ปวดเมื่อยตามตัว เป็นอาการเหน็ดเหนื่อย รู้สึกอ่อนล้า หมดแรง หรือขาดพลังงาน

 

Share This:

ปวดเมื่อยตามตัว เป็นอาการเหน็ดเหนื่อย รู้สึกอ่อนล้า หมดแรง หรือขาดพลังงาน
5 (100%) 1 vote
loading...

ปวดเมื่อยตามตัว

ปวดเมื่อยตามตัว  เมื่อย หรือเมื่อยล้า เป็นอาการเหน็ดเหนื่อย รู้สึกอ่อนล้า หมดแรง หรือขาดพลังงาน เมื่อเกิดอาการขึ้นแล้วจะทำให้ตัวบุคคลนั้น ๆ สูญเสียสมาธิ ไม่มีแรงกระตุ้น และมีพลังงานในการกระทำสิ่งใด ๆ ลดน้อยลง รวมถึงอาจกระทบต่อสภาพอารมณ์และสุขภาพจิตของบุคคลนั้นได้ด้วย อาการเมื่อยอาจเกิดจากการทำงานหรือกิจกรรมอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจเป็นอาการที่เกิดจากการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ได้ ตั้งแต่โรคที่มีความรุนแรงน้อยไปจนถึงโรคที่ค่อนข้างรุนแรงและเป็นอันตรายต่อชีวิต นอกจากนี้ อาจมีอาการเมื่อยอันเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา ขาดการออกกำลังกาย หรือรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัยได้เช่นกัน

 

loading...

ปวดเมื่อยตามตัว วันนี้เรามาจะพูดถึงอาการปวดเมื่อยตามตัวกัน เนื่องจากคนในยุคนี้มีปัจจัยเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้เกิดอาการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในจาการทำงานที่ในหนึ่งวันต้องนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะคอมพิวเตอร์ซินโดรม หรือมีอาการปวดเกร็งกล้ามส่วนต่างๆ นอกจากนี้ในบางคนพอตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็จะรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็มี นอกจากนี้การออกกำลังกายที่หักโหม หรืออุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ปวดดเมื่อยตามตัวได้

 

อาการปวดเมื่อยตามตัว เกิดจากอะไรบ้าง

         1.กล้ามเนื้อทำงานหนักและถูกเกร็งค้างอยู่นานๆ โดยจะพบอยู่บ่อยๆ เช่น การเกร็งในการสะพายกระเป๋าทุกครั้งเพื่อไม่ให้ประเป๋าหลุดลงจากบ่า เลยต้องมีการเกร็งกล้ามเนื้อบ่าอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่ได้ใช้แรงจากกล้ามเนื้อมากนักแต่เป็นการเกร็งค้าง จึงมีการบีบกดของหลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ทำให้การนำออกซิเจนมาช่วยในการเผาผลาญสารอาหารทำได้ไม่เต็มที่ เมื่อร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการนี้ จึงทำให้เกิดการคั่งของกรดแล็กติก ถ้าไม่ได้ระบายออกด้วยการไหลเวียนของเลือด จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยล้าได้ กล้ามเนื้อที่มีอาการปวดล้าได้ง่ายได้แก่ กล้ามเนื้อ บริเวณบ่า คอด้านหลัง และหลังส่วนล่าง
         2.ภาวะหดสั้นของกล้ามเนื้อ ภาวะเช่นนี้มักจะพบได้ที่กล้ามบริเวณหน้าอก กล้ามเนื้อคอด้านหน้า กล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้องอสะโพก การที่เราใช้มือทำงานโดยยื่นออกไปทางด้านหน้าโดยทั่วไปจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกอยู่ในภาวะที่หดสั้นตลอดเวลาจนความยาวของกล้ามเนื้อลดลง เมื่อถึงเวลาที่จะต้องใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้น ในลักษณะที่ยืดยาวออกจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ การนั่งนานจะทำให้เกิดการหดสั้นของกล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้องอสะโพกที่อยู่ทางด้านหน้าของลำตัวได้
3. อาการปวดจากเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดแสบ และร้าวไปตาม เส้นประสาทนั้น ๆ ถ้ามีอาการมาก อาจจะทำให้กล้ามเนื้อที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทนั้นอ่อนแรงลง ถ้าเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขาถูกกด อาจจะทำให้เดินลำบากได้ ตำแหน่งที่พบบ่อยคือที่บริเวณกระดูกคอ เกิดขึ้นจากกระดูกสันหลังบริเวณคอเสื่อม มีแคลเซียมมาเกาะ และกดลงไปที่เส้นประสาทที่ออกจากช่องระหว่างกระดูกคอ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่คอ ไหล่ และอาจจะปวด ลงไปที่แขน และมือ ส่วนใหญ่มักจะมีอาการที่คอด้านใดด้านหนึ่ง บางรายถ้าเป็นมากอาจจะเป็นทั้ง 2 ด้านก็ได้ นอกจากที่คอแล้ว บริเวณหลัง เอว ก็เกิดอาการนี้ได้บ่อยเช่นกัน ส่วนมากเกิดจากการยกของหนัก ในท่าที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ส่วนของกระดูกสันหลังที่เรียกว่า หมอนรองกระดูก ซึ่งอยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง 2 อัน เคลื่อนออกมาจากตำแหน่งเดิม มากดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ผู้ป่วยจะเกิดอาการปวดหลังอย่างมาก และส่วนใหญ่จะเป็นแบบเฉียบพลัน จะมีอาการปวดร้าวไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง อาการปวดที่รุนแรงจนถึงขั้นต้องนอนพักหลาย ๆ วัน                   4. ปวดข้อต่อ ข้อพับผู้สูงอายุเป็นโรคข้อได้หลายโรค ที่เจอบ่อยได้แก่ข้อเสื่อม ส่วนมากมักพบที่หัวเข่า โดยเฉพาะในรายที่อ้วนมาก หรือในคนที่ทำงานแบกหาม ต้องแบกของน้ำหนักมาก ๆ นาน ๆ ทำให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ ผู้ที่ต้องขึ้นลงบันไดบ่อย ๆ หลาย ๆ ครั้ง และขึ้นลงอย่างรุนแรง (วิ่งหรือกระโดดลง) ทำให้กระดูกอ่อนในข้อเข่าเสื่อมมากกว่าปกติ เมื่ออายุมากขึ้นจะเกิดอาการปวดข้อได้ ลักษณะการนั่งของคนไทยที่นิยมนั่งกับพื้น โดยการนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิหรือนั่งยอง ๆ มีการพับงอของหัวเข่าอย่างมาก เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบเข่า มีการยืดผิดปกติ และในช่วงที่มีการงอเข่ามาก ๆ เลือดจะมาเลี้ยงเข่าไม่สะดวก ทำให้หัวเข่าไม่แข็งแรง และเกิดปัญหาในเวลาต่อมาได้ นอกจากนี้ที่บริเวณหัวเข่าแล้ว ข้อเสื่อมบริเวณนิ้วมือก็พบได้ไม่น้อยเช่นกัน จะมีอาการปวดและข้อบวมโตกว่าปกติ ที่ข้อนิ้วมือส่วนปลายเกือบทุกนิ้ว ส่วนมากมักพบในสตรี คิดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการทำงานที่ใช้มือมากเช่น ซักและบิดผ้า เป็นต้น                                                                                                                การปวดข้อที่เกิดจากสาเหตุอื่นได้แก่ จากโรคเก๊าท์ การติดเชื้อในข้อ และโรคข้อชนิดอื่น เช่น รูมาตอยด์ เป็นต้น ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ส่วนใหญ่ มักจะเริ่มปวดข้อครั้งแรกในวัยกลางคน มักปวดที่ข้อที่ข้อนิ้วหัวแม่เท้าเป็นส่วนใหญ่ แต่อาจจะปวดที่ข้ออื่น ๆ ก็ได้ อาการปวดมักเริ่มในตอนกลางคืน และปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนผู้ป่วยต้องตื่นขึ้นมา ที่ข้อจะมีอาการบวม แดง ร้อนชัดเจน และเจ็บมากเวลามีการเคลื่อนไหวหรือถูกกระทบกระทั่ง สาเหตุเกิดจากกรดยูริกในเลือดไปตกตะกอนที่ข้อ ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น ในผู้ป่วยบางรายได้รับการรักษาอาการข้ออักเสบจากเก๊าท์ดีขึ้นแล้ว มักจะคิดว่าหายแล้ว และไม่ได้ติดตามรับการรักษาต่อไป อาจจะกลับมามีอาการปวดข้อได้อีกเป็นระยะ ๆ ส่วนมากจะพบหลังจากการปวดครั้งแรกประมาณ 5-10 ปี ดังนั้นถ้าหากได้รับการวินิจฉัยว่า ปวดข้อจากโรคเก๊าท์ ผู้ป่วยจะต้องดูแลตนเอง ควบคุมอาหารที่อาจจะกระตุ้นให้โรคกำเริบขึ้นอีก แล้วจะต้องพบแพทย์และติดตามการรักษาเป็นระยะ เพื่อควบคุมให้ปริมาณกรดยูริกในเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสม

ปวดเมื่อยตามตัว รักษายังไงให้หาย

         เมื่อมีอาการปวดเมื่อยตามตัว โดยปกติเราจะมองหายานวด เพื่อนำมาทาบรรเทาอาการปวด การรักษาเบื้องต้นนี้ถือเป็นวิธีที่ได้ผล ทว่าเป็นการทำให้อาการทุเลาลงเท่านั้น จึงรักษาอาการปวดเมื่อยตามตัวเพียงเล็กน้อย ไม่สามารถรักษาอาการปวดที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงได้ ดังนั้น คนที่เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายจึงมักใช้วิธีนี้ ควบคู่กับการรับประทานยาแก้ปวด
         อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการรักษาอาการปวดเมื่อยตามตัวอีกมากมาย อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายก็คือการนวดจับเส้น ซึ่งในปัจจุบันมีหลายศาสตร์ให้เลือก เช่น นวดแผนไทย นวดแผนจีน นวดแผนโบราณ เป็นต้น ทั้งนี้ หากอาการปวดเมื่อยตามตัวไม่หาย หลายคนที่ไปพบแพทย์แล้ววินิจฉัยว่าอาการปวดเกิดจากกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งต้องใช้วิธีการผ่านตัดในการรักษา แล้วทำกายภาพบำบัด นอกจากนี้ อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามตัวได้อย่างเห็นผล นั่นก็คือการใช้ยาสมุนไพรบำรุงร่างกาย ซึ่งนิยมใช้กันมากในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ

สาเหตุของอาการเมื่อย

อาการเมื่อยอาจเกิดจากลักษณะการใช้ชีวิต การทำกิจกรรมในใช้ชีวิตประจำวัน การรักษาทางการแพทย์ หรืออาจเกิดจากการเจ็บป่วยด้วยโรคและปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ดังนี้
การใช้ชีวิต หรือการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงอย่างหนัก เช่น ออกกำลังกายอย่างหนัก ยกของหนัก ลากของหนักเป็นเวลานาน ๆ
ขาดการออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรมที่เพิ่มความแข็งแรงให้แก่กล้ามเนื้อร่างกายส่วนต่าง ๆ
นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ
น้ำหนักเกิน หรืออยู่ในภาวะอ้วน
อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งมีสภาวะทางอารมณ์ไม่คงที่
รับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย
บริโภคคาเฟอีนจากกาแฟหรือชามากจนเกินไป
ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือการใช้ยาเสพติด
การเดินทางข้ามเขตเวลาโลก (Jet lag)
การใช้ยาและการรักษาทางการแพทย์
การใช้ยาที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงเป็นอาการเมื่อยล้าหมดแรง เช่น ยาแก้ไอ ยาแก้ปวด ยาต้านฮิสตามีน ยารักษาความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ ยารักษาโรคหัวใจ ยาสเตียรอยด์ ยาคลายกังวล ยาต้านเศร้า ยานอนหลับ เป็นต้น
การบำบัดรักษาโรค เช่น เคมีบำบัด รังสีบำบัด
การเจ็บป่วยด้วยโรคและปัญหาสุขภาพทางร่างกาย
ป่วยด้วยโรคหวัด หรือไข้หวัดใหญ่
ภาวะขาดธาตุเหล็ก
โรคโลหิตจาง
โรคเบาหวาน
โรคปวดกล้ามเนื้อ หรือมีอาการเจ็บปวดบริเวณใดบริเวณหนึ่งอย่างเรื้อรัง
มีปัญหาเกี่ยวกับการนอน เช่น นอนไม่หลับ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ โรคลมหลับ
ต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าหรือน้อยกว่าปกติ
ภาวะข้ออักเสบ หรือข้ออักเสบรูมาตอยด์
โรคแอดดิสัน (Addison Disease) ที่ต่อมหมวกไตทำงานได้น้อยกว่าปกติ
ความผิดปกติเกี่ยวกับการกิน เช่น โรคคลั่งผอมหรือโรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) ทำให้ผู้ป่วยอดอาหาร
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรคพุ่มพวง (Lupus)
เจ็บป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับตับหรือไต เช่น ตับวายเฉียบพลัน โรคไตเรื้อรัง
ป่วยด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งมักเกิดจากการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน
ภาวะติดเชื้อ เช่น การติดเชื้อจากปรสิต โรคไวรัสตับอักเสบ วัณโรค การติดเชื้อเอชไอวี
ศีรษะกระแทก สมองถูกกระทบกระเทือนหรือได้รับบาดเจ็บ
โรคทางเส้นประสาท เช่น เส้นประสาทส่วยปลายถูกกด โรคปลอกประสาทอักเสบ
โรคมะเร็งต่าง ๆ
โรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะเยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย
กลุ่มอาการล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome) ซึ่งเป็นอาการเมื่อยล้าอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 เดือนขึ้นไป
loading...

Related posts:

ตาเหล่ ! อาการลักษณะนี้ ใครว่ารักษาไม่ได้กับวิธีการรักษาตาเหล่
ข้อไหล่ติด รวมสัญญาณอันตรายของโรคข้อไหล่ยึด ภัยร้ายวัยทำงานถึงวัยชรา
หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ลักษณะอาการสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรค
ปวดฟัน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคปวดฟัน
โรคแพนิค ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษา 18 วิธีของโรคแพนิค
มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษา 35 วิธี
เริมที่ปาก เกิดจากเชื้อไวรัส จัดเป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย
เหงือกบวม อักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาเหงือกบวมอักเสบ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ