เกล็ดนาคราช รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นเกล็ดนาคราช

 

Share This:

เกล็ดนาคราช รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นเกล็ดนาคราช
5 (100%) 1 vote
loading...

เกล็ดนาคราช

เกล็ดนาคราช ชื่อวิทยาศาสตร์ Dischidia imbricata (Blume) Steud. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Dischidia depressa C.B.Clarke ex King & Gamble, Conchophyllum imbricatum Blume) จัดอยู่ในวงศ์ตีนเป็ด (APOCYNACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยนมตำเลีย (ASCLEPIADOIDEAE – ASCLEPIADACEAE)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น : เป็นพรรณไม้เลื้อย ชอบเกาะไต่ ไปตามกลีบหินหรือบนไหล่เขา มีลักษณะคล้ายกับงู เหลือม และจะมีเกล็ดเล็ก ๆ ลายตลอดเถา เป็นสีด่าง ๆ เหลืองขาว

ใบ : จะแตกแยกออกมาตามเถา เป็นตอน ๆ มีลักษณะคล้ายใบสาเก หรือกระแตไต่ไม้ หรือ ช้องนางสีดา

ราก : จะเป็นฝอยเล็ก ๆ ชอบเกาะตามหิน

ส่วนที่ใช้ : เถา ใช้เป็นยา

สรรพคุณทางสมุนไพร

เถา ใช้ฝนกับสุราทารักษาพิษตะขาบ พิษแมลงป่อง และอสรพิษขบกัด เป็นยาเย็นและยาถอนพิษได้ดี หรือใช้เถาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปคั่วไฟให้เหลืองแล้วใช้ดองกับสุรากินรักษาอาการปวดเอว และสันหลังเนื่องจากเลือดระดูไม่ปรกติ เป็นยาขับเลือดระดู

loading...

 

เถาเกล็ดนาคราช
เกล็ดนาคราช

 

สมุนไพรเกล็ดนาคราช มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กีบม้าลม กีบมะรุม (เชียงใหม่), เกล็ดนาคราช (เชียงใหม่-ระนอง), เบี้ยไม้ (ภาคเหนือ), ปรือเปราะ (เขมร), เถานาคราช, เถาเกล็ดนาคราช, เครืองูเก็ดนาคราช, มือเปรา เป็นต้น

เลื้อยเกาะอิงอาศัยอยู่บนต้นไม้อื่น ลำต้นเรียวเล็ก ลำต้นเป็นข้อ มีรากงอกออกมาตามข้อ ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ออกเป็นคู่ ตามข้อของลำต้น รูปโล่คล้ายกระทะคว่ำ กว้าง 1-3 เซนติเมตร ยาว 1.5-4 เซนติเมตร ท้องใบสีแดงคล้ำ ขอบสีเขียว ขอบใบมักเกยเล็กน้อย ผิวเนื้อใบเป็นตุ่ม เหมือนกับมีถุงลมอยู่ข้างใน อวบน้ำ ดอกช่อกระจะ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อย 1-4 ดอก ขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาวนวลหรือเหลืองอ่อน โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปไข่แกมคนโท ข้างในกลีบมีขน เกสรตัวผู้มี 5 อัน เชื่อมติดกัน ผลเป็นฝักแตกตะเข็บเดียว รูปทรงกระบอก เมล็ดจำนวนมาก สีน้ำตาล มีกระจุกขนยาวเป็นพู่สีขาวคล้ายเส้นไหม พบตามป่าเบญจพรรณทั่วไป

 

ลักษณะของเกล็ดนาคราช

  • ต้นเกล็ดนาคราช จัดเป็นพรรณไม้เลื้อยที่ชอบเกาะไต่ไปตามต้นไม้อื่น ตามกลีบหิน หรือบนไหล่เขา ลักษณะคล้ายกับงูเหลือม และจะมีเกล็ดเล็ก ๆ ลายตลอดเถา เป็นสีด่าง ๆ เหลืองขาว ลำต้นมีลักษณะเล็กเรียว ลำต้นเป็นข้อและจะมีรากงอกออกมา รากมีลักษณะเป็นฝอยเล็ก ๆ ชอบเกาะตามหิน ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกลำต้น มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศอินเดีย พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และภูมิภาคมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยพบได้ทุกภาค โดยเฉพาะที่จังหวัดสระบุรี ตามบริเวณพระพุทธบาท โดยขึ้นเองตามไหล่เขาทั่วไป ตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสน ตลอดจนป่าเลน
  • ใบเกล็ดนาคราช ใบจะแตกแยกออกมาตามเถา เป็นตอน ๆ ลักษณะของใบคล้ายใบสาเก กระแตไต่ไม้ หรือช้องนางสีดา[1] ใบเป็นใบเดี่ยว ใบจะออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ บริเวณข้อของลำต้น ลักษณะของใบเป็นรูปโล่คล้ายกระทะคว่ำ ปลายใบเว้าตื้น ๆ โคนใบตัด ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1-3 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.5-4 เซนติเมตร หรือรูปกลมแบนหรือนูน เนื้อใบเป็นตุ่มเหมือนกับมีถุงลมอยู่ข้างใน ลักษณะอวบน้ำ มองไม่เห็นเส้นใบ แต่มักมีแถบสีม่วงแกมเขียวจากโคนไปจนถึงประมาณกึ่งกลางใบ ท้องใบเป็นสีแดงคล้ำหรือสีม่วง ขอบใบเป็นสีเขียว ขอบใบมักเกยกันเล็กน้อย ก้านใบยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร อยู่ลึกเข้าไปทางด้านล่างประมาณ 1 มิลลิเมตร ทำให้โคนใบทั้งคู่เกยปิดลำต้น และในสภาวะแห้งแล้งจะเกยกันมากขึ้น
  • ดอกเกล็ดนาคราช ออกดอกเป็นช่อกระจะขนาดเล็ก โดยจะออกตามซอกใบ ก้านช่อดอกยาวได้ถึง 4 เซนติเมตร ปลายก้านมักแยกเป็นแกนช่อดอก 2-4 แกน ดอกย่อยมีขนาดเล็ก จะออกบริเวณปลายสุดของแกนครั้งละประมาณ 1-5 ดอก ดอกจะออกที่ปลายแกนช่อดอกเดิมได้หลายครั้ง ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มิลลิเมตร ส่วนก้านดอกย่อยยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปคนโทหรือรูปไข่ ปลายแยกเป็น 5 แฉก แฉกลึกประมาณ 1 มิลลิเมตร กลีบดอกเป็นสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน ข้างในกลีบดอกมีขนยาวสีขาว ชี้ลง และมีเกสรเพศผู้ 5 อัน เชื่อมติดกันอยู่ เส้าเกสรประกอบด้วยรยางค์ 5 อัน สีนวลอมน้ำตาลอ่อน ติดกันเป็นรูปกรวยคว่ำ กลุ่มเรณูติดกันเป็นคู่ ก้านกลุ่มเรณูมีลักษณะแบนและใส แผ่นยึดก้านเป็นสีน้ำตาลเข้ม รังไข่มี 2 อัน แยกออกจากกัน แต่ติดกันตรงปลาย
  • ผลเกล็ดนาคราช ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เมื่อฝักแก่จะแตกออกตามตะเข็บเป็นแนวเดียว ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีขนาดเล็กเป็นสีน้ำตาลและมีกระจุกขนยาวเป็นพู่สีขาวคล้ายเส้นไหมที่ปลายด้านหนึ่ง[3],[4]
  • ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เกล็ดนาคราช
  • สรรพคุณของเกล็ดนาคราช

    1. ตำรายาไทยจะใช้ทั้งต้นเป็นยาถอนพิษไข้ พิษไข้กาฬ พิษตานซาง (ทั้งต้น)[3]
    2. ตำรายาพื้นบ้านอีสานจะใช้เกล็ดนาคราชทั้งเป็นยาเย็น นำมาแช่กับน้ำอาบเป็นยาแก้ไข้ (ทั้งต้น)[3]
    3. ใบสดนำมาตำให้ละเอียด ใช้เป็นยาพอกบริเวณที่เป็นแผลพุพองทั่วไป (ใบ)[2],[3]
    4. เถานำมาใช้ฝนกับเหล้าใช้ทารักษาพิษแมงป่อง พิษตะขาบ พิษจากอสรพิษขบกัด และพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ใช้เป็นยาเย็นและถอนพิษได้ดี (เถา, ทั้งต้น)[1],[3]
    5. ลำต้น เถา หรือทั้งต้นใช้เป็นยาแก้อักเสบและปวดบวม (ทั้งต้น)[2],[3]
    6. ตำรายาพื้นบ้านล้านนาจะใช้น้ำคั้นจากใบเป็นยาทาแก้กลากเกลื้อน (ใบ)[3]
    7. เถานำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปคั่วไฟให้เหลือง ใช้ดองกับเหล้ากินรักษาอาการปวดเอวและสันหลังอันเนื่องมาจากเลือดระดูไม่ปกติ และเป็นยาขับเลือดระดูของสตรี (เถา)
    8. เถา ใช้ฝนกับสุราทารักษาพิษตะขาบ พิษแมลงป่อง และอสรพิษขบกัด เป็นยาเย็นและยาถอนพิษได้ดี หรือใช้เถาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปคั่วไฟให้เหลืองแล้วใช้ดองกับสุรากินรักษาอาการปวดเอว และสันหลังเนื่องจากเลือดระดูไม่ปรกติ เป็นยาขับเลือดระดู

 

ดอกเกล็ดนาคราช
ดอกเกล็ดนาคราช

 

 

 

loading...

Related posts:

สะระแหน่ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของใบสะระแหน่
บุกอีรอกเขา รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นบุกอีรอกเขา
ผักกาดส้ม รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักกาดส้ม
พรหมตีนสูง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นพรหมตีนสูง
รามใหญ่ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นรามใหญ่
มันฝรั่ง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นมันฝรั่ง
พิมเสนต้น รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของพิมเสนต้น
ไข้หวัดใหญ่ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ 17 ข้อ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ