เชื้อราในช่องคลอด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด

 

Share This:

เชื้อราในช่องคลอด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด
5 (100%) 6 votes
loading...

เชื้อราในช่องคลอด

 

เชื้อราในช่องคลอด

 

เชื้อราในช่องคลอด /เชื้อราในช่องคลอดเรื้อรัง /วิธีรักษาเชื้อราในช่องคลอด  ( Candida)” ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ย่อย เชื้อที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบของช่องคลอดที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ “แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans)” โดยมีรูปร่างเป็นเซลล์กลมๆหรือที่เรียกว่า ยีสต์ ซึ่งโดยปกติเป็นเชื้อที่อยู่ในช่องคลอดโดยไม่ทำให้เกิดโรค แต่ถ้าร่างกายมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ ได้รับยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ เป็นโรคเบาหวาน โรคเอดส์ หรือมีภาวะอับชื้นบริเวณอวัยวะเพศเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เชื้อรามีปริมาณมากขึ้นจนก่อโรค

 

เชื้อราในช่องคลอด เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

เชื้อราในช่องคลอดคือ เชื้อ Candida albicans ซึ่งก็มีอยู่ในสภาพแวดล้อมทั่วไป เชื้อราในช่องคลอด ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงทุกกลุ่มอายุสามารถพบได้เท่าๆกันค่ะ ถึงแม้ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์มาก่อนก็พบได้ หากเชื้อได้ลุกล้ำเข้าไปในช่องคลอดของคุณ จะทำให้เกิดอาการคัน และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะทำให้เชื้อราเจริญเติบโตและลุกลามเข้าไปลึกเรื่อยๆค่ะ

 

เชื้อราในช่องคลอด
เชื้อราในช่องคลอด

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในช่องคลอดมีอะไรบ้าง?

 

ปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในช่องคลอดที่พบบ่อย ได้แก่

  1. ภาวะตั้งครรภ์ เนื่องจากในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen ) สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ปริมาณสารไกลโคเจน (Glycogen) ซึ่งจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสในช่องคลอดสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้เชื้อรามีการเจริญเติบโตดีขึ้น นอกจากนี้ปริมาณฮอร์ โมนที่สูงขึ้น ก็จะทำให้เชื้อรามีปริมาณมากขึ้นเช่นกัน
  2. โรคเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมโรคไม่ดี
  3. การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานเกินไป จะไปทำลายเชื้อต่างๆที่ทำให้เกิดภาวะสมดุลของเชื้อราในช่องคลอด ทำให้เชื้อราเพิ่มปริมาณมากขึ้น
  4. การรับประทานยาสเตียรอยด์ เพราะจะลดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค
  5. ผู้ป่วยที่มีโรคภูมิคุ้มกันต้านทานบกพร่อง หรือโรคเอดส์
  6. การใส่กางเกงที่คับมากและอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนชื้น
  7. ภาวะที่คู่นอนมีการติดเชื้อรา

 

 

อาการ ที่บ่งชี้ว่าคุณ มีเชื้อ Candida albicans ลุกล้ำเข้าไปในช่องคลอดเเล้ว

 


อาการเริ่มและเด่นชัดที่สุด คือ คันและมีตกขาวมากผิดปกติ ลักษณะเป็นแป้งๆขาวๆ ไม่มีกลิ่นเหม็น คุณอาจมีอาการคันลึกๆเข้าไปในช่องคลอด สุดทรมาน เพราะจะเกาก็ต้องไปแอบเกาในที่ลับ เกาลึกไม่ได้เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างอื่นเพิ่มเพราะมือไม่สะอาด หลายคนมีอาการแสบขณะปัสสาะเพราะเกิดจากการเกา ผิวหนังบริเวณปาดช่องคลอดถลอด เมื่อโดนปัสสาวะจึงทำให้แสบ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

สูติแพทย์มีการตรวจอย่างไร 

อย่างที่ทราบผู้หญิงเรามักจะอายกับเรื่องนี้มาก ไม่ต้องอายค่ะ เพื่อความปลอดภัย คุณหมอจะทำการตรวจโดยการตรวจภายในและนำเอาตกขาวไปส่องกล้องหาเชืัอ ซึ่งเป้นการวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ ตรงดรค ตรงอาการ

 

ดูแลตนเอง และป้องกันโรคเชื้อราในช่องคลอดได้อย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

แหล่งของเขื้อราที่ทำให้เกิดเชื้อราในช่องคลอดก็คือ ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งเชื้อราจะปนเปื้อนมากับอุจจาระและพลัดเข้าไปในช่องคลอด แต่โดยปกติเชื้อราไม่สามารถเจริญเติบโตในช่องคลอดได้ เนื่องจากในช่องคลอดมีภาวะเป็นกรด เพราะมีแบคทีเรียประจำถิ่นที่สร้างกรดอ่อนๆประจำอยู่ในช่องคลอด แต่ถ้าแบคทีเรียชนิดนี้ลดลงหรือถูกทำลายไป เช่น ช่วงตั้งครรภ์หรือ ช่วงมีประจำเดือน ก็จะทำให้ช่องคลอดสูญเสียความเป็นกรด เชื้อราก็จะสามารถเจริญเติบโตในช่องคลอดได้

ดังนั้น นอกจากต้องคอยทำความสะอาดให้ถูกวิธี เช่น ทำความสะอาดจากช่องคลอดไปทางทวารหนักเพื่อป้องกันไม่ให้อุจจาระเลอะเข้ามาทางช่องคลอดแล้ว ยังไม่ควรสวนล้างช่องคลอดโดยไม่จำเป็น เพราะจะไปล้างความเป็นกรดในช่องคลอดทิ้งไป พยายามหลีกเลี่ยงความอับชื้นโดยการใช้ผ้าอนามัยแผ่นบางแล้วเปลี่ยนทิ้งบ่อยๆในช่วงที่มีสิ่งคัดหลั่งออกทางช่องคลอดมากกว่าปกติ นอกจากนี้ ไม่ควรกินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำลายแบคทีเรียที่มีอยู่ประจำในช่องคลอดด้วย

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การติดเชื้อราVulvovaginal Candidiasis (VVC)

เชื้อที่เป็นสาเหตุได้แก่ C. albicans แต่ก็อาจจะเกิดจากเชื้ออื่นก็ได ้เกิดจากการที่เชื้อราในช่องคลอดเจริญมากเนื่องจากความเป็นกรดเสียไป โรคนี้ไม่ติต่อทางเพศสัมพันธ์
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการติดเชื้อรา
  • ความเครียด
  • เบาหวาน
  • การตั้งครรภ์
  • การใช้ยาคุมกำเนิด
  • การใช้ยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะยาในกลุ่ม tetracyclin

อาการและอาการแสดงของช่องคลอดอักเสบ

  • ตกขาวมากขึ้น
  • ตกขาวเป็นเมือกขาว
  • คันและแสบบริเวณช่องคลอด
  • เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์
loading...

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

การรักษาเชื้อราในช่องคลอด

 

ยารักษาเชื้อราในช่องคลอด มีทั้งยาทา และยาเม็ดสำหรับเหน็บ และยารับประทาน ขึ้นอยู่กับดุลยพินจของแพทย์ ใช้ 1 วัน 3 วัน หรือ 7 วัน ขึ้นอยู่กับตัวยาที่แพทย์เลือกใช้ และอาการของโรคที่ตรวจพบค่ะ
หลายๆคนมีอาการคันๆหายๆ ไม่หายขาด เกิดจากอะไร ก็อย่างที่แนะนำไว้ข้างต้นว่า ควรให้เเพทย์ตรวจหาเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการคัน จะได้รักษาอย่างถูกต้อง หลายๆคน ซื้อยาใช้เองหรือใช้ผิดวิธี ทำให้เชื้อรายังคงอยู่  จึงมีอาการคันๆหายๆรบกวนจิตใจ เกิดจาก
  • ใช้ยาปฏิชีวนะ ฤทธิ์ของยาไปทำลายเชื้อที่มีประโยชน์ในช่องคลอด ทำให้เชื้อราลุกล้ำเข้าไปได้ง่าย
  • สวนล้างช่องคลอด เป้นการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่ผิดมากๆ การสวนล้างทำให้เชื้อที่มีประโยชน์ในช่องคลอดที่คอยจับกินเชื้อต่างๆลดลงไป เชื้อราจึงลุกล้ำเข้าไปในช่องคลอดของคุณได้ง่ายขึ้น
  • เป็นโรค โรคบางอย่างที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง เช่น HIV  เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี หรือ คนที่ได้ยากดภูมิ ยาต้ม ยาหม้อ ยาเถื่อน ต้องระวัง

 

 

การรักษาเชื้อราในช่องคลอดที่มีโรคแทรกซ้อน Complicated VVC

  1. เป็นเชื้อราในช่องคลอดบ่อย หมายถึงเป็นเชื้อราในช่องคลอดมากกว่า 4 ครั้งต่อปีผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจำตัว ต้องมีการเพาะเชื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัย เชื้ออาจจะเป็นเชื้อราชนิดอื่นเช่น Candida glabrata การรักษาเริ่มต้นอาจจะต้องรักษาให้นานกว่าปกติ ยาทาอาจจะต้องทานาน 7-14 วัน ส่วนยารับประทานอาจจะต้องรับประทานนาน 3 วัน สำหรับผู้ที่เป็นซ้ำบ่อยๆต้องให้ยาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้แก่ ยาเหน็บช่องคลอด clotrimazole (500-mg dose vaginal suppositories อาทิตย์ละครั้ง)หรือยารับประทาน ketoconazole (100-mg dose วันละครั้ง), fluconazole (100–150-mg dose สัปดาห์ละครั้ง), หรือ itraconazole (400-mg doseเดือนละครั้ง หรือ 100-mg dose วันละครั้ง).

  2. ในรายที่เป็นรุนแรง มีการอักเสบแคมใหญ่ มีบวม เกาจนเป็นรอยพวกนี้ต้องทายาหรือสอดยานาน 7-14 วัน ส่วนยารับประทานให้รับประทาน 2 ครั้งห่างกัน 3 วัน

  3. ช่องคลอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อราชนิดอื่น ควรจะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  4. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหากเป็นยาทาต้องใช้เวลา 7-14 วันและควรจะรับประทานยาร่วมด้วย

 

เชื้อราในช่องคลอด
เชื้อราในช่องคลอด

การป้องกันช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา

  • สวมชุดที่ไม่รัดและทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน ไหม

  • หลีกเลี่ยงชุดรัดรูป

  • ห้ามสวนล้างช่องคลอดเพราะจะทำลายเชื้อแบคทีเรีย

  • ลดการใช้ยาดับกลิ่น

  • งดการใช้ผ้าอนามัยที่มีน้ำหอม

  • สวมเสื้อผ้าที่แห้งอยู่เสมอ

  • หลีกเลี่ยงการอาบหรือแช่น้ำอุ่น

  • ล้างชุดชั้นในในน้ำอุ่น

  • รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ

  • รับประทานโยเกิตร์

  • ควบคุมระดับน้ำตาลให้คงที่

 

 

โรคเชื้อราในช่องคลอดในสตรีตั้งครรภ์มีผลต่อทารกในครรภ์ไหม?

สตรีตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะพบเชื้อราได้มากกว่าสตรีทั่วไปที่ไม่ตั้งครรภ์ เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมากกว่า โดยอาการที่พบได้แก่ ตกขาวผิดปกติ มีอาการคัน ซึ่งเมื่อช่องคลอดมีความอับชื้น อาจพบอาการได้มากกว่ากลุ่มสตรีที่ไม่ตั้งครรภ์ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีผลต่อทารกในครรภ์ ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ส่วนการรักษาใช้วิธีเดียวกับในกลุ่มสตรีที่ไม่ตั้งครรภ์

8 วิธีป้องกัน “เชื้อราในช่องคลอด” จัดไปก่อน “คัน”

 

การรักษาช่องคลอดอักเสบ

ไม่มีโรคแทรกซ้อน Uncomplicated VVC

ใช้ยาเหน็บหรือยาทาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อรา สำหรับท่านที่เป็นครั้งแรกอาจจะไม่สามารถวินิจฉัย แต่หากเป็นครั้ง 2-3 ท่านพอจะทราบอาการและอาจจะหายาทาเองเป็นยาในกลุ่ม miconazole หรือ clotrimazole เป็นยาเหน็บหรือยาทาก็ได้
การดื่มและรับประทาน Cranberry juice และ yogurt จะช่วยป้องกันการติดเชื้อรา เนื่องจากจะเพิ่มความเป็นกรดและเพิ่มเชื้อ lactobacillus ในช่องคลอด ยาที่ใช้ในการรักษาได้แก่ อย่างใดอย่างหนึ่ง
  • Butoconazole 2% cream 5 gสอดช่องคลอดวันละครั้งเป็นเวลา 3 วัน
  • Butoconazole 2% cream 5 g (Butaconazole1-sustained release),สอดช่องคลอดวันละครั้ง
  • Clotrimazole 1% cream 5 gสอดช่องคลอดวันละครั้งเป็นเวลา 7–14 วัน
  • Clotrimazole 100 mg สอดช่องคลอดวันละครั้งเป็นเวลา 7 วัน
  • Clotrimazole 100 mg vaginal tablet, ใส่ช่องคลอดวันละ 2 เม็ดเป็นเวลา 3 วัน
  • Clotrimazole 500 mg vaginal tablet, 1 เม็ดครั้งเดียว
  • Miconazole 2% cream 5 gใส่ช่องคลอด 7 วัน
  • Miconazole 100 mg vaginal suppository, สอดช่องคลอดวันละครั้ง 7 วัน
  • Miconazole 200 mg vaginal suppository, สอดช่องคลอดวันละครั้ง 3 วัน
  • Nystatin 100,000-unit vaginal tablet, วันละเม็ดเป็นเวลา 14 วัน
  • Tioconazole 6.5% ointment 5 g ใส่ช่องคลอดครั้งเดียว
  • Terconazole 0.4% cream 5 g ใส่ช่องคลอดเป็นเวลา 7 วัน
  • Terconazole 0.8% cream 5 g ใส่ช่องคลอดเป็นเวลา 3 วัน
  • Terconazole 80 mg vaginal suppository,ใส่ช่องคลอดเป็นเวลา 3 วัน
ยารับประทานใช้ Fluconazole 150 mg oral tablet, 1เม็ดครั้งเดียว

 

เริมที่ปาก

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
medthai.com

loading...

Related posts:

โรคเบาหวาน ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ วิธีรักษาเบาหวานขี้นตา Diabetes
กระดูกพรุน แก้ง่ายด้วยการเติมแคลเซียมแก้โรคกระดูกพรุนจริงหรือ?
วิธีลดต้นแขน ต้นแขนใหญ่ทำไงดี ?? 20 วิธีลดต้นแขน !
เหงือกบวม อักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาเหงือกบวมอักเสบ
การทําบอลลูนหัวใจ ขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนคือเพื่อดันไขมันที่อุดตันหลอดเลือด
ฟันผุ เป็นโรคที่พบได้บ่อยประมาณ 80% ของคนทั่วไป
บาดทะยัก ตะปูตำ หนามเกี่ยว โรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีอันตรายร้ายแรง
ต่อมน้ำลายอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาโรคต่อมน้ําลาย 17 ข้อ
Rating: 3.0. From 2 votes.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ