เชื้อราที่เท้า ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษาเล็บเป็นเชื้อรา 38 ข้อ ( tinea pedis)

 

Share This:

เชื้อราที่เท้า ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษาเล็บเป็นเชื้อรา 38 ข้อ ( tinea pedis)
5 (100%) 1 vote
loading...
loading...

เชื้อราที่เท้า

เชื้อราที่เท้า  อาการคันยิบๆ ที่นิ้วเท้านั้นหมายความว่า เล็บเป็นเชื้อรา  เชื้อราที่ชื่อ tinea pedis เข้ายึดครองง่ามนิ้วเท้าของคุณเป็นบ้านเสียแล้ว (เชิญร้อง “อี๋” ได้ ตามสบาย) การติดเชื้อราที่เท้าหรือที่เรียกว่าโรคฮ่องกงฟุตหรือโรคน้ำกัดเท้า อาจมีอาการผิวหนังพุพอง ลอก บวม และเป็นสะเก็ดแข็ง หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามไปบริเวณส้นเท้า ฝ่ามือ และง่ามนิ้วมือได้ โชคยังดีที่ธรรมชาติมียาแก้เชื้อราอยู่หลายขนาน และยังมีอีกหลายสูตรง่ายๆ ใช้ของจากครัวของเรา ที่ช่วยรักษาการติดเชื้อราที่เท้าได้

 

เชื้อราที่เท้า  หรือชื่อทางการแพทย์ “ออนิโคไมโคซิส” พบได้ในกว่าครึ่งของประชากรที่มีอายุมากกว่า 70 ปีขึ้นไป นอกจากจะสร้างความอับอายแล้ว การเป็นเชื้อราที่เล็บเท้ายังเป็นภาพที่ไม่น่ามองอีกด้วยเพราะมันทั้งทำให้เล็บเท้าแห้งแตกและยังสามารถทำให้เล็บหลุดออกไปในที่สุดด้วย ในปัจจุบัน วงการแพทย์สามารถรักษาเชื้อราที่เล็บเท้าให้หายขาดได้แล้ว แต่เรามีวิธีง่ายๆซึ่งจะสามารถช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณมานำเสนอ  (ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE)

 

เชื้อราที่เท้า  เชื้อราที่เล็บเป็นโรคใกล้ตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ผู้เป็นเชื่อราที่เล็บประสบกับการสูญเสียความมั่นอกมั่นใจ บั่นทอนบุคลิกาภาพได้ เนื่องจากโรคนี้เป็นการติดเชื้อบริเวณเล็บ เกิดจากเชื้อราที่เรียกว่า “เดอมาโตไฟต์” และเชื้อยีสต์ พบได้บ่อยโดยเฉพาะที่นิ้วเท้า นอกจากนี้เชื้อราดังกล่าวยังสามารถพบได้ทั่วๆไปตามบริเวณผิวหนังและขน โดยมักได้รับเชื้อราจากการสัมผัสจากคนหรือสัตว์ที่เป็นโรค รวมทั้งจากพื้นดินที่มีเชื้อราปนเปื้อนอยู่ได้
ภาวะติดเชื้อราที่เล็บมักพบในกลุ่มผู้ที่มีอาการโรคเบาหวาน คนที่ใช้ยาประเภทสเตียรอยด์บ่อยๆ รวมถึงคนที่ทำงานในที่อับชื้น

เชื้อราที่เท้า
เชื้อราที่เท้า

อะไรเป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเชื้อราที่เล็บ?

 

เชื้อราที่เท้า เชื้อราที่เล็บเกิดจากการติดเชื้อราของเล็บ โดยมีเชื้อราหลายสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของโรคเช่น กลุ่มกลาก(Dermatophyte) กลุ่มกลากเทียม (Non-dermatophyte) กลุ่มยีสต์/Yeast (Candida spicies) ซึ่งแต่ละสายพันธุ์เหล่านี้จะมีความแตกต่างในการรักษาและในผลการรักษา

ปัจจัยเสี่ยงเกิดเชื้อราที่เล็บได้แก่

1. มีโรคเรื้อรังอื่นๆบางโรคร่วมด้วยเช่น โรคเบาหวาน, โรคสะเก็ดเงิน

2. มีความบกพร่องทางภูมิคุ้มกันต้านทานโรคเช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันฯหรือยาเคมีบำบัด

3. มีการบาดเจ็บบริเวณเล็บบ่อยๆ หรือมีการทำลายของผิวหนังบริเวณขอบเล็บซึ่งเป็นส่วนที่ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่เล็บเช่น การใส่รองเท้าที่รัดแน่นไป, การล้างมือบ่อยๆ, การที่เล็บโดนสารระคายเคืองต่างๆเช่น สารเคมีต่างๆ, การทำเล็บ

4. การถอดรองเท้าเดินตามห้องน้ำสาธารณะหรือห้องอาบน้ำรวมเช่น นักว่ายน้ำ นักกีฬา

5. การมีสุขอนามัยที่ไม่ดีไม่รักษาความสะอาดร่างกายและเล็บ

 

 

ลักษณะอาการ เชื้อราที่เท้า
เชื้อราที่เล็บอาศัยโปรตีนที่อยู่บริเวณผิวชั้นนอกเป็นอาหารและแพร่กระจายเชื้อโรค เมื่อเริ่มมีการติดเชื้อจะแพร่ลามไปทั่วเล็บ ทำให้เล็บขุ่นขาว บางรายมีสีเหลืองน้ำตาล แผ่นเล็บอาจแยกออกจากผิวหนัง และเกิดเป็นขุยหนาใต้เล็บ เล็บจะขรุขระ เปื่อยยุ่ย จนในที่สุดก็เกิดความเสียหายของแผ่นเล็บทั้งหมด ในคนที่มีการติดเชื้อทั้งเล็บมือและเท้า ควรตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวีด้วย เนื่องจากเชื้อราที่เล็บสามารถพบได้ในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีได้ไม่น้อย

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคเชื้อราที่เล็บ
รู้จักกับโรคเชื้อราที่เล็บกันไปบ้างแล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเอง ดังนั้น ควรป้องกันด้วยการเน้นบริโภคผักสวนครัวจำพวกกระเทียม หัวหอม ถั่วฝักยาว พริก และบร็อคโคลีหรือผักใบเขียว อาหารทะเลจำพวกหอย ปลา แซลมอน ปลาทูน่า และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะขาม แตงโม เป็นต้น อาหารเหล่านี้จะช่วยยับยั้งเซลล์แบคทีเรีย และเชื้อราบนผิวหนังให้มีจำนวนลดลง
นอกจากนี้ยังควรหมั่นความสะอาดมือและเท้า ตัดเล็บเป็นประจำโดยไม่ใช้กรรไกรตัดเล็บร่วมกับผู้อื่น ไม่แช่น้ำเป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะน้ำที่สกปรก หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมถุงมือยางหรือรองเท้ายาง ถ้ามีโรคที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำต้องได้รับการบำบัดรักษาควบคู่กันไปกับการรักษาเชื้อราที่เล็บ เชื้อราที่เท้า

 

เชื้อราที่เท้า
เชื้อราที่เท้า

เชื้อราที่เท้า มีวิธีปฏิบัติง่ายๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อรา ดังนี้

  • ล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำเปล่าเป็นประจำ หรือล้างด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ ดูแลเป็นพิเศษตรงง่ามนิ้วที่เชื้อราชอบไปอยู่
  • แป้งทาก้นเด็กก็นำมาใช้ทาเท้าได้เหมือนกัน หลังจากล้างเท้าให้สะอาดและเข็ดจนแห้งแล้ว ให้ทาด้วยแป้งเด็ก แป้งขจัดเชื้อรา หรือใช้แป้งข้าวโพดก็ได้เหมือนกัน
  • เลือกรองเท้าที่เหมาะสม ต่อให้คุณรักรองเท้าคู่โปรดแค่ไหน แต่ถ้ามันเป็นรองเท้าหนังแท้ การปล่อยให้เท้าถูกอบอยู่ในนั้นตลอดเวลา จะเป็นแหล่งที่เชื้อราชอบมาก
  • หากเท้าคุณมีเหงื่อออก ควรเลือกถุงเท้าที่ช่วยระบายเหงื่อได้ดี ไม่ควรใช้ถุงเท้าผ้าฝ้ายซึ่งเปียกชื้นง่าย เลือกถุงเท้ากีฬาที่ออกแบบมาเพื่อให้ระบายเหงื่อได้ดี
  • คนที่เท้าเหงื่อออกมากควรเปลี่ยนรองเท้าวันละ 2-3 คู่ และสวมรองเท้าสลับกันบ้าง เพื่อให้รองเท้ามีเวลาแห้งสนิท ยิ่งถ้าเป็นรองเท้าและถุงเท้ากีฬาควรต้องเปลี่ยนบ่อยกว่ารองเท้าทั่วไป
  • อย่าเดินเท้าเปล่าในพื้นที่สาธารณะ อย่างน้อยก็สวมรองเท้าแตะ หรือรองเท้าสำหรับใส่เล่นน้ำ โดยเฉพาะห้องอาบน้ำในฟิตเนสหรือที่สระว่ายน้ำ
  • เวลาอยู่ในบ้านไม่ควรสวมรองเท้า เพื่อให้เท้ามีโอกาสได้หายใจ และไม่อับชื้น เพราะความอับชื้นเป็นสาเหตุของเชื้อรา

 

หากคุณเป็นโรคเบาหวานอยู่ แล้วติดเชื้อราที่เท้า ควรไปพบแพทย์ทันที เพราะเบาหวานอาจทำให้การไหลเวียนเลือดมีปัญหาและเส้นประสาทถูกทำลาย ซึ่งทำให้แผลติดเชื้อ รุนแรงมากขึ้น

ควรปรึกษาแพทย์ หากสังเกตว่าเท้ามีอุณหภูมิสูงผิดปกติหรือบวม หรือผิวมีเส้นริ้วสีแดง อันเป็นอาการของแผลติดเชื้อ เช่นเดียวกับกรณีที่มีไข้ หรือมีหนองหรือของเหลวไดๆ ไหลออกมาจากแผล สุดท้ายถ้าลองรักษาเองแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์ คุณอาจจำเป็นต้องใข้ยาฆ่าเชื้อราที่แรงกว่านั้น

เชื้อราที่เท้า
เชื้อราที่เท้า

เชื้อราที่เล็บมีอาการอย่างไร?

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อราที่เล็บ มักเป็นเล็บเดียวแต่ก็สามารถเป็นได้หลายเล็บพร้อมกัน โดยเล็บจะมีลักษณะ/อาการผิดปกติ โดยมีโพรงใต้เล็บ มีการหนาตัวของเล็บ มีการเปลี่ยนสีของเล็บ โดยมักเป็นสีเหลืองหรือสีขาว ผิวเล็บไม่เรียบ เล็บมีรูปร่างผิดปกติ บางรายเล็บอาจฝ่อไป

คนไข้เชื้อราที่เล็บส่วนมากไม่มีอาการเจ็บ/ปวด ยกเว้นในรายที่เล็บมีโพรงหรือมีการหนาตัวหรือผิดรูปมาก โดยทั่วไปคนไข้จึงมักไปพบแพทย์เพราะเรื่องเล็บดูไม่สวยงาม

 

รักษาและป้องกันเชื้อราที่เท้าได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาเชื้อราที่เล็บคือ การใช้ยาต้านเชื้อราซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เป็นยารับประทาน (เช่น ยา Itraconazole, Fluconazole, Griseofulvin) เนื่องด้วยว่ายาต้านเชื้อราแบบทานั้นการซึมผ่านของยาเข้าไปในเล็บเพื่อฆ่าเชื้อราไม่ได้ดีนัก แต่ปัจจุบันมียาทาในรูปของแล็กเกอร์เคลือบเล็บ (Nail lacquer) ซึ่งอาจใช้ในกรณีที่คนไข้เป็นไม่มากมีการติดเชื้อราแค่บริเวณปลายเล็บหรือใช้ในคนไข้ที่ไม่สามารถรับประทานยาได้เช่น สตรีตั้งครรภ์ เด็กเล็ก หรือผู้ป่วยที่แพ้ยาต้านเชื้อราอื่นๆ นอกจากนี้อาจใช้การถอดเล็บเป็นการรักษาเสริมกรณีที่การรักษาด้วยยาไม่ได้ผล

loading...
loading...

การรักษาเชื้อราที่เล็บจำเป็นต้องรับประทานยาต้านเชื้อราเป็นเวลานาน โดยทั่วไปประ มาณ 3 – 6 เดือน ตัวอย่างเช่น ยา Itraconazole ให้ทานวันละ 200 มก. (มิลลิกรัม) วันละ 1 ครั้งนาน 3 เดือนสำหรับเชื้อราที่เล็บมือ และนาน 6 เดือนสำหรับเชื้อราที่เล็บเท้า แต่ปัจจุบันมีการรักษาแบบกินยาเป็นช่วงๆ (Pulse therapy) คือ กินยาในขนาดที่สูงในระยะเวลาไม่นานแล้วหยุด แล้วกินใหม่อีกที เป็นช่วงๆ ตัวอย่างการให้ยาแบบเป็นช่วงๆ (Pulse Therapy) เช่น ให้ Itraconazole วันละ 400 มก. ติดกัน 7 วันใน 1 เดือน (1 Pulse) โดยในการติดเชื้อที่เล็บมือจะให้ 2 Pulse และให้ 3 Pulse ในการติดเชื้อที่เล็บเท้า

นอกจากนั้นควรกำจัดปัจจัยส่งเสริมต่างๆที่ทำให้เกิดการติดเชื้อราที่เล็บเช่น การรักษาความสะอาดเล็บ การหลีกเลี่ยงสารระคายเคืองที่เล็บ หรือการที่มือเปียกน้ำบ่อยๆ หรือการทำเล็บที่ขูดเอาผิวหนังส่วนที่ป้องกันเล็บออกไป

เชื้อราที่เล็บมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของเชื้อราที่เล็บ/อัตราการรักษาหายอยู่ที่ประมาณ 60 – 80% และแม้จะหายจากการติดเชื้อราที่เล็บแล้ว แต่เล็บที่ผิดปกติต้องอาศัยระยะเวลานานเช่นประมาณ 6 เดือนที่เล็บมือและประมาณ 12 เดือนที่เล็บเท้า กว่าที่เล็บจะกลับเป็นปกติ นอกจากนั้นในคนไข้บางรายเล็บที่มีการผิดรูปอาจจะไม่สามารถกลับมามีลักษณะเหมือนปกติได้

ในการติดเชื้อรากลุ่มกลากเทียม (Non-dermatophyte) ปัจจุบันยังไม่มียาต้านเชื้อราตัวไหนสามารถรักษาเชื้อราที่เกิดจากเชื้อรากลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราการหายจากโรคนี้ จะน้อยกว่า 50% และใช้ระยะเวลารักษานานกว่าเชื้อราชนิดอื่นมาก

เล็บเป็นเชื้อรา
เล็บเป็นเชื้อรา

วิธีรักษาอาการเชื้อราที่เล็บ ด้วยตัวเอง
การรักษาอาการเชื้อราที่เล็บนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป หากหมั่นดูแลรักษาด้วยตัวเองตามคำแนะนำเป็นประจำ จะช่วยให้อาการดีขึ้นตามลำดับจนหายไปในที่สุด ทั้งนี้ วิธีการต่อไปนี้เหมาะสำหรับผู้ติดเชื้อที่ยังไม่รุนแรงถึงขั้นเล็บหลุด
1.หยดน้ำส้มสายชูกลั่นลงบนเล็บเป็นประจำทุกวัน และหมั่นตัดเล็บที่เสียออกมา
2.ใช้ Tea Tree oil โดยนำสำลีก้อนชนิดกลมจุ่มน้ำมัน Tea Tree oil แล้วแปะบนเล็บที่ติดเชื้อทิ้งไว้ ให้ทำวันละ 3 ครั้ง
3.เช็ดด้วยแอลกอฮอล์สำหรับล้างแผล โดยใช้คอตตอนบัดจุ่มแอลกอฮอล์แล้วนำมาถูกแรงๆบนเล็บ
4.ใช้ไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ หรือน้ำยาล้างแผล โดยหยดลงบนซอกเล็บที่มีอาการติดเชื้อทิ้งไว้ สิ่งสกปรกจะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย เนื่องจากน้ำยานี้มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อราที่เล็บได้
5.ใช้หัวหอมฝานครึ่งแล้วถูลงบริเวณเล็บ ทั้งไว้สักพักให้แห้งจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นซับเล็บให้แห้ง
6.ผสมเบียร์และน้ำสายชูในกะละมัง จากนั้นก็แช่มือหรือเท้าที่ติดเชื้อสักประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า และอย่าลืมซับให้แห้ง
7.ใช้น้ำมะกรูดทาบ่อยๆ โดยนำผลมะกรูดมาคั้นเอาน้ำและใช้สำลีชุบ แล้วทาบริเวณที่ติดเชื้อให้บ่อยครั้ง น้ำมะกรูดจะช่วยฆ่าเชื้อราให้ลดลงจนหมดไป
8.ใช้น้ำจากขมิ้นอ้อยคั้นน้ำมาทาบ่อยๆ มีผลวิจัยพบว่า ขมิ้นอ้อยมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้ถึง 11 ชนิด และหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อราอีก 4 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น กลาก ชันนะตุ เชื้อราที่เล็บ ผิวหนัง ซอกนิ้วเท้า นอกจากนี้ ยังมีขมิ้นชันอีกเช่นกันที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้เหมือนขมิ้นอ้อย

 

 

เชื้อราที่เท้า ตำรับยาจากครัว

เบกกิ้งโซดาแก้คัน ทำยาพอกแก้คันจากเบกกิ้งโซดา โดยผสมกับน้ำเล็กน้อยแล้วนำมาทาบริเวณที่คัน ทาทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดและเช็ดเท้าให้แห้งสนิท ปิดท้ายโดยโรยแป้งเด็กหรือแป้งข้าวโพด

ลองผงมัสตาร์ด มัสตาร์ดนั้นมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อรา ลองผสมผงมัสตาร์ดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะในน้ำอุ่นแล้วนำมาแช่เท้า

เล็บเป็นเชื้อรา
เล็บเป็นเชื้อรา

รักษาด้วยโยเกิร์ต แบคทีเรียมีชีวิตอะซิโดฟิลัส (acidophilus) ในโยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียตัวดีในร่างกายของเรา ช่วยกำจัดเชื้อราซึ่งทำให้ผิวลอกและมีอาการคันยิบๆ บริเวณง่ามเท้า แต้มโยเกิร์ตรสธรรมชาติบริเวณที่คันแล้วปล่อยไว้ให้แห้ง ก่อนจะล้างออกและเช็ดเท้าให้แห้ง

แช่เท้าและถุงเท้าด้วยน้ำส้มสายชู จุ่มสำลีก้อนในน้ำส้มสายชูแล้วนำมาแต้มจุดที่คันวันละหลายๆ ครั้ง และฆ่าเชื้อราในถุงเท้าโดยแช่ถุงเท้าในน้ำส้มสายชูประมาณครึ่งชั่วโมง

สู้กลิ่นด้วยกลิ่น ตำรับยาเก่าแก่สำหรับรักษาอาการติดเชื้อราที่เท้า คือ ใช้น้ำคั้นสดๆ จากหัวหอม ซึ่งดูเหมือนจะใช้ได้ผลดี เหตุผลน่าจะเป็นเพราะหัวหอมมีคุณสมบัติฆ่าจุลินทรีย์ จึงเป็นศัตรูโดยธรรมชาติ ของแบคทีเรียและเชื้อรา วิธีใช้ ใส่หอมหัวใหญ่ในเครื่องบดอาหาร เติมน้ำเล็กน้อย แล้วบดหยาบๆ จนได้น้ำพอขลุกขลิก จากนั้นวางเท้าไว้ในอ่างแล้วนำหัวหอมที่ได้มาพอกเท้าให้ทั่ว ก่อนจะล้างให้สะอาดและเช็ดเท้าให้แห้งสนิท

 

 

การดูแลตนเองเมื่อเป็นเชื้อราที่เล็บที่สำคัญคือ

1. ควรรับประทานยาที่แพทย์สั่งให้สม่ำเสมอ ไม่หยุดยาเอง

2. ตัดเล็บให้สั้น แยกที่ตัดเล็บเฉพาะเล็บที่ติดเชิ้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อไปเล็บอื่น

3. อย่าใช้ถุงเท้ารองเท้าร่วมกับผู้อื่น และควรทำความสะอาดถุงเท้ารองเท้าให้สม่ำเสมอ

4. ไม่ควรเดินเท้าเปล่าที่ห้องน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ ควรหารองเท้าเฉพาะเพื่อใส่ในบริเวณนั้นๆ

5. อาจเปลี่ยนรองเท้าเดิมที่ใส่เพราะอาจเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อราที่เล็บซ้ำได้

6. หากมีการติดเชื้อราที่ผิวหนัง ควรรีบรักษาเพื่อป้องกันการติดเชื้อไปที่เล็บ

7. หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บระคายเคืองบริเวณเล็บเช่น

  • หลีกเลี่ยงสารระคายเคือง/สารเคมีต่างๆ
  • การที่มือเปียกน้ำบ่อยๆ
  • ควรใส่ถุงมือยางเวลาทำงานบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการทำเล็บที่ขูดเอาผิวหนังส่วนที่ป้องกันเล็บออกไป
  • ใส่รองเท้าที่หน้ารองเท้ากว้าง ไม่คับแน่น

8. พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ

 

 

 

loading...
loading...

Related posts:

โรคกลามเนื้อออนแรง ALS
โรคเนื้องอกในสมอง อาการสาเหตุการป้องกันรักษาเนื้องอกในสมอง
การตั้งครรภ์แฝด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการดูแลครรภ์แฝด
หูตึง หูหนวก ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคหูตึง หูหนวก
โรคพาร์กินสัน ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษา 17 วิธี ของโรคพาร์กินสัน
กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นกล้ามเนื้อลายชนิดหนึ่งที่อยู่นอกอำนาจจิตใจ (involuntary)
เส้นเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดสมองหรือโรคอัมพาต (Stroke) ที่เรารู้จักกันดี
ปวดหัวไมเกรน ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาโรคปวดไมเกรน 10 ข้อ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ