มันสำปะหลัง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันสำปะหลัง

 

Share This:

มันสำปะหลัง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันสำปะหลัง
Rate this post
loading...

มันสำปะหลัง

มันสำปะหลัง ชื่อสามัญ Cassava, Bitter Cassava, Manioc, Sweet Potato Tree, Tapioca plant, Yuca[1],[2]

มันสำปะหลัง ชื่อวิทยาศาสตร์ Manihot esculenta Crantz (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Manihot utilissima Pohl) จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)[1],[2],[5]

มันสำปะหลัง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มันหิ่ว (พังงา), มันสำโรง มันไม้ (ชื่อเดิม), ต้าวน้อย, ต้าวบ้าน (ภาคเหนือ), มันต้นเตี้ย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), สำปะหลัง มันสำโรง (ภาคกลาง), มันเทศ มันต้น มันไม้ (ภาคใต้), ต้าง (คนเมือง, ไทลื้อ), ก๋อนต้ง (ม้ง), โคร่เซาะ (กะเหรี่ยงแดง), หน้อยซิ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), หน่วยเซ่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), ลำหม่อน ไคว่ต้น (ลั้วะ), กวายฮ่อ (ขมุ), ม่ะหนิ่ว (ปะหล่อง), ต้างน้อย, ต้างบ้าน, มันตัน, อุบีกายู เป็นต้นผลเป็นแบบแคปซูล ผลมีลักษณะกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 เซนติเมตร เกลี้ยง และมีปีกแคบ ๆ ตามยาว ภายในผลจะมีเมล็ด 3 เมล็ด ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ เกิดเวียนสลับรอบลำต้น ลักษณะของใบเป็นรูปโล่ ขอบใบแยกเป็นแฉกประมาณ 3-9 แฉก เว้าลึกเกือบถึงโคนใบ ในแต่ละแฉกมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ แกมรูปใบหอก หรือแกมรูปดาบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบ มีขนาดกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ด้านบนเกลี้ยง บางที่เป็นสีแดง ส่วนด้านล่างเป็นสีขาวนวล และอาจมีขนเล็กน้อยตามเส้นใบ ก้านใบเป็นสีแดงเข้ม ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ที่โคนก้านใบติดกับลำต้นมีหูใบ หูใบมักเป็นแฉกรูปหอก 3-5 แฉก ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ร่วงได้ง่าย

ระบบรากเป็นแบบรากฝอย รากจะเกิดจากข้อของลำต้นที่ใช้ปลูกและขยายใหญ่เป็นหัว โดยหัวมันสำปะหลังเมื่อนำมาตัดตามขวางจะมีส่วนประกอบดังนี้ คือ เปลือกชั้นนอก เปลือกชั้นใน และส่วนสะสมแป้งหรือที่เรียกว่าไส้กลาง[4] ส่วนอีกข้อมูลหนึ่งระบุว่ารากมันสำปะหลังจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ รากจริง และรากสะสมอาหาร (ทั่วไปเรียกว่าหัว) ที่มีปริมาณแป้งประมาณ 15-40%[5] รากสะสมอาหารจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-15 เซนติเมตร และยาวประมาณ 15-100 เซนติเมตร

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันสำปะหลัง

loading...

 

 

  1. ใช้ในอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง (แป้งนำมาทำอาหาร เครื่องปรุง วุ้นเส้น เบียร์ ใช้เป็นทำให้สารติดแน่นคงรูปร่าง ทำเป็นตัวให้ผงฝุ่นในอุตสาหกรรมทอผ้า ซักรีด ทำกาว กระดาษ แอลกอฮอล์ แป้งเปียก ยา อะซีโตน กลูโคส ใช้ในอุตสาหกรรมเจาะน้ำมัน แป้งแปรรูป ฯลฯ), แป้งดิบ (ใช้สำหรับทำขนมอบชนิดต่าง ๆ คล้ายกับแป้งสาลี สามารถใช้ทดแทนแป้งสาลี แป้งข้าวจ้าวได้ ฯลฯ), อุตสาหกรรมมันเส้น (ใช้เป็นอาหารสัตว์), อุตสาหกรรมมันอัดเม็ด ฯลฯ[3]
  2. นอกจากนี้ใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบประกอบในอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกด้วย เช่น อุตสาหกรรมทอผ้า อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมไม้อัด อุตสาหกรรมกาว อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่าง ๆ เส้นก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น สาคู ซอสต่าง ๆ ไอศกรีม ก็ใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นส่วนผสมแทบทั้งสิ้น[3]
  3. ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้แป้งมันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบหลักในการแปรรูป ก็ได้แก่ ผงชูรส (monosodium glutamate), ไลซีน (กรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้), และสารให้ความหวาน ซึ่งได้แก่ กลูโคสเหลว (ใช้เป็นวัตถุในการผลิตลูกกวาดและเครื่องดื่มหลายชนิด), กลูโคสผง (แบ่งเป็น เดกซโตสโมโนไฮเดรส (ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง) และเดกซโตสแอนไฮดรัส (ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตยา)), และซอร์บิทอล (ใช้ในอุตสาหกรรมยาสีฟันและเครื่องสำอาง) เป็นต้น[3]
  4. ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ได้จากแป้งมันสำปะหลัง ก็ได้แก่ พลาสติกที่สลายได้ทางชีวภาพ, สารดูดน้ำ (ใช้ในด้านอนามัยทางการแพทย์ ได้แก่ ผ้าอ้อมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ และใช้ในอุตสาหกรรมเป็นสารข้นสำหรับหมึกสกรีนระบบน้ำ วัสดุดูดน้ำออกจากเชื้อเพลิง เป็นต้น), แอลกอฮอล์ (สามารถนำมาผสมกับน้ำมันเบนซินใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ที่เรียกว่า “ก๊าซโซฮอล์” (gasohol) ได้ ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง)[3]
  5. เมล็ดมันสำปะหลังถูกนำมาใช้สกัดเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพดีที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยาได้
  6. มันสำปะหลังเป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญเป็นอันดับ 5 ของโลก (รองจากข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าว และมันฝรั่ง) โดยเป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญอย่างมากของประเทศในเขตร้อน ด้วยการนำมารับประทานสด ต้ม นึ่ง ย่าง อบ เชื่อม หรือทำเป็นแป้งแล้วแปรรูปเป็นอาหารชนิดต่าง ๆ ตลอดจนนำมาฝานเป็นแผ่นแล้วทอด[3]
  7. นอกจากจะใช้หัวเป็นอาหารแล้ว เรายังใช้ใบมันสำปะหลังมารับประทานแบบสด ๆ หรือนำมาต้มจิ้มกับน้ำพริก นำมาทำแกงก็ได้ อีกทั้งใบยังมีประโยชน์ในการช่วยลดคอเลสเตอรอลอีกด้วย[1],[3]
  8. นอกจากเราจะใช้มันสำปะหลังเป็นอาหารของมนุษย์แล้ว เรายังใช้หัวสด ใบสด และลำต้นเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย โดยส่วนของหัวสามารถใช้ได้ทั้งหัวสด เปลือกของหัว และกากที่เหลือจากการทำแป้ง ในส่วนใบจะใช้ใบสดนำมาตากแห้งป่นผสมกับอาหารข้นเลี้ยงสัตว์และเป็นอาหารผสม และในส่วนของลำต้น จะนำมาตัดส่วนยอดผสมกับใบสดใช้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง ตากแห้งเป็นอาหารหยาบ[3]
  9. ลำต้นสามารถนำมาใช้ทำเป็นท่อนพันธุ์ได้ โดยนำมาตัดเป็นท่อน ๆ แล้วนำไปปลูก[3]
  10. มันสำปะหลังเป็นพืชที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรชาวไทยได้มากเป็นอันดับ 4 (รองจากข้าว ยางพารา และอ้อย) โดยผลผลิตครึ่งหนึ่งจะถูกนำมาทำมันเส้นและมันอัดเม็ด ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนำไปแปรรูปเป็นแป้ง ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับมันสำปะหลังมากที่สุดในโลก[3
  11. ส่วนของรากหรือหัวมันสำปะหลังเมื่อนำมาใช้ปรุงเป็นอาหาร จะสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ (ราก)[1]
  12. ใบอ่อนนำมาต้มให้สุกใช้รับประทาน ช่วยแก้โรคขาดวิตามินบี1 (ใบ))
  13. เมื่อปี ค.ศ.2002 ที่ประเทศเกาหลี ได้ทำการศึกษาทดลองผลการลดไขมันในเลือดของมันสำปะหลัง ด้วยการนำแป้งที่ได้จากรากมันสำปะหลังกับโอ๊ตไฟเบอร์ โดยทำการทดลองในหนูแฮมสเตอร์ที่ถูกทำให้อ้วน (ให้อาหารที่มีไขมัน 17%, คอเลสเตอรอล 2% เป็นเวลา 20 วัน) แล้วนำหนูดังกล่าวมาให้มันสำปะหลัง พบว่าหนูทดลองในกลุ่มที่ให้มันสำปะหลัง สามารถลดคอเลสเตอรอลได้ โดยให้มันสำปะหลัง 916 mg./dl. และข้าวโอ๊ต 964 mg./dl. พบว่าสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลได้ถึง 32.4% ในกลุ่มที่ให้มันสำปะหลัง และลดไขมันได้ 51.7% ในกลุ่มที่ให้ข้าวโอ๊ต[1]
  14. เมื่อปี ค.ศ.2007 ที่ประเทศบราซิล ได้ทำการศึกษาทดลองผลในการลดไขมันของใบมันสำปะหลัง จากการทดลองพบสาร Polyphenol และสาร Saponins ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและลดไขมันจำพวกไตรีกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอล และไขมันอื่น ๆ โดยทำการศึกษาทดลองกับหนูวิสตร้าเพศผู้เป็นระยะเวลา 7 สัปดาห์ ด้วยการนำใบมันสำปะหลังมาอบแห้งที่ 30-35 ≥ และนำใบมันสำปะหลังในขนาด 5%, 10%, 15% มาผสมในอาหารที่ให้หนูทดลองกิน ผลการทดลองพบว่าในขนาด 10% และ 15% สามารถช่วยลดไขมันในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ[1]
  15. เมล็ดเป็นสีน้ำตาลลายดำ ลักษณะคล้ายเมล็ดละหุ่งแต่มีขนาดเล็กกว่า เมล็ดมีลักษณะรี ยาวประมาณ 12 มิลลิเมตร รอยของก้านออวุลที่เหลืออยู่มีลักษณะเป็นสันนูนขึ้นทางด้านหนึ่งของเมล็ด ส่วนด้านล่างของเมล็ดมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ มีสีขาว สีชมพู หรือสีม่ว

 

มันสำปะหลัง
มันสำปะหลัง

 

คุณค่าทางโภชนาการของมันสำปะหลัง ต่อ 100 กรัม

 

  • วิตามินบี2 0.048 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี3 0.854 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี6 0.088 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี9 27 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 20.6 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 0.19 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 1.9 ไมโครกรัม
  • แคลเซียม 16 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.27 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 21 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 271 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 14 มิลลิกรัม
  • สังกะสี (ซิงค์) 0.34 มิลลิกรัม
  • พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 38.06 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • ใยอาหาร 1.8 กรัม
  • ไขมัน 0.28 กรัม
  • โปรตีน1.36 กรัม
  • น้ำ 59.68 กรัม
  • วิตามินเอ 13 หน่วยสากล
  • วิตามินบี1 0.087 มิลลิกรัม

 

 

loading...

Related Post

Related posts:

ดอกคำฝอย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของดอกคำฝอย
ทองพันชั่ง รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของต้นดอกทองพันชั่ง
หูปากกา รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของหูปากกา
หิ่งเม่นน้อย รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นหิ่งเม่นน้อย
ผักตบชวา รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักตบชวา
พุดทุ่ง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นพุดทุ่ง
ว่านลูกไก่ทอง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นว่านลูกไก่ทอง
มะกล่ําตาหนู รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของมะกล่ําตาหนู
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ