ม่านตาอักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคม่านตาอักเสบ Iritis

 

Share This:

ม่านตาอักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคม่านตาอักเสบ Iritis
Rate this post
loading...

ม่านตาอักเสบ

ม่านตาอักเสบ (Iritis) เป็นโรคที่พบได้น้อย สามารถพบเกิดได้ในคนทุกวัย แต่จะพบได้มากในคนวัยหนุ่มสาว โดยเป็นการอักเสบของม่านตาที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดตา เคืองตา น้ำตาไหล ตามัว ตาแดงในส่วนรอบ ๆ ตาดำ ถือเป็นภาวะอันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมและทันท่วงที เพราะอาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงเกิดขึ้นตามมาได้ ส่วนนอกของลูกตาประกอบด้วย ตาขาวและ ตาดำ ส่วนนอกสุดของตาดำหรือกระจกตาซึ่งใสให้แสงผ่านเข้าไปได้ หลังกระจกตาเข้าไปเป็นของเหลวชนิดหนึ่ง หลังจากนั้นเข้าไปก็ถึงม่านตา ซึ่งเป็นส่วนทึบแสงที่ทำให้เกิดสีดำหรือนํ้าตาลของตาดำ ตรงกลางม่านตาคือช่องม่านตาหรือรูม่านตา เป็นช่องว่างที่จะให้แสงผ่านเข้าไปถึงประสาทตาชั้นในได้ ขนาดของช่องม่านตาแตกต่างตามอายุ สภาพของสายตาว่าสั้นหรือยาว ตามแสงสว่าง

ตัวม่านตาเองแท้ๆ ในคนไทยจะมีสีนํ้าตาล ลักษณะขรุขระเล็กน้อยคล้ายกำมะหยี่ ในชาวตะวันตกอาจมีสีแตกต่างออกไป เช่น เขียว ฟ้า เทา ฯลฯ ความจริงตัวม่านตาแท้ๆ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะที่เห็นด้วยตา ยังจะต่อไปทางด้านหลังประกอบเป็นที่สร้างของเหลวของดวงตาชนิดหนึ่งที่เรียก เอเควียส (Aqueous) และยังเลยไปด้านหลังกรุด้านในของดวงตาประกอบเป็นชั้นกลางของผนังดวงตา ทั้งหมดนี้เรียกรวมเป็นภาษาอังกฤษว่า ยูเวีย (Uvea) ยูเวีย ซึ่งมีม่านตาเป็นส่วนหนึ่ง เป็นชั้นที่มีเลือดมาเลี้ยง มากที่สุดของดวงตา เป็นทางติดต่อกับร่างกายทั่วไปโดยผ่านการไหลเวียนของกระแสเลือด เป็นชั้นที่จะให้อาหารแก่ชั้นอื่นของดวงตาโดยเฉพาะแก่ด้านนอกของจอตา ม่านตาอักเสบที่เกิดจากโรคออโตอิมมูน เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคกระดูกหลังแข็ง มักเกิดขึ้นกับตาข้างเดียว พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและมีประวัติโรคออโตอิมมูนในครอบครัวที่ชัดเจน
โรคออโตอิมมูนชนิดที่พบว่าอาจเป็นสาเหตุของม่านตาอักเสบ ได้แก่ สาร์คอยโดซิส โรคสะเก็ดเงิน โรคลำไส้อักเสบไอบีดี

ม่านตาอักเสบ
ม่านตาอักเสบ

 

 

ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคม่านตาอักเสบ

loading...

 

  • ในรายที่เป็นรุนแรง ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้มีเม็ดเลือดขาวที่เกิดจากการอักเสบไปอุดกั้นทางระบายของน้ำเลี้ยงลูกตา และทำให้กลายเป็นต้อหิน (Glaucoma) ได้ หรือไม่ก็อาจมีการยึดติดกันของม่านตากับแก้วตาทำให้เกิดต้อหินได้เช่นกัน
  • อาจทำให้เกิดเส้นเลือดงอกใหม่ในลูกตา มีผลทำให้เกิดเลือดออกในตาได้
  • อาจมีการทำลายจอประสาทตา หรือเกิดจอประสาทตาลอกได้ในรายที่เป็นนาน ๆ อาจทำให้เป็นต้อกระจก (Cataract) ได้
  • โรคม่านตาอักเสบนี้ในระยะแรกมักมาด้วยอาการตาแดงและมีอาการปวดตาโดยฉับพลัน หรืออาจมาด้วยอาการตามัวโดยที่ไม่มีอาการปวดตาเลยก็ได้
  • ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกปวดมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่แจ้ง และอาการจะดีขึ้นเมื่ออยู่ในที่ร่ม บางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยจนไม่รู้สึกว่ามีอาการเลยก็ได้
  • อาการของผู้ป่วยจะเป็นอยู่เพียงไม่กี่วันถึงหลายสัปดาห์ เมื่อหายแล้วอาจกำเริบขึ้นได้ใหม่ ส่วนในรายที่เป็นอย่างเรื้อรังอาจเป็นอยู่นานเป็นแรมเดือนแรมปีเลยก็ได้
  • ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตา (เนื่องจากเกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อม่านตา) ตามัว ตาสู้แสงไม่ได้ ตาแดงในส่วนรอบ ๆ ตาดำ เคืองตา น้ำตาไหล ซึ่งอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยจนถึงปานกลาง อาการอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันหรือเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ และโดยมากมักจะเป็นกับตาเพียงข้างเดียว (ในกรณีที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน อาการมักจะเป็นอยู่ไม่นาน แต่ในรายที่เกิดเป็นโรคเรื้อรัง อาการมักจะกลับมาเป็นซ้ำ ๆ เป็น ๆ หาย ๆ)
  • เกิดจากโรคทางกายอื่น ๆ เช่น โรคสมองอักเสบ, โรคไซนัสอักเสบ, โพรงกระดูกอักเสบ, โรคไขข้ออักเสบ, วัณโรค, ซิฟิลิส, เริม, งูสวัด, หัดเยอรมัน, โรคเรื้อน, มะเร็ง, Ankylosing spondylitis, Reiter’s syndrome, Inflammatory bowel syndrome, Behcet’s, Synpathetic ophthalmia เป็นต้น
  • เกิดจากปฏิกิริยาภูมิต้านตนเอง/โรคออโตอิมมูน (Autoimmune) เช่น โรคสะเก็ดเงิน, โรคลำไส้อักเสบไอบีดี, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์, โรคกระดูกหลังแข็ง, Sarcoidosis
  • เกิดจากการกระทบกระเทือน (อุบัติเหตุทางตา) เช่น การถูกกระแทกโดยของไม่มีคมที่บริเวณกระบอกตา
  • การสูบบุหรี่
  • ในบางรายโรคนี้อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน
  • เกิดจากการลุกลามของโรคติดเชื้อภายนอกลูกตา เช่น เยื่อตาขาวอักเสบ กระจกตาอักเสบ แผลกระจกตา ตาแดงบางชนิด
  • เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อปรสิต (พยาธิ)
  • การอักเสบอาจเนื่องจากการลุกลามของโรคนอกลูกตา เช่น กระจกตาเป็นแผล กระจกตาอักเสบรุนแรง ตาแดงบางชนิด
  • ตามัว มักจะมัวลงไม่มาก ผู้ป่วยอาจรู้สึกคล้ายมีอะไรมา บัง เช็ดหรือล้างตาแล้วก็ยังมัว อาการข้อนี้เนื่องจากการที่ของเหลวในตามีอาการขุ่นเนื่องจากการอักเสบ
  • ปวดตามักไม่มากเช่นกัน อาจน้อยจนรู้สึกเพียงคล้ายๆ หน่วงๆ หรือไม่สบายตา สู้แสงไม่ได้ อาการปวดอาจร้าวไปถึง กระบอกตา หน้าผาก เวลาหวีผมหรือถูกแสงสว่างอาจรู้สึก มากกว่าปกติ
  • ถ้าสังเกตให้สี บริเวณตาขาวส่วนที่อยู่รอบๆ ตาดำ จะมี สีแดงขึ้นมาผิดปกติ อาจมีเพียงเล็กน้อยไปจนถึงสังเกตได้ชัดด้วยตาเปล่า เป็นผลจากการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยบริเวณนั้นเนื่องจากการอักเสบ
  • ขจัดต้นเหตุไม่ว่าจะจากที่แถวดวงตาเองหรือที่อื่น เช่น ไขข้ออักเสบ ปอดอักเสบเพราะการรักษาแบบนี้จะทำให้อาการ ม่านตาอักเสบดีขึ้นด้วย
  • สำหรับที่ม่านตาเองโดยเฉพาะที่สำคัญที่สุดคือการขยาย ม่านตา แพทย์จะสั่งยาหยอดตาบางอย่างซึ่งจะไปขยายม่านตาทำให้ตาพร่าและมัว แพทย์จำเป็นที่จะต้องทำเพื่อให้ม่านตาได้พัก บรรเทาอาการปวด และที่สำคัญที่สุดคือป้องกันไม่ให้ม่านตาซึ่งกำลังอักเสบไปติดกับแก้วตาซึ่งอยู่ข้างหลังออกไป การปล่อยให้ม่านตาและแก้วตาติดกัน จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น ต้อหิน
  • การใช้สตีรอยด์ บางชนิดหยอด บางทีกิน หรือบางทีฉีดที่ เยื่อบุตาแล้วแต่แพทย์จะเห็นสมควร ทั้งนี้แพทย์จะคอยดูอยู่ด้วยว่า ยากลุ่มนี้จะไม่ทำให้เกิดต้อหินขึ้น
  • การใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วยในบางราย แล้วแต่ชนิดความ ร้ายแรงของการอักเสบ
  • พยายามที่จะทำให้การอักเสบที่รุนแรงน้อยลง ระยะเวลา ที่อักเสบสั้นเข้า เช่น การรักษาอาจเปลี่ยนอาการอักเสบที่รุนแรงมากและระยะเวลา 3 เดือนให้กลายเป็นการอักเสบที่รุนแรงน้อยและร่นระยะเวลาเข้ามาเป็น 1 เดือน ซึ่งจะทำให้การเปลี่ยนแปลงในทางไม่ดีน้อยลงไปตามส่วนด้วย
  • การรักษาม่านตาอักเสบโดยทั่วไปจะใช้ยาหยอดตาจำพวกสเตอรอยด์และยาขยายม่านตา เพื่อลดการอักเสบของตาลง ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อม่านตาทำให้ปวดตาน้อยลง ตาแดงน้อยลงและป้องกันการยึดติดระหว่างม่านตาและแก้วตา ซึ่งมีผลทำให้เกิดต้อหินหรือต้อกระจกตามมาได้
  • ยาจำพวกสเตอรอยด์มีทั้งที่เป็นยาหยอดตา ยาฉีดและยากิน โดยทั่วไปจะเริ่มโดยการใช้ยาหยอดตาร่วมกับยาขยายม่านตา ซึ่งควรจะเริ่มเร็วที่สุดตั้งแต่เริ่มพบอาการ ระยะแรกการหยอดตาอาจต้องหยอดบ่อยมากเช่นทุกหนึ่งชั่วโมง เพื่อให้ได้ผลเร็วและช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำ หลังจากนั้นจะค่อยๆ ลดยาลงจนสามารถหยุดยาได้ ยาหยอดตาจำพวกสเตอรอยด์จะลดปฏิกิริยาการอักเสบได้อย่างรวดเร็ว แต่ต้องระวังในกรณีที่สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส
  • imageในกรณีที่ยาหยอดตาไม่สามารถควบคุมการอักเสบอย่างได้ผลก็จะใช้ยาฉีดแทน โดยฉีดเข้าบริเวณข้างๆ ลูกตาในกระบอกตา และสามารถฉีดซ้ำเป็นระยะๆ ได้ทุก 2-6 สัปดาห์แล้วแต่ชนิดของยาฉีดและการควบคุมการอักเสบที่ลูกตาว่าได้ผลเพียงใด
  • ส่วนยารับประทานนั้นมักจะใช้ในกรณีที่การหยอดตาและการฉีดไม่ได้ผล หลังจากการควบคุมการอักเสบได้แล้วจึงค่อยๆ ลดปริมาณยาลงอย่างช้าๆ ไม่ควรหยุดยาทันทีทันใด เพราะอาจทำให้โรคกำเริบขึ้นได้อีก

 

ม่านตาอักเสบ
ม่านตาอักเสบ

 

ในม่านตาอักเสบส่วนใหญ่การอักเสบจะค่อยๆ ลดลงและ หายไปเองแม้จะไม่ได้รับการรักษา ถ้าการอักเสบเป็นไม่รุนแรงอาจหายสนิทโดยไม่มีร่องรอย ตากลับปกติทุกอย่าง แต่ถ้าการอักเสบรุนแรงจะมีการเปลี่ยนแปลงชนิดถาวรตามมา การที่จะมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยและมีผลเสียแก่ตาแค่ไหนขึ้นอยู่กับความรุนแรง และระยะเวลาที่เป็น ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจจะบรรเทา หรือป้องกันการแทรกซ้อนที่ไม่ต้องการเหล่านี้ได้ สิ่งที่พบบ่อยที่สุดของการเปลี่ยนแปลงที่แทรกซ้อนเข้ามาคือ ม่านตากับแก้วตาติดกัน แม้เมื่อการอักเสบหายไปแล้วการติดกันก็จะไม่หลุดออกถ้าไม่ได้รับการป้องกันโดยใช้ยาขยายม่านตาเสียแต่แรกเป็น ถ้าบริเวณที่ติดกันไม่มากอาจไม่มีผลร้ายอะไร เพียงแต่ทำให้เห็นแล้วไม่น่าดู แต่ถ้าบริเวณที่ติดกันนั้นกว้างจนถึงกับกีดกันไม่ให้สารนํ้าที่ผลิตจากช่องหลังม่านตาออกมาช่องหน้าม่านตาเพื่อที่จะระบายออกนอกลูกตาได้แล้ว ผลที่ตามมาก็คือต้อหิน

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
haamor.com
medthai.com

loading...

Related posts:

ข้อไหล่ติด รวมสัญญาณอันตรายของโรคข้อไหล่ยึด ภัยร้ายวัยทำงานถึงวัยชรา
โรคแพนิค ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษา 18 วิธีของโรคแพนิค
โรคตับแข็ง ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคตับแข็ง Cirrhosis
มะเร็งช่องปาก Oral cancer คือ ก้อนเนื้อร้ายหรือมะเร็งที่เกิดขึ้นในบริเวณช่องปาก
แผลอักเสบ แผลเป็นหนองและแผลติดเชื้อ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
ปวดหลัง ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคปวดหลัง 15 วิธี (Office Syndrome)
โลหิตจาง ภาวะโลหิตเป็นความผิดปกติของเลือดที่พบได้บ่อยที่สุด Anemia
ปวดหู อาการปวดบริเวณหูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างพร้อมกันหูอื้อ เจ็บแปลบๆ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ