มันแกว รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นน้องมันแกว

 

Share This:

มันแกว รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นน้องมันแกว
5 (100%) 3 votes
loading...
loading...

มันแกว

มันแกว ชื่อสามัญ Yam bean (แยมบีน)[1], Jicama (จิคามา)[2]

มันแกว ชื่อวิทยาศาสตร์ Pachyrhizus erosus (L.) Urb. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE)[1],[2],[3]

มันแกว มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หมากบ้ง (เพชรบูรณ์), เครือเขาขน ถั่วกินหัว ถั่วหัว ถั้วบ้ง ละแวก มันละแวก มันแกวละแวก มันลาว มันแกวลาว (ภาคเหนือ), มันเพา มันเภา (ภาคอีสาน), มันแกว (ภาคกลาง), หัวแปะกัวะ (ภาคใต้), มะคะตุ๋ม (ไทลื้อ) เป็นต้น มันแกวเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในหลายพื้นที่เช่นในแถบอเมริกากลาง แอฟริกาตะวันออก และในประเทศแถบทวีปเอเชียคือ ฟิลิปปนส์ อินเดีย จีน อินโดจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ในประเทศไทยมันแถวมีอยู่ 2 ชนิดคือ พันธุ์หัวใหญ่ และพันธุ์หัวเล็ก อาจจะมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแต่ภูมิภาคได้แก่ ภาคใต้เรียกว่า “หัวแปะกัวะ” ภาคเหนือเรียกว่า “มันละแวก” “มันลาว” ส่วนภาคอีสานเรียกว่า “มันเพา” นอกจากนี้ยังอาจเรียกด้วยชื่ออื่นๆ เช่น “เครือเขาขน” “ถั้วบ้ง” และ”ถั่วกินหัว” ส่วนหัวของมันแกว (รากแก้ว) เป็นส่วนที่ใช้รับประทาน ลักษณะภายนอกมีสีน้ำตาลอ่อนภายในมีสีขาว เมื่อเคี้ยว รู้สึกกรอบคล้ายลูกสาลี่สด อีกทั้งยังมีรสคล้ายแป้งแต่ออกหวาน โดยทั่วไปจะรับประทานสดๆ หรือจิ้มกับพริกเกลือ แล้วยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้ทั้งคาวและหวานอีกด้วย เช่น แกงส้ม แกงป่า ผัดเปรี้ยวหวาน ผัดไข่ เป็นส่วนผสมของไส้ซาลาเปา และทับทิมกรอบ ออกดอกเป็นช่อกระจะออกเดี่ยว ๆ ที่ซอกใบ มีขนสีน้ำตาล ช่อดอกยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปดอกถั่วหรือรูปไต กลีบดอกเป็นสีม่วงแกมน้ำเงิน สีชมพู หรือสีขาว เมื่อดอกบานจะมีรูปร่างคล้ายดอกแค แต่มีขนาดเล็กกว่าและยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ใบเป็นประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ แตกจากก้านใบ เรียงสลับ ก้านใบยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลักษะของใบย่อยเป็นรูปจักใหญ่หรือเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายใบแหลม โคนใบป้านมนเข้าหาเส้นกลางใบ แผ่นใบเรียบแต่สากมือ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศเม็กซิโกและประเทศในแถบอเมริกากลาง โดยจัดเป็นพืชในตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง ลำต้นมีขน เป็นไม้เถาเลื้อยพันต้นไม้อื่น แต่ไม่มีมือเกาะ ลำต้นอาจยาวได้ถึง 5.5 เมตร ต้นไม่แตกแขนง โคนต้นเนื้อแข็ง มีหัวใต้ดินเป็นรากสะสมอาหารหัวมีลักษณะอวบและมีขนาดใหญ่ ขนาดจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ที่ปลูก โดยทั่วไปมีขนาดเท่ากำปั้น พบได้มากจะเป็นพันธุ์หัวใหญ่ โดยจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันแกว

loading...
loading...

 

 

  1. เนื่องจากในเมล็ดของมันแกวจะมีน้ำมันอยู่ ซึ่งเป็นน้ำมันที่คล้ายกับน้ำมันจากเมล็ดฝ้าย สามารถนำมารับประทานได้[1]
  2. หัวมันแกวเล็ก ๆ หรือเศษของหัวก็สามารถนำมาใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ได้[1]
  3. ใบมันแกวนำมาสับให้ละเอียด ตากให้แห้ง แล้วนำไปรองก้นหลุมที่จะปลูกพืชผักต่าง ๆ จะสามารถช่วยป้องกันแมลงที่จะเข้ามาทำลายสวนพืชผักที่อยู่ในดินได้[5]
  4. ส่วนของเมล็ดแก่จะมีสารพิษอยู่มากที่สุด (ส่วนที่มีพิษได้แก่ ใบแก่ ฝักแก่ และเมล็ด) ชาวบ้านจึงนิยมนำมาบดเพื่อใช้ทำยาฆ่าแมลงหรือยาเบื่อปลาได้ ส่วนวิธีการทำยาฆ่าแมลงจากเมล็ดมันแก่ ก็ให้ใช้เมล็ดมันแกวจำนวน 0.5 กิโลกรัม นำมาบดให้ละเอียด แล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง แช่ในน้ำ 5 ปี๊บ ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วัน จากนั้นให้กรองเอาแต่น้ำมาใช้เป็นยาฉีดพ่นในแปลงพืชผักผลไม้ โดยเมื่อจะใช้ต้องผสมน้ำอีก 5 เท่าตัว[1],[5]
  5. ต้นหรือเถาของต้นมันแกวมีความเหนียว ในประเทศฟิจิจะนำมาใช้เป็นแหหรืออวน
  6. ส่วนฝักอ่อนและเมล็ดอ่อน ใช้รับประทานเป็นผัดสดกับส้มตำ หรือต้มรับประทานเป็นผัก โดยคุณค่าทางโภชนาการของฝักอ่อนมันแกว ต่อ 100 กรัม ประกอบไปด้วย พลังงาน 39 แคลอรี่, ความชื้น 89.5%, โปรตีน 1.1 กรัม, ไขมัน 0.2 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 8.9 กรัม, ใยอาหาร 0.5 กรัม, วิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.02 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 0.2 มิลลิกรัม, วิตามินซี 14 มิลลิกรัม, แคลเซียม 14 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 0.4 มิลลิกรัม, และฟอสฟอรัส 15 มิลลิกรัม
  7. คนไทยส่วนใหญ่รู้จักกินหัวมันแกวเป็นอาหาร
    ส่วนใหญ่แล้วกินหัวมันแกวสดเช่นเดียวกับการกินผลไม้ (มันแกวมีรสคล้ายแป้งแต่จะออกหวาน) หรือนำมาจิ้มกับพริกเกลือ มีบ้างที่นำมาใช้ต้มหรือปรุงเป็นอาหารทั้งคาวและหวาน เช่น ผัดไข่ ผัดเปรี้ยวหวาน แกงส้ม แกงป่า หรือใช้เป็นส่วนผสมในทับทิมกรอบ ไส้ซาลาเปา เป็นต้น โดยหัวมันแกวประกอบไปด้วย ความชื้น 82.38%, โปรตีน 1.47%, ไขมัน 0.09%, แป้ง 9.72%, น้ำตาล 2.17%, วิตามินบี1 0.5 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.02 มิลลิกรัม, วิตามินซี 14 มิลลิกรัม, แคลเซียม 16 มิลลิกรัม, และธาตุเหล็ก 1.13 มิลลิกรัม (ต่อ 100 กรัม)
  8. หัวมันแกวมีสรรพคุณช่วยทำให้เกิดน้ำหล่อเลี้ยง แก้กระหายน้ำ ร้อนกระสับกระส่าย ลดไข้ รักษาโรคร้อนดับพิษ (หัว)[6]
  9. ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ หน้าแดง (หัว)[6]
  10. ช่วยแก้ความดันโลหิตสูง (หัว)[6]
  11. ใช้เป็นยารักษาพิษสุราเรื้อรัง (หัว)[6]
  12. ใบมันแกวมีสรรพคุณเป็นยาถ่ายพยาธิ (ใบ)[4]
  13. ใบมีสรรพคุณใช้ในการรักษาโรคผิวหนังกลากเกลื้อน (ใบ)[4]
  14. เมล็ดแก่ป่นหรือบด ใช้เป็นยารักษาโรคผิวหนังได้ (เมล็ด)[1] บ้างว่าใช้เมล็ดบดนำมาทาผิวหนังที่หูดจะช่วยรักษาหูดได้ (เมล็ด)
  15. มันแกวมีวิตามินซี (แม้จะไม่มาก) แต่มันก็มีส่วนช่วยในการป้องหวัด มะเร็ง และต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้[4],[7]
  16. มันแกวมีเส้นใยอาหารสูง จึงมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ช่วยป้องกันโรคท้องผูกได้ดี[4]
  17. จากการศึกษาของ the British Journal of Nutrition ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2005 แสดงให้เห็นว่าอาหารที่มีอินูลิน (Inulin) อย่างมันแกว สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของมะเร็งในลำไส้ใหญ่ไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้
  18. รสหวานจากมันแกวมาจากอินูลิน (Inulin) ซึ่งเป็นน้ำตาลโอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ซึ่งร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้ มันจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน[5]
  19. มันแกวอุดมไปด้วยกรดโฟลิก ที่มีส่วนช่วยควบคุมไม่ให้หลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ดีขึ้น จึงช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ โดยปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 1 ถ้วยตวง (120 กรัม)
  20. ออกผลเป็นฝัก ลักษณะของฝักเป็นรูปขอบขนาน แบน และมีขนปกคลุมทั่วทั้งฝัก ฝักมีขนาดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ฝักเมื่อแก่จะเรียบ ทั้งฝักมีเมล็ดเรียงกันอยู่ภายในประมาณ 4-10 เมล็ด เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปจัตุรัสแบน เมล็ดเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงเข็มหรือสีแดง ผิวมัน

 

มันแกว
มันแกว

 

คุณค่าทางโภชนาการของมันแกวดิบ ต่อ 100 กรัม

 

  • วิตามินบี9 12 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 20.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 0.46 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 0.3 ไมโครกรัม
  • แคลเซียม 12 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.60 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 150 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 4 มิลลิกรัม
  • สังกะสี (ซิงค์) 0.16 มิลลิกรัม
  • พลังงาน 38 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 17.47 กรัม
  • น้ำตาล 1.8 กรัม
  • ใยอาหาร 4.9 กรัม
  • ไขมัน 0.09 กรัม
  • โปรตีน 0.72 กรัม
  • น้ำ 90.07 กรัม
  • วิตามินเอ 21 หน่วยสากล
  • วิตามินบี1 0.020 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี2 0.029 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี3 0.200 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี6 0.042 มิลลิกรัม

 

loading...
loading...

Related Post

Related posts:

แตงโม รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของแตงโม Citrullus lanatus
ปีบทอง รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของ
กัลปพฤกษ์ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นกัลปพฤกษ์
หางไหลแดง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นหางไหลแดง
บุกอีรอกเขา รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นบุกอีรอกเขา
มะเหลี่ยมหิน รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมะเหลี่ยมหิน
มะปราง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมะปราง
เถาพันซ้าย รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นเถาพันซ้าย
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ