักตัวมาก
หรือหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้

และที่สำคัญเมื่ออายุมากขึ้น เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อหลัง เอว หน้าท้อง
จะมีอาการหดเกร็งหรือเกิดอาการตึง เรียกว่า “กษัยเส้น”

จะทราบได้อย่างไรว่าปวดหลัง ปวดเอว จากสาเหตุใด ให้ทดลองดังนี้

ขั้นแรก ลองให้นอนหงายบนพื้นแข็ง ๆชันเข่าขึ้นบน ท่านี้จะทำให้กล้ามเนื้อหลังคลายตัว
ถ้าอาการดีขึ้น ก็น่าจะปวดหลัง ปวดเอวจากกล้ามเนื้อ

ขั้นต่อมา ลองใช้กำปั้นทุบเบาๆ ที่บั้นเอวข้างที่ปวด
ถ้าปวดจนสะดุ้ง ร่วมกับมีไข้ ปัสสาวะแสบ ขัด ขุ่น
ก็มีโอกาสเป็นไตอักเสบ ควรรีบพบแพทย์ทันที
ถ้าทุบแล้วรู้สึกว่าสบาย อาการดีขึ้น ก็น่าจะปวดหลังจากกล้ามเนื้อ

ขั้นสุดท้าย ลองนอนหงาย เหยียดขาทั้ง 2 ข้างออก
แล้วให้คนอื่นยกขาข้างที่ปวดเอวขึ้นมาตรงๆ เร็วๆ
โดยที่ขาอีกข้างยังเหยียดราบอยู่ ถ้าเกิดอาการปวดเอวด้านที่ยกขาขึ้น
และปวดร้าวแปล๊บไปที่ปลายเท้า ก็น่าจะเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลัง
เคลื่อนกดทับเส้นประสาท ควรรีบพบแพทย์ทันที

วิธีแก้อาการปวดหลัง ปวดเอว ที่ปวดจากกล้ามเนื้อหลัง ต้องดูว่าอิริยาบถเป็นอย่างไร

ปวดบั้นเอว
ปวดบั้นเอว

ถ้าอาการปวดหลังเกิดจากการนอน ที่นอนควรใช้แบบแน่นยุบตัวน้อยที่สุด
ไม่ควรใช้ฟูก ฟองน้ำหรือเตียงสปริง
เพราะหลังจะจมอยู่ในแอ่น ทำให้กระดูกสันหลังแอ่น จนเกิดอาการปวดหลังได้

ท่านอนที่ผิด คือการนอนคว่ำจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่นมากที่สุด
โดยเฉพาะระดับเอว ทำให้ปวดหลังได้
การนอนหงายทำให้หลังแอ่นได้เล็กน้อย ทำให้ปวดหลังได้
ควรใช้หมอนข้างใบใหญ่ หนุนใต้โคนขา
จะช่วยให้กระดูกสันหลังแบนราบ และควรมีหมอนรองรับบริเวณคอไว้

การนอนตะแคง เป็นท่านอนที่ดี ควรนอนให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ ตะโพกและเข่ากอดหมอนข้างไว้ หลังให้โก่งเล็กน้อย

การนั่ง ควรนั่งให้ชิดขอบในของเก้าอี้โดยหลังไม่โก่ง
เก้าอี้ที่นั่งต้องรองรับก้นและโคนขาได้ทั้งหมด ความสูงพอดีที่เท้าแตะพื้น

การยืน ควรยืนพักขา 1 ข้าง คือ เข่าตึงข้างหนึ่ง หย่อนข้างหนึ่ง จึงจะไม่ทำให้หลังแอ่น

การยกของ อย่าก้มลงยกของ
การก้มตัวลงหยิบของในลักษณะเข่าเหยียดตรงเป็นท่าที่ทำให้ปวดหลังได้
เพราะกล้ามเนื้อหลังจะเป็นส่วนที่ออกแรง จึงอาจทำให้เกิดอาการอักเสบได้
ควรย่อเข่าลงนั่งกับพื้น ยกของให้ชิดตัว แล้วลุกด้วยกำลังขา

การนั่งขับรถ บางท่านต้องขับรถเป็นระยะเวลานาน
ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มีอาการปวดหลัง ปวดเอว

ดังนั้นท่านั่งขับรถจะต้องนั่งให้ถูกวิธี และควรมีการพักโดยออกมายืนแล้วบิดขี้เกียจบ้าง
เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลัง

 

หลังช่วงล่าง (Low back) คือ ตำแหน่งด้านหลังช่วงจากปลายกระดูกซี่โครงซี่สุดท้ายลงมาจนถึงตำแหน่งกระดูกใต้กระเบนเหน็บ (Sacrum) ซึ่งเป็นตำแหน่งของกระดูกสันหลัง (Spine) ส่วนเอว ข้อที่ 1 (Lumbar spine เรียกย่อว่า L spine ซึ่งมีทั้งหมด 5ข้อ) ไปจนถึงกระ ดูกใต้กระเบนเหน็บข้อที่ 1 (Sacrum เรียกย่อว่า S spine ซึ่งมีทั้งหมด 5 ข้อ) ทั้งนี้ ส่วนหลังช่วงล่าง ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่สำคัญ และเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการเจ็บปวด คือ กล้าม เนื้อ เอ็น กระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกสันหลัง ไขสันหลัง และเส้นประสาท

ปวดบั้นเอว
ปวดบั้นเอว

อนึ่ง “ปวดหลัง” เป็นคำที่คนทั่วไปชอบใช้ ซึ่งโดยทั่วไปมักหมายถึง การปวดหลังช่วงล่าง ซึ่งในบทความนี้ เมื่อใช้คำว่า “ปวดหลัง ก็จะหมายถึง การปวดหลังช่วงล่าง” แต่ในทางการแพทย์ หลัง จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ หลังช่วงล่าง ดังได้กล่าวแล้ว และหลังช่วงบน (Upper back) บางคนเรียก หลังช่วงกลาง (Middle back) คือ หลังส่วนที่เป็นด้านหลังของทรวงอก/กระดูกสันหลังช่วงทรวงอก (Thoracic หรือ Dorsal spine เรียกย่อว่า T spine หรือ D spine)

ปวดหลังช่วงล่าง (Low back pain) เป็นอาการที่พบบ่อยมากอาการหนึ่ง บางการศึกษารายงานว่า เป็นอาการพบบ่อยเป็นที่ 2 รองจากอาการปวดศีรษะในผู้ใหญ่อายุ 20-30 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ 80% ของผู้ใหญ่จะเคยมีอาการนี้มาแล้ว โดยประมาณว่า 41% ของคนในช่วงอายุ 26-44 ปี มักเคยมีอาการปวดหลังในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้โอกาสปวดหลังเกิดได้ใกล้เคียงกันทั้งในเพศหญิงและเพศชาย

เมื่ออาการปวดหลังช่วงล่างเกิดอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมักจะหายได้เอง หรือรักษาหายได้ภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน เรียกว่า “ปวดหลังช่วงล่างเฉียบพลัน” แต่ถ้าอาการปวดหลังช่วงล่างค่อยเป็นค่อยไป และถึงแม้รักษาก็ยังมีอาการอยู่นานเกิน 3 เดือนขึ้นไป เรียกว่า “ปวดหลังช่วงล่างเรื้อรัง”

 

ปวดหลังช่วงล่างเกิดได้อย่างไร?

ปวดหลังช่วงล่าง

อาการปวดหลังช่วงล่าง เกิดได้จากหลายกลไก ทั้งจากการเสื่อม และโรคกล้ามเนื้อ โรคของเอ็น โรคกระดูก และโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง ซึ่งการเสื่อมเหล่านี้ยังส่งผลให้เกิดปุ่มกระดูกงอกเล็ก ๆ (Osteophyte) ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกสันหลังที่เสื่อมถอย ส่งผลให้เกิดการเบียดกดประสาทไขสันหลัง ส่งผลให้เกิดอาการ ปวด เจ็บ ชา กล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง รวมทั้งส่งผลถึงการทำงานของกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน กล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ และของทวารหนัก ส่งผลให้กล้ามเนื้อควบคุมการขับถ่ายเหล่านี้หย่อนยาน จึงเกิดการกลั้นปัสสาวะและอุจจาระได้น้อยลง ทั้งนี้เพราะส่วนหลังช่วงล่าง มีหน้าที่รองรับน้ำ หนักของร่างกาย เป็นส่วนที่ร่างกายใช้เคลื่อนไหวซ้ำๆตลอดเวลา เพื่อการทรงตัว การทำงาน การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา การหยิบจับ ก้ม เงย ยกของ ดังนั้น จึงเกิดการเสื่อมถอยของเซลล์ต่างๆได้ง่ายเมื่อมีอายุสูงขึ้น

อะไรเป็นสาเหตุของปวดหลังช่วงล่าง?

สาเหตุของการปวดหลังช่วงล่าง ได้แก่

  • การทำงานมากเกินไปของกล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อจึงเกิดการบาดเจ็บอักเสบ (โดยไม่มีการติดเชื้อ) ซึ่งพบเป็นสาเหตุได้เท่ากับหรือมากกว่า 70% ของการปวดหลังช่วงล่างทั้งหมด
  • โรค/ภาวะ ปวดหลังจากหมอนรองกระดูกเสื่อม พบเป็นสาเหตุประมาณ 14%
  • โรค/ภาวะกระดูกสันหลังยุบตัวจากภาวะ/โรคกระดูกพรุน พบประมาณ 4%
  • กระดูกสันหลังเคลื่อนจากสาเหตุต่างๆ เช่น ยกของหนัก เล่นกีฬา พบประมาณ 2%
  • โรค/ภาวะโพรงกระดูกสันหลังเอวตีบแคบ(Lumbar spinal stenosis) จึงเบียดรัดประ สาทสันหลัง พบประมาณ 3%
  • กระดูก หรือเนื้อเยื่อหลังช่วงล่างติดเชื้อ พบประมาณ 0.01%
  • กระดูกหลังช่วงล่างอักเสบจากโรคออโตอิมมูน/โรคภูมิต้านตนเอง พบประมาณ 0.3%
  • โรคมะเร็งแพร่กระจายสู่กระดูกสันหลังช่วงล่าง พบประมาณ 0.7%
  • เป็นอาการปวดสืบเนื่องมาจากเนื้อเยื่อ/อวัยวะในช่องท้อง หรือในอุ้งเชิงกราน พบประมาณ 2% เช่น จากการอักเสบของต่อมลูกหมาก มดลูก โรค/ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โรคนิ่วในไต โรคนิ่วในท่อไต โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือโรคกรวยไตอักเสบ

ใครมีปัจจัยเสี่ยงของปวดหลังช่วงล่าง?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดหลังช่วงล่าง คือ

  • สูงอายุ มักอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป
  • ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เพราะขาดฮอร์โมนเพศที่เป็นตัวเพิ่มการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก
  • มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ขาดการออกกำลังกาย นั่งๆ นอนๆ
  • น้ำหนักตัวเกิน หรือ โรคอ้วน
  • โรคกระดูกพรุน โรคกระดูกบาง
  • โรคข้อเสื่อม
  • โรคมะเร็ง ระยะแพร่กระจาย (ระยะที่ 4)
  • มีอาชีพใช้หลังมาก เช่น ยกของหนัก กีฬาที่ต้องใช้หลัง (เช่น มวยปล้ำ)
  • สูบบุหรี่ เพราะสารพิษในควันบุหรี่ ก่อให้เกิดโรคกระดูกพรุน และโรคหลอดเลือดแดงแข็ง เนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆรวมทั้งกระดูกจึงขาดเลือดหล่อเลี้ยง
  • ปัญหาด้านอารมณ์ จิตใจ จะส่งผลถึงการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมทั้งกล้ามเนื้อหลัง ก่ออาการปวดหลังช่วงล่างเรื้อรัง เช่น ความเครียด อาการซึมเศร้า
  • อาจจากพันธุกรรม เพราะพบโรคได้สูงขึ้นในคนที่ครอบครัวมีอาการนี้
  • การตั้งครรภ์ เพราะน้ำหนักจากครรภ์ จะกดทับกระดูกสันหลัง ก่อให้เกิดการบาด เจ็บของกระดูกและกล้ามเนื้อส่วนหลังได้ นอกจากนั้นอาจจากผลของฮอร์โมนที่เพิ่มผิดปกติจากการตั้งครรภ์ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของเนื้อเยื่อต่างๆ โดย เฉพาะกล้ามเนื้อและกระดูก

อาการปวดหลังช่วงล่างเป็นอย่างไร? อาการอะไรที่ต้องรีบพบแพทย์?

loading...
loading...

อาการที่พบได้จากปวดหลังช่วงล่าง คือ

  • ปวดหลังบนกระดูกสันหลังช่วงล่าง และ/หรือ ปวดทั้งแผ่นหลัง
  • อาจปวดร้าวลงขาด้านใดด้านหนึ่ง มักเกิดเพียงด้านเดียว
  • เคลื่อนไหวหลังไม่ได้เพราะเจ็บ/ปวด ก้มตัวไม่ได้ เพราะเจ็บ
  • ยืนตรงไม่ได้เพราะเจ็บ/ปวดหลัง

อาการปวดหลังช่วงล่างที่ต้องรีบพบแพทย์ ภายใน 1-2 วัน หรือ ฉุกเฉินขึ้นกับความรุนแรงของอาการ คือ มีอาการปวดหลังร่วมกับ

  • ปวดหลังมาก โดยเฉพาะเมื่ออายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป
  • มีไข้ หนาวสั่น หรือมีอาการทางปัสสาวะ เช่น ปวด เบ่ง แสบ เมื่อปัสสาวะ
  • ส่วนหลังได้รับอุบัติเหตุ
  • ปวดหลังมากช่วงกลางคืน หรือถึงแม้นอนพัก
  • ปวดบริเวณก้นกบ (กระดูกสันหลังชิ้นที่อยู่ล่างสุดของลำตัว)
  • ชาบริเวณขา เท้า
  • กลั้นอุจจาระ และ/หรือปัสสาวะไม่อยู่
  • เป็นโรคกระดูกพรุน โรคกระดูกบาง
  • เป็นโรคมะเร็ง
  • กินยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง เพราะผลข้างเคียงของยาตัวนี้ คือ ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
  • ใช้ยาเสพติด เพราะส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆได้ทั่วร่างกายรวมทั้งของกระดูกและข้อ
  • หลังการดูแลตนเองแล้วอาการปวดหลังไม่ดีขึ้นภายใน 6 สัปดาห์

 

สาเหตุของการปวดหลัง

1. อาการปวดหลังที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น ยกของผิดท่า ลื่นล้ม อุบัติเหตุทางรถยนต์ เป็นต้น

2. อาการปวดหลังที่เกิดจากเนื้องอก ภาวะติดเชื้อ การเสื่อมสภาพของกระดูกข้อต่อและกล้ามเนื้อมีการอักเสบ เป็นต้น

3. ในผู้สูงอายุ สาเหตุของอาการปวดหลัง เกิดจากสูญเสียความแข็งแรงของกระดูกจากโรคกระดูกพรุน และมีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อลดลง หมอนรองกระดูกเริ่มมีของเหลวที่มีลักษณะเป็นเจลที่มีความหยืดหยุ่นตามอายุ ซึ่งเป็นการลดความสามารถในการรองรับกระดูกสันหลัง นอกจากนี้ผู้สูงอายุยังเสี่ยงกับภาวะกระดูกสันหลังตีบอีกด้วย

4. การออกกำลังกายมากเกินไป

5. การตั้งครรภ์ เป็นผลมาจาการเปลี่ยนแปลงของกระดูกเชิงกราน การมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้นจากการตั้งครรภ์

6. ปัญหาสุขภาพจิต สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ความตึงเครียดจะส่งผลต่อร่างกายหลายวิธีรวมทั้งก่อให้เกิดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ

 

สัญญาณอันตรายของอาการปวดหลังบริเวณเอว

– ระยะเวลาของอาการปวดหลังประมาณ 6 สัปดาห์

– ปวดหลังบริเวณเอวลามไปที่ขา

– มีอาการปวด และรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มที่เอว สะโพก

– ปวดร้าวลามไปที่ขา ปลีน่อง ขาชาหรืออ่อนแรง เดินระยะไกลได้น้อยลง

– มีอาการปัสสาวะขัด แสบ และมีสีขุ่น มีไข้ ร่วมกับอาการปวดหลังบริเวณเอว เป็นอาการปวดหลังที่อาจเกิดจากการมีนิ่วที่ไตหรือไตอักเสบ

– ปวดหลังบริเวณเอว และมีอาการปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้ อาการนี้ต้องรีบพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

 

การตรวจรักษา

จะทำการตรวจร่างกายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้จะทำให้สามารถเห็นรายละเอียดได้อย่างชัดเจน

 

วิธีป้องกันอาการปวดหลังบริเวณเอว

– ควบคุมน้ำหนักตัว เพราะการที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปจะทำให้กระดูกสันหลัง ไขข้อ บริเวณเอวรับน้ำหนักมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้สูงอายุควรมีการควบคุมอาหาร และน้ำหนักเป็นเพิเศษเนื่องจากมีการเสื่อมสภาพของข้อต่อ และกล้ามเนื้อมากกว่าวัยอื่นๆ

– ยกของให้ถูกวิธี  โดยการจับของที่จะยกให้มั่น งอเข่าเล็กน้อย ก้มคางลง หลังตรง แล้วยืดขาขึ้นยืน

– ใส่เสื้อหรือเข็มขัดดามหลังก่อนยกของหนักทุกครั้ง

– การปรับอิริยาบถในการนั่งโดยนั่ง 1 ชั่วโมงต้องลุกยืนหรือเดิน 1 นาที ไม่ควรนั่งท่าเดิมๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานๆเพราะจะทำให้กระดูกสันหลังบริเวณเอวเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรโดยเฉพาะผู้ที่มีรูปร่างอ้วน

– ไม่ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป

– เพิ่มการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม

 

ปวดข้อมือ

 

loading...
loading...

Related posts:

โรคหอบหืด (asthma) สาเหตุ ลักษณอาการ และการรักษา
เชื้อราในช่องปาก ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคเชื้อราในช่องปาก
ท่อน้ำตาอุดตัน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคท่อน้ำตาอุดตัน
เที่ยวทะเลแหวก เกาะไก่ เกาะปอดะ วิธีการเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติไปยัง จ.กระบี่
มะเร็งหลอดอาหาร ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคมะเร็งหลอดอาหาร
ปวดท้องน้อย ปวดอุ้งเชิงกราน หรือปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน (Pelvic pain)
เที่ยวพะเยา สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติสวยงาม บรรยากาศของธรรมชาติที่ฟินเว่อร์
เอ็นร้อยหวายอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาเอ็นร้อยหวาย 15 ข้อ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ