ยาคลายกล้ามเนื้อ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีใช้ยาคลายเส้น 10 ข้อ

 

Share This:

ยาคลายกล้ามเนื้อ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีใช้ยาคลายเส้น 10 ข้อ
5 (100%) 3 votes
loading...

ยาคลายกล้ามเนื้อ

ยาคลายกล้ามเนื้อ  อาการปวดเมื่อยเนื้อตัวเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ยาคลายเส้น และเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนที่ทำกิจกรรมบางอย่างในท่าเดิมนาน ๆ เช่น พนักงานออฟฟิศ หรือคนที่ออกแรงกล้ามเนื้อมากเกินไป ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งหากเกิดอาการปวดเมื่อยขึ้นมาแล้ว หลายคนก็เลือกที่จะบรรเทาอาการปวดด้วยยาคลายกล้ามเนื้อ เพื่อให้อาการปวดเมื่อยเนื้อตัวหายไปโดยเร็ว ถ้าอย่างนั้นเรามาลองศึกษาเรื่องยาคลายกล้ามเนื้อกันค่ะ ว่าจริง ๆ แล้วยาคลายกล้ามเนื้อช่วยได้แค่ไหน แล้วต้องเลือกใช้อย่างไรเพื่อบรรเทาอาการปวด เส้นพลิก

 

ยาคล้ายกล้ามเนื้อ ยาคลายเส้น เมโทคาร์บามอลเป็นหนึ่งในตัวที่นิยมใช้ ตัวอย่างชื่อทางการค้าของตัวยาเมโทรคาร์บามอลที่มีการผลิตและจำหน่ายก็ได้แก่ แล็กแซน (Laxan) และ ไมโอมีทอล (Myomethol) เป็นต้น ซึ่งยาตัวนี้ไม่ควรนำมาใช้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปี โดยในการใช้นั้นให้รับประทานในช่วง 2-3 วันแรก ในปริมาณ 4 ครั้งต่อวัน ครั้ง 3 เม็ด เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นให้รับประทานในวันต่อๆ ไปในปริมาณ 4 ครั้งเท่าเดิม แต่ลดปริมาณในแต่ละครั้งลงให้เหลือเพียง 1-2 เม็ดต่อครั้ง

ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ

ยาคล้ายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants หรือ Skeletal Muscle Relaxants) คือ กลุ่มยาที่ใช้ลดหรือผ่อนคลายความตึงของกล้ามเนื้อ ยาส่วนใหญ่จะมีผลโดยตรงต่อกล้ามเนื้อ ในขณะที่ยาบางตัวมีผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาทบริเวณไขสันหลังที่ใช้ควบคุมกล้ามเนื้อ โดยตัวอย่างยารักษาที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ ไดอะซีแพม (Diazepam) บาโคลเฟน (Baclofen) แดนโทรลีน (Dantrolene) ข้อเท้าบวม ทิซานิดีน (Tizanidine) โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) และสารที่สกัดจากกัญชา ซึ่งเป็นยาในกลุ่มควบคุม  หลังจากที่เลือดนำสารอาหารและ Oxygen O2 เข้าไปใน cell ต่าง ๆ (เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ผิวหนัง กระดูก เส้นประสาท) จะมีการใช้พลังงาน และมีของเสียเกิดขึ้น รวมทั้ง Carbondioxide CO2 ซึ่งจะซึมกลับเข้าไปในเส้นเลือดดำ เพื่อนำไปปล่อยที่ถุงลมในปอด

ยานวดคลายกล้ามเนื้อ ถ้าเกิดการเจ็บป่วย หรือมีโรคใด ที่ทำให้ CO2 ตกค้างอยู่ในเส้นเลือดดำมาก รวมทั้งการขับ CO2 ของปอดก็ไม่ดีนัก ก็ทำให้การดึง CO2 ออกจาก cell ต่าง ๆ (เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ผิวหนัง กระดูก เส้นประสาท) ทำได้ยาก เป็นเหตุให้มี CO2 ตกค้างอยู่ใน cell ต่าง ๆ ดังที่แพทย์แผนไทยเรียก ลมเข้าเส้น ลมในเส้น

การกดจุด กดเส้น นวด จะช่วยทำให้ CO2 ออกจากถุงลมปอดได้ขึ้น จึงได้เรอเสียงดังออกมา เพราะการกดจุดจะไปเพิ่มความดันของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ ผิวหนัง กระดูก เส้นประสาท รวมทั้งภายในเส้นเลือดดำ ทำให้ CO2 ถูกขับออกมาง่ายขึ้น

ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ

 

ยาคลายกล้ามเนื้อแบ่งเป็น 3 ชนิดหลักด้วยกัน ได้แก่

  • ยาหย่อนกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Blocking Agents) จะออกฤทธิ์กับตัวรับแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ไปกีดขวางการทำงานของสารสื่อประสาทที่มีผลต่อกล้ามเนื้อ อาจใช้ยากลุ่มนี้ร่วมในขั้นตอนการให้ยาสลบ เพื่อคลายกล้ามเนื้อไม่ให้เกิดการเคลื่อนไหวในระหว่างที่แพทย์ทำการผ่าตัด
  • ยาคลายกล้ามเนื้อสูตรผสม (Skeletal Muscle Relaxant Combinations) เป็นยาที่มีส่วนผสมของยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้ปวดรวมกันอยู่ในเม็ดเดียว ยาจะช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อลาย ทำให้กล้ามเนื้อที่หดคลายตัวลง มักใช้รักษาภาวะกล้ามเนื้อหดตัว หรือภาวะที่เกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
  • ยาคลายกล้ามเนื้อหดเกร็ง (Skeletal Muscle Relaxants) เป็นยาที่ใช้ลดหรือผ่อนคลายความตึงของกล้ามเนื้อ ตัวยาจะออกฤทธิ์ปิดกั้นการทำงานของระบบประสาทสมองและไขสันหลัง ซึ่งจะลดและป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของกล้ามเนื้อจนเกิดอาการกล้ามหดเกร็งหรือแข็งตัวจากการรับสารสื่อประสาท

การออกฤทธิ์ของยาคลายกล้ามเนื้อแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

รักษาอาการกล้ามเนื้อหดตัว (Muscle Spasm) ที่อาจเกิดขึ้นอย่างชั่วคราว หรือต่อเนื่องเรื้อรัง เช่นปวดหัวจากความเครียด ปวดหลังเรื้อรัง โดยยาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้รักษากล้ามเนื้อหดตัว ได้แก่ บาโคลเฟน (Baclofen) แดนโทรลีน (Dantrolene) และทิซานิดีน (Tizanidine)

ยาคลายกล้ามเนื้อ รักษาภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งหรือแข็งตัว (Spasticity) จากการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เช่น โรคปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis) โรคสมองพิการ (Cerebral Palsy) เส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตัน โดยยาที่ได้รับอนุมัติให้ใช้รักษากล้ามเนื้อหดเกร็งหรือแข็งตัว ได้แก่ คาริโซโพรดอล (Carisoprodol) คลอร์ซ็อกซาโซน (Chlorzoxazone) ไซโคลเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine) เมตาซาโลน (Metaxalone) เมโทคาร์บามอล (Methocarbamol) และออร์เฟเนดรีน (Orphenadrine)

ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ

 

ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ

ยาคลายกล้ามเนื้อคืออะไร

ยาคลายกล้ามเนื้อคือยาที่ใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดเฉียบพลัน จากการที่กล้ามเนื้อหดเกร็ง เนื่องจากการบาดเจ็บหรือโรคที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อและกระดูก

โดยยาคลายกล้ามเนื้อจะออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง และอาจจำเป็นต้องใช้ร่วมกับการพักกล้ามเนื้อ กายภาพบำบัด และการรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วย จึงจะช่วยคลายปวดเมื่อยอย่างได้ผลจริง ๆ

ยาคลายกล้ามเนื้อมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แต่ละประเภทของยาคลายกล้ามเนื้อก็จะออกฤทธิ์ใกล้เคียงกัน ซึ่งยาคลายกล้ามเนื้อสามารถแบ่งออกได้ตามนี้

1. ยาที่ออกฤทธิ์ในระบบประสาท โดยยับยั้งการสั่งความรู้สึกปวดผ่านระบบประสาท ซึ่งก็ได้แก่ ยา Orphenadrine และยา Tolperisone (Mydocalm)

2. ยาลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ มีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบและอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ มี 2 กลุ่มด้วยกันคือ

– ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid)

– ยาลดการอักเสบและลดปวดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDS) ได้แก่ Diclofenac, Nappraxen, Piraxicam, Nidol, Aspirin, lndomethacin

3. ยาแก้ปวดพาราเซตามอล เป็นยาที่ใช้ลดอาการไข้โดยการยับยั้งศูนย์ควบคุมอุณหภูมิความร้อน และบรรเทาอาการปวดทั่ว ๆ ไป

อย่างไรก็ดี ยาในกลุ่มคลายกล้ามเนื้อที่มีขายในไทยจะประกอบไปด้วย Carisoprodol, Chlorzoxazone, Methocarbamol, Orphenadrine และ Tolperisone (Mydocalm) ซึ่งก็มักจะผลิตออกมาจำหน่ายในรูปยาผสม เช่น

– Carisoprodol + Phenylbutazone (Alaxan)

– Carisoprodol + Paracetamol

– Chlorzoxazone + Paracetamol

– Orphenadrine + Paracetamol (Norgesic) เป็นต้น

ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ

 

  • ไดอะซีแพม (Diazepam) เป็นยานอนหลับชนิดหนึ่ง มีทั้งรูปแบบยารับประทาน ยาแบบฉีด และยาสวนทางทวาร แม้ไม่ได้ออกฤทธิ์โดยตรงต่อกล้ามเนื้อ แต่ออกฤทธิ์ต่อสารเคมีในสมอง ช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกผ่อนคลายและทำให้ง่วงนอน
  • โบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เป็นสารที่ใช้ในรูปแบบฉีด ใช้ปิดกั้นสารสื่อประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ นอกเหนือจากการใช้เพื่อศัลยกรรมความงาม ยังสามารถใช้รักษาในผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อคอบิดเกร็ง (Cervical Dystonia) ภาวะกล้ามเนื้อหดตัวในบริเวณต่าง ๆ และภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (hyperhidrosis)
  • บาโคลเฟน (Baclofen) เป็นยาคลายกล้ามเนื้อและแก้อาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ใช้ในรูปแบบรับประทานและสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป มักใช้รักษาอาการหดเกร็ง หรือกล้ามเนื้อแข็งตัวจากโรคปลอกประสาทอักเสบ หรือรักษาผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อหดเกร็งจากการเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บบริเวณไขสันหลังได้ด้วย
  • แดนโทรลีน (Dantrolene) ช่วยรักษาระดับแคลเซียมในกล้ามเนื้อให้เป็นปกติ ช่วยป้องกันหรือลดอุณหภูมิร่างกายไม่ให้เพิ่มสูงจนเกินไป เป็นยาในรูปแบบยารับประทานและยาฉีดเข้าเส้นเลือด ใช้ภายใต้คำสั่งแพทย์เท่านั้น ใช้เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเป็นอาการไข้สูงอย่างร้าย (Malignant Hyperthermia) ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตจากการใช้ยาสลบ โดยอาจใช้ก่อนหรือหลังการให้ยาสลบและการผ่าตัด หรืออาจใช้ในกรณีอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์
  • ทิซานิดีน (Tizanidine) เป็นยาอันตรายที่ใช้รักษาภายใต้คำสั่งแพทย์ในระยะสั้น ออกฤทธิ์ปิดกั้นสารสื่อประสาทไม่ให้ส่งสัญญาณไปยังสมองที่จะกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดได้ ใช้ผ่อนคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อเพียงชั่วคราว ต้องใช้ยาอย่างถูกต้องเคร่งครัดภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายตามมา
  • ออร์เฟเนดรีน (Orphenadrine) ใช้รักษาภาวะอาการเจ็บป่วยทางกล้ามเนื้อในระยะสั้น ๆ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายและบรรเทาความเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อหดเกร็ง โดยอาจใช้ยารักษาร่วมกับการทำกายภาพบำบัดและการให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • ยาลดการอักเสบแบบไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Antiinflammatory Drugs: NSAIDs) ช่วยยับยั้งการอักเสบ และบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากกระบวนการอักเสบ ตัวอย่างยาที่เป็นที่รู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มนี้ คือ แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค และนาพร็อกเซน เป็นต้น

 

ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ

 ยาคลายกล้ามเนื้อ ชื่อนี้ มีตัวยาอะไรบ้าง

loading...

ยาคลายกล้ามเนื้อที่น่าจะคุ้นชื่อคุ้นตากันดีต่อไปนี้ ลองมาดูกันค่ะว่า ตัวยาที่มีในยาคลายกล้ามเนื้อแต่ละชนิด มีอะไรบ้าง และช่วยบรรเทาตรงจุดไหน

 1. Norgesic 

เป็นยาเม็ดที่มีส่วนผสมของ Orphenadrine และ Paracetamol ใช้บรรเทาอาการปวดเนื่องจากภาวะกล้ามเนื้อลายตึงตัวมาก เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ปวดข้อ หรือ ปวดระดู

โดยปกติใช้รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หรือใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง และผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีควรได้รับขนาดยาที่ลดลง เนื่องจากอาจได้รับผลข้างเคียงจากยามากกว่าคนทั่วไป โดยควรเก็บรักษายานี้ที่อุณหภูมิ 15-30 องศาเซลเซียส เก็บในที่แห้ง พ้นจากแสงและความร้อน

ยาคลายกล้ามเนื้อ ส่วนผลข้างเคียงที่ควรระวังเมื่อใช้ยา คือ 

– มีผื่นขึ้น คัน หรือลมพิษ

– ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้นบวม

– หายใจลำบาก ใจสั่น

– มีไข้ เจ็บคอ

– ประสาทหลอน สับสน การมองเห็นเปลี่ยนไป

– ชีพจรเต้นเร็ว

– มีเลือดออกหรือฟกช้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ

– บริเวณตาขาวหรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

– หน้ามืด เป็นลม หมดสติ อาเจียน

– หากใช้ยานี้ติดต่อกันนาน ๆ อาจมีอาการมึนงง ง่วงซึม คลื่นไส้ ไม่สบายท้อง ซึ่งต้องแจ้งให้แพทย์ทราบโดยด่วน

ยาคลายกล้ามเนื้อ สิ่งที่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการใช้ยานี้

– ประวัติการแพ้ยา orphenadrine citrate ยาพาราเซตามอลหรือยาอื่น ๆ รวมทั้งมีอาการแพ้น้ำตาลแลกโตส และอาหาร

– ใช้หรือกำลังจะใช้ยาอื่น ๆ ทั้งยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง รวมไปถึงวิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร

– เป็นโรคต้อหิน โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคต่อมลูกหมาก โรคกระเพาะอาหาร หรือมีปัญหาในกระเพาะอาหาร หรือเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้าย (myasthenia gravis)

– ตั้งครรภ์ วางแผนจะตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

– หากจะเข้ารับการผ่าตัดหรือการทำฟันควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่าใช้ยานี้

– ประวัติการดื่มแอลกอฮอล์

 

ยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาคลายกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ยาคลายกล้ามเนื้อยังอาจมีปฏิกิรยาในทางลบกับยาบางชนิด เช่น หากใช้ยาร่วมกับยา Haloperridol (ยาทางจิตเวช) อาจทำให้อาการจิตเภทแย่ลง หรือให้ยาคลายกล้ามเนื้อร่วมกับยา Diazepam เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาแก้ปวด Tramadol อาจทำให้อาการข้างเคียงมีโอกาสเกิดได้มากขึ้น

 

 

ขอบคุณที่มา

pobpad.com
health.kapook.com
healthtio.com
pobpad.com

 

loading...

Related posts:

ระวัง! สารเคมีอันตรายในบ้านใกล้ตัวคุณ
“สเต็มเซลล์” แสงแห่งความหวังหรือแค่ธุรกิจหลอกคนรวย?
คาลาไมน์โลชั่น (Calamine Lotion)
ยาลดความอ้วนที่ถูกต้องตามกฎหมาย นั้นมีจริงหรือไม่?
พาราเซตามอล (Paracetamol) การใช้ยาเพื่อรักษาและผลข้างเคียงของยา
ไอบูโพรเฟน Ibuprofen เป็นยาแก้อักเสบปราศจากสเตียรอยด์ ใช้รักษาอาการปวด ไข้
ยาแก้ปวดท้อง ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการใช้ยารักษาการคลื่นไส้ 18 วิธี
ยาคลายเครียด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีใช้ยาระงับประสาท 10 ข้อ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ