ผักตบไทย รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักตบไทย

 

Share This:

ผักตบไทย รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักตบไทย
5 (100%) 5 votes
loading...

ผักตบไทย

ผักตบไทย ชื่อสามัญ Monochria[1], Monochoria arrowleaf falsepickerelweed[4]

ผักตบไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ Monochoria hastata (L.) Solms จัดอยู่ในจัดอยู่ในวงศ์ผักตบ (PONTEDERIACEAE)[1]

สมุนไพรผักตบไทย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักสิ้น (สงขลา), ผักตบ ผักโป่ง (ภาคกลาง), ผักตบเขียด เป็นต้นออกเป็นช่อแบบช่อกระจะ โดยจะออกจากโคนก้านใบหรือใกล้แผ่นใบ ดอกแทงมาจากราก สูงประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวก้านใบ มีแผ่นใบประดับสีเขียวรองรับดอกย่อย 15-16 ดอก แต่ละดอกจะมีก้านดอกย่อยยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร กลีบรวมมีจำนวน 6 กลีบ เรียงเป็น 2 วง วงละ 3 กลีบ กลีบดอกเป็นสีน้ำเงินปนม่วง สีฟ้าปนม่วงหรือมีสีขาวแต้มบ้างเล็กน้อยมีถิ่นกำเนิดในแถบเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดเป็นไม้ล้มลุกมีอายุได้หลายปี อาศัยอยู่ในน้ำ มีเหง้าใหญ่ แตกลำต้นเป็นกอ มีความสูงได้ประมาณ 50-100 เซนติเมตร ลำต้นอยู่ใต้ดิน ชูก้านใบเหนือระดับน้ำ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือแยกต้นอ่อนไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ มีเขตการกระจายพันธุ์กว้าง พบได้ตั้งแต่อินเดีย เนปาล ศรีลังกา พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และภูมิภาคมาเลเซีย ในประเทศไทยพบได้ทุกภาคของประเทศ โดยมักขึ้นตามแหล่งน้ำจืด ริมหนองน้ำ คลองบึง ที่ชื้นแฉะ โคลนตม และตามท้องนาทั่วไป กลีบดอกค่อนข้างบอบบาง ดอกย่อยเป็นสีม่วงหรือสีขาวแต้มบ้างเล็กน้อย ดอกมีเกสรเพสผู้ 6 อัน ติดอยู่บนวงกลีบรวม แบ่งเป็นขนาดสั้น 5 อัน และขนาดยาว 1 อัน เมื่อดอกได้รับการผสม กลีบรวมจะรัดห่อหุ้มผล ส่วนปลายกลีบบิดพันเป็นเกลียว บานแล้วกลีบจะบิดพันกันเป็นเกลียว ออกดอกในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายนผักตบชวาก็แพร่กระจายพันธุ์จนเต็มวังสระปทุม ต้องนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่คลองสามเสนหลังวัง พร้อมกับคลองอื่น ๆ เช่น คลองเปรมประชากร, คลองผดุงกรุงเกษม ในระยะแรกประชาชนชาวไทยก็ได้ใช้ดอกของผักตบชวามาทัดหูเพื่อความสวยงามบ้าง แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เสื่อมความนิยมลง เหตุเพราะการแพร่กระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วนั่นเอง

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักตบไทย

loading...

 

 

  1. ทุกส่วนของต้นนำมาหั่นเป็นฝอยใช้เลี้ยงหมูหรือทำเป็นปุ๋ยหมักได้[3]
  2. ลำต้นนำมาตากแห้งใช้ทำเป็นเครื่องจักสานต่าง ๆ เช่น กระเป๋า เป็นต้น[3]
    ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับ
  3. ยอดอ่อน ก้านใบอ่อน และช่อดอก ใช้รับประทานเป็นผักสดผักตบไทยสดจะนิ่มกรอบ นิยมนำมารับประทานสดร่วมกับน้ำพริก น้ำพริกปลา ส้มตำ หรือลวกจิ้มกับน้ำพริก ส่วนยอดอ่อนและดอกอ่อนนำไปปรุงเป็นแกงส้ม แกงเลียง หรือนำมาผัดก็ได้ โดยคุณค่าทางโภชนาการของผักตบไทย ต่อ 100 กรัม จะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่, ใยอาหาร 0.7 กรัม, แคลเซียม 31 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 0.1 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 28 มิลลิกรัม, เบต้าแคโรทีน 1,961 ไมโครกรัม, วิตามินเอ 324 ไมโคกรัมของเรตินอล, วิตามินบี1 0.01 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.30 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 3.1 มิลลิกรัม, วิตามินซี 5 มิลลิกรัม
  4. ใบใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ใบ)[2],[4]
  5. ต้นสดใช้ตำพอกแก้แผลอักเสบ หรือใช้เป็นยาทาหรือพอกถอนพิษ แก้อาการปวดแสบปวดร้อน (ทั้งต้น)[1],[2]
  6. ใบใช้เป็นยาทาแก้ฝี (ใบ)[2]
  7. ชาวเกาะจะใช้เหง้าผักตบไทย นำมาบดกับถ่านใช้ทาแก้รังแค (เหง้า)
  8. ทั้งต้นมีรสจืด มีสรรพคุณเป็นยาแก้พิษในร่างกาย (ทั้งต้น)[1],[2]
  9. ใบมีสรรพคุณเป็นยาขับพิษร้อน (ใบ)[2],[4]
  10. ทั้งต้นใช้เป็นยาขับลม (ทั้งต้น)[1],[2]
  11. ใบนำมาตำผสมกับผักกระเฉด ตำคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาแก้พิษเบื่อเมา (ใบ)
  12. ผลเป็นแบบแคปซูล ลักษณะเป็นรูปรี แห้งและแตกได้ ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดเป็นสีน้ำตาล
  13. ใบเป็นใบเดี่ยว แทงออกมาจากลำต้นใต้ดิน ก้านใบส่วนล่างมีลักษณะเป็นกาบหุ้มซ้อน ๆ กัน ส่วนก้านใบส่วนบนมีลักษณะกลมยาวและอวบน้ำ แผ่นใบเป็นรูปหัวใจหรือรูปสามเหลี่ยมคล้ายหัวลูกศร ปลายใบแหลม โคนใบมนเว้า ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.9-1.9 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4.5-8 เซนติเมตร หลังใบและท้องใบเรียบเกลี้ยง ก้านใบยาวอวบ ส่วนโคนของก้านใบแผ่ออกเป็นกาบ
  14. ตำรายาไทย ใบ  ขับปัสสาวะ ขับพิษร้อน ใช้ทาฝี  นำใบมาตำผสมกับผักกระเฉดเอาน้ำดื่มแก้เบื่อเมา ทั้งต้น มีรสจืด แก้พิษในร่างกาย ขับลม ใช้ต้นสดตำพอก แก้แผลอักเสบ ใช้เป็นยาทาหรือพอก ถอนพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน     ยอดอ่อน ก้านใบอ่อน ช่อดอก ใช้เป็นผักสด ลวกจิ้มน้ำพริก หรือทำแกงส้ม
             ชาวเกาะ ใช้ เหง้า มาบดกับถ่านใช้ทาแก้รังแค

 

ผักตบไทย
ผักตบไทย

พืชล้มลุกขึ้นในน้ำ อายุหลายปี รากยึดเกาะกับดินไม่ลอยน้ำ มีลำต้นส่วนที่ทอดนอนอยู่ใต้ดิน ที่เรียกว่าไหล ส่วนเหนือดินสูงถึง 1 เมตร มีกาบใบหุ้มโดยตลอด ต้นมีลักษณะเป็นกอ ใบ เป็นใบเดี่ยว ก้านใบส่วนล่างมีลักษณะเป็นกาบหุ้มซ้อนๆกัน ก้านใบส่วนบนกลมยาว และอวบน้ำ รูปร่างของแผ่นใบ เป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายหัวลูกศร กว้าง 0.9-1.9 เซนติเมตร ยาว 4.5-8 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบเว้าลึก ขอบใบเรียบ ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ดอกเป็นดอกช่อแบบช่อกระจะ ออกบริเวณใกล้แผ่นใบ ดอกแทงมาจากราก สูง 2 ใน 3 ของความยาวของก้านใบ มีแผ่นใบประดับสีเขียวรองรับ ดอกย่อย 15-16 ดอก กลีบดอกบอบบาง สีน้ำเงินปนม่วง หรือสีฟ้าปนม่วง แต่ละดอกมีก้านดอกย่อยยาว 3-4 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีจำนวน 6 กลีบ เรียง 2 วง วงละ 3 กลีบ เมื่อบานแล้ว กลีบจะบิดพันกันเป็นเกลียว เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดอยู่บนวงกลีบรวม ขนาดสั้น 5 อัน ยาว 1 อัน  ผลแห้งแตกแบบแคปซูล ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ภายในมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมาก ระยะเวลาออกดอกราวเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน พบตามแหล่งน้ำจืด บึง หนองน้ำ ที่ชื้นแฉะ โคลนตม ตามท้องนาทั่วไป

 

loading...

Related posts:

ดอกคำฝอย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของดอกคำฝอย
ผักกาดหัว รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของผักกาดหัว หัวไชเท้า
หัสคุณ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นหัสคุณ
ผักกาดหอม รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของผักกาดหอม 15 ข้อ Lettuce
กระเจี๊ยบแดง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของกระเจี๊ยบแดง
เม่าไข่ปลา รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นเม่าไข่ปลา
มะกล่ำต้น รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมะกล่ำ
ทานตะวัน รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นเมล็ดดอกทานตะวัน
Rating: 5.0. From 2 votes.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ