เที่ยวน่าน จังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ น่าไปเยือนแบบ Slow Life

 

Share This:

เที่ยวน่าน จังหวัดที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ น่าไปเยือนแบบ Slow Life
5 (100%) 2 votes
loading...
loading...

เที่ยวน่าน

เที่ยวน่าน  เที่ยวน่าน จังหวัดเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ น่าไปเยือนเพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบ Slow Life ตามสไตล์ น่าน…เนิบ…เนิบ

… แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง … นี่คือคำขวัญของจังหวัดเล็ก ๆที่ทอดตัวเรียบเสมอขนาบข้างไปกับขุนเขาสูงใหญ่ และยังคงมีกลิ่นอายของวันวานให้ย้อนไปคิดถึงอดีตที่หอมกรุ่นสีเขียวของต้นไม้และพืชป่ายังหาชมได้ทั่วทั้งเมืองวิถีชีวิตของผู้คนยังคงดำเนินไปพร้อม ๆ ความเจริญ ความสะดวกสบายที่เข้ามาแทนที่ ใช่แล้ว…เรากำลังพูดถึง “น่าน”จังหวัดที่ยังคงมีความงดงามให้ไปท่องเที่ยว …และวันนี้กระปุกดอทคอมจะพาเพื่อน ๆ ไปสำรวจเมืองน่านกันค่ะใครพร้อมแล้วก็ตามเราเข้ามาเลย

น่าน

น่าน มีพื้นที่ 11,472,076 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 7 ล้านไร่เศษ อาณาเขตทิศเหนือและทิศตะวันออกจดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศใต้จดจังหวัดอุตรดิตถ์ ทิศตะวันตกจดจังหวัดแพร่ พะเยา และเชียงราย

ความที่เป็นเมืองชายแดนแห่งล้านนาตะวันออก อันอุดมไปด้วยวัฒนธรรมที่หลอมรวมจากเทือกเขาสูงถึงพื้นราบ ทำให้เสน่ห์ของเมืองน่านยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นท้องทะเลแห่งขุนเขา อีกทั้งสายลมหนาวและสายหมอกที่พัดผ่าน ทุ่งข้าวสีเขียวฉ่ำฝน หรือเหลืองทองพร้อมจะเก็บเกี่ยว ยังทำให้ผู้มาเยือนเก็บความประทับใจกลับไปด้วย ป้อมปราการธรรมชาติที่บดบังเมืองน่านจากคนต่างถิ่นก็คือ เทือกเขาผีปันน้ำ และ หลวงพระบาง โดยมีแม่น้ำที่เป็นเสมือนเส้นเลือดของชาวน่าน คือ แม่น้ำน่าน มีต้นกำเนิดจากดอยขุนน้ำน่าน ตำบลขุนน่าน อำเภอบ่อเกลือ

ความเกี่ยวดองกันด้วยศรัทธาในพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติที่มีร่วมกันทำให้ชาวน่านมีเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ งเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงแต่ยังคงตระหนักถึงความเป็นตัวเองอยู่เสมอ อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

น่าน

ประวัติศาสตร์เมืองน่าน

หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในบริเวณจังหวัดน่าน เช่น เครื่องมือหิน กลองสัมฤทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีศพสำหรับชาวเอเชียตะวันออกเฉียงไต้ เป็นเครื่องยืนยันว่าดินแดนนี้มีมนุษย์มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนสมัย ประวัติศาสตร์ ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ขุนน่าน และ ขุนฟอง ได้นำผู้คนอพยพจากตอนบนของแม่น้ำโขงมาตั้งถิ่นฐานยังที่ราบลุ่มตอนบนของแม่ น้ำน่าน ใกล้กับเทือกเขาดอยภูคา และในปี พ.ศ. 1902 เจ้าพระยาการเมืองย้ายเมืองไปยังเวียงภูเพียงแช่แห้งฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ น่านซึ่งไม่ได้ใหญ่กว่าหรืออุดมสมบูรณ์กว่าเมืองปัวแต่ใกล้กับเมืองสุโข ทัยมากขึ้น

ในปี พ.ศ. 1911 เจ้าพระยาผากองบุตรของเจ้าพระยาการเมืองได้ย้ายเมืองมายังฝั่งตะวันตกของ แม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นเมืองน่านในปัจจุบัน ตามศิลาจารึกหลักที่ 45 และ 46 ในปี พ.ศ. 1935 ปู่พระยา (เจ้าพระยาผากอง) และพระราชนัดดา (พระมหาธรรมราชาที่ 2 แห่งสุโขทัย) ได้ให้คำสาบานที่จะช่วยเหลือกันและกันในยามสงคราม ความสัมพันธ์ระหว่างน่านและสุโขทัยได้ดำเนินมาจนกระทั่งสุโขทัยผนวกเข้ากับ อยุธยา ในปี พ.ศ. 1981

เมืองน่านมีความสัมพันธ์ติดต่อค้าขายกับนครรัฐเล็กๆ รอบบ้าน เช่น หลวงพระบาง ล้านช้าง และสิบสองปันนา รัฐเหล่านี้มีความร่วมมือทางการเมืองอย่างเข้มแข็ง ทำการค้าขายกันตามเส้นทางแม่น้ำโขงด้วยคาราวานเกวียน

ก่อนหน้าที่น่านจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งชองล้านนาทั้งสองดินแดนมีความ สัมพันธ์กันผ่านการค้าวัวต่าง และเมื่อเชียงใหม่ตกเป็นประเทศราชของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองแห่งพม่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2096-2101 เจ้าพระยาพลเทพรือชัย เจ้าเมืองน่านได้หลบหนีไปยังเมืองหลวงพระบาง และน่านตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310

ระหว่างปี พ.ศ. 2101-2317 น่านพยายามต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากพม่าหลายครั้ง ในปี พ.ศ. 2246 ถือว่าเป็นช่วงเวลาทุกข์เข็ญ ผู้คนต้องหลบหนีสงครามเข้าป่า บางคนถูกจับเป็นเชลยในพม่า ทั้งเมืองและวัดถูกเผาทำลายลง ในปี พ.ศ. 2331 เจ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าหลวงเมืองน่าน หันมาสวามิภักดิ์กรุงเทพฯ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 1) เมื่อ พ.ศ. 2333 น่านเริ่มนโยบาย “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” มีการอพยพ ชาวไทลื้อจำนวนมากกลับสู่เมืองน่าน

ในสมัยรัชกาลที่ 5 กรุงเทพฯถูกคุกคามจากลัทธิล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศสได้ก่อให้เกิด การปฏิรูปการปกครองหัวเมืองล้านนา เพื่อรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง ตั้งแต่ พ.ศ. 2435 รัฐบาลกลางกรุงเทพฯได้แต่งตั้งข้าหลวงเข้ามาแทนคณะขุนนางผู้ช่วยเจ้า ผู้ครองนครในการบริหารกิจการบ้านเมือง หลังจากเหตุการณ์ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ไทยต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงแก่ฝรั่งเศส เมืองน่านจึงเพิ่มความสำคัญมากขึ้นในฐานะเมืองหน้าด่านติดกับเมืองหลวงพระ บางในลาว ซึ่งเป็นของฝรั่งเศส ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเมืองน่านกับกรุงเทพฯดำเนินไปด้วยดี รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชเป็นพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชเพื่อตอบแทนคุณงามความดีที่น่านช่วยกรุงเทพฯ ในสงครามปราบกบฏที่เชียงตุง

นครเมืองน่านกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 7 หลังจากเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าเมืองน่านองค์สุดท้ายถึงแก่กรรม ในปี พ.ศ. 2474 จึงยกเลิกระบบการปกครองโดยเจ้าผู้ครองนครนับแต่นั้นเป็นต้นมา

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

ตราประจำจังหวัด : รูปพระธาตุแช่แห้งอยู่บนหลังโคอุศุภราช

ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกเสี้ยวดอกขาว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bauhinia variegata)

ต้นไม้ประจำจังหวัด : เสี้ยวดอกขาว (ชื่อวิทยาศาสตร์: Bauhinia variegata)

คำขวัญประจำจังหวัด : แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

น่าน

นอกจากนี้ “น่าน” ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ได้แก่…

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์

ภูพยัคฆ์ เดิมชื่อ ภูผายักษ์ บนยอดภูเป็นหินผาสวยงาม มีสภาพเป็นป่าดิบและเป็นดงเสือ จึงได้ชื่อว่า ภูพยัคฆ์ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500 เมตร เคยเป็นที่ปลูกฝิ่นของราษฎรชาวไทยภูเขา ก่อนปี 2523 เคยเป็นสมรภูมิรบ ระหว่างทหารไทยกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  ปัจจุบัน ภูพยัคฆ์ ได้เปลี่ยนจากสมรภูมิรบ แหล่งวางกับดักระเบิดเป็น สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ พัฒนาให้ราษฎรชายไทยภูเขามีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู พัฒนาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่มี คุณภาพเป็นป่าที่สมบูรณ์ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างงานสร้างรายได้ให้ราษฎรในพื้นที่เป็นสถานีตัวอย่างในการขยาย ผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะพืชเมืองหนาว

การเดินทาง มี 2 เส้นทางคือ เส้นทางแรก จากจังหวัดน่านไปทางอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ถึงภูพยัคฆ์ ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร เส้นทางที่สอง จากจังหวัดน่าน ไปทางอำเภอบ่อเกลือ ถึงภูพยัคฆ์ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร ภูพยัคฆ์ มีบ้านพักรับรอง พร้อมอุปกรณ์เครื่องนอน สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 2 หลัง สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ 24 คน และมีสถานที่กางเต็นท์ และเต็นท์นอน 2 คน บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 20 หลัง มีอาหารบริการแต่จะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์ โทร. 0 5473 0330, 0 5473 0331 และสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์ โทร. 08 5868 8548 (คุณวิทยา ไพศาลศักดิ์) 0 5474 1639, 05471 0054, 08 3073 0557

ล่องแก่งลำน้ำว้า

ล่องแก่งลำน้ำว้า ที่บ้านน้ำปุ๊ ตำบลน้ำพางห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 59 กิโลเมตร น้ำว้าเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ น้ำใสไหลตลอดปีมีทัศนียภาพสวยงาม สองฝั่งเขียวชอุ่มไปด้วยป่าไม้ โขดหิน เกาะแก่งที่สวยงามและแก่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือแก่งหลวง มีหาดทรายขาวเหมาะสำหรับตั้งแคมป์มีบริการนั่งช้างชมธรรมชาติ

เส้นทางล่องแก่งลำน้ำว้าเดิมเป็นเส้นทางล่องไม้สัก ที่ถูกลักลอบตัดจากผืนป่าในเขตอำเภอแม่จริมและอำเภอเวียงสา ตลอดลำน้ำว้าไหลผ่านหุบเขา สองฝั่งเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนผ่านแก่งต่าง ๆ กว่า 22 แก่ง ซึ่งมีระดับความยากง่ายอยู่ที่ระดับ 3-5 (ระดับ 3 เป็นระดับปานกลาง ระดับ 4 เป็นระดับยาก ระดับ 5 เป็นระดับยากมาก) แก่งที่ใหญ่ที่สุดและยากที่สุด คือ แก่งหลวง บางจุดของลำน้ำเป็นหาดทรายที่สามารถจอดแพเพื่อให้ลงเล่นน้ำ บางแห่งเป็นจุดปางช้างสำหรับขึ้นช้างต่อไปที่บ้านหาดไร่ ช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำขึ้นสูงสุดคือ เดือนสิงหาคม และช่วงที่ปริมาณน้ำน้อยที่สุดคือ เดือนเมษายน ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการล่องแก่งน้ำว้า คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม

ต้นดิกเดียม วัดปรางค์

ต้นดิกเดียม ต้นไม้อะไรใครรู้ดูประหลาดผิดธรรมชาติ พันธุ์พฤกษาน่าฉงน แค่เห็นเป็นต้นไม้หันหลังให้แดดหันหน้า เข้าวัดก็แปลกเหลือหลายอยู่แล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าต้นไม้ประหลาดต้นนี้เป็นต้นอารมณ์ขัน ใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้ง ที่ถูกคนสัมผัส โดยสามารถไปชมได้ทุกวัน แต่ไม่ควรไปลูบคลำ เนื่องจากในประเทศไทยมีอยู่ต้นเดียว เจ้าอาวาสที่วัดท่านจะลูบให้ดู

การเดินทาง จากจังหวัดน่านเดินทางด้วยทางหลวงหมายเลข 1080 และ 1256 สู่อำเภอปัว ก่อนถึงตัวอำเภอเล็กน้อยมีทางแยกซ้ายเข้าสู่วัดปราง ซึ่งเป็นที่ตั้งของต้นดิกเดียม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 2 โทร. 0-5371-7433, 0-5374-4674-5

น่าน
น่าน

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ป่าต้นน้ำ” ป่าดึกดำบรรพ์ปลายทางหิมาลัย ขุนเขาใต้ทะเล อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีพื้นที่ประมาณ 1,680 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ ได้แก่ ท่าวังผา ปัว เชียงกลาง ทุ่งช้าง บ่อเกลือ สันติสุข และแม่จริม เทือกเขาดอยภูคาประกอบด้วยแนวภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของปลายเทือกเขาหิมาลัย โดยมียอดภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดน่าน สูงถึง 1,980 เมตร

ดอยภูคา เป็นต้นแม่น้ำสำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว บริเวณนี้เดิมเคยเป็นทะเลมาก่อน ก่อนจะเกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นดินสองผืนใต้ทะเลเข้าหากัน ทำให้แผ่นดินโก่งตัวขึ้น น้ำทะเลใต้ดินระเหยไปเหลือเพียงสินแร่เกลือ ดังที่พบในเขตอำเภอบ่อเกลือ และการค้นพบสุสานหอยทะเลอายุประมาณ 200 ล้านปี บนดอยภูแวที่บ้านค้างฮ่อ ตำบลสะกาด อำเภอปัว มีลักษณะเป็นหอยแครงสองฝา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า พาลีโอคาร์ดิต้า สปีชี่ (Paleocardita Species) อายุ 195-205 ล้านปี จัดว่าอยู่ในยุคไทรแอสซิก (Triassic) ตอนปลาย

สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่ ถ้ำผาแดง, ถ้ำผาผึ้ง เป็นถ้ำที่มีความสวยงามและยาวมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา (บ้านมณีพฤกษ์) อ.ทุ่งช้าง ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม และยังมีน้ำตกและลำธารขนาดใหญ่ภายในถ้ำอีกด้วย, ถ้ำผาฆ้อง เป็นถ้ำขนาดกลางบริเวณปากถ้ำจะมีขนาดเล็ก ภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อย และลำธารไหลผ่าน แต่ช่วงฤดูฝนไม่สามารถเข้าชมได้ เนื่องจากอาจมีน้ำท่วมในถ้ำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 7 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร

น่าน

น้ำตกต้นตอง เป็นน้ำตกหินปูนมี 3 ชั้น อยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา บนโตรกผามีพืชชุ่มน้ำ, น้ำตกศิลาเพชร น้ำตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้นลดหลั่นกันไป เหมาะกับการเล่นน้ำ, น้ำตกภูฟ้า, น้ำตกตาดหลวง เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ปลาพลวง, ล่องแก่งน้ำว้าตอนกลาง ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นเส้นทางล่องแก่งระดับ 3-5 ประมาณ 20 กว่าแก่ง เป็นสุดยอดแห่งความตื่นเต้นสนุกสนาน, ยอดดอยภูแว เป็นยอดดอยที่มีวามสูงจากระดับน้ำทะเล 1,837 เมตร มีลักษณะโดดเด่นเป็นทุ่งหญ้าบนดอย อีกทั้งยังมีลานหินและหน้าผาสูงชันอีกด้วย, สุสานหอย อายุประมาณ 218 ล้านปี และเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมพูภูคา ซึ่งนับเป็นบ้านแห่งสุดท้ายของต้นชมพูภูคาพันธุ์ไม้หิมาลัย และเป็นไม้หายากใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งในโลก จุดชมต้นชมพูภูคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดจะอยู่ริมถนนห่างจากที่ทำการไป 5 กิโลเมตร

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว คือ ช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อุณหภูมิ 15-27 องสาเซลเซียส และฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายนซึ่งมีอากาศเย็นสบาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โทร. 0 1224 0789, 0 5470 1000 ตู้ปณ. 8 ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120

การเดินทาง จากจังหวัดน่าน โดยทางรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1080 ถึงอำเภอปัว ระยะทาง 60 กิโลเมตรแยกไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 (ปัว-บ่อเกลือ) ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ระยะทาง 25 กิโลเมตร ผู้ที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสามารถใช้บริการ รถสองแถวสีน้ำเงินสายปัว-บ่อเกลือ ซึ่งผ่านหน้าอุทยานฯ วิ่งบริการระหว่างเวลา 07.30-14.00 น. ท่ารถอยู่บริเวณสามแยกปัว-บ่อเกลือ

 

 

สำหรับคนที่จะเข้าตัวเมืองน่าน มีเคาน์เตอร์ Taxi บริการอยู่ด้านในอาคารผู้โดยสาร คันละ 100 บาท สำหรับมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง และถ้าอยากจะเช่ารถขับเที่ยวเอง ตอนนี้ที่น่านยังไม่มีผู้ประกอบการให้เช่ารถรายใหญ่อย่าง AVIS หรือ Thai Rent เป็นต้น นักท่องเที่ยวต้องหาตาม internet และติดต่อเช่ามาก่อน เพราะถ้ามาหวังเช่ารถจากในสนามบินมีโอกาสรถเต็มได้ง่าย

 

 

 

น่าน

จากสนามบินเข้าตัวเมืองน่านใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ซึ่งถือว่าไม่ไกลเลย มาถึงเกือบเที่ยงพอดี ผมเลยบอก Taxi ให้จอดที่ร้านเฮือนฮอม เป็นร้านอาหารชื่อดังของที่นี่

น่าน

มาเหนือทั้งทีก็ต้องสั่งเมนูอาหารเหนือ เริ่มด้วยชุดขันโตก และตามด้วยขนมจีนน้ำเงี้ยวแบบท้องถิ่น รวมถึงปลาคังทอดซอสมะขาม

น่าน

 

น่าน

สำหรับคนที่นอนในตัวเมืองและอยากเที่ยวแค่ในตัวเมืองไม่ได้ออกไปไกล ผมแนะนำว่าให้เช่าจักรยานขี่ดีกว่า เพราะที่น่านนักท่องเที่ยวส่วนมากจะนิยมปั่นจักรยานชมเมือง ไหว้พระวัดวาอารามต่าง ๆ ไปแบบไม่ต้องเร่งรีบ สไตล์ น่าน…เนิบ เนิบ ครับ ^^

น่าน

วัดภูมินทร์

ถ้ามาน่านแล้วไม่ได้มาวัดนี้เหมือนมาไม่ถึง วัดภูมินทร์เป็นวัดที่อยู่ใจกลางเมือง เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือโบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศแกะสลักลวดลายสวยงามมาก

น่าน

 

น่าน

นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมา และถ้ามาที่วัดนี้พลาดไม่ได้กับการมาชมภาพเขียนผนัง ปู่ม่าน-ย่าม่าน ที่กำลังกระซิบบอกรัก กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่านไปแล้วครับ

น่าน

ห้องสมุดบ้าน ๆ น่าน ๆ

ผมไม่ได้จะพาเพื่อน ๆ มาอ่านหนังสือที่ห้องสมุดนะ แต่ที่นี่เป็นร้านกาแฟโดยมีการตกแต่งร้านเป็นแบบห้องสมุดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอ่านหนังสือ พูดคุยสังสรรค์ โดยภายในร้านมีหนังสือมากมายหลายเล่ม ทั้งท่องเที่ยว ประวัติเมืองน่าน หรือจะเป็นการ์ตูนก็มีให้เลือกอ่าน

น่าน

ที่นี่ยังดัดแปลงเป็นโฮมสเตย์เล็ก ๆ มีเพียงไม่กี่ห้องไว้รองรับนักท่องเที่ยวด้วยครับ

น่าน

วัดพระธาตุเขาน้อย

ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อยสามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์และจักรยานมีทางสำหรับรถยนต์ขึ้นไปถึงพระธาตุ หรือถ้าใครจะออกกำลังกายสามารถเดินขึ้นบันไดนาคที่มีจำนวน 303 ขั้น ขึ้นมาถึงด้านบนได้เช่นกัน

น่าน

บริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร

น่าน

บริเวณด้านบนสามารถมองเห็นวิวตัวเมืองน่านได้อย่างงดงาม

น่าน

 

น่าน

 

เที่ยวน่าน

พาเที่ยวน่าน เมืองเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์

น่าน

นาทีนี้ถ้าใครอยากไปสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือสัมผัสเมืองธรรมชาติที่เงียบสงบ ชื่อของ “จังหวัดน่าน” คงอยู่ในใจหลาย ๆ คน เพราะน่านถือเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่น่าไปเยือนเพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบ Slow Life ตามสไตล์ น่าน…เนิบ…เนิบ วันนี้เราเลยจะชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวน่านผ่านบันทึกการเดินทางของ คุณ neju11 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้ไปปั่นม่วนใจ๋กระซิบบอกรัก…เมืองน่าน และเก็บประสบการณ์ที่ได้พบเจอนำมาถ่ายทอดให้เราได้ชมกันค่ะ

loading...
loading...

สวัสดีเพื่อน ๆ ที่มีหัวใจรักการท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวหลายคนมักมองหาเมืองที่สงบเพื่อหลบหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ แต่ปัจจุบันเมืองที่กล่าวมาขั้นต้นมักเหลืออยู่น้อยเต็มที เนื่องจากความเจริญทางเทคโนโลยีเข้ามาทำลายและบดบังความเป็นวิถีดั้งเดิมหายไปหมดสิ้น แต่วันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักอีกเมืองหนึ่ง

“เมืองน่าน” จังหวัดเล็ก ๆ ทางภาคเหนือ แต่เปี่ยมไปด้วยธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงวิถีชาวบ้านท้องถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ให้รุ่นหลังได้เห็น เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้มีมนตร์เสน่ห์ดึงดูดเหล่านักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนให้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีเข้าถึงมากเพียงใดเมืองนี้ก็ยังคงความน่ารักในแบบเดิมอยู่เสมอมา

น่าน…เนิบ เนิบ

ป.ล. สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการติดตามหรือสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ เฟซบุ๊ก Nejuphoto

ป.ล. 2 สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรีวิวถ้าถูกใจ ชอบใจ ขอกำลังใจคนทำรีวิว ด้วยนะครับ ^^

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพในทริปนี้

– Nikon D600
– Lens : Tamron 17-50 f/2.8, Nikkor 10-24, Tamron 70-300 VC

สำหรับการแบกเป้เที่ยวของผม กระแสที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่ชื่นชอบในรีวิวแบกเป้เที่ยวของผม ผมจึงได้รวบรวม กลัวใครตกหล่นอันไหนไปยังไม่ได้อ่าน หรือจะนำข้อมูลไปใช้ในการเดินทางก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ เผื่อไว้ใช้ในยามจำเป็นในการหาข้อมูลไปยังสถานที่ต่าง ๆ ^^

ฝรั่งเศส-ปารีส Mont st. Michel : http://pantip.com/topic/33319524
 เกาหลีใต้-ขับรถเที่ยวเกาะเชจู : http://pantip.com/topic/32937739
เกาหลีใต้-ใบไม้เปลี่ยนสี : http://pantip.com/topic/32840953
ฮ่องกง-มาเก๊า : http://pantip.com/topic/32446067
มาเลเซีย – เกาะเรดัง : http://pantip.com/topic/32380326
ญี่ปุ่น-Snow wall : http://pantip.com/topic/32177499
ญี่ปุ่น-Tokyo : http://pantip.com/topic/31802867
 กัมพูชา-นครวัด นครธม : http://pantip.com/topic/32078871
พม่า-ย่างกุ้ง พุกาม มัณฑะเลย์ : http://pantip.com/topic/31886778
จีน-เฟิ่งหวง จางเจียเจี้ย : http://pantip.com/topic/31709657
 อินเดีย-ทัชมาฮาล : http://pantip.com/topic/30834433
อินเดีย-โกลกัตต้า : http://pantip.com/topic/30750280
เวียดนาม-ฮานอย ซาปา : http://pantip.com/topic/30066171

เริ่มต้นการเดินทางด้วยสายการบิน Thai AirAsia ที่เพิ่งเปิดเที่ยวบิน บินตรงสู่น่านทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบิน รวมถึงลำที่ผมนั่งมาในวันนั้นใหม่กิ๊กเลย ^^

ไฟลท์ขาไปเวลาค่อนข้างสวยไม่เช้าจนเกินไป ส่วนขากลับถึงดอนเมืองไม่ดึกจนเกินไปด้วย สามารถเดินทางไปวันเสาร์และกลับวันอาทิตย์ได้สำหรับคนที่ไม่อยากลางานประจำ

น่าน

เครื่องออกตรงเวลาและถึงที่หมายตรงเวลา ตรงกับสโลแกนของเขาเลย ตอนเครื่องลงจอดที่สนามบินมีเจ้าหน้าที่นำร่มมาให้ยืมด้วยครับ เพราะแดดค่อนข้างร้อน แต่จากจุดที่ลงเครื่องเดินไปเข้าตัวอาคารผู้โดยสารไม่ได้ไกลมากและนำร่มไปคืนตรงจุดก่อนเข้าอาคารผู้โดยสาร

น่าน
น่าน

สำหรับคนที่จะเข้าตัวเมืองน่าน มีเคาน์เตอร์ Taxi บริการอยู่ด้านในอาคารผู้โดยสาร คันละ 100 บาท สำหรับมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง และถ้าอยากจะเช่ารถขับเที่ยวเอง ตอนนี้ที่น่านยังไม่มีผู้ประกอบการให้เช่ารถรายใหญ่อย่าง AVIS หรือ Thai Rent เป็นต้น นักท่องเที่ยวต้องหาตาม internet และติดต่อเช่ามาก่อน เพราะถ้ามาหวังเช่ารถจากในสนามบินมีโอกาสรถเต็มได้ง่าย

น่าน

จากสนามบินเข้าตัวเมืองน่านใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ซึ่งถือว่าไม่ไกลเลย มาถึงเกือบเที่ยงพอดี ผมเลยบอก Taxi ให้จอดที่ร้านเฮือนฮอม เป็นร้านอาหารชื่อดังของที่นี่

น่าน

มาเหนือทั้งทีก็ต้องสั่งเมนูอาหารเหนือ เริ่มด้วยชุดขันโตก และตามด้วยขนมจีนน้ำเงี้ยวแบบท้องถิ่น รวมถึงปลาคังทอดซอสมะขาม

น่าน
น่าน

สำหรับคนที่นอนในตัวเมืองและอยากเที่ยวแค่ในตัวเมืองไม่ได้ออกไปไกล ผมแนะนำว่าให้เช่าจักรยานขี่ดีกว่า เพราะที่น่านนักท่องเที่ยวส่วนมากจะนิยมปั่นจักรยานชมเมือง ไหว้พระวัดวาอารามต่าง ๆ ไปแบบไม่ต้องเร่งรีบ สไตล์ น่าน…เนิบ เนิบ ครับ ^^

น่าน

วัดภูมินทร์

ถ้ามาน่านแล้วไม่ได้มาวัดนี้เหมือนมาไม่ถึง วัดภูมินทร์เป็นวัดที่อยู่ใจกลางเมือง เป็นวัดที่แปลกกว่าวัดอื่น ๆ คือโบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศแกะสลักลวดลายสวยงามมาก

น่าน
น่าน

นอกจากนี้ฝาผนังยังแสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุคสมัยที่ผ่านมา และถ้ามาที่วัดนี้พลาดไม่ได้กับการมาชมภาพเขียนผนัง ปู่ม่าน-ย่าม่าน ที่กำลังกระซิบบอกรัก กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่านไปแล้วครับ

น่าน

ห้องสมุดบ้าน ๆ น่าน ๆ

ผมไม่ได้จะพาเพื่อน ๆ มาอ่านหนังสือที่ห้องสมุดนะ แต่ที่นี่เป็นร้านกาแฟโดยมีการตกแต่งร้านเป็นแบบห้องสมุดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอ่านหนังสือ พูดคุยสังสรรค์ โดยภายในร้านมีหนังสือมากมายหลายเล่ม ทั้งท่องเที่ยว ประวัติเมืองน่าน หรือจะเป็นการ์ตูนก็มีให้เลือกอ่าน

น่าน

ที่นี่ยังดัดแปลงเป็นโฮมสเตย์เล็ก ๆ มีเพียงไม่กี่ห้องไว้รองรับนักท่องเที่ยวด้วยครับ

น่าน

วัดพระธาตุเขาน้อย

ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อยสามารถเดินทางมาได้ทั้งรถยนต์และจักรยานมีทางสำหรับรถยนต์ขึ้นไปถึงพระธาตุ หรือถ้าใครจะออกกำลังกายสามารถเดินขึ้นบันไดนาคที่มีจำนวน 303 ขั้น ขึ้นมาถึงด้านบนได้เช่นกัน

น่าน

บริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร

น่าน

บริเวณด้านบนสามารถมองเห็นวิวตัวเมืองน่านได้อย่างงดงาม

น่าน
น่าน

พระบรมธาตุแช่แห้ง

พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองน่าน ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นศิลปะการก่อสร้าง ที่มีความวิจิตรงดงามอีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือ เป็นศิลปะการก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลการก่อสร้างมาจากเจดีย์พระธาตุหริภุญชัย

น่าน

เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่น่านนั้นต้องห้ามพลาด มีเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ แวะมากราบไหว้ขอความเป็นสิริมงคลอยู่จำนวนมาก

น่าน

ด้านในองค์พระธาตุจะเปิดให้เข้าไปนมัสการตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

น่าน
น่าน

เที่ยวมาทั้งวันเริ่มหิวกันแล้วหรือยังครับ ??? หลังจากกราบไหว้สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจะพามาหม่ำมื้อเย็นที่ร้านเฮือนเจ้านาง ร้านนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน บรรยากาศยามเย็นฟินเว่อร์ ๆ ^^

น่าน

ถ้าอยากได้นั่งโต๊ะริมน้ำควรโทรมาจองก่อนเนิ่น ๆ นะครับ ^^

น่าน

เมนูอาหารมื้อนั้นผมสั่งมาไม่เยอะเพราะอิ่มมากจากมื้อก่อนหน้านี้แล้ว ><

น่าน

เช้าตรู่ของวันใหม่จุดหมายของทริปนี้กำลังเริ่มต้น “ดอกชมพูภูคา” หนึ่งเดียวในไทยที่มีอยู่ที่นี่ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

น่าน

          อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ตั้งอยู่อำเภอปัว อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 60 กิโลเมตร และขึ้นไปยังที่ทำการอุทยานอีกประมาณ 25 กิโลเมตร รวมระยะทางจากตัวเมืองน่านถึงอุทยานประมาณ 85 กิโลเมตร ผมไม่ได้ปั่นจักรยานมาจากตัวเมืองนะครับอย่าเข้าใจผิด >< ผมเช่ารถขับแล้วมานอนค้างคืนที่อำเภอเชียงกลางก่อน พอรุ่งเช้าก็ออกเดินทางมายังดอยภูคาแห่งนี้ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก

น่าน
น่าน

ช่วงที่ผมไปดอกชมพูภูคายังบานไม่เยอะ มีออกดอกอยู่ไม่กี่ช่อ แต่อย่างน้อยก็ได้มาเห็นกับตา ดอกไม้พันธุ์หายากที่ตอนนี้มีที่เดียวในเมืองไทยที่นี่…ดอยภูคา

น่าน

          บ่อเกลือสินเธาว์ ไม่ไกลจากดอยภูคามีอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมในการมาชมค่อนข้างมาก บ่อเกลือสินเธาว์บนภูเขาแห่งเดียวในไทย ปัจจุบันชาวบ้านยังมีการต้มเกลือแบบโบราณอยู่ แต่โชคไม่เข้าข้างช่วงที่ผมไปชาวบ้านหยุดต้มเนื่องจากมีงานประจำปี แต่จากการสอบถามชาวบ้านละแวกนั้นได้ความว่า ปกติแล้วจะมีการต้มเกลือทุกวัน และต้มทั้งวันด้วยครับ ใครสนใจอยากไปเห็นกับตาหรือจะซื้อเกลือเป็นของฝากจากภูมิปัญญาวิถีชาวบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีให้ช้อปเช่นกัน

น่าน
น่าน

ที่น่านมีสถานที่ที่เป็นหนึ่งเดียวในไทยอยู่หลายที่ แม้กระทั่งที่วัดปรางค์แห่งนี้ วัดปรางค์ตั้งอยู่อำเภอปัว มีต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ต้นนี้เป็นต้นอารมณ์ขัน ใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้งที่ถูกคนสัมผัส จนได้รับแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND

น่าน

กลับเข้าสู่ตัวเมืองน่านอีกครั้ง คราวนี้ผมจะเที่ยวตัวเมืองน่านแบบ Low Carbon ตาม Concept ของเมืองน่านที่กำลังจัดกิจกรรมดี ๆ ที่มีชื่อว่า “แอ่วม่วนไจ๋ ไม่เอาถ่าน” แค่ฟังชื่อก็งงแล้วใช่ไหมครับ ผมขอเล่าย่อ ๆ เลยละกัน

โครงการนี้เป็นการปลูกฝังให้นักท่องเที่ยวลดการใช้ถ่านหรือคาร์บอน โดยมี Passport เล่มเล็ก ๆ เล่มนี้ให้นักท่องเที่ยวที่มาเช่า ยืม จักรยานปั่นเที่ยวในเมือง โดยแต่ละสถานที่ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โรงแรมที่พักในเมือง และร้านอาหารต่าง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมนี้อยู่หลายที่ เพียงนักท่องเที่ยวไปชม ไปพัก ไปชิม ตามสถานที่ที่ร่วมรายการแล้วประทับตรา Passport รูปดอกไม้ตามจำนวนที่กำหนด สะสมครบ 51 ดอก คุณจะได้รับการยกย่องเป็น “ฮีโร่ไม่เอาถ่าน” ได้ง่าย ๆ ยังไม่จบยังสามารถนำ Passport เล่มนั้นไปร่วมทำสังฆทานดอกไม้ และลงทะเบียนรับของรางวัลพิเศษสำหรับฮีโร่ได้ที่ อพท. จากนั้นทาง อพท. จะจัดส่งของรางวัลให้ถึงที่บ้านเลยครับ สำหรับเล่ม Passport สามารถรับได้ฟรีที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ข้างวัดภูมินทร์ หรือโรงแรมในตัวเมืองที่ร่วมรายการ

น่าน

ปั่น ๆ มาประเดิมที่ร้านแรกอยู่ใกล้ ๆ กาดน่าน หรือจะดูแผนที่จากเล่ม Passport ที่ได้รับมา ร้านนี้มีชื่อว่า Work Boxes

น่าน

เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ตกแต่งเก๋ ๆ มีเมนูที่ขึ้นชื่อ คือ ชาเขียว ผมเลยลองซะเลยกับมัทฉะบราวนี่ และชาเขียวเย็นสักแก้ว ชื่นใจยามบ่าย

น่าน
น่าน

          วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตั้งอยู่ในตัวเมืองน่าน อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่านและวัดภูมินทร์

น่าน

เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกกธาตุไว้ภายใน เป็นเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัยจากเจดีย์ทรงลังกา ฐานจากชั้นแรกถึงชั้นสองมีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะเหมือนฐานรองรับไว้ ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำได้รับการบูรณะซ่อมแซมและหุ้นด้วยแผ่นทองเหลืองทั้งองค์ มีความงดงามมากครับ

น่าน
น่าน

ใกล้ ๆ กับวัดพระธาตุช้างค้ำมีพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติน่านตั้งอยู่ และด้านข้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีซุ้มลีลาวดีตั้งเรียงรายสวยงามมากครับ

น่าน

อย่างที่กล่าวไว้ในข้างต้น เมืองน่านเป็นเมืองจักรยาน เหมาะสำหรับการปั่นจักรยานแบบชิล ๆ รถราค่อนข้างน้อย สถานที่เที่ยวในเมืองแต่ละที่ก็อยู่ใกล้กัน มาเที่ยวน่านแล้วอย่าลืมมาปั่นจักรยานกันนะครับ ^^

น่าน

มีของกินอร่อยที่ไหนเราตามไปที่นั่น 555+ อีกหนึ่งร้านขนมหวานเจ้าดังของเมืองน่าน ร้านขนมหวานป้านิ่ม ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดศรีพันต้น ในบริเวณตัวเมืองครับ

น่าน

ที่ร้านป้านิ่มมีขนมหวานให้เลือกทานหลากหลายเมนู แต่ที่ขึ้นชื่อคือ ขนมบัวลอย ซึ่งป้านิ่มจะเปิดทำขายเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ไปก่อนเวลาไม่ได้ทานนะครับต้องรอเท่านั้น ผมเลยจัดเมนูไอศกรีมบัวลอยของขึ้นชื่อแห่งร้านป้านิ่มสักถ้วย ฟินมากครับ ^^

น่าน
น่าน

วัดศรีพันต้น ตั้งอยู่ในตัวเมืองน่าน ตรงข้ามร้านขนมหวานป้านิ่ม ภายในวัดมีวิหารที่สวยงามตั้งเด่นเป็นสง่า มีสีทองระยับ เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันไดหน้าวิหารวัด สีทองเหลืองอร่ามมีความสวยงามมากครับ

น่าน
น่าน

ก่อนกลับ กทม. ผมขอแถมท้ายสถานที่เที่ยวในเมืองน่านอีกหนึ่งสถานที่ “ดอยเสมอดาว”

น่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน-ดอยเสมอดาว

อยู่ห่างจากตัวอำเภอนาน้อย 20 กิโลเมตร ระหว่างทางมีจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นเทือกเขาที่อยู่ในเขตอุทยานฯ และแม่น้ำน่านที่ไหลคดเคี้ยวได้อย่างชัดเจน

น่าน

ผมเคยไปที่นี่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่นี่แนะนำว่าควรมาช่วงฤดูหนาว บรรยากาศเหมือนมาแคมปิ้งกับผองเพื่อน

น่าน

และชื่อ ดอยเสมอดาว คงไม่ได้เป็นแค่ชื่อ เพราะของจริงที่เห็นกับตาคือดาวสวยงามระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

น่าน

ช่วงเช้ายังสามารถตื่นมาชมทะเลหมอกจากบริเวณลานกางเต็นท์ได้อีกด้วย

น่าน

หรือถ้าอยากชมวิวมุมสูง มีผาหัวสิงห์ เป็นหน้าผามีรูปร่างเหมือนสิงโตนอนหมอบอยู่ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ได้ 360 องศา และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง มีเส้นทางเดินสำรวจธรรมชาติให้ผู้รักการปีนป่ายและการผจญภัยได้มาสัมผัส

น่าน

เต็มอิ่มกับสถานที่เที่ยวในเมืองน่านกันไปพอสมควร เตรียมตัวกลับไปพบความวุ่นวายในเมืองใหญ่กันต่อ >< ช่างเป็นช่วงวันหยุดที่แสนวิเศษ แต่เหมือนช่วงเวลาแห่งความสุขจะหมดลงเร็วเหลือเกิน เรียก Taxi จากตัวเมืองน่านมาส่งที่สนามบินราคาเดิมคันละ 100 บาท และทำการเช็กอินที่เคาน์เตอร์ Thai AirAsia เตรียมบินกลับ กทม. มั่นใจได้ว่าเครื่องออกตรงเวลาแน่นอน

 

 

เที่ยวอุตรดิตถ์

 

 

loading...
loading...

Related posts:

ถั่วเหลือง รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของนมถั่วเหลือง Soybean
มะเร็งกระเพาะอาหาร คือ เซลล์เนื้อร้ายหรือมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณเยื่อบุผิว Stomach cancer
หลักการลดน้ำหนัก เกี่ยวกับการลดน้ำหนัก !อย่างถูกวิธี & ความเชื่อผิดๆ
ชุดห้องนอนเตียงไม้ 11 ชุดห้องสวย ชวนให้อยากทิ้งตัวนอน อย่างคลาสสิก
เกาะเหลาลาดิง ชวนเที่ยวทะเลใต้ ของท้องทะเลกระบี่ พาราไดซ์ตัวจริง
เชื้อราในช่องคลอด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด
เที่ยวปากช่อง แนะนำที่เที่ยวเด็ด ๆ น่าไปเยือน ทั้ง ที่เที่ยวเขาใหญ่
เอ็นร้อยหวายอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาเอ็นร้อยหวาย 15 ข้อ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ