ปวดฟัน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคปวดฟัน

 

Share This:

ปวดฟัน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคปวดฟัน
Rate this post
loading...

ปวดฟัน

ปวดฟัน (Toothache) หมายถึง อาการปวดรอบฟันหรือขากรรไกร ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นผลมาจากสภาพฟันผุ ฟันคุด ฟันแตก ฟันสึก เหงือกอักเสบ หรือกระดูกรอบฟันอักเสบ นอกจากนี้อาการปวดฟันยังอาจเป็นอาการปวดจากโรคอื่น ๆ แล้วปวดร้าวส่งต่อมาที่ฟัน ส่งผลให้ดูเหมือนปวดฟัน เช่น จากโรคไซนัสอักเสบ โรคทางหู และโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยอาการปวดฟันนี้จะไม่สามารถหายไปเองได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ต้นเหตุโดยทันตแพทย์ แต่ก็สามารถบรรเทาอาการให้ปวดน้อยลงได้ในช่วงระยะหนึ่งก่อนที่จะไปพบทันตแพทย์ อาการปวดฟัน เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้กับฟันทุกซี่ในช่องปาก ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมาจากฟันผุ โดยอาการเริ่มแรกจะคล้ายกับอาการเสียวฟันแล้วจึงลุกลามกลายเป็นอาการปวดไปที่บริเวณใต้คางและศีรษะ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเมื่อรับประทานอาหารบางชนิดที่จะเข้าไปกระตุ้นแบคทีเรียตัวการฟันผุในช่องปากให้ปล่อยกรดออกมาทำลายเนื้อฟันจนลึกเข้าไปถึงโพรงประสาทฟันด้านใน ทั้งนี้อาหารส่วนใหญ่ที่ก่อให้เกิดอาการปวดมักเป็นของร้อน ของเย็น และของหวาน

 

 

สาเหตุอาการและการรักษาของโรคปวดฟัน

 

 

  1. ถ้าอาการปวดฟันมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียในเนื้อฟันหรือรากฟัน (มักมีสาเหตุมาจากการอักเสบเนื่องจากฟันผุหรือการบาดเจ็บ) ทำให้มีอาการเหงือกบวม หรือเป็นหนองร่วมด้วย จำเป็นต้องได้รับการรักษาทันทีด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะก่อนที่การติดเชื้อจะทำให้ฟันเสียหรือลุกลามไปจุดอื่น โดยยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้ ได้แก่ อะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin), อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) หรือร็อกซิโทรมัยซิน (Roxithromycin) ซึ่งการใช้ยากลุ่มนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ
  2. การปวดฟันอันเนื่องมาจากฟันขึ้นในเด็ก โดยทั่วไปอาการปวดจะหายไปเองเมื่อฟันโผล่พ้นเหงือกแล้ว แต่ถ้าเจ็บมากก็ให้บ้วนน้ำเกลือบ่อย ๆ และรับประทานยาแก้ปวดสำหรับเด็ก ซึ่งอาการเจ็บปวดมักจะทุเลาและหายไปเองภายใน 2-3 วัน
  3. ถ้าเป็นผู้ป่วยที่นอนกัดฟัน ทันตแพทย์จะมีวิธีการโดยใส่เครื่องมือเอาไว้ป้องกันการกัดฟันเวลานอน
  4. ถ้าอาการปวดฟันเกิดจากโรคปวดเส้นประสาทใบหน้า ทันตแพทย์จะให้โดยการให้ยารับประทาน (ยาคาร์บามาซีปีน (Carbamazepine)) หรือส่งต่อไปพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญ
  5. สำหรับอาการปวดฟันที่มีสาเหตุมาจากอวัยวะหรือโรคอื่น ๆ ทันตแพทย์จะส่งต่อไปพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญสาขาอื่นเพื่อให้การรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
  6. ถ้ามีอาการอักเสบของเหงือกและมีการสูญเสียของกระดูกที่ล้อมรอบฟัน ทันตแพทย์จะให้การรักษาโดยการขูดหินปูน การเกลารากฟัน และอาจทำศัลยกรรมร่วมด้วย
  7. ถ้ามีการอักเสบของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟันหรือปลายรากฟันอักเสบเป็นหนอง ทันตแพทย์จะให้การรักษา ด้วยการรักษาคลองรากฟัน หรือถอนฟัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของเนื้อฟันที่เหลืออยู่โดยต้องให้ทันตแพทย์ประเมินการรักษาอีกครั้ง
  8. ถ้าอาการปวดฟันเกิดจากเหงือกร่น แพทย์จะแนะนำการดูแลรักษาเหงือกให้อย่างถูกวิธี เพราะบางครั้งการที่เหงือกร่นอาจเกิดจากการดูแลฟันที่ไม่ถูกสุขลักษณะหรือดูแลไม่เพียงพอ ซึ่งทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ไหมขัดฟัน ใช้แปรงสีฟันขนแปรงนุ่ม หรือใช้ยาสีฟันอย่างเซ็นโซดายน์เพื่อช่วยลดอาการเสียวฟัน แต่ในกรณีที่รุนแรง ทันตแพทย์อาจส่งต่อไปให้ศัลยแพทย์ช่องปากเพื่อทำการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ โดยการนำเนื้อเยื่อจากเพดานปากไปปลูกถ่ายตรงเหงือกที่เสียหาย
  9. ถ้าอาการเสียวฟันเกิดจากการที่เคลือบฟันหลุด อาจต้องใช้ยาระงับอาการเสียวฟันซึ่งเป็นยาเฉพาะที่ (สั่งโดยแพทย์หรือเภสัชกร) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดอาการเสียวที่เกิดจากเส้นประสาทในฟัน เมื่ออาการเสียวฟันจากเส้นประสาทลดลง อาการปวดก็จะลดลงด้วยเช่นกัน
  10. การรักษาคลองรากฟัน เป็นการรักษารากฟันและเนื้อเยื่อภายในโพรงประสาทฟัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อบริเวณปลายรากฟัน หรือเกิดจากการแตก ร้าว หรือผุ ลึกลงไปจนถึงชั้นเนื้อเยื่อภายในโพรงประสาท ซึ่งการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีจะช่วยให้ผู้ป่วยยังคงสามารถเก็บฟันซี่นั้นต่อไปได้โดยไม่ต้องถูกถอนทิ้งไปเหมือนในอดีต หลังจากโพรงรากฟันได้รับการฆ่าเชื้อ ทันตแพทย์จะทำการอุดปิดโพรงรากฟันเพื่อป้องกันการกลับมาของเชื้อโรค จากนั้นทันตแพทย์อาจแนะนำการฟอกสีฟัน อุดฟัน ใส่เดือยฟัน และครอบฟันตามความเหมาะสม
  11. ถ้าฟันคุด ทันตแพทย์จะทำการรักษาโดยการถอนฟันซี่นั้นออก เพราะการขึ้นของฟันคุดนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีในการเคี้ยวอาหารเลย แถมยังทำให้อาการปวดรุนแรงหรือติดเชื้อได้ถ้าไม่ถอนฟันคุดที่เป็นสาเหตุออก
  12. ถ้าฟันสึกทำให้เสียวฟัน ทันตแพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนชนิดของแปรงสีฟันและยาสีฟัน หรือใช้ยาทาลดอาการเสียวฟัน หรือทำการอุดฟัน
  13. ถ้าฟันผุหรือวัสดุอุดฟันหลุด ทันตแพทย์จะทำการรักษาโดยการอุดฟันให้ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ฟันผุ อาการ สาเหตุ และการรักษาโรคฟันผุ (แมงกินฟัน) 5 วิธี !!)
  14. ถ้าฟันผุรุนแรงหรือเสียหายไปถึงรากฟัน ฟันเสียหายแต่ยังไม่หลุด เนื้อเยื่อฟันอักเสบ ฟันสึกจากการเสียดสี ฟันร้าว หรือฟันเกิดการติดเชื้อที่รุนแรง ในบางกรณีการรักษาโดยการอุดฟันอาจไม่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นต้องใช้วิธีครอบฟันแทน
  15. ข่อย (Streblus asper Lour.) ให้ใช้กิ่งสด 5-6 นิ้วฟุต นำมาหั่นต้มใส่เกลือเคี่ยวให้งวด เหลือน้ำครึ่งเดียว ใช้อมเช้าและเย็น จะช่วยทำให้ฟันทน ไม่ปวดฟัน
  16. ดาวเรือง (Tagetes erecta L.) ใช้ช่อดอกแห้ง 15 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน
  17. ผักชี (Coriandrum sativum L.) ให้ใช้เมล็ดนำมาต้มกับน้ำ ใช้อมบ้วนปากบ่อย ๆ เป็นยาแก้ปวดฟัน ปากเจ็บ
  18. ผักคราดหัวแหวน (Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen) ต้นสดใช้ตำพอกหรือเอาน้ำทาถู โดยใช้ต้นสด 1 ต้น นำมาตำให้ละเอียด เติมเกลือ 10 เม็ด คั้นเอาน้ำ ใช้สำลีพันไม้ชุบน้ำยาจิ้มลงในซอกฟัน จะช่วยทำให้หายปวดฟันได้
  19. หัวหอม (Allium ascalonicum L.) เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียและช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ชั่วคราว โดยให้นำหัวหอมมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วแปะไว้ที่ฟันตรงซี่ที่มีอาการปวด
  20. สมุนไพรแก้ปวดฟันอื่น ๆ เช่น กุยช่าย (นำเมล็ดมาคั่วให้เกรียมดำ บดให้ละเอียด ละลายน้ำมันยางแล้วชุบสำลียัดในฟันที่เป็นรูโพรงทิ้งไว้ 1 คืน), ผักบุ้งนา (ใช้รากสด 10 กรัม ตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำผสมกับน้ำส้มสายชู ใช้อมประมาณ 5 นาที แล้วบ้วนออกด้วยน้ำสะอาด), มะระ (รากสดมาตำให้แหลก ใช้พอกฟันซี่ที่ปวด), ว่านหางจระเข้ (หั่นว่านเป็นชิ้น ๆ ความยาว 2-3 เซนติเมตร ใช้เหน็บไว้ที่ซอกฟัน แล้วใช้ฟันขบให้อยู่บริเวณที่มีอาการปวด), น้ำมันกระเทียม (ใช้สำลีชุบแล้วนำมาทาบริเวณที่มีอาการปวดฟัน), ใบชา (นำใบชาแห้งไปแช่ในน้ำร้อน 20 นาที แล้วรอจนกว่าน้ำชาจะอุ่น จากนั้นให้นำมาบ้วนปากบ่อย ๆ แล้วบ้วนด้วยน้ำสะอาดตาม จะช่วยลดอาการปวดฟันได้), มะอึก, ลำโพงดอกขาว ฯลฯ
  21. ทิงเจอร์มดยอบ (Myrrh) มดยอบเป็นยางไม้ที่ออกมาจากต้นไม้มีหนามบางชนิดและใช้เป็นส่วนผสมในการทำของบางอย่าง เช่น กำยาน น้ำหอม และยา ซึ่งมีฤทธิ์ในการสมานแผล ลดอาการบวม และฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงมีการใช้ทิงเจอร์มดยอบบรรเทาอาการปวดฟันมานานแล้ว โดยวิธีการใช้ให้ต้มผงมดยอบ 1 ช้อนชา (5 มิลลิลิตร) กับน้ำ 2 ถ้วย (500 มิลลิลิตร) ในหม้อใบเล็กประมาณ 30 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นให้ผสมน้ำที่ได้ 1 ช้อนชา กับน้ำครึ่งถ้วย (125 มิลลิลิตร) แล้วนำมาบ้วนปากวันละ 5-6 ครั้ง
  22. ยาทาหยางเหมย (Bayberry) เปลือกรากหยางเหมยเชื่อว่าเป็นยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติ และมีสารแทนนินกับฟลาโวนอยด์ เมื่อนำหยางเหมย (บด) มาผสมกับน้ำส้มสายชูจนเป็นเนื้อครีมแล้วนำมาทาจะช่วยบรรเทาอาการปวดฟันและสร้างความแข็งแรงให้เหงือกได้ ส่วนวิธีการทำยานั้นให้นำเปลือกหยางเหมยมาบดให้ได้ปริมาณที่หนาจากก้นภาชนะประมาณ 1 นิ้ว แล้วนำไปผสมกับน้ำส้มสายชู 1/4 ช้อนชา (1.25 มิลลิลิตร) เพื่อให้ได้เป็นเนื้อครีมเหนียว เสร็จแล้วจึงให้นำไปทาบริเวณที่ปวดในช่องปากโดยตรงและทิ้งไว้จนกว่าอาการปวดจะลดลง แล้วบ้วนปากด้วยน้ำอุ่น
  23. แอลกอฮอล์ ให้ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์แรง ๆ อย่างวอดก้า บรั่นดี วิสกี้ และเหล้ายิน ซึ่งจะมีฤทธิ์ทำให้บริเวณที่ถูกสัมผัสชาและช่วยบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว ส่วนวิธีการใช้ให้จุ่มสำลีสะอาดในเครื่องดื่มแล้วนำไปประคบกับฟันบริเวณที่ปวด หรืออาจจิบวิสกี้เพียงเล็กน้อยและอมเครื่องดื่มไว้ในข้างแก้มที่มีอาการปวด
  24. ยาบรรเทาอาการปวดเฉพาะที่ ซึ่งเป็นยาทาที่ใช้เฉพาะที่บนฟันหรือเหงือกที่มีอาการปวด โดยตัวยาที่สำคัญคือ เบนโซเคน (Benzocaine) ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ ใช้ลดอาการเจ็บปวดอย่างเช่น ปวดจากแผลในปาก บรรเทาอาการปวดฟัน ปวดเหงือก แต่ยานี้ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และไม่ควรใช้ยาเกินขนาดที่แนะนำบนฉลาก
  25. การประคบเย็น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ โดยเป็นการใช้ความเย็นเพื่อทำให้บริเวณที่ประคบเกิดอาการชา (อุณหภูมิที่ลดต่ำลงจะลดปริมาณเลือดที่ไหลออกมา เมื่อไหลน้อยลงอาการปวดบริเวณนั้นก็น้อยลงด้วยเช่นกัน) ส่วนวิธีการก็คือให้ใช้น้ำแข็งก้อนห่อด้วยผ้าบาง ๆ แล้วนำมาประคบบริเวณกรามข้างที่มีอาการปวดฟันประมาณ 10-15 นาที แล้วหยุดพัก จากนั้นให้ประคบต่อตามความจำเป็น โดยให้ตรวจดูว่าบริเวณที่ปวดหายเป็นปกติหรือยังก่อนที่จะประคบอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นได้
  26. การประคบร้อน ถ้ามีฟันผุทะลุถึงโพรงประสาทฟันและเป็นหนองปลายรากฟัน และมีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด การใช้ความร้อนประคบบริเวณที่บวมจากภายนอกช่องปากนอกจากจะช่วยลดอาการปวดฟันได้ดีแล้ว ยังช่วยระบายหนองได้ดีขึ้นอีกด้วย
  27. การกดจุดแก้ปวดฟัน เป็นวิธีที่ช่วยระงับอาการปวดฟันได้ชั่วคราวเหมือนการรับประทานยาแก้ปวด (ดูได้ในหัวข้อด้านล่าง)
  28. อุดฟันชั่วคราว คุณอาจลองอุดโพรงหรือช่องในฟันที่ทำให้เกิดอาการปวดได้ด้วยตัวเอง โดยการใช้หมากฝรั่งหรือขี้ผึ้งสำหรับฟันจนกว่าจะไปพบทันตแพทย์ หรือตามร้านขายยาก็มีชุดอุดฟันชั่วคราวขาย (ทำมาจากซิงค์ออกไซด์หรือส่วนประกอบที่คล้ายกัน) ซึ่งมันจะช่วยลดแรงกดที่กระทบฟันและอยู่ได้นานถึง 2 สัปดาห์
  29. บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ เป็นวิธีที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียและบรรเทาอาการปวดได้ (เกลือไม่ได้มีฤทธิ์ในการรักษาแต่จะช่วยกำจัดแบคทีเรียและทำให้เหงือกที่บวมรอบ ๆ ฟันซี่ที่ปวดชุ่มชื้นขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้) โดยให้ผสมเกลือ 1 ช้อนชา (5 มิลลิลิตร) กับน้ำอุ่น 250 มิลลิลิตร ใช้อมกลั้วปากประมาณ 30 วินาทีแล้วบ้วนออก (สามารถทำซ้ำได้ตามความต้องการ)

 

loading...

 

 

ปวดฟัน
ปวดฟัน

 

 

 

 

loading...

Related Post

Related posts:

โรคไมเกรน ปวดศีรษะ ลักษณะอาการ สาเหตุหลัก และวิธีรักษาไมเกรน
หลอดเลือดหัวใจตีบ กับความเสี่ยงของการทำ “บอลลูนหัวใจ” เพื่อรักษาโรคหลอดเลือด
มะเร็งปากมดลูก ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคมะเร็งปากมดลูก
โรคพิษสุนัขบ้า ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคพิษสุนัขบ้า
คันในร่มผ้า หลายคนอาจเคยมีอาการคันยุบยิบเชื้อราบริเวณจุดซ่อนเร้น 23 ข้อ
กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรค 28 วิธี (เอแอลเอส)
โรคภูมิแพ้ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาโรคภูมิแพ้ 20 ข้อ
เด็กสมาธิสั้น มักจะไม่อยู่นิ่ง เด็กไฮเปอร์รอคอยไม่เป็น ทำกิจกรรมอะไรได้ไม่นาน
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ