เจ็บคอ ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคเจ็บคอ

 

Share This:

เจ็บคอ ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคเจ็บคอ
Rate this post
loading...
loading...

เจ็บคอ

เจ็บคอ (Sore throat) เป็นอาการเจ็บหรือรู้สึกระคายเคืองในลำคอ เนื่องจากมีการอักเสบของเนื้อเยื่อลำคอ เช่น ผนังช่องคอ ต่อมทอนซิล เพดานอ่อน โคนลิ้น กล่องเสียง เป็นต้น โดยอาการมักจะเป็นมากขึ้นเวลากลืน ส่วนใหญ่อาการเจ็บคอมักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ แต่บ่อยครั้งก็อาจเกิดจากการอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ อาการเจ็บคอเป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก เกือบทุกคนต้องเคยมีอาการนี้อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่จะพบได้บ่อยในเด็ก วัยรุ่น และคนวัยหนุ่มสาว ส่วนในเพศชายและเพศชายหญิงมีอัตราการเกิดใกล้เคียงกัน และพบเกิดได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบได้สูงขึ้นในช่วงฤดูหนาวยาแก้อักเสบเป็นวิธีการรักษาอาการเจ็บคอที่มีประสิทธภาพมากที่สุด เพราะมีฤทธิ์บรรเทาอาการปวดและต่อต้านการอักเสบ ทำให้อาการบวมภายในลำคอที่เกิดจากการอักเสบลดลง และยังช่วยลดไข้ที่เกิดจากการเจ็บคอได้อีกด้วย โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา ซึ่งจะต้องเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนประกอบของสเตรอยด์ หรือหากใครไม่แน่ใจจะซื้อยาแก้อักเสบมาใช้เอง ก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์สั่งจ่ายยาให้จะได้มั่นใจในความปลอดภัย อาการเจ็บคอ มักจะเริ่มจากการคันคอและเจ็บคอทุกครั้งเมื่อกลืนน้ำลาย ในขณะที่คุณรักษาอาการไอและตัวร้อนด้วยยาตามร้านขายยาง, การพักผ่อนให้เพียงพอและการดื่มน้ำมากๆ คุณสามารถรักษาได้ด้วยวิธีทางธรรมชาติและรับประทานยาจากร้านขายยา

 

 

ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคเจ็บคอ

 

 

  1. รู้จักใช้หน้ากากอนามัย
  2. รักษาสุขอนามัยพื้นฐานให้ดี
  3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนทุกวัน
  4. ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อต่าง ๆ ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข โดยฉีดตั้งแต่วัยเด็ก เช่น วัคซีนโรคไอกรน โรคหัด โรคคอตีบ เป็นต้น ส่วนในผู้ใหญ่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ด้วย
  5. ไม่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
  6. หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัด หรือมีฝุ่นละอองหรือควันต่าง ๆ หรือสถานที่ที่มีคนรอบข้างป่วยที่ไม่สบาย
  7. การเปิดเครื่องทำความชื้น ถ้าอากาศในบ้านแห้งจนเกินไปก็อาจทำให้อาการเจ็บคอแย่ลงได้ ซึ่งการเปิดความทำความชื้นจะช่วยรักษาสภาพของเนื้อเยื่ออ่อนต่าง ๆ ในลำคอได้
  8. พยายามอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก หลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน ของฉุน และสิ่งระคายเคืองอื่น ๆ เพื่อลดอาการระคายคอ
  9. ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายอย่างเพียงพอ และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็น การตากฝน หรือการสัมผัสอากาศที่เย็นมาก ๆ เช่น การนอนเปิดแอร์เย็นมาก ๆ หรือเปิดพัดลมเป่าจ่อ
  10. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  11. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม รวมถึงชาและกาแฟ
  12. ระวังการแพร่เชื้อติดต่อไปยังบุคคลข้างเคียง ด้วยการใช้กระดาษชำระปิดปากปิดจมูกเวลาไอหรือจามทุกครั้ง และหมั่นล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะตอนหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนการรับประทานอาหาร หรือหลังการไอหรือจาม
  13. ถ้าไปพบแพทย์มาแล้วควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ไปพบแพทย์ตามนัดเสมอ และรับประทานยาต่าง ๆ ที่สั่งให้ครบถ้วน โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะที่ผู้ป่วยต้องรับประทานให้ครบตามที่แพทย์สั่ง แม้ว่าหลังจากรับประทานยาไปแล้ว 2-3 วันอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะหากไม่รับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบนอกจากจะทำให้โรคกำเริบได้บ่อยแล้วยังอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ด้วย
  14. พยายามทำความสะอาดคอบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังการรับประทานอาหาร ด้วยการแปรงฟันหรือกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ (ผสมเกลือ 1 ช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว) น้ำยาบ้วนปาก หรือน้ำเปล่าทุก 1-2 ชั่วโมงหลังอาหารทุกมื้อ เนื่องจากการไม่รักษาความสะอาดในช่องปากให้ดี อาจทำให้มีเศษอาหารตกค้างอยู่ในช่องปากและลำคอ ทำให้เกิดอาการเจ็บคอมากขึ้นได้
  15. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆ (ควรเป็นน้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำพออุ่น) อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดการดื่มน้ำ เพื่อช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุลำคอที่กำลังอักเสบ และยังช่วยลดอาการเจ็บคอและระคายคอได้ด้วย
  16. รับประทานยาแก้ปวดลดไข้พาราเซตามอลเมื่อมีไข้หรือเจ็บคอมาก
  17. วิธีแก้เจ็บคออื่น ๆ เช่น การกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ, การดื่มชาคาโมไมล์, การดื่มน้ำผึ้งสูตรต่าง ๆ (เช่น สูตรน้ำร้อนผสมน้ำผึ้ง, น้ำมะนาว, อบเชย 1 ช้อนโต๊ะ และแอปเปิ้ลไซเดอร์อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ), การดื่มน้ำขิง, การดื่มชาชะเอมเทศผสมอบเชย, การรับประทานซุปไก่ (ทำจากไก่สด ๆ), การรับประทานซุปกระเทียม, การอมยาอมผสมมิ้นท์, การใช้ยาน้ำแก้ไอหรือยาอมแก้ไอ (ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนซื้อยาเสมอ) เป็นต้น
  18. ควรหยุดงานหรือหยุดเรียนจนกว่าไข้จะลดลงแล้วอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  19. งดการใช้เสียงชั่วคราว
  20. ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ ที่มีรสจืด เช่น โจ๊กหรือข้าวต้มที่ไม่ร้อนจนเกินไป โดยรับประทานครั้งละน้อย ๆ แต่ให้บ่อยขึ้น
  21. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดหรือรสเจ็ด รวมไปถึงอาหารที่ปรุงด้วยการผัดหรือการทอด
  22. โรคของเส้นประสาทที่มาเลี้ยงบริเวณคอ เช่น เส้นประสาทสมองคู่ที่ 9 ที่มีการกระตุ้นหรือการระคายเคือง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ ได้ โดยอาการปวดมักจะเริ่มจากผนังคอแล้วร้าวไปที่หู คอ และศีรษะนานเป็นวินาที ซึ่งมักถูกกระตุ้นโดยการกลืน การเคี้ยว การหาว และการไอ
  23. โรคเนื้องอกของคอหอยและกล่องเสีย ทำให้เนื้องอกไปกดเบียดเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บคอเรื้อรังได้
  24. โรคกรดไหลย้อนขึ้นมาที่คอและกล่องเสียง ทำให้เยื่อบุและกล้ามเนื้อของผนังคอเกิดการอักเสบ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอเป็น ๆ หาย ๆ ได้
  25. สิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เช่น ก้างปลา เศษกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ที่คาอยู่ในผนังลำคอหรือต่อมทอนซิลหรือที่โคนลิ้นเป็นระยะเวลานาน ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดการอักเสบติดเชื้อ ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บคอเรื้อรังได้ แต่อย่างไรก็ตามสาเหตุนี้ก็พบเกิดได้น้อยมาก
  26. โรคคออักเสบหรือต่อมทอนซิลอักเสบจากการติดเชื้อ
  27. โรคสายเสียงหรือกล่องเสียงอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ได้แก่ เชื้อหวัด (Adenovirus ในเด็ก และ Rhinovirus และ Corona Virus ในผู้ใหญ่), เชื้อไข้หวัดใหญ่ (Influenza), เชื้อไวรัสหัด (Measles), เชื้อไวรัสอีสุกอีใส (Chicken pox), เชื้อเริม (Herpes simplex virus), เชื้อ Epstein-Barr Virus (Infectious mononucleosis) เป็นต้น รองลงมาจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ เชื้อสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ (Group A streptococcus), เชื้อหนองใน (Gonorrhea), เชื้อหนองในเทียม (Chlamydia), เชื้อคอตีบ (Diphtheria) และมีส่วนน้อยที่เกิดจากการติดเชื้อรา ได้แก่ เชื้อแคนดิดา (Candida)
  28. นอกจากนี้ถ้าคุณรู้สึกว่ามีก้อนที่คอหรือในคอคุณบวมที่ทำให้คุณหายใจและกลืนลำบาก คุณควรที่จะไปพบแพทย์ทันที (หรือถ้าหากคุณไม่สามารถทำการนัดพบแพทย์ในวันนั้นได้ ไปที่แผนกฉุกเฉินตามโรงพยาบาลท้องถิ่นทันที)[17]
  29. นี่อาจเป็นสัญญาณว่ามีอะไรที่ร้ายแรงกำลังเกิดขึ้นอยู่ เช่น การติดเชื้อในต่อมทอนซิล หรือ ต่อมทอนซิลอักเสบ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยโรคและการรักษาจากแพทย์
  30. อาการที่มักเกิดร่วมกับอาการเจ็บคอที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ที่พบได้บ่อย ๆ เช่น อาการไข้ หนาวสั่น, ไอ (อาจมีเสมหะหรือไม่มีเสมหะ), จาม มีน้ำมูก, ตาแดง ตาสู้แสงไม่ได้, ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว, อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน, และอาจมีอาการท้องเสียแต่ไม่มาก
  31. อาการที่มักเกิดร่วมกับอาการเจ็บคอทั้งที่เกิดจากการติดเชื้อและไม่ได้ติดเชื้อ ที่พบได้บ่อย ๆ เช่น อาการเจ็บคอมากขึ้นเมื่อกลืน กิน ดื่ม พูด หรือไอ, คอแดง, เสียงแหบ, ปาก คอ แห้ง, ต่อมทอนซิลแดง (อาจโตและมีแผ่นขาว ๆ เหลือง ๆ ปกคลุม), อาจมีต่อมน้ำเหลืองที่คอโค คลำได้ (อาจเกิดเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างและมักจะเจ็บ), อาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ สีแดงกระจายที่ผนังด้านหลังของคอหอยที่เกิดจากการโตของต่อมน้ำเหลืองที่เรียกว่า Lymphoid hyperplasia of pharyngeal wall, ในเด็กมักไม่ยอมกินเพราะจะเจ็บเวลากลืน
loading...
loading...

 

เจ็บคอ
เจ็บคอ

 

ซึ่งยาอมแก้ไอก็เป็นที่นิยมและมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดีก็ควรเลือกที่มีส่วนผสมของสมุนไพรที่ทำให้เย็นคออย่างเช่นเมนทอลหรือยูคาลิปตัส แต่ถ้าใครไม่ชอบอมยาแก้ไอก็สามารถใช้แบบที่เป็นสเปรย์ก็ได้ค่ะ ซึ่งสเปรย์พ่นแก้ไอไม่ได้ช่วยรักษาอาการเจ็บคอโดยตรง แค่เพียงจะช่วยลดอาการเจ็บคอได้ชั่วคราวเท่านั้น

 

http://www.halsat.com

 

loading...
loading...

Related posts:

เจ็บคอเรื้อรัง อาการทำอย่างไร เมื่อไม่หายเจ็บการคอเรื้อรังเสียที
ปอดอักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคปอดอักเสบ
โรคคอตีบ ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคคอตีบ
ปวดท้องน้อย ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาปวดท้องน้อย
ไส้ติ่งอักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรค Appendicitis
เนื้องอกมดลูก ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคเนื้องอกในมดลูก
คันในร่มผ้า หลายคนอาจเคยมีอาการคันยุบยิบเชื้อราบริเวณจุดซ่อนเร้น 23 ข้อ
เชื้อราในช่องคลอด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ