หนองใน สาเหตุหลัก อาการและวิธีการรักษาให้หายจากโรคหนองในแท้ 30 วิธี

 

Share This:

หนองใน สาเหตุหลัก อาการและวิธีการรักษาให้หายจากโรคหนองในแท้ 30 วิธี
4.8 (96.67%) 18 votes
loading...

หนองใน

หนองใน แท้เป็นโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อแบคทีเรียชื่อ Neisseria gonorrhoea เชื้อนี้จะทำให้เกิดโรคเฉพาะเยื่อเมือก mucous membrance เช่น อาการของโรคอาจจะไม่ชัดเจนและถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการติดเชื้อโรคอื่น วิธีเดียวที่จะเห็นความต่างของแบคทีเรียคือการตรวจแบบวิทยาเซรุ่ม (การตรวจกรองชนิดแอนติบอดี้) และการเพาะเชื้อ (การนำตัวอย่างของบริเวณที่ติดเชื้อมาและดูการเติบโตของเชื้อ)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หนองในเทียม

รู้ว่าโรคหนองในต้องได้รับการรักษา. โรคหนองในอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมายหากไม่ได้รับการรักษา เช่น การเจ็บปวดต่อเนื่องและการเป็นหมันในทั้งผู้ชายและผู้หญิง สุดท้ายโรคหนองในที่ไม่ได้รับการรักษาจะลามไปยังกระแสเลือดและข้อต่อซึ่งอาจจะรุนแรงมาก

  • ในทางกลับกัน โรคหนองในที่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะสามารถหายขาดได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Neisseria gonorrhoea

โรคหนองในเทียม

โรคหนองใน แท้ นี้ติดต่ออย่างไร

โรคนี้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะทางปาก ช่องคลอดหรือทางทวาร

  • การร่วมเพศทางปากจะทำให้เชื้อสามารถติดต่อจากปากไปอวัยวะเพศ หรือจากอวัยวะเพศไปยังปาก
  • หากช่องคลอดหรืออวัยวะดังกล่าวปนเปื้อนหนองที่มีเชื้อ ก็สามารถติดเชื้อนี้ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการร่วมเพศ
  • หากคุณมีคู่ขามากเท่าใดคุณก็จะมีโอกาสติดเชื้อนี้เพิ่มขึ้น
  • การจับมือหรือการนั่งฝาโถส้วมไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคหนองใน

อาการของโรคหนองในแท้ นี้เป็นอย่างไร

  • ผู้ชายมักจะเกิดอาการหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว 2-5 วันอาการเริ่มจะมีอาการระคายเคืองท่อปัสสาวะ หลังจากนั้นจะมีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะ แล้วจึงตามด้วยอาการมีหนองสีเหลืองไหลออกจากท่อปัสสาวะ
  • ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ หากจะมีอาการมักจะเกิดใน 10 วัน
  • อาการของโรคจะเหมือนกับการติดเชื้อ chlamydia
  • การติดเชื้อที่คออาจจะไม่มีอาการ หรืออาจจะมีอาการเจ็บคอ ไข้
  • หากติดเชื้อทีตาจะมีหนองไหลและเคืองตา conjunctivitis

>>>>>>ผู้ชาย<<<<<

  • อาจจะไม่มีอาการ
  • มีหนองสีเหลืองไหลออกจากอวัยวะเพศ
  • ปัสสาวะขัด
  • อัณฑะบวม หรือมีการอักเสบ

>>>>>>ผู้หญิง<<<<<

  • ผู้หญิงที่ได้รับเชื้อนี้จะมีอาการช้ากว่าผู้ชายโดยเฉลี่ยจะเกิดอาการหลังได้รับเชื้อแล้ว 1-3 สัปดาห์ อาการที่พบไม่มากจนกระทั่งผู้ป่วยไม่ให้ความสนใจ
  • จะสงสัยว่าเป็นโรคนี้เมื่อคนที่ร่วมเพศด้วยป่วยเป็นโรคนี้
  • ตกขาว หรือเลือดผิดปกติ
  • ปัสสาวะขัด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคหนองใน

โรคนี้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ว่าจะทางปาก ช่องคลอดหรือทางทวาร
การร่วมเพศทางปากจะทำให้เชื้อสามารถติดต่อจากปากไปอวัยวะเพศ หรือจากอวัยวะเพศไปยังปาก
หากช่องคลอดหรืออวัยวะดังกล่าวปนเปื้อนหนองที่มีเชื้อ ก็สามารถติดเชื้อนี้ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีการร่วมเพศ
หากคุณมีคู่ขามากเท่าใดคุณก็จะมีโอกาสติดเชื้อนี้เพิ่มขึ้น
การจับมือหรือการนั่งฝาโถส้วมไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อ
อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ผู้ชายมักจะเกิดอาการหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว 2-5 วันอาการเริ่มจะมีอาการระคายเคืองท่อปัสสาวะ หลังจากนั้นจะมีอาการปวดแสบเวลาปัสสาวะ แล้วจึงตามด้วยอาการมีหนองสีเหลืองไหลออกจากท่อปัสสาวะ
ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ หากจะมีอาการมักจะเกิดใน 10 วัน
อาการของโรคจะเหมือนกับการติดเชื้อ chlamydia
การติดเชื้อที่คออาจจะไม่มีอาการ หรืออาจจะมีอาการเจ็บคอ ไข้
หากติดเชื้อทีตาจะมีหนองไหลและเคืองตา conjunctivitis
>>>>>>ผู้ชาย<<<<<

 

โรคหนองใน
โรคหนองใน

 

อาจจะไม่มีอาการ
มีหนองสีเหลืองไหลออกจากอวัยวะเพศ
ปัสสาวะขัด
อัณฑะบวม หรือมีการอักเสบ
>>>>>>ผู้หญิง<<<<<

ผู้หญิงที่ได้รับเชื้อนี้จะมีอาการช้ากว่าผู้ชายโดยเฉลี่ยจะเกิดอาการหลังได้รับเชื้อแล้ว 1-3 สัปดาห์ อาการที่พบไม่มากจนกระทั่งผู้ป่วยไม่ให้ความสนใจ
จะสงสัยว่าเป็นโรคนี้เมื่อคนที่ร่วมเพศด้วยป่วยเป็นโรคนี้
ตกขาว หรือเลือดผิดปกติ
ปัสสาวะขัด

การวินิจฉัยโรคหนองในแท้หนองใน

เราสามารถรู้ว่าเป็นโรคหนองในแท้หรือไม่โดยการตรวจ

  • นำหนองหรือปัสสาวะมาตรวจ PCR
  • นำหนองมาย้อมหาเชื้อ
  • นำหนองไปเพาะเชื้อ
  • ข้อสำคัญคือท่านอาจจะต้องตรวจหาโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นร่วมด้วย

การรักษาโรคหนองในแท้

เนื่องจากผู้ที่ป่วยเป็นโรคหนองในแท้มักจะมีหนองในเทียมร่วมด้วยเสมอดังนั้นจึงต้องรักษาพร้อมกันทั้งสองโรค

  • ยาในกลุ่ม Cephalosporin ได้แก่ Cefixime 400 มิลิกรัมรับประทานครั้งเดียว หรือ Ceftriaxone 250 มิลิกรัมฉีดครั้งเดียว
  • ยาในกลุ่ม Quinolone ได้แก่ยา Ciprofloxacin 500 mg รับประทานครั้งเดียว หรือ Ofloxacin 400 mg รับประทานครั้งเดียว หรือ Levofloxacin รับประทานครั้งเดียว
  • หากแพ้ยาดังกล่าวอาจจะให้ spectinomycin
  • การรักษาหนองในแท้มักจะรักษาหนองในเทียมร่วมด้วยโดยการให้ doxycycline 1 เม็ดเช้าเย็นเป็นเวลา 7 วัน
  • คนท้องต้องปรึกษาแพทย์
  • เนื่องจากเชื้อมีการดื้อยามากขึ้นท่านต้องรับประทานยาให้ครบ และตรวจซ้ำตามที่แพทย์แนะนำและต้องพาคู่ของท่านไปตรวจรักษาด้วย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคหนองใน

loading...

การป้องกันติดโรคนี้

  • การป้องกันที่ดีที่สุดคือการงดมีเพศสัมพันธ์
  • มีสามีหรือภรรยาคนเดียว
  • สวมถุงยางอนามัยหากมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่แน่ใจว่าจะมีโรคติดต่อหรือไม่

โรคหนองใน เกิดได้จากการสัมผัสเยื่อบุช่องคลอด ช่องปาก ทวารหนัก องคชาต (อวัยวะเพศชาย) โดยอาจมี หรือไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิก็ได้ นอกจากนี้ ยังอาจติดจากมารดาสู่ทารกในระหว่างการคลอดได้

ผู้ที่เป็นโรคหนองใน หลังจากได้รับการรักษาแล้ว หากสัมผัสโรคอีก ก็เป็นโรคซ้ำได้

อนึ่ง ปัจจัยเสี่ยงของโรคหนองใน คือ คนที่มีเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วจะมีความเสี่ยง หรือมีโอกาสที่จะเป็นโรคได้ นอกจากนั้น จะมีความเสี่ยงสูงใน

  • กลุ่มวัยรุ่น
  • คนที่มีคู่นอนมากกว่าหนึ่งคน
  • เคยเป็นโรคนี้มาแล้ว และ/หรือ เคยเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆมาแล้ว เช่น โรคซิฟิลิส (Syphilis)
  • ไม่มีการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์
  • ผู้ติดยาเสพติด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคหนองใน

โรคหนองในมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคหนองในที่พบได้บ่อย คือ

  • ในชายระยะฟักตัวของโรค) โดยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีหนองไหลจากปลายองคชาต บางรายมีอาการปวด และบวมของถุงอัณฑะ บางคนอาจไม่มีอาการ หากมีอาการมักจะปรากฏใน 1-14 วัน หลัง จากสัมผัสคนที่เป็นโรค (
  • ในหญิงประจำเดือน แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) จากการติดเชื้อที่รุนแรงมากกว่าชาย ไม่ว่าจะมีอาการติดเชื้อมากหรือน้อยก็ตาม มักไม่มีอาการได้เช่นกัน หรืออาการไม่มาก โดยอาจมีปัสสาวะแสบขัด ตกขาว มีเลือดออกทางช่องคลอดระหว่างรอบเดือน หรือ
  • ทั้งในชาย และหญิง หากติดเชื้อในทวารหนัก อาจมีอาการคัน ปวด โดย เฉพาะเวลาขับถ่าย หากติดเชื้อในช่องคอ อาจมีอาการเจ็บคอ อย่างไรก็ตามการติดเชื้อในตำแน่งใดๆก็ตาม อาจไม่มีอาการเลยก็ได้
  • รักษาตามคำแนะนำของแพทย์. เมื่อตรวจเจอโรคหนองใน แพทย์จะรักษาโรคหนองในเทียมด้วยเพราะคุณมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อจากโรคสู่โรค แบคทีเรียสองตัวนี้ติดต่อทางเพศสัมพันธ์และสามารถก่อให้เกิดอาการคล้ายคลึงกัน ดังนั้นแพทย์จะรักษาทั้งสองโรค
    • ผู้ให้การรักษาจะทำความสะอาดบริเวณนั้น (ส่วนใหญ่จะเป็นหัวไหล่) ด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์และฉีดยาเซฟทริอาโซน 250 มิลลิกรัมเข้าไปในกล้ามเนื้อเพื่อรักษาโรคหนองใน ยาตัวนี้เป็นยาฆ่าเชื้อในกลุ่มเดียวกับเซฟาโลสปอรินและจะป้องกันการเติบโตของเซลล์โรคหนองใน
    • นอกจากนี้แพทย์จะจ่ายยาให้เป็นตัวยาอซิโธรมัยซิน 1 กรัมเพียงครั้งเดียวหรือตัวยาด็อกซิไซคลีน 100 มิลลิกรัมจำนวน 7 วันเพื่อรักษาโรคหนองในเทียม[7]. ทั้งสองตัวยาจะป้องกันไม่ให้เอนไซม์และส่วนประกอบสำคัญของเชื้อโรคหนองในก่อตัวโดยการขัดขวางกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Neisseria gonorrhoea

มีภาวะแทรกซ้อนจากโรคหนองในไหม?

การติดเชื้อหนองใน หากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ (ภาวะ แทรกซ้อน หรือ ผลข้างเคียง) ตามมาได้ทั้งชาย และหญิง

  • ในหญิงเนื้อเยื่อของปีกมดลูก จนทำให้มีบุตรยาก หรืออาจตั้งครรภ์นอกมดลูกที่มีอันตรายถึงชีวิตได้ มักทำให้มีการอักเสบในอุ้งเชิงกราน (ช่องท้องน้อย) ทำให้มีอาการปวดท้อง มีไข้ อาจทำให้เกิดถุงหนองในช่องท้องน้อยที่รักษาหายยาก แล้วอาจทำให้มีอาการปวดท้อง โดยเฉพาะในช่องท้องน้อยเรื้อรัง มีการทำลาย
  • ในชายเอชไอวี (HIV) หรือ โรคเอดส์ (AIDS) ได้ ซึ่งคนที่เป็นโรคหนองใน จะติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ได้ง่ายกว่าคนที่ไม่เป็นหนองใน (ทั้งในชาย และในหญิง) อาจทำให้เกิดการอักเสบของอัณฑะ และท่อนำอสุจิ ทำให้มีบุตรยาก เชื้อโรคอาจแพร่กระจายเข้าสู่ข้อกระดูก และ/หรือ กระแสเลือด (โลหิต) ซึ่งอาจมีอันตรายต่อชีวิตได้ อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่จะติดเชื้อ

 

หากเป็นโรคหนองในระหว่างตั้งครรภ์จะมีผลอย่างไรบ้าง?

ทารกที่คลอดทางช่องคลอดจะติดเชื้อโรคหนองในจากมารดาได้จากการสัมผัสเยื่อบุช่องคลอดของมารดา ซึ่งหากทารกติดเชื้อที่ตา อาจทำให้ตาบอด หรือ อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรงกับอวัยวะอื่นๆ เป็นอันตรายต่อชีวิตทารกได้ ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์หากมีอาการ หรือเหตุอันน่าสงสัยว่า อาจติดเชื้อหนองใน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

 

แพทย์วินิจฉัยโรคหนองในได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคหนองในได้จาก ประวัติทางการแพทย์ต่างๆ เช่น อาการต่างๆ เรื่องคู่นอน เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ การตรวจร่างกาย การตรวจบริเวณอวัยวะเพศ การตรวจภายใน (ในผู้หญิง) การส่งตรวจหาเชื้อที่ป้ายจากแผล หรือ จากปากมดลูก ท่อปัสสาวะ ทวารหนัก และ/หรือ ช่องคอ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรคหนองใน

รักษาโรคหนองในอย่างไร?

การรักษาโรคหนองใน คือ การใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งใช้ได้ผลดี แต่ในหลายพื้นที่อาจมีเชื้อดื้อยาได้ ดังนั้น หลังการรักษา ถ้ายังคงมีอาการ จึงควรต้องกลับมาปรึกษาแพทย์อีกครั้ง

นอกจากนั้น จำเป็นต้องตรวจหาการติดเชื้อที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆที่อาจพบร่วมด้วยโดยเฉพาะ เชื้อ เอชไอวี(HIV) หรือ โรคเอดส์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ายาปฏิชีวนะจะรักษาโรคให้หายแล้ว แต่ยาปฏิชีวนะไม่สามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ซึ่งเกิดจากภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวไปแล้วได้ นอกจากนั้น หากยังไปสัมผัสโรคอีก ก็กลับมาเป็นโรคอีกได้

 

ควรดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเกิดโรคหนองใน? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

หากมีอาการปัสสาวะแสบขัด หรือมีอาการปวด หรือผื่นขึ้นที่บริเวณอวัยวะเพศ ควรหยุดการมีเพศสัมพันธ์ แล้วรีบปรึกษาแพทย์ ถ้าแพทย์ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคหนองใน และหลังได้รับการรักษาแล้ว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำอีก ควรแจ้งให้คู่นอนมารับการรักษาด้วย และให้งดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าอาการจะหายดีแล้ว

 

สำหรับ อาการของผู้ป่วยโรคหนองใน นั้น เราจะแยก เป็น 3 ลักษณะ คือ การติดเชื้อในเพศชาย การติดเชื้อในเพศหญิง และ อาการที่แสดงออกทั้งเพศชายและเพศหญิง รายละเอียดดัง ต่อไปนี้

  • อาการที่พบสำหรับเพศชาย คือ จะรู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะขัด และมีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะ ซึ่งในระยะแรกจะเป็นลักษณะมูกใส ๆ หลังจากนั้นจะเป็นหนองสีเหลืองข้น และมีอาการปวดและบวมที่อัณฑะ มีอาการอัณฑะอักเสบ
  • อาการที่พบสำหรับเพศหญิง คือ มีอาการตกขาวผิดปกติ มีลักษณะตกขาวมาก มีหนองสีเหลือง มีกลิ่นเหม็น มีอาการขัดเบา และแสบเวลาปัสสาวะ ปวดท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น มีเลือกะปริบกะปรอยในระหว่างรอบเดือน หากเกิดการติดเชื้อที่มดลูก จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดที่ท้องน้อย
  • สำหรับอาการที่เกิดขึ้นได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง คือ มีไข้สูง เจ็บคอ เป็นลักษณะติดเชื้อที่คอ หากปวดเวลาอุจจาระ จะมีอาการปวดหน่วงๆ มีหนองปนในอุจจาระ หากติดเชื้อที่เยื่อบุตา จะรู้สึกระคายเคืองที่ตา มีหนองไหลออกมาจากเยื่อบุตา เป็นต้น

 

ควรดูแลตนเองอย่างไรเพื่อไม่ให้ติดโรค?

สามารถหลีกเลี่ยงการติดโรคหนองในนี้ได้ด้วย การมีคู่นอนเพียงคนเดียว และจะแน่นอนยิ่งขึ้น หากคู่นอนได้รับการตรวจแล้วว่าไม่ติดเชื้อ นอกจากนี้การใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

หนองใน
หนองใน

อย่าเลี่ยงการรักษาและคิดว่าโรคจะหายไปเอง. โรคหนองในอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมายหากไม่ได้รับการรักษา ทั้งผู้ชายและผู้หญิงสามารถเกิดภาวะโรคหนองในลุกลาม แบคทีเรียได้เข้าไปยังกระแสเลือดและลามไปยังผิวหนังและข้อต่อ จนนำไปสู่การเป็นไข้ ผื่นนูนแบน (ผื่นที่นูนขึ้นมาตั้งแต่ลำคอลงไป) และการเจ็บข้อต่ออย่างรุนแรง

  • ภาวะแทรกซ้อนของโรคหนองในสำหรับผู้หญิง ได้แก่ การอักเสบของท่อนำไข่ซึ่งนำไปสู่โรคปากมดลูกอักเสบ (เจ็บท้องน้อยอย่างรุนแรง) ภาวะนี้จะนำไปสู่แผลรุนแรงในบริเวณนั้นทำให้มีบุตรยากและเป็นหมัน นอกจากนั้นปากมดลูกอักเสบที่ไม่ได้รับการรักษาสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการตั้งครรภ์นอกมดลูกด้วย
  • อาการก้านอัณฑะอักเสบในผู้ชายอาจนำไปสู่การเจ็บหลังลูกอัณฑะและการเป็นหมันในที่สุด
  • ปรึกษาคลินิกใกล้บ้านหรือแพทย์ประจำตัว. เล่าประวัติและรายละเอียดให้ฟัง แพทย์หรือพยาบาลอาจจะถามคุณว่า: คุณมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? คุณมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ทวารหนักหรือช่องคลอดหรือไม่? คุณมีคู่นอนกี่คน? คุณได้ป้องกันหรือไม่? โรคหนองในเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่แพร่เชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์ ยิ่งคุณมีคู่นอนมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งเสี่ยงมากเท่านั้น
    • ดื่มน้ำมากๆ ก่อนไปพบแพทย์ แพทย์จะขอตรวจปัสสาวะเพื่อดูว่ามีเซลล์เม็ดเลือดขาว (เซลล์ภูมิคุ้มกันร่างกาย) เลือดหรือร่องรอยการติดเชื้อในปัสสาวะหรือไม่
    • หากคุณเป็นผู้หญิงก็อาจจะได้ตรวจปัสสาวะแบบตั้งครรภ์
    • คุณต้องได้รับการตรวจเพื่อยืนยัน เพราะนี่คือการติดเชื้อที่มีกฎหมายบังคับว่าต้องรายงานผลให้แก่กระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรค

 

ขอบคุณที่มา
hamor.com

loading...

Related posts:

โรคสมาธิสั้น ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษา 22 วิธี ของโรคสมาธิสั้น
เลือดกำเดาไหล ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษาโรค 16 วิธี Epistaxis
กลากน้ำนม สาเหตุโดยส่วนใหญ่อาการและวิธีการดูแลการรักษา โรคกลากน้ำนม (เกลื้อนน้ำนม)
อหิวาตกโรค อาการของโรคร้าย วิธีการป้องกันและรักษา
ปวดไหล่ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษาต้นคอ ปวดหัว 10 ข้อ
ออทิสติก ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาโรคสมองพิการ 20 ข้อ Autistic
โลหิตจาง ภาวะโลหิตเป็นความผิดปกติของเลือดที่พบได้บ่อยที่สุด Anemia
ปวดเมื่อยตามตัว เป็นอาการเหน็ดเหนื่อย รู้สึกอ่อนล้า หมดแรง หรือขาดพลังงาน
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ