มันเทศ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันเทศ

 

Share This:

มันเทศ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันเทศ
5 (100%) 1 vote
loading...

มันเทศ

มันเทศ ชื่อสามัญ Sweet Potato[2]

มันเทศ ชื่อวิทยาศาสตร์ Ipomoea batatas (L.) Lam. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Convolvulus batatas L.) จัดอยู่ในวงศ์ผักบุ้ง (CONVOLVULACEAE)[1],[4],[6]

มันเทศ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มันแกว (ตาก), ยอดมันแกว (น่าน), ยอดมันเทศ (มุกดาหาร), มันหลา (ปัตตานี), ยอดมันหลอง (ภูเก็ต), มันแกว มันแก๋วแดง (ภาคเหนือ), มันเทศ (ภาคกลาง), หมักอ้อย (ละว้า-เชียงใหม่), แตลอ (มลายู-นราธิวาส), มัน (ไทใหญ่), มันแก๋ว (ไทลื้อ), ฟั่นด้อย (เมี่ยน), ด่อมังปร้างเร่น (ปะหล่อง), ฮวงกั้ว (จีน) เป็นต้น

มัน จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดหวาน และชนิดไม่หวาน โดยชนิดหวานเราจะเรียกว่า “มันเทศ” (Sweet potato) ส่วนชนิดไม่หวานเราจะเรียกว่า “มันฝรั่ง” (Irish potato) เป็นพืชหัวใต้ดิน เถาเลื้อยราบไปบนพื้นดิน สะสมอาหารไว้ที่ราก เรียกว่าหัว ปลูกเป็นพืชไร่ มีเนื้อสีหลายสีตามสายพันธุ์ ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เช่น เถา ใบ หัว นิยมนำมารับประทานโดย ต้ม หรือ เผา ทำเป็นอาหารคาวหวาน ส่วนผสมของอาหารสำหรับเด็ก ใช้เป็นอาหารสัตว์ เป็นต้น มันเทศมีระบบรากแบบรากฝอย ซึ่งเกิดจากข้อของลำต้นที่ใช้ปลูก หรือเกิดจากลำต้นที่ทอดไปตามพื้นดิน รากเป็นที่สะสมอาหาร มีเนื้อ อวบน้ำ และใช้รับประทานได้ เรียกว่าหัว ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของราก โดยเนื้อเยื่อ พาเรนไคมา (Parenchyma) เป็นส่วนที่สะสมแป้ง ลักษณะหัวส่วนมากมีรูปร่างทรงกระบอก ด้านหัวท้ายเรียว ตรงกลางป่องออก สีผิวของหัวและสีของเนื้ออาจจะเป็นสีแดง เหลือง ขาว หรือสีนวล แตกต่างกันไปตามพันธุ์มีถิ่นกำเนิดในบริเวณเขตร้อนของทวีปอเมริกา โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกเลื้อยพันมีอายุหลาย มีความยาวได้ถึง 5 เมตร มีน้ำยางสีขาว ลำต้นทอดเลื้อย มีรากสะสมอาหารมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก รากมันเทศมีระบบรากเป็นแบบรากฝอย ซึ่งจะเกิดจากข้อของลำต้นที่ปลูก หรือเกิดจากลำต้นที่ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน รากมันเทศจะเป็นที่สะสมอาหาร และสามารถใช้รับประทานได้ เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยระบายน้ำดี

 

 

loading...

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันเทศ

 

  1. วิตามินซีที่มีอยู่ในมันเทศ ถึงแม้มันจะมีอยู่ไม่มาก แต่มันก็มีส่วนช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงามได้เช่นกัน
  2. ใยอาหารหรือไฟเบอร์ที่มีอยู่ในมันเทศนั้นเรียกได้ว่ามีปริมาณที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรเลยทีเดียว เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนาน ทำให้ไม่อยากรับประทานอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติม มันจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการช่วยลดน้ำหนักของคุณทางอ้อมได้ อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่ระบุไว้ชัดเจนว่ามันเทศสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องกังวลว่ารับประทานมันเทศบ่อย ๆ แล้วจะทำให้คุณอ้วนขึ้น โดยมีคำแนะนำว่าให้รับประทานมันเทศในช่วงเช้า (09.00-11.00 น.) เป็นประจำ ก็จะช่วยทำให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้นมาได้
  3. ด้วยความที่มันเทศมีเส้นใยอาหารสูง มันจึงช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี
  4. หลายท่านคงประสบกับปัญหาเหน็บชากิน เวลานั่งหรือยืนโดยไม่เปลี่ยนท่า หรือนั่งทับเท้าเป็นเวลานาน ใครที่เป็นบ่อย ๆ ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี1 ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหัวมันเทศนั่นเอง
  5. ชาวปะหล่องจะใช้ลำต้นใต้ดินนำมานึ่งหรือต้มรับประทานหรือนำไปแกง[4]
  6. นอกจากจะใช้เป็นอาหารของมนุษย์แล้ว เรายังใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงได้อีกด้วย เช่น ใช้เป็นอาหารวัว ควาย หมู กระต่าย เป็ด ไก่ ปลา และอาหารแพะ เป็นต้น โดยส่วนที่นำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ก็ใช้ได้ทั้งหัว เถา และใบ บางแห่งมีการปลูกมันเทศเพื่อใช้เลี้ยงหมูโดยเฉพาะ คือ เมื่อมันเทศทอดยอดและลงหัวดีแล้วก็ปล่อยให้สุกรลงไปกินยอด กินใบ และขุดหัวกินเอง[2],[7]
  7. ในด้านอุตสาหกรรม มันเทศยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้ทำแป้ง เส้นก๋วยเตี๋ยว ทำเหล้า ทำแอลกอฮอล์ กาว ทำน้ำส้ม ทำขนม ขนมคบเคี้ยว อาหารบรรจุกระป๋อง ใช้เป็นส่วนผสมในอาหารเด็ก เป็นต้น[2],[7]
  8. หัวมันเทศ (โดยเฉพาะเนื้อสีเหลืองหรือสีส้ม) และใบ จะมีสารเบต้าแคโรทีนสูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา[7]
  9. หัวมันเทศเนื้อสีม่วงจะมีสารแอนโทไซยานินสูง ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย
  10. หัวมันเทศเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตชั้นดีที่ให้พลังงานโดยไม่ก่อพิษต่อร่างกายแบบอาหารที่แปรรูปจากแป้งและน้ำตาลแบบอื่น ๆ จึงสามารถนำมาใช้รับประทานแทนข้าวได้ โดยคุณค่าทางโภชนาการของหัวมันเทศ ต่อ 100 กรัม ประกอบไปด้วย พลังงาน 100 แคลอรี่, แป้ง 25 กรัม, โปรตีน 1.7 กรัม, ไขมัน 0.3 กรัม, น้ำ 70 กรัม, เถ้า 1 กรัม, แคโรทีน (เฉพาะในเนื้อหัวสีเหลือง) 2,000-5,000 หน่วย, วิตามินบี1 0.1 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.05 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 0.7 มิลลิกรัม, วิตามินซี 25 มิลลิกรัม เป็นต้น[2]
  11. ส่วนของยอดอ่อนมันเทศก็สามารถนำมาใช้รับประทานเป็นผักได้เช่นกัน โดยนำมาทำแกง เช่น แกงส้ม หรือนำลวกจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการของยอดอ่อนมันเทศ ต่อ 100 กรัม ประกอบไปด้วย พลังงาน 48 แคลอรี่, แป้ง 9.2 กรัม, โปรตีน 3.6 กรัม, ไขมัน 0.7 กรัม, น้ำ 85 กรัม, เถ้า 1.5 กรัม, แคโรทีน 6,000 หน่วย, วิตามินบี1 0.12 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.24 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 0.09 มิลลิกรัม, วิตามินซี 27 มิลลิกรัม เป็นต้น
  12. หัวมันเทศมีคุณประโยชน์มาก เพราะใช้เป็นอาหารของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี เราสามารถนำมันเทศมาใช้ปรุงอาหารได้ทั้งคาวและหวาน โดยอาหารหวาน ได้แก่ มันเทศแกงบวด มันเทศต้มน้ำตาล มันเทศเชื่อม มันเทศกวน มันเทศฉาบ มันเทศทอด มันเทศเผา มันเทศรังนก หรือนำมานึ่งกิน เป็นต้น ส่วนอาหารคาวก็ได้แก่ แกงเลียง แกงกะหรี่ แกงมัสมั่น แกงคั่ว เป็นต้น[2]ส่วนชาวลั้วะและชาวไทใหญ่จะใช้หัวนำมานึ่งกินกับน้ำพริก
  13. ตำรายาไทยจะใช้หัวนำมาตำให้ละเอียดใช้พอกแผล รักษาเริม และงูสวัด (หัว)[1]
  14. ทั้งต้นและหัวมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา (ทั้งต้น,หัว)[3],[5]
  15. หัวใช้ตำพอกเป็นยาถอนพิษรักษาแผล ช่วยเร่งการสมานแผล (หัว)[1],[9]
  16. รากและใบใช้ตำพอกบาดแผล แก้พิษแมลงป่อง (รากและใบ)[5]
  17. เถาใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไขข้ออักเสบ (เถา)[3]
  18. ยอดอ่อนนำมาแกงให้สตรีหลังคลอดบุตรรับประทานจะช่วยทำให้มีน้ำนม (ยอดอ่อน)
  19. หัวมีสรรพคุณเป็นยาแก้บิด (หัว)[9]
  20. หัวใช้ชงกับน้ำดื่มช่วยบำรุงม้ามไต (หัว)[3],[5]
  21. น้ำคั้นจากหัวใช้เป็นยาทาแก้แผลไฟไหม้ได้ (หัว)[3],[5]
  22. ใบใช้ตำพอกรักษาฝีได้ หรือจะใช้ใบตำผสมกับเกลือใช้พอกฝีก็ได้ ส่วนตำรับยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้ยอดและใบมันเทศนำมาตำผสมกับยอดและใบผักขมใบแดงเป็นยาพอกฝี (ยอดและใบ)
  23. หัวมันเทศมีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเลือดได้ ด้วยการนำผลมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน (หัว)[9]
  24. หัวใช้ชงกับน้ำดื่มช่วยแก้กระหายน้ำ (หัว)[3],[5]
  25. หัวใช้ชงกับน้ำดื่มช่วยแก้เมาคลื่นได้ (หัว)[3],[5]
  26. รากมีสรรพคุณเป็นยาระบาย (ราก)[

 

มันเทศ
มันเทศ

 

คุณค่าทางโภชนาการของมันเทศ ต่อ 100 กรัม

สารอาหาร หัวมันเทศดิบ หัวมันเทศอบไม่ใส่เกลือ ใบมันเทศดิบ
พลังงาน 86 กิโลแคลอรี่ 90กิโลแคลอรี่ 42 กิโลแคลอรี่
คาร์โบไฮเดรต 20.1 กรัม 20.7 กรัม 8.82 กรัม
แป้ง 12.7 กรัม 7.05 กรัม
น้ำตาล 4.2 กรัม 6.5 กรัม
ใยอาหาร 3 กรัม 3.3 กรัม 5.3 กรัม
ไขมัน 0.1 กรัม 0.15 กรัม 0.51 กรัม
โปรตีน 1.6 กรัม 2.0 กรัม 2.49 กรัม
วิตามินเอ 709 ไมโครกรัม 89% 961 ไมโครกรัม 120% 189 ไมโครกรัม 24%
เบต้าแคโรทีน 8,509 ไมโครกรัม 79% 2,217 ไมโครกรัม 21%
ลูทีน ซีแซนทีน 14,720 ไมโครกรัม
วิตามินบี1 0.078 มิลลิกรัม 7% 0.11 มิลลิกรัม 10% 0.156 มิลลิกรัม 14%
วิตามินบี2 0.061 มิลลิกรัม 5% 0.11 มิลลิกรัม 9% 0.345 มิลลิกรัม 29%
วิตามินบี3 0.557 มิลลิกรัม 4% 1.5 มิลลิกรัม 10% 1.13 มิลลิกรัม 8%
วิตามินบี5 0.8 มิลลิกรัม 16% 0.225 มิลลิกรัม 5%
วิตามินบี6 0.209 มิลลิกรัม 16% 0.29 มิลลิกรัม 22% 0.19 มิลลิกรัม 15%
วิตามินบี9 11 ไมโครกรัม 3% 6 ไมโครกรัม 2%
วิตามินซี 2.4 มิลลิกรัม 17% 19.6 มิลลิกรัม 24% 11 มิลลิกรัม 13%
วิตามินอี 0.26 มิลลิกรัม 2% 0.71 มิลลิกรัม 5%
วิตามินเค 302.2 ไมโครกรัม 288%
แคลเซียม 30 มิลลิกรัม 3% 38 มิลลิกรัม 4% 78 มิลลิกรัม 8%
ธาตุเหล็ก 0.61 มิลลิกรัม 5% 0.69 มิลลิกรัม 5% 0.97 มิลลิกรัม 7%
แมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม 7% 27 มิลลิกรัม 8% 70 มิลลิกรัม 20%
แมงกานีส 0.258 มิลลิกรัม 12% 0.5 มิลลิกรัม 24%
ฟอสฟอรัส 47 มิลลิกรัม 7% 54 มิลลิกรัม 8% 81 มิลลิกรัม 12%
โพแทสเซียม 337 มิลลิกรัม 7% 475 มิลลิกรัม 10% 508 มิลลิกรัม 11%
โซเดียม 55 มิลลิกรัม 4% 36 มิลลิกรัม 2%
สังกะสี (ซิงค์) 0.3 มิลลิกรัม 3% 0.32 มิลลิกรัม 3%

 

 

loading...

Related Post

Related posts:

อัญชัน รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของดอกอัญชันButterfly pea
กล้วย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของกล้วยน้ำว้า Banana
มะกอก รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของลูกผลมะกอก Hog plum
ตรีผลา รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของตรีผลา Triphala
หิ่งเม่นน้อย รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นหิ่งเม่นน้อย
ตะขบป่า รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นตะขบป่า
ผักขี้มด รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักขี้มด
ผักหนอก รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักหนอก
Rating: 5.0. From 2 votes.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ