มะเร็งไทรอยด์ โรคมะเร็งที่เกิดกับต่อมไทรอยด์ โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์

Share This:

มะเร็งไทรอยด์ โรคมะเร็งที่เกิดกับต่อมไทรอยด์ โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์
Rate this post

มะเร็งไทรอยด์

มะเร็งไทรอยด์ หรือมะเร็งต่อมไทรอยด์ (ภาษาอังกฤษ : Thyroid cancer) คือ โรคมะเร็งที่เกิดกับต่อมไทรอยด์* โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในต่อมไทรอยด์กลายเป็นเนื้อร้าย สามารถเกิดได้กับต่อมไทรอยด์ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา รวมทั้งในเนื้อเนื่อที่เชื่อมต่อมทั้งสองข้างด้วย อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งชนิดนี้ก็มักรักษาให้หายขาด ไม่มีอาการเจ็บปวด และการวินิจฉัยก็ทำได้ง่าย หากพบเร็วก็สามารถรักษาให้หายขาดได้เกือบ 100%

มะเร็งไทรอยด์เป็นโรคที่พบได้น้อย สามารถพบได้ในคนทุกวัย มีรายงานพบได้ตั้งแต่อายุ 10-80 ปี ส่วนใหญ่พบได้มากในคนอายุ 20-40 ปี และ 50-70 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย (มีรายงานในประชากร 100,000 คน จะพบโรคมะเร็งไทรอยด์ในผู้หญิงประมาณ 6 คน และพบในผู้ชายประมาณ 2 คน) และพบมากในผู้ที่เคยได้การฉายรังสีที่บริเวณลำคอเมื่อตอนเป็นเด็ก และบางชนิดอาจมีประวัติว่ามีคนในครอบเป็นด้วย

หมายเหตุ : ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland) เป็นต่อมไร้ท่อที่อยู่ทางด้านหน้าของลำคอทั้งซ้ายและขวา โดยอยู่บริเวณใต้ลูกกระเดือกและมีเนื้อเยื่อไทรอยด์เชื่อมระหว่างต่อมข้างซ้ายและข้างขวา มีหน้าในการผลิตฮอร์โมนเพื่อควบคุมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย อุณหภูมิของร่างกาย ระดับไขมันในเลือด ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ด้วย หากต่อมไทรอยด์ไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติได้ ร่างกายจะมีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่น คอพอก คอพอกเป็นพิษ ต่อมไทรอยด์อักเสบ เนื้องอกของต่อมไทรอยด์ และโรคมะเร็งไทรอยด์

ชนิดของมะเร็งไทรอยด์

มะเร็งไทรอยด์มีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความรุนแรงแตกต่างกันไป โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ ดังนี้

  1. มะเร็งไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งจับกินแร่รังสีไอโอดีน เป็นกลุ่มโรคมะเร็งไทรอยด์ที่พบได้เป็นส่วนใหญ่และพบบ่อยที่สุดประมาณ 90-95% ของโรคมะเร็งไทรอยด์ทั้งหมด แต่มีความรุนแรงต่ำและมีอัตราการหายจากโรคที่สูงกว่าชนิดไม่จับกินแร่รังสีไอโอดีนมาก และยังแบ่งบ่อยออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
    • ชนิดแพพิลลารี (Papillary cell carcinoma) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดประมาณ 80% ของคนเป็นโรคมะเร็งไทรอยด์ทั้งหมด สามารถพบได้ในคนทุกวัย พบได้มากในคนอายุ 20-40 ปีกับในวัยสูงอายุ และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า มักพบในผู้ที่เคยได้รับการฉายรังสีบริเวณลำคอมาก่อน ก้อนมะเร็งจะโตช้าและมีความรุนแรงน้อย ผู้ป่วยมักไม่มีอาการอะไร มักมาพบแพทย์ด้วยการพบก้อนที่ลำคอ มะเร็งชนิดนี้ประมาณ 1 ใน 3 พบว่ามีการแพร่กระจายเข้าต่อมน้ำเหลือง จึงอาจพบก้อนที่คอร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามผลการรักษาก็ได้ผลดีมากแม้ว่าจะมีการแพร่กระจายไปแล้ว ภายหลังการรักษาด้วยการผ่าตัดผู้ป่วยจะมีโอกาสมีชีวิตได้ยืนยาวหรือหายขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าก้อนมะเร็งมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร
    • ชนิดฟอลลิคูลาร์ (Follicular carcinoma) เป็นชนิดที่พบได้ประมาณ 10-15% ของคนเป็นโรคมะเร็งไทรอยด์ทั้งหมด มักพบในผู้สูงอายุและผู้ที่เคยได้รับรังสีรักษาบริเวณลำคอมาก่อน มะเร็งชนิดนี้มีความรุนแรงตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมาก แพร่กระจายได้ง่ายชนิดแรก มักแพร่กระจายไปตามกระแสเลือด โดยอวัยวะที่พบว่ามีการแพร่กระจายไปบ่อยที่สุดคือ ปอด กระดูก และสมอง และบางครั้งอาจทำให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินได้ แต่หากมะเร็งยังไม่แพร่กระจายการรักษามักได้ผลดี
  2. มะเร็งไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งไม่จับกินแร่รังสีไอโอดีน เป็นกลุ่มโรคมะเร็งไทรอยด์ที่พบได้ค่อนข้างน้อยประมาณ 5% ของโรคมะเร็งไทรอยด์ทั้งหมด แต่มีความรุนแรงสูง ก้อนมะเร็งจะโตเร็วและแพร่กระจายได้ง่าย พบได้มากในผู้สูงอายุ โดยมีหลายชนิดย่อย เช่น
    • ชนิดเมดูลลารี (Medullary cell carcinoma) เป็นมะเร็งชนิดที่มีความรุนแรงมากขึ้น พบได้ไม่บ่อย อาจมีประวัติว่ามีคนในครอบครัวเป็นด้วย
    • ชนิดอะนาพลาสติก (Anaplastic carcinoma) เป็นมะเร็งชนิดที่มีความรุนแรงสูง พบได้ไม่บ่อยเช่นกัน และผลการรักษามักไม่ค่อยดีนัก

สาเหตุของมะเร็งไทรอยด์

ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคมะเร็งไทรอยด์ แต่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคนี้และเชื่อว่าน่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ที่สำคัญ คือ

  • กรรมพันธุ์ เพราะมีรายงานว่าโรคทางกรรมพันธุ์บางชนิดมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งไทรอยด์
  • ต่อมไทรอยด์ได้รับรังสีไอออนไนซ์ (Ionizing radiation) ที่ใช้ในการตรวจและรักษาโรคในปริมาณสูง เช่น การได้รับการฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอเมื่อตอนเป็นเด็กเพื่อรักษาต่อมไทมัสโต
  • การได้รับรังสีจากกัมมันตรังสีที่เซลล์ต่อมไทรอยด์ในปริมาณที่ไม่ถึงกับทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต แต่ทำให้เกิดความเสีนหายกับหน่วยพันธุกรรมของเซลล์ เช่น จากอุบัติเหตุโรงงานพลังงานปรมาณูและ/หรือจากระเบิดปรมาณู เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 10-20 ปี (มีรายงานพบได้ตั้งแต่ 3-5 ปี) ความเสียหายบางอย่างของเซลล์ต่อมไทรอยด์อาจขยายตัวขึ้นจนทำให้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งไทรอยด์ได้
  • ระดับของเกลือแร่ไอโอดีนในอาหาร ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ โดยมีบางรายงานพบว่า ในถิ่นที่มีการเสริมเกลือแร่ไอโอดีนในอาหารและ/หรือน้ำดื่มจะพบอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งไทรอยด์ชนิดแพพิลลารีเพิ่มขึ้น ส่วนในถิ่นที่มีภาวะขาดไอโอดีนจะพบอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งไทรอยด์ชนิดฟอลลิคูลาร์เพิ่มขึ้น
  • อาจเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศ เพราะพบโรคมะเร็งไทรอยด์เกิดในผู้หญิงสูงกว่าผู้ชายมาก

อาการของมะเร็งไทรอยด์

  • ผู้ป่วยจะมีอาการคอพอก (คอโต) ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งชนิดเดี่ยว ๆ ส่วนน้อยอาจเป็นหลายก้อน มักมีลักษณะติดแน่นกับเนื้อเยื่อโดยรวม ขยับไปมาไม่ค่อยได้ และไม่มีอาการเจ็บหรือปวดแต่อย่างใด ยกเว้นในรายที่มีเลือดเข้าไปในก้อนมะเร็ง อาจทำให้มีอาการเจ็บปวดคล้ายต่อมไทรอยด์อักเสบได้
  • บางรายอาจมีอาการเสียงแหบร่วมด้วย เนื่องจากก้อนมะเร็งโตขึ้นขนไปกดเบียดทับหรือลุกลามเข้าเส้นประสาทกล่องเสียงที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์
  • ในรายที่ก้อนมะเร็งโตเร็ว อาจโตจนกดท่อลมหรือหลอดอาหาร ทำให้มีอาการหายใจลำบากและ/หรือกลืนอาหารลำบาก เพราะทั้งสองเป็นอวัยวะที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์เช่นกัน
  • ผู้ป่วยอาจมีต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอโตและคลำได้ หากเซลล์มะเร็งลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง
  • หากเซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ เช่น สมอง ตับ ปอด และกระดูก อาจทำให้มีอาการตามอวัยวะนั้น ๆ ที่โรคแพร่กระจายไปได้ เช่น มะเร็งแพร่กระจายไปที่กระดูก อาจทำให้มีอาการปวดกระดูก มีก้อนขึ้นตามกระดูก หรือทำให้กระดูกหักตรงตำแหน่งที่โรคแพร่กระจายไป
  • ส่วนต่อมไทรอยด์ของผู้ป่วยส่วนมากจะยังคงหลั่งฮอร์โมนได้ตามปกติ ผู้ป่วยจึงมักไม่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือภาวะขาดไทรอยด์
อาการมะเร็งไทรอยด์
IMAGE SOURCE : www.steadyhealth.com, www.siasat.com, medpic.org, symptomsmenit.blogspot.com.au

ข้อควรรู้ : อาการต่อมไทรอยด์โตเป็นก้อนเฉพาะแห่ง (โดยที่ส่วนอื่น ๆ ของต่อมไทรอยด์ยังเป็นปกติ) มีเพียงส่วนน้อยที่อาจเป็นมะเร็ง และส่วนมากประมาณ 90% จะมีสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง เช่น ถุงน้ำไทรอยด์ (Thyroid cyst) ซึ่งจะมีลักษณะค่อนข้างนุ่ม หรืออาจเป็นเนื้องอกธรรมดา (Thyroid adenoma) ซึ่งมีลักษณะไม่แข็งมาก บางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีก้อนที่คอควรไปพบแพทย์ทุกราย และเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าไม่ใช่มะเร็งก็ขอให้สบายใจได้ เพราะการรักษาก้อนของต่อมไทรอยด์ที่ไม่ใช่มะเร็งนั้นอาจไม่ต้องทำอะไรถ้าก้อนมีขนาดเล็ก แต่ถ้าก้อนโตมากอาจต้องผ่าตัด

ระยะของมะเร็งต่อมไทรอยด์

ระยะของโรคมะเร็งไทรอยด์จะแตกต่างกับระยะของโรคมะเร็งอื่น ๆ เพราะจะมีการนำอายุของผู้ป่วยมาใช้ในการจัดระยะด้วย เนื่องจากความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 45 ปี จะมีความรุนแรงของโรคต่ำมาก

  • ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 45 ปี แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ
    • ระยะที่ 1 โรคเกิดในต่อมไทรอยด์เพียงข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง และ/หรือมีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ
      มะเร็งไทรอยด์ระยะแรก
    • ระยะที่ 2 โรคแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะอื่น ๆ ที่พบได้บ่อยคือ แพร่กระจายเข้าสู่ปอด กระดูก หนังศีรษะ สมอง และตับ
      มะเร็งไทรอยด์ระยะที่2
  • ในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ
    • ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็กไม่เกิน 2 เซนติเมตร
      มะเร็งต่อมไทรอยด์ระยะที่1
    • ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งมีขนาดโตมากกว่า 2 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 4 เซนติเมตร
      มะเร็งต่อมไทรอยด์ระยะที่2
    • ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งมีขนาดโตมากกว่า 4 เซนติเมตร และ/หรือมีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์ด้วย
      มะเร็งไทรอยด์ระยะที่3
    • ระยะที่ 4 ก้อนมะเร็งมีการลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ และ/หรืออวัยวะข้างเคียง และ/หรือมีโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่คอบริเวณอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์ และ/หรือมีโรคแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะอื่น ๆ ที่พบได้บ่อยคือ แพร่กระจายเข้าสู่ปอด กระดูก หนังศีรษะ สมอง และตับ
      มะเร็งไทรอยด์ระยะสุดท้าย
      IMAGE SOURCE : www.cancer.gov

การวินิจฉัยมะเร็งไทรอยด์

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งไทรอยด์ได้จาก

  • การซักประวัติอาการและการตรวจร่างกาย ซึ่งมักพบก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์
  • การตรวจชิ้นเนื้อไทรอยด์โดยการใช้เข็มเจาะดูด (Fine needle aspiration biopsy) เมื่อใดก็ตามที่คลำได้ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ แพทย์จะทำการตรวจด้วยวิธีการใช้เข็มเจาะดูดเมื่อนั้น เพื่อเอาชิ้นมาตรวจพิสูจน์ว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ ซึ่งการตรวจนี้ นอกจากจะช่วยวินิจฉัยโรคได้อย่างแน่ชัดแล้ว ยังช่วยระบุชนิดของมะเร็งไทรอยด์ได้ด้วย
  • การตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของต่อมไทรอยด์และดูค่าสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker) ของต่อมไทรอยด์ เพราะมะเร็งไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งจับกินแร่รังสีไอโอดีนซึ่งพบได้เป็นส่วนใหญ่ สามารถสร้างสารบ่งชี้มะเร็งที่ใช้ในการตรวจติดตามผลการรักษาได้
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ต่อมไทรอยด์และต่อมน้ำเหลืองที่คอ เป็นการตรวจเพื่อดูลักษณะของต่อมไทรอยด์ ดูการลุกลามของโรคไปยังต่อมน้ำเหลือง และอาจช่วยในการเจาะดูดเซลล์หรือตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจวินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น
  • การตรวจสแกนต่อมไทรอยด์ (Thyroid scan) ซึ่งอาจทำการตรวจในผู้ป่วยบางราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
  • การตรวจสแกนทั้งตัว (Whole body scan) เป็นการตรวจเพื่อดูว่ามีต่อมไทรอยด์เหลืออยู่มากน้อยเพียงใดภายหลังจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ไปแล้ว และเพื่อดูว่าโรคมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ หรือไม่
  • การตรวจเอกซเรย์ปอด เป็นการตรวจเพื่อดูความผิดปกติของช่องอก หัวใจ และปอด รวมทั้งการแพร่กระจายของโรคมะเร็งไปสู่ปอด
  • การตรวจเลือดซีบีซี (CBC) เป็นการตรวจเพื่อประเมินสภาพร่างกายทั่วไปของผู้ป่วยก่อนการรักษา
  • การตรวจปัสสาวะ เป็นการตรวจเพื่อประเมินสภาพร่างกายทั่วไปของผู้ป่วยก่อนการรักษา
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ เป็นการตรวจเพื่อดูการทำงานของตับ ไต และเพื่อดูระดับเกลือแร่ เช่น แคลเซียม ซึ่งอาจมีระดับลดลง เนื่องจากผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเอาต่อมพาราไทรอยด์ออกไปด้วยในขณะผ่าตัดต่อมไทรอยด์ (ต่อมพาราไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อขนาดเล็กที่อยู่ติดและอยู่ใต้ต่อต่อมไทรอยด์ และมีหน้าที่ควบคุมสมดุลของแคลเซียมในร่างกาย)

 

การรักษามะเร็งไทรอยด์

  1. แนวทางการรักษามะเร็งไทรอยด์ การรักษาหลักของโรคมะเร็งไทรอยด์ คือ การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ และภายหลังการผ่าตัดแพทย์จะทำการตรวจก้อนมะเร็งจากการผ่าตัดเพื่อตรวจพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา แล้วจะทำการประเมินว่าผู้ป่วยควรได้รับการรักษาต่อเนื่องด้วยการกินแร่รังสีไอโอดีนเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจเหลือจากการผ่าตัดหรือไม่ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งว่าเป็นชนิดจับกินแร่รังสีไอโอดีนหรือไม่จับกินแร่รังสีไอโอดีน) ซึ่งจะให้การรักษาโดยแพทย์ทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์และ/หรือแพทย์ทางรังสีรักษา แต่บางครั้งเมื่อโรคลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียง อาจมีการฉายรังสีรักษาร่วมด้วย และถ้าเป็นโรคมะเร็งชนิดเซลล์รุนแรงหรือเป็นเซลล์มะเร็งชนิดที่ไม่จับกินแร่รังสีไอโอดีน อาจมีการรักษาร่วมหลังการผ่าตัดด้วยการให้รังสีรักษาและยาเคมีบำบัดร่วมด้วย
  2. วิธีรักษามะเร็งมะเร็งไทรอยด์ ในการดูแลรักษาโรคมะเร็งไทรอยด์นั้นจะมีการรักษาหลัก ๆ ร่วมกันอยู่ 3 วิธี คือ
    • การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ เป็นการรักษาที่ต้องทำเป็นอันดับแรก ซึ่งการผ่าตัดที่นิยมทำมากที่สุดคือ การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออก 2 ข้าง (ผ่าตัดออกให้เกลี้ยงมากที่สุด) เพราะมีข้อดีมากกว่าการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกเพียงบางส่วน คือ การช่วยเพิ่มอัตราการหายจากโรคให้สูงขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกินแร่รังสีไอโอดีนในการรักษาหลังผ่าตัด และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเลือดดูสารบ่งชี้มะเร็งที่แพทย์ใช้เฝ้าระวังการกลับมาเป็นซ้ำของโรค (ผู้ป่วยบางรายที่ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกเพียงบางส่วนในครั้งแรกจากการที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเพียงก้อนเนื้องอก เมื่อทราบผลชิ้นเนื้อภายหลังการผ่าตัดจากการตจรวจทางพยาธิวิทยาว่าเป็นโรคมะเร็งไทรอยด์ อาจต้องผ่าตัดอีกครั้งเพื่อเอาต่อมไทรอยด์ออกทั้ง 2 ข้าง) สำหรับทางการเลือกในการผ่าตัดต่อมไทรอยด์จะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ
      1. การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกข้างเดียวและตัดส่วนเชื่อมตรงกลางออกไปด้วย (Thyroid lobectomy) มักทำเฉพาะในคนอายุน้อยที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กและยังไม่ลุกลาม ซึ่งมีข้อดีตรงที่ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทกล่องเสียง (Recurrent laryngeal nerve) มีน้อยหรืออย่างมากก็ข้างเดียว และไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียต่อมพาราไทรอยด์ (เพราะแม้เหลือเพียงข้างเดียวก็พอใช้อยู่ดี)
      2. การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกเกือบหมด (Subtotal thyroidectomy) เหมือนการผ่าตัดแบบแรก แต่แพทย์จะตามตัดเนื้อไทรอยด์ของอีกข้างหนึ่งเกือบหมด และเหลือเฉพาะด้านหลังซึ่งใกล้กับเส้นประสาทกล่องเสียงและต่อมพาราไทรอย์ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทกล่องเสียงและต่อมพาราไทรอยด์
      3. การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกทั้งหมด (Total thyroidectomy) เป็นการผ่าตัดที่แพทย์นิยมทำมากที่สุด เพราะมีข้อดีกว่าวิธีอื่นตรงที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำต่ำ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทกล่องเสียงซึ่งจะทำให้เสียงแหบอย่างถาวร และต่อมพาราไทรอยด์อาจถูกตัดออกไปด้วยโดยไม่ตั้งใจได้ ซึ่งอาจจะทำให้มีปัญหาการควบคุมระดับแคลเซียมในร่างกายและต้องตามแก้ด้วยการกินแคลเซียมและวิตามินดีไปตลอดชีวิต และภายหลังการผ่าตัดผู้ป่วยจำเป็นต้องกินยาฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทนไปตลอดชีวิต (ในระยะแรกหลังการผ่าตัดได้ต่อมไทรอยด์ออกทั้งหมดได้ 1 เดือน แพทย์จะให้ผู้ป่วยหยุดกินยาฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อให้ร่างกายเกิดภาวะไฮโปไทรอยด์ก่อน จากนั้นจะให้ผู้ป่วยกินแร่รังสีไอโอดีนในขนาดที่ใช้เพื่อการวินิจฉัยเพื่อให้เซลล์มะเร็งจับเอาไอโอดีนนี้ไว้ แล้วจึงสแกนดูทั่วร่างกายว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายไปส่วนใดหรือไม่ หากพบว่ามีมะเร็งอยู่ที่ไหนก็ตามแพทย์จะให้กินแร่รังสีไอโอดีนในขนาดเพื่อการรักษาเพื่อให้ไปทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ให้หมด แล้วจะจำกัดไม่ให้ยาฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อให้ผู้ป่วยอยู่ในภาวะไฮโปไทรอยด์ต่อไปอีก 6 เดือน เพื่อจะสแกนดูอีกครั้งว่ามะเร็งหมดไปหรือนัง เมื่อจบการรักษาแล้วผู้ป่วยจะต้องกินยาฮอร์โมนไปตลอดชีวิต)
        ผ่าตัดมะเร็งไทรอยด์
        IMAGE SOURCE : www.drugs.com
    • การกินแร่รังสีไอโอดีน (Radioiodine Therapy) แร่รังสีไอโอดีนนี้เป็นสารกัมมันตรังสีที่ได้รับจากการเตรียมให้อยู่ในรูปของสารน้ำหรือในรูปของแคปซูล เพื่อให้กินได้ง่าย ซึ่งในการรักษาด้วยการกินแร่รังสีไอโอดีนนี้ แพทย์อาจให้ผู้ป่วยกินเพียง 1 ครั้งหรือมากกว่า 1 ครั้งตามความรุนแรงของโรคและดุลยพินิจของแพทย์ โดยแร่รังสีไอโอดีนที่ผู้ป่วยกินเข้าไปจะไปช่วยทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจมีหลงเหลืออยู่จากการที่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้หมดทั้งที่บริเวณลำคอและเนื้อเยื่อใกล้เคียง นอกจากนั้นยังช่วยทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ทั่วร่างกาย เช่น ต่อมน้ำเหลือง ปอด กระดูก เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรคได้ด้วย
    • การให้ยาฮอร์โมนไทรอยด์ ภายหลังการผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ทั้ง 2 ข้างออกไปแล้วร่างกายจะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ได้อีก เมื่อครบการรักษาแล้วแพทย์จะให้ผู้ป่วยกินยาฮอร์โมนไทรอยด์อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต เพราะยาฮอร์โมนไทรอยด์ที่ผู้ป่วยได้รับนอกจากจะช่วยชดเชยไทรอยด์ฮอร์โมนให้กับร่างกายได้แล้ว ยังช่วยยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งไทรอยด์ไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งจับกินแร่รังสีไอโอดีนไม่ให้ย้อนกลับมาเป็นซ้ำได้ด้วย เนื่องจากยาฮอร์โมนไทรอยด์จะมีผลชะลอหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดนี้ได้
  3. การดูแลตนเองเมื่อเป็นมะเร็งไทรอยด์ เนื่องจากการดูแลตนเองและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งไทรอยด์จะเหมือนกับโรคมะเร็งอื่น ๆ ซึ่งจะขอกล่าวถึงต่อไปอย่างละเอียดในเรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง และการดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง
  4. ผลการรักษามะเร็งไทรอยด์ ผลการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและระยะของโรค ถ้าเป็นชนิดแพพิลารี (Papillary) ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดร่วมกับการรักษาอื่น ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ก็มักจะหายขาดหรือมีชีวิตได้ยืนยาว คือ มีโอกาสหายได้สูงถึงประมาณ 90-100% ยิ่งในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยด้วยแล้ว โอกาสหายและมีความยืนยาวของชีวิตเท่าคนปกติก็มีเกือบ 100% อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของโรคนอกจากขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและระยะของโรคแล้ว ยังขึ้นอยู่กับอายุด้วย ถ้าอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ความรุนแรงของโรคจะสูงกว่า และถ้าเป็นเพศชายความรุนแรงของโรคจะสูงกว่าเพศหญิง
  5. ผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งไทรอยด์ ผลข้างเคียงจากการรักษาในแต่ละวิธีจะแตกต่างกันไป และผลข้างเคียงอาจพบได้มากขึ้นถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยหลาย ๆ วิธีร่วมกัน
    • ผลข้างเคียงจากการผ่าตัด เช่น แผลผ่าตัดมีเลือดออก เกิดการอักเสบติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด มีอาการเสียงแหบจากเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล่องเสียงซึ่งอยู่ในบริเวณที่ทำการผ่าตัดได้รับบาดเจ็บในขณะผ่าตัด การมีภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์จากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกไปหมดแล้ว และการมีภาวะแคลเซียมในร่างกายลดลงเมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกไปด้วย
    • ผลข้างเคียงจากการกินแร่รังสีไอโอดีน ผลข้างเคียงที่พบได้ในระยะเฉียบพลัน (1-7 วันหลังได้รับแร่รังสี) เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ลำคอบวม ต่อมน้ำลายอักเสบ เป็นต้น ส่วนผลข้างเคียงในระยะยาวจากการได้รับแร่รังสีในปริมาณสูงหลายครั้ง เช่น มีการกดการทำงานของไขกระดูกทำให้เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือดต่ำ การมีพังผืดที่ปอด เป็นต้น
    • ผลข้างเคียงจากรังสีรักษา คือ ผลข้างเคียงจากการฉายรังสีบริเวณต่าง ๆ ที่ผู้ป่วยได้รับการฉายรังสี เช่น เมื่อฉายรังสีบริเวณต่อมไทรอยด์ ผลข้างเคียงอาจเกิดขึ้นกับผิวหนังและกับช่องคอส่วนที่ได้รับรังสี
    • ผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด เช่น อาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ผมร่วง การทำงานของตับผิดปกติ เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ

การป้องกันมะเร็งไทรอยด์

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งไทรอยด์ แต่มีคำแนะนำว่าที่อาจช่วยลดโอกาสการเกิดโรคนี้ได้บ้าง คือ

  1. การหลีกเลี่ยงสาเหตุต่าง ๆ ที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมดังที่กล่าวไปแล้วในหัวข้อสาเหตุ
  2. รับประทานอาหารที่มีไอโอดีน เช่น อาหารทะเล เกลือแกง น้ำปลา อาหารหรือขนมขบเคี้ยวรสเค็ม ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่รับประทานน้อยหรือมากจนเกินไป
  3. ถ้าพบคอพอก (คอโต) ที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เสียงแหบ หรือมีต่อมน้ำเหลืองที่ข้างคอโตร่วมด้วย ควรสงสัยว่าเป็นโรคมะเร็งไทรอยด์ และควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

การตรวจคัดกรองมะเร็งไทรอยด์

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งไทรอยด์ให้พบได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นจึงควรสังเกตและคลำลำคอของตนเองว่ามีก้อนเนื้อผิดปกติหรือคลำพบต่อมน้ำเหลืองที่ข้างคอหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์คืออะไร?

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ คือโรคมะเร็งที่เกิดกับต่อมไทรอยด์ โดยเกิดได้กับต่อมไทรอยด์ทั้งกลีบซ้าย และกลีบขวา รวมทั้งในเนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อมทั้งสองข้างด้วย มะเร็งต่อมไทรอยด์สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ

  • มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งจับกินแร่รังสีไอโอดีน/น้ำแร่รังสีไอโอดีน (Differentiated carcinoma) ซึ่งเป็นกลุ่มมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่พบได้บ่อยที่สุด ประมาณ 90-95%ของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ทั้งหมด ซึ่งยังแบ่งย่อยเป็นอีก 2 ชนิดคือ ชนิดพาพิลลารี (Papillary cell carcinoma) และชนิด ฟอลลิคูลา (Follicular Carcinoma)
  • มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดที่เซลล์มะเร็งไม่จับกินแร่รังสีไอโอดีน ซึ่งพบได้น้อยมากประมาณ 5% ของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ทั้งหมด โดยมีหลายชนิดย่อย เช่น ชนิด เมดัลลารี (Medullary cell carcinoma) ชนิด อะนาพลาสติค (Anaplastic carcinoma) และชนิดอื่นๆนอกจาก 2 ชนิดที่กล่าวแล้ว

อนึ่ง ในบทนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ “โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดที่จับกินแร่รังสีไอโอดีน”“มะเร็งต่อมไทรอยด์” เท่านั้น เพราะพบได้สูงที่สุดเกือบทั้งหมดของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ ซึ่งโรคมะเร็งชนิดนี้ มีอัตราการหายจากโรคที่ดีกว่ามะเร็งชนิดอื่นๆ ทั้งนี้ในบทความนี้ จะเรียกโรคมะเร็งชนิดนี้ว่า

สำหรับมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดอื่นๆนั้นจะมีการดูแลรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละชนิด ดัง นั้นหากเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดอื่นๆที่ไม่ใช่ในกลุ่มที่จะกล่าวถึงในบทนี้ ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบได้เพียงประปราย ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาต่อไป

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มักพบในใคร?

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นโรคที่พบได้ในทุกช่วงอายุ มีรายงานพบได้ตั้งแต่อายุ 10 ปี จนถึงอายุ 80 ปี และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยมีรายงานว่าในประชากร 100,000 คน พบมะเร็งต่อมไทรอยด์ในเพศหญิงประมาณ 6 คน และพบในเพศชายประมาณ 2 คน

อะไรเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์?

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคนี้ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ปัจจัยใหญ่ๆ คือ

  • กรรมพันธุ์ มีรายงานว่าโรคทางกรรมพันธุ์บางชนิดสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์
  • สิ่งแวดล้อม
    • รังสีจากสารกัมมันตรังสีที่เซลล์ต่อมไทรอยด์ได้รับในปริมาณที่ไม่ถึงกับทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต แต่ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นกับหน่วยพันธุกรรมของเซลล์ เช่น จากอุบัติเหตุโรงงานพลังงานปรมาณู และ/หรือจากระเบิดปรมาณู เมื่อเวลาผ่านไป 10-20 ปี (มีรายงานพบได้ตั้งแต่ 3-5 ปี) ความเสียหายบาง อย่างของเซลล์ต่อมไทรอยด์ อาจขยายตัวขึ้นทำให้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ได้
    • ต่อมไทรอยด์ได้รับรังสีไอออนไนซ์ (Ionizing radiation, รังสีที่ใช้ในการตรวจและรักษาโรค) ปริมาณสูง เช่น การได้รับการฉายรังสีรักษาบริเวณศีรษะและลำคอในวัยเด็ก เพื่อรักษา ต่อมธัยมัสโต (ต่อมไทมัส/ thymus gland เป็นต่อมมีหน้าที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย อยู่ในตอนบนของช่องอก ซึ่งพบในเด็ก โดยต่อมจะยุบหายไปในผู้ใหญ่)
  • ระดับของเกลือแร่ไอโอดีนในอาหาร ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ โดยบางการศึกษาพบว่า ในถิ่นที่มีภาวะขาดไอโอดีน จะพบอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งต่อมไท รอยด์ชนิด Follicular เพิ่มขึ้น และในถิ่นที่มีการเสริมเกลือแร่ไอโอดีนในอาหาร และ/หรือน้ำดื่ม จะพบอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Papillary เพิ่มขึ้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ มะเร็งไทรอยด์

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มีอาการอย่างไรบ้าง?

อาการที่พบได้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์นั้น ไม่มีอาการเฉพาะ แต่มักมีอาการคล้ายโรคปุ่มเนื้อของต่อมไทรอยด์ (โรคของต่อมไทรอยด์) หรือคล้ายโรคคอพอก คือ มีต่อมไทรอยด์โต หรือมีก้อนที่คอ (ที่ต่อมไทรอยด์) คลำได้ อาจเป็นก้อนเดียว หรือหลายก้อนก็ได้ โดยมักจะไม่มีอาการเจ็บ หรือปวด

อาจพบ มีเสียงแหบลงเนื่องจากก้อนเนื้อมะเร็งโตจนกดเบียดทับ หรือลุกลามเส้นประ สาทกล่องเสียงที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์ มีอาการหายใจลำบากและ/หรือกลืนอาหารลำบากเนื่องจากก้อนมะเร็งโตจนกดเบียดทับ และ/หรือลุกลามเข้าหลอดลม และ/หรือหลอดอาหาร ซึ่งทั้งสองเป็นอวัยวะที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์เช่นกัน อาจมีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต คลำได้หากเซลล์มะเร็งลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง

นอกจากนั้น หากโรคมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ก็อาจมีอาการตามอวัยวะนั้นๆที่โรคแพร่กระจายไปได้ เช่น มะเร็งกระจายไปกระดูก อาจมีอาการปวดตามตำแหน่งที่โรคแพร่ กระจายไป

 

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ ได้จาก

  • อาการ และการตรวจร่างกาย ซึ่งมักพบก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์
  • การเจาะ/ดูดเซลล์ จากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางเซลล์วิทยา และ/หรือตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อให้ทราบการวินิจฉัยโรคที่แน่นอน และยังทำให้แพทย์ทราบได้ว่า เป็นโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดใด
  • ตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ และดูค่าสารมะเร็ง (Tumor marker) ของต่อมไทรอยด์ เพราะมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดนี้ สร้างสารมะเร็งที่ใช้ในการตรวจติดตามผลการรักษาได้
  • ตรวจอัลตราซาวน์ภาพต่อมไทรอยด์ และต่อมน้ำเหลืองลำคอ เพื่อดูลักษณะของต่อมไทรอยด์ และดูการลุกลามของโรคไปยังต่อมน้ำเหลือง และอาจช่วยในการเจาะดูดเซลล์ หรือ ตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจดังกล่าวได้แม่นยำขึ้น
  • การตรวจภาพต่อมไทรอยด์ทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ (รังสีที่ใช้ในการตรวจและรักษาโรค) ที่เรียกว่า ไทรอยด์สะแกน (Thyroid scan) ซึ่งอาจตรวจในผู้ป่วยบางราย ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์
  • การตรวจสะแกนทั้งตัว (Whole body scan) เป็นการตรวจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ เพื่อดูว่ามีต่อมไทรอยด์เหลืออยู่มากน้อยเพียงใดหลังจากรักษาผ่าตัดต่อมไทรอยด์ไปแล้ว และเพื่อดูว่ามีโรคมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆหรือไม่
  • การตรวจเลือดซีบีซี (CBC) เพื่อประเมินสภาพร่างกายทั่วๆไปของผู้ป่วยก่อนการรักษา
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ
    • เพื่อดูการทำงานของไต
    • เพื่อดูการทำงานของตับ
    • เพื่อดูระดับเกลือแร่ เช่น แคลเซียม ซึ่งอาจมีระดับลดลง เนื่องจากผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเอาต่อมพาราไทรอยด์ (ต่อมควบคุมสมดุลของแคลเซียมในร่าง กาย) ซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อขนาดเล็กที่อยู่ติดและใต้ต่อต่อมไทรอยด์ ออกไปด้วยในขณะผ่าตัดต่อมไทรอยด์ในรักษาโรคมะเร็ง
  • เอกซเรย์ปอด เพื่อดูความผิดปกติของ ช่องอก หัวใจ และปอด รวมทั้งการแพร่กระ จายของโรคสู่ปอด
  • การตรวจปัสสาวะ เพื่อประเมินสภาพร่างกายทั่วๆไปของผู้ป่วยก่อนการรักษา

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มีกี่ระยะ?

การจัดระยะโรคของโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์นั้น ต่างจากการจัดระยะของโรคมะเร็งอื่นๆ โดยมีการนำอายุของผู้ป่วยมาจัดเป็นระยะของโรค เพราะความรุนแรงของโรคขึ้นกับอายุผู้ป่วยด้วย ซึ่งระยะของโรคมะเร็งของต่อมไทรอยด์เป็นดังนี้

  • ในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 45 ปี
    • ระยะที่ 1โรคเกิดในต่อมไทรอยด์เพียงกลีบเดียว หรือ ทั้ง 2 กลีบ และ/หรือมีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ
    • ระยะที่ 2โรคแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด (โลหิต) ไปยังอวัยวะอื่นๆ ซึ่งเมื่อแพร่กระจาย ที่พบได้บ่อยคือแพร่กระจายสู่ ปอด กระดูก หนังศีรษะ สมองและตับ

    แบ่งโรคเป็น 2 ระยะ คือ

  • ในผู้ป่วยที่อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ
    • ระยะที่ 1ก้อนมะเร็งมีขนาดโตไม่เกิน 2 เซนติเมตร
    • ระยะที่ 2ก้อนมะเร็งมีขนาดโตมากกว่า 2 แต่ไม่เกิน 4 เซนติเมตร
    • ระยะที่ 3ก้อนมะเร็งมีขนาดโตมากกว่า 4 เซนติเมตร และ/หรือมีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอที่อยู่ติดกับต่อมไทรอยด์
    • ระยะที่ 4ก้อนมะเร็งมีการลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ และ/หรืออวัยวะข้างเคียง และ/หรือ มีโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอบริเวณอื่นๆที่ไม่ติดกับต่อมไทรอยด์ และ/หรือมีโรคแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด (โลหิต) ไปยังอวัยวะอื่นๆ ซึ่งเมื่อแพร่กระจาย ที่พบได้บ่อย คือเข้าสู่ ปอด กระดูก หนังศีรษะ สมอง และตับ

รักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์อย่างไร?

ในการดูแลรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์นั้น มีการรักษาหลักๆร่วมกันอยู่ 3 วิธี คือ

  • การผ่าตัด
    • จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการกินแร่รังสี (น้ำแร่รังสีไอโอดีน) ในการรักษาต่อเนื่องหลังผ่า ตัดไปแล้ว เพื่อให้รังสีช่วยทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลือในบริเวณต่อมไทรอยด์จากที่ไม่สามารถผ่าตัดออกหมดได้ และให้รังสีทำลายเซลล์มะเร็งที่อาจแพร่กระจายอยู่ในอวัยวะต่างๆทั่วร่างกายเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรค
    • และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจเลือดดูสารมะเร็ง ที่แพทย์ใช้เฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำของโรค

    การผ่าตัดวิธีนี้ ยังช่วยเพิ่มอัตราการหายจากโรคให้สูงขึ้นด้วย ดังนั้นในผู้ป่วยบางรายที่ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกเพียงบางส่วนในครั้งแรกเนื่องจากวินิจฉัยว่า ก้อนเนื้อเป็นเพียงเนื้องอก แต่เมื่อทราบผลชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดจากการตรวจทางพยาธิ ว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมไท รอยด์ จึงอาจต้องผ่าตัดอีกครั้งเพื่อเอาต่อมไทรอยด์ออกทั้ง 2 กลีบ

    เป็นการรักษาที่ต้องทำเป็นอันดับแรก ซึ่งการผ่าตัดที่นิยมทำมากที่สุดคือ ผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ออกทั้ง 2 ข้าง เพราะมีข้อดีมากกว่าผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ออกเพียงบางส่วน คือ

  • การกินแร่รังสีไอโอดีน ซึ่งแร่รังสีไอโอดีนนี้ เป็นสารกัมมันตรังสีที่ได้ รับการเตรียมให้อยู่ในรูปของแคปซูล หรือในรูปของสารน้ำ เพื่อให้ผู้ป่วยกินได้ง่าย โดยแร่รังสีไอโอดีนเหล่า นั้น จะไปรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่อาจหลงเหลืออยู่หลังจากผ่าตัด ทั้งที่บริเวณลำคอ และเนื้อเยื่อใกล้เคียง นอกจากนั้น ยังสามารถช่วยรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ที่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้ด้วย เช่น ต่อมน้ำเหลือง ปอด กระดูก ซึ่งในการรักษาด้วยการกินแร่รังสีฯนั้น อาจกินเพียงครั้งเดียว หรือมากกว่า 1 ครั้งตามความรุนแรงของโรค และดุลพินิจของแพทย์
  • การให้ยาฮอร์โมนไทรอยด์กินอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อให้ฮอร์โมนชดเชยกับร่างกาย หลังจากผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ออกทั้ง 2 กลีบแล้ว และยังช่วยควบคุมโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ไม่ให้กลับเป็นซ้ำได้อีกด้วย ดังนั้นผู้ป่วยควรต้องรับประทานยาไทรอยด์ฮอร์โมนอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ที่ทำการรักษา ไม่ควรขาดยา

อนึ่ง

การรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากการรักษาในแต่ละวิธีรักษานั้นจะแตกต่างกันตามแต่ละวิธีที่ผู้ป่วยได้รับการรักษา และผลข้างเคียงอาจพบได้มากขึ้นหากผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยหลายๆวิธีร่วมกัน

  • ผลข้างเคียงจากการผ่าตัด เช่น แผลผ่าตัดเลือดออก การอักเสบติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด เสียงแหบหากเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล่องเสียงซึ่งอยู่ในบริเวณที่ทำการผ่าตัดได้รับบาดเจ็บขณะผ่าตัด มีภาวะแคลเซียมในร่างกายลดลงได้หากผู้ป่วยได้รับการผ่า ตัดต่อมพาราไทรอยด์ออกไปด้วยดังกล่าวแล้ว และมีภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์เพราะผ่าตัดต่อมไทรอยด์ออกไปหมดแล้ว
  • ผลข้างเคียงจากการกินแร่รังสีไอโอดีน/น้ำแร่รังสีไอโอดีน หรือการกินแร่รังสีไอโอดีนชนิดเป็นแคปซูล ในระยะเฉียบพลัน (1-7 วันหลังได้รับแร่รังสีฯ) เช่น คลื่นไส้ อา เจียน อ่อนเพลีย ลำคอบวม ต่อมน้ำลายอักเสบ นอกจากนั้นอาจมีผลข้างเคียงในระ ยะยาวได้ด้วยเมื่อได้รับแร่รังสีฯปริมาณสูงหลายๆครั้ง เช่น มีการกดการทำงานของไขกระดูกทำให้มีเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือดต่ำลง และ/หรือมีพังผืดที่ปอด
  • ผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ผมร่วง การทำงานของตับผิดปกติ มีเกล็ดเลือด และเม็ดเลือดขาวต่ำ (ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และ ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจากเคมีบำบัดและ/หรือรังสีรักษา)
  • ผลข้างเคียงจากการให้รังสีรักษา คือ ผลข้างเคียงจากการฉายรังสีในบริเวณต่างๆที่ผู้ป่วยได้รับการฉายรังสี เช่น เมื่อฉายรังสีบริเวณต่อมไทรอยด์ ผลข้างเคียงอาจเกิดกับผิวหนัง และกับช่องคอส่วนได้รับรังสี (การดูแลผิวหนัง และผลข้างเคียงต่อผิว หนังบริเวณฉายรังสีรักษา และ การดูแลตนเองเมื่อฉายรังสีรักษาบริเวณศีรษะและลำคอ)

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์รุนแรงไหม?

โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มักมีความรุนแรงของโรคต่ำ เมื่อได้รับการรักษาแล้วมีโอกาสหาย ขาด หรืออยู่ได้ถึง 10-20 ปี สูงถึงประมาณ 80–90% แต่หากพบโรคนี้ในผู้ชาย และในผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป มักมีความรุนแรงของโรคสูงกว่าผู้ป่วยกลุ่มอายุน้อยกว่า 45 ปี

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นจึงควรสังเกต และคลำลำคอของตนเองว่า มี ก้อนเนื้อผิดปกติ หรือคลำพบต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอหรือไม่ หากพบความผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัย และการรักษาแต่เนิ่นๆ

ป้องกันโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ แต่มีข้อ แนะนำ เพราะอาจลดโอกาสเกิดโรคนี้ได้บ้าง คือ การหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆที่เกิดจากสิ่งแวด ล้อมดังกล่าวแล้ว ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารกัมมันตรังสี นอกจากนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีไอโอดีน (อาหารทะเล เกลือแกง น้ำปลา อาหาร/ขนมขบเคี้ยวรสเค็ม) อย่างเหมาะสม ไม่กินมาก หรือน้อยจนเกินไป ดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ

 

ขอบคุณที่มา

haamor.com
medthai.com
th.wikipedia.org

เรื่องที่น่าสนใจ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง