ลองกอง รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของลองกอง ลางสาด 22 ข้อ Longkong

 

Share This:

ลองกอง รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของลองกอง ลางสาด 22 ข้อ Longkong
5 (100%) 3 votes
loading...

ลองกอง

ลองกอง ชื่อสามัญ Longkong

ลองกอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Lansium domesticum Corr. จัดเป็นพืชที่อยู่ในชนิดเดียวกันกับลางสาดและลูกู หรือ ดูกู (Duku) โดยจัดอยู่ในวงศ์ MELIACEAE  (ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE) เช่นเดียวกับกระท้อน กัดลิ้น ตะบูนขาว ตะบูนดำ และสะเดา

เป็นลางสาดพันธุ์หนึ่งชนิดที่เปลือกหนาและยางน้อย โดยลางสาดเป็นไม้ต้นชนิด Lansium domesticum Corrêa ในวงศ์ Meliaceae ผลกลม ๆ ออกเป็นพวง กินได้ เม็ดในขม[1]

ลางสาดนั้นเชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากบริเวณหมู่เกาะมลายู อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และภาคใต้ของไทย มีหลายชื่อ อาทิ ลังสาด, ดูกู โดยชื่อ “ลางสาด” หรือ “ลังสาด” นั้นมาจากภาษามาเลย์ว่า “langsat”, ชื่อ “ดูกู” มาจากภาษาอินโดนีเซียว่า “duku” และชื่อ “ลองกอง” มาจากภาษายาวีว่า “ดอกอง”

 

ลองกอง

แน่นอนว่าความโดดเด่นของลองกองคือรสชาติที่หวานอร่อย และเนื้อนิ่มรับประทานง่าย จึงนิยมรับประทานกันแบบผลสดมากกว่า แต่ก็มีการนำไปแปรรูปบ้างเป็นส่วนน้อย ลองกองจัดว่าเป็นผลไม้ที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เป็นผลไม้บำรุงสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน และยังมีสารคาเทชินลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลองกองยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม วิตามินซี และมีเส้นใยอาหารสูง

 

ใบลองกองเป็นใบย่อยแตกออกจากก้านใบเป็นคู่ตรงข้าม ก้านใบยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร ใบย่อยกว้างประมาณ 5-7.5 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตรโดยประมาณ ใบมีขนาดใหญ่ หนา ใต้ใบเรียบไม่มีขน ด้านหน้าของใบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนด้านหลังใบเป็นสีเขียวจาง ลักษณะใบยาวรีเป็นรูปไข่ ปลายใบมนเป็นคลื่น เส้นใบย่อยลึก ดอกลองกองเป็นดอกรวมอยู่ในช่อดอก การจัดเรียงของดอกภายในช่อเป็นแบบสลับกัน เป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน กลีบของดอก มี 5 กลีบ ดอกสามารถเจริญเป็นผลโดยไม่ต้องมีการผสมเกสร

 

ผล และเมล็ดลองกอง
ผลลองกองเป็นผลเดี่ยว ผลมีลักษณะค่อนข้างกลม มีเปลือกค่อนข้างหนาเมื่อเทียบกับเปลือกลางสาด แต่เปลือกลองกองจะมียางน้อยกว่าหรือไม่มียางเมื่อสุกเต็มที่ โดยเปลือกผลอ่อนหรือผลดิบมีสีเขียวเข้ม และเมื่อแก่หรือสุกจะมีสีเหลืองอ่อนหรือสีครีม ถัดมาด้านในจะเป็นเนื้อผลแบ่งเป็นกลีบๆ 4-5 กลีบ เนื้อผลมีสีขาวใสหรือออกขาวขุ่น เนื้อมีลักษณะหนา และฉ่ำไปด้วยน้ำ ซึ่งให้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยตามระยะการสุก ทั้งนี้ ระยะตั้งแต่หลังดอกบานจนถึงผลเริ่มสุกจะใช้เวลาประมาณ 13-15 สัปดาห์ และการสุกจะเริ่มสุกจากผลบริเวณโคนช่อผลก่อน

loading...

 

ลองกอง
ลองกอง

ลองกองในสายตาของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในฝังยุโรปถือว่าเป็นผลไม้หาทานยาก แต่ในไทยนั้นปลูกและให้ผลผลิตกันอย่างแพร่หลาย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง โดยในประเทศไทยจะปลูกกันอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ

duku-ลองกอง

1. พันธุ์ลองกองแห้ง ที่ชื่อแบบนี้ก็เพราะว่าลองกองพันธุ์นี้จะมีเปลือกค่อนข้างหยาบ หนา และแห้ง เนื้อจะไม่ช้ำง่าย ไม่เละง่าย เหมาะกับคนชอบทานลองกองเนื้อกรอบ รสหวานหอม และไม่มียาง พันธุ์นี้จะอร่อยทีสุดสำหรับคนชอบลองกอง

2. พันธุ์ลองกองน้ำ พันธุ์นี้ก็ตามชื่อคือจะมีน้ำอยู่ในเนื้อมาก เนื้ออ่อนยุบง่าย เหมาะกับคนไม่ชอบทานแบบกรอบๆ ชอบนิ่มๆ เละๆ ผลสุกฉ่ำน้ำมาก พันธุ์นี้สังเกตง่ายๆ คือกดไปที่เปลือกแล้วจะยุบได้ง่ายๆ เลย

3. พันธุ์ลองกองแกแลแม หรือลองกองแปร์แม พันธุ์นี้จะไม่มียาง ผลนิ่มและมีกลิ่นฉุนนิดๆ

 

ประโยชน์ลองกอง

  1. ลองกองสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ เช่น ทำเป็นน้ำเชื่อม ลูกอม แยมลองกอง ลองกองกวน น้ำลองกอง ไวน์ลองกอง ลองกองผสมวุ้นมะพร้าวในน้ำเชื่อม เป็นต้น[1],[2]
  2. เปลือกผลและเมล็ดมีส่วนประกอบของสารที่มีความสำคัญทางการแพทย์และทางด้านอุตสาหกรรม เนื่องจากมีสาร Tannin อยู่เป็นจำนวนมาก[3]
  3. มีการนำส่วนผลของลองกองมาสกัดด้วยเอทานอลและละลายสารสกัด 2-5% ในโพรไพลีนไกลคอล (Propylene glycol) เพื่อใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุดท้ายสำหรับทำเป็นเครื่องสำอางสำหรับผิวหนังที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยลดรอยด่างดำ ซึ่งจากผลการทดสอบในอาสาสมัครหญิงจำนวน 30 คน พบว่าสารสกัดจากลองกองสามารถเพิ่มความชื้นกับผิวหนังและช่วยลดรอยด่างดำได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ[1]
  4. ประโยชน์ของลองกอง โดยทั่วไปแล้วจะนิยมรับประทานเป็นผลไม้สด ให้รสชาติหวานอร่อย อีกทั้งยังมีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย[1],[3]
  5. เปลือกผลแห้งนำมาเผาเพื่อให้ได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหย มีประโยชน์ในการใช้ไล่ยุงได้[1],[3]
  6. ในเปลือกมีสารประเภท Oleoresin จำนวนมาก จึงมีการนำมาใช้ในการรักษาโรคท้องร่วง อาการปวดท้อง (เปลือกผล)[1]
  7. เมล็ดใช้เป็นยาขับพยาธิ (เมล็ด)[1],[2]
  8. สารสกัดจากเปลือกต้นสามารถช่วยแก้พิษแมงป่องได้ (เปลือกต้น)[1]
  9. ใช้เป็นยาสมานแผล (เปลือกต้น)[1] ส่วนเมล็ดมีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมาน (เมล็ด)[1]
  10. เปลือกต้นลองกองสามารถนำมาใช้เป็นยาต้มกินเพื่อช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ได้ (เปลือกต้น)[1],[2]
  11. สรรพคุณของลองกอง ใช้เป็นยารักษาโรคกระเพาะ (กิ่ง)[3]
  12. ใช้ในการรักษาอาการท้องเสียและอาการลำไส้เกร็ง (เมล็ด)[1]
  13. เปลือกต้นและใบใช้เป็นยาต้มสำหรับรักษาโรคบิด (เปลือกต้น, ใบ)[3]
  14. ใบลองกองมีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรียได้ถึง 50% (ใบ)[1] เมล็ดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อมาลาเรียและยับยั้งการเจริญของปรสิตมาลาเรีย (Plasmodium falciparum) ได้ถึง 50% (เมล็ด)[1]
  15. เปลือกผลนำไปตากแห้งแล้วเผาให้เกิดควัน ใช้สูดดมเพื่อช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรค (เปลือกผล)[3]
  16. น้ำจากผลมีการนำไปใช้หยอดตาเพื่อช่วยรักษาอาการตาอักเสบ (น้ำจากผล)[3]

สรรพคุณทั้งหมดของลองกอง

  • แก้ร้อนในผลลองกองมีสรรพคุณเป็นผลไม้ดับร้อน สามารถช่วยลดความร้อนในร่างกาย เมื่อกินลองกองเป็นประจำจะช่วยป้องกันอาการไข้ตัวร้อน และอาการร้อนในได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยฟอสฟอรัสและวิตามินบีถึง 2 ชนิดด้วยกัน
  • ไฟเบอร์สูง ดีต่อระบบขับถ่ายลองกองเพียงแค่ 100 กรัม (6-7 ผล) ก็ให้ใยอาหารเราได้มากถึง 2 กรัม ซึ่งถ้าวัดกันเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วจะเห็นได้ว่าลองกองไม่ถึง 10 ผลก็ให้ใยอาหารได้ประมาณ 8-11% ของปริมาณใยอาหารที่ร่างกายควรได้รับต่อวันแล้วนะคะ ดังนั้นจะบอกว่าลองกองเป็นผลไม้แก้ท้องผูกอีกตัวก็อาจจะได้
  • เติมพลังกายวิตามินบี 1 ในลองกองมีส่วนช่วยเพิ่มการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย เพราะเป็นวิตามินที่ช่วยดึงอาหารหมู่คาร์โบไฮเดรตมาเผาผลาญและเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงให้ร่างกายดึงไปใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละวัน และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติอีกด้วย
  • ช่วยบำรุงระบบประสาทเนื่องด้วยในลองกองมีวิตามิน B1 และ B2 ในปริมาณพอสมควร ซึ่งวิตามินบีหรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ไรโบฟลาโวน จะช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาทให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
  • สารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงดูแลเซลล์ในร่างกายเห็นผลเล็ก ๆ ผิวพรรณไม่สวยงามอย่างนั้น แต่เนื้อในผลของลองกองแอบซ่อนสารต้านอนุมูลอิสระไว้ไม่ใช่น้อยเลยล่ะ โดยผลการศึกษาในวารสาร Food Chemistry เมื่อปี 2006 เผยว่า ลองกองเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่พอ ๆ กับผลไม้อย่างกล้วยและมะละกอเลยทีเดียว ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผลลองกองนี้มีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายได้โดยง่าย ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังได้หลายชนิด

 

ลองกอง
ลองกอง

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อลองกอง ต่อ 100 กรัม

  • วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 1.7 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 24 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 5 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.7 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 35 มิลลิกรัม
  • พลังงาน 66 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 15.3 กรัม
  • โปรตีน 0.9 กรัม
  • ไขมัน 0.1 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 0.3 กรัม
  • น้ำ 80%
  • วิตามินเอ 15 หน่วยสากล
  • วิตามินบี 1 0.08 มิลลิกรัม

ลองกองนอกจากจะหวานชื่นใจแล้วยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ส่วนอื่นๆ อย่างเปลือกหรือเมล็ดก็ใช้รักษาโรคได้เหมือนสมุนไพรชนิดหนึ่งเลยทีเดียว นอกเหนือไปจากสรรพคุณและประโยชน์ของลองกองเหล่านี้แล้ว อีกประการหนึ่งที่อยากจะให้รับประทานลองกอง ก็เพื่ออุดหนุนเกษตรกรไทยด้วยเนื่องจากลองกองเป็นผลผลิตของไทย และในไทยมีลองกองพันธุ์ดีที่รสชาติอร่อย หวาน หอม ทานแล้วสดชื่นดีจริงเชียว

 

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
medthai.com

loading...

Related Post

Related posts:

แอปเปิ้ลไซเดอร์ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของ Apple Cider Vinegar
สาลี่ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของลูกสาลี่ Asian pear
ลูกท้อ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของต้นลูกพีช 25 ชนิด (Peach)
ลูกพลับ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของ Persimmon
พุทราจีน รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของพุทราจีน Jujube
มัลเบอร์รี่ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของมัลเบอร์รี่ Mulberry
ข้าวโอ๊ต รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของข้าวโอ๊ต Oat
มันฝรั่ง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันฝรั่ง
Rating: 5.0. From 2 votes.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ