เยื่อบุตาอักเสบ ภาวะที่เยื่อบุตาเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ เคืองตา (Conjuctivitis)

 

Share This:

เยื่อบุตาอักเสบ ภาวะที่เยื่อบุตาเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ เคืองตา (Conjuctivitis)
5 (100%) 4 votes
loading...

เยื่อบุตาอักเสบ

เยื่อบุตาอักเสบ คือ ภาวะที่เยื่อบุตาเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ เคืองตา (Conjuctivitis) ซึ่งเยื่อบุตาเป็นเยื่อเมือกใสที่คลุมตาขาวและบุด้านในของเปลือกตา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือสารก่อภูมิแพ้ ทำให้เกิดอาการ เช่น ตาแดง แสบตา คันตา หรือระคายเคือง และการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ ในบางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องรับการรักษาโดยแพทย์ เพราะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ หรือบรรเทาอาการด้วยวิธีประคบเย็นหรือใช้น้ำตาเทียม 

 

เยื่อบุตาอักเสบ  เคืองตา เคืองตา ทางการแพทย์หมายถึง อาการทางตาที่ผู้ป่วยรู้สึก ระคาย คล้ายมีหรืออาจมีอะ ไรที่เป็นเศษเล็กๆอยู่ในลูกตา มักเกิดร่วมกับ อาการคันตา มีน้ำตาไหล แสบตา และ/หรือตาแดง
เคืองตา เกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย คือ ผงเข้าตา เยื่อตาอักเสบ กระจกตาอัก เสบ กระจกตาถลอกหรือมีแผล โรคภูมิแพ้ ตาแห้ง ตากุ้งยิง และ/หรือสายตาผิดปกติ อาจจะเกิดจากภูมิแพ้หรือเกิดจากการติดเชื้อโรคก็ได้ อาการทางภูมิแพ้มักจะเกิดที่ตาเนื่องจากตาเป็นอวัยวะที่มีเลือดไปเลี้ยงมาก เส้นเลือดเหล่านี้ตอบสนองต่อสารภูมิแพ้ได้ง่าย และที่สำคัญตาสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอก
การดูแลตนเองที่สำคัญที่สุดเมื่อเคืองตา คือ ห้ามขยี้ตา เพราะจะส่งผลให้ตาติดเชื้อ และ /หรือกระจกตาถลอกได้ และถ้าเคืองตามาก หรือมีอาการเคืองตาเป็นประจำ หรือเคืองตาไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเอง ควรพบแพทย์หรือจักษุแพทย์เสมอ

เยื่อบุตาอักเสบ
เยื่อบุตาอักเสบ

อาการเยื่อบุตาอักเสบ

อาการเยื่อบุตาอักเสบแตกต่างกันออกไปตามสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบ อาการที่เกิดขึ้นมีดังต่อไปนี้

  • ตาแดงที่ตาขาวหรือเปลือกตาด้านใน
  • คันตา แสบตา
  • ตามัว
  • เยื่อบุตาบวม
  • มีการผลิตน้ำตามากขึ้นกว่าปกติ
  • ตาแฉะ หรือน้ำตาไหล
  • รู้สึกมีเม็ดเล็ก ๆ อยู่ในตา
  • ตาไวต่อแสง
  • มีขี้ตาสีเหลืองที่เปลือกตาหรือขนตา ซึ่งอาจทำให้ลืมตาได้ลำบากในเวลาตื่นนอนตอนเช้า
  • เยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ อาการหวัด หรือการติดเชื้อเกี่ยวกับการหายใจ
  • เยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย มักจะมีอาการที่ตาข้างใดข้างหนึ่งและแพร่เชื้อไปยังตาอีกข้าง ทำให้ขี้ตามีสีเหลืองหรือเขียว และบางรายอาจพบว่าเกิดขึ้นพร้อมกับการติดเชื้อในหู
  • เยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุจากการแพ้ มักมีอาการ เช่น คันตา น้ำตาไหล หรือตาบวม
  • ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วใส่ไม่เข้าที่หรือรู้สึกไม่สบายตา

หากพบว่าเกิดอาการใดอาการหนึ่งในข้างต้น ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงที และป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น

สาเหตุของเยื่อบุตาอักเสบ

เยื่อบุตาอักเสบเกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อของเยื่อบุตา ซึ่งมีสาเหตุสำคัญ ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ นอกจากนั้น มีสาเหตุจากสารเคมี คอนแทคเลนส์ สิ่งแปลกปลอมที่เข้าตา เชื้อรา หรือมลพิษในอากาศ

เยื่อบุตาอักเสบ
เยื่อบุตาอักเสบ

ส่วนมาก อาการเยื่อบุตาอักเสบไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายและจะค่อยๆ ทุเลาจนหายเป็นปกติภายในสองสัปดาห์ อย่างไรก็ดี คุณควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อที่แพทย์จะได้ระบุสาเหตุของโรคและกำหนดรูปแบบการรักษาที่ถูกต้อง ถึงกระนั้นก็ตาม อาการเยื่อบุตาอักเสบในทารกแรกเกิดที่มีอายุน้อยกว่า 28 วัน อาจก่อให้เกิดอันตราย หากคุณมีทารกแรกเกิดและสงสัยว่าลูกอาจมีอาการดังกล่าว คุณควรประสานงานกับแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด

อาการเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ:

มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย และเป็นโรคที่สามารถติดต่อไปยังผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย
หากสมาชิกในครอบครัวของท่านมีอาการของโรคดังกล่าวและได้สัมผัสดวงตาที่ติดเชื้อของตัวเอง
จากนั้นสัมผัสกับพื้นผิวใดๆ ในที่พักอาศัย เชื้อโรคจากดวงตาก็สามารถแพร่กระจายไปสู่พื้นผิวดังกล่าว
ได้โดยง่ายดาย

อาการเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากอาการภูมิแพ้:

เกิดจากการแพ้วัตถุหรือสารบางอย่าง เช่น เกสรดอกไม้หรือไรฝุ่น

อาการเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากการระคายเคือง:

เกิดจากการที่เยื่อบุตาสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้ระคายเคือง เช่น ยาสระผม น้ำที่มีส่วนผสมของคลอรีน
หรือขนตาที่หลุดร่วงเข้าตา

เยื่อบุตาอักเสบ
เยื่อบุตาอักเสบ

ชนิดของเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

Seasonal allergic conjunctivitis

  • เป็นเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยที่สุด
  • มักจะมีอาการน้ำมูกไหลร่วมด้วย
  • อาการที่สำคัญคือ มีน้ำตาไหล เคืองตา
  • มักจะเป็นกับตาสองข้าง
  • อาการมักจะเป็นตามฤดูกาล

Perrennial allergic conjunctivitis 

  • เป็นการเกิดภูมิแพ้ที่เกิดจากสารภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นตลอดปี
  • พบได้น้อยกว่าชนิดแรก
  • อาการมักจะน้อกว่าชนิดแรก

Atopic Keratoconjuntivitis

  • มักจะพบร่วมกับผื่น atopic ของผิวหนังที่หนังตา และหน้า
  • อาการที่พบร่วมคือ ตาแดง เคืองตา คัน น้ำตาไหล

ลักษณะสำคัญที่บ่งบอกเยื่อบุตาอักเสบเกิดจากภูมิแพ้

  • อาการคันในทาเป็นอาการที่สำคัญ หากติดเชื้อจะเป็นอาการปวดแสบร้อน
  • น้ำตาจะเป็นน้ำใส หากติดเชื้อจะเป็นเมือกหรือหนอง
  • มักจะมีการอักเสบของเปลือกตา
  • ผู้ป่วยมรประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว

 

เยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส

  • เกิดได้จากการติดเชื้อไวรัสหลากหลายสายพันธ์ุ เช่น เชื้อไวรัสอะดีโน (Adenovirus) ซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บคอและมีไข้สูง
  • ติดต่อหรือได้รับเชื้อได้ง่ายมากจากการใกล้ชิดกับผู้ที่มีเชื้อ
  • เชื้อไวรัสบางชนิดอาจทำให้เกิดการระบาดที่รุนแรงของโรคได้

เยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย

  • เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus Aureus) สเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนียอี (Streptococcus Pneumoniae)เชื้อแบคทีเรียชนิดฮีโมฟิลุส (Haemophilus) หรือเชื้อคลาไมเดีย (Chlamydia Trachomatis)
  • ติดต่อหรือได้รับเชื้อง่ายมากจากการใกล้ชิดกับผู้ที่มีเชื้อ
  • มักจะเกิดกับเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้อ

  • เด็กและผู้สูงอายุ เพราะเด็กจะรับเชื้อได้ง่ายจากที่โรงเรียนซึ่งมีคนจำนวนมาก ส่วนผู้สูงอายุจะติดเชื้อได้ง่ายเพราะระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ
  • มีการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้หวัด
  • เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
  • ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอได้
  • ผู้ที่เปลือกตาอักเสบ อาจมีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบได้
  • อยู่ในที่ที่มีคนหนาแน่น เช่น บนรถไฟฟ้า ค่ายทหาร และโรงเรียนประจำ

เยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุจากการแพ้

  • มีสาเหตุจากการที่ตาได้สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ พืชบางชนิด ไรฝุ่น สะเก็ดผิวหนังของสัตว์ ยาหรือเครื่องสำอาง โดยสารนั้น ๆ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองผิดปกติหรือที่เรียกว่า อาการภูมิแพ้(https://www.pobpad.com/โรคภูมิแพ้)
  • เป็นสาเหตุที่ไม่ทำให้ติดต่อกันหรือไม่แพร่จากคนสู่คนได้
  • มักพบบ่อยกับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ เช่น ไข้ละอองฟาง (Hay Fever) โรคหืด และโรคเรื้อนกวาง
  • เกิดขึ้นได้ตามฤดูกาล เมื่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้มีจำนวนมาก
  • เกิดขึ้นได้ตลอดปีจากสารก่อภูมิแพ้ในร่มหรือในอาคาร เช่น ไรฝุ่นและสะเก็ดผิวหนังของสัตว์
  • บางรายอาจเกิดจากการสัมผัสหรือการใช้ยาและเครื่องสำอางบางชนิด
  • ภูมิแพ้ที่เกิดจากการใช้คอนแทคเลนส์ (Giant Papillary Conjunctivitis) เกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์ การแพ้อุปกรณ์ที่ใช้เย็บแผลในขั้นตอนศัลยกรรมดวงตา หรือการใส่อวัยวะเทียมในการศัลยกรรมดวงตา
loading...

 

เยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุจากสารระคายเคือง

  • เกิดจากการระคายเคืองโดยสิ่งแปลกปลอมที่เข้าตาหรือตาสัมผัสกับสารเคมี ควันพิษ ฝุ่น แชมพู คลอรีนในสระว่ายน้ำ หรือขนตาปลอมเสียดสีกับเยื่อบุตา นอกจากนั้น ยังเกิดขึ้นได้จากคอนแทคเลนส์ที่หมดอายุหรือการทำความสะอาดที่ไม่ดีพอ
  • เป็นสาเหตุที่ไม่สามารถติดต่อกันหรือแพร่จากคนสู่คนได้

นอกจากนั้น เยื่อบุตาอักเสบที่เกิดกับเด็กแรกเกิด ซึ่งมีสาเหตุจากการติดเชื้อ การระคายเคือง หรือท่อน้ำตาอุดตัน ควรไปพบแพทย์ทันที

 

เยื่อบุตาอักเสบ
เยื่อบุตาอักเสบ

การวินิจฉัยเยื่อบุตาอักเสบ

การวินิจฉัยด้วยตนเองในเบื้องต้นสามารถทำได้ด้วยการสังเกตอาการ ได้แก่ ตาแดง คันตา แสบตา มีสะเก็ดของหนองที่ขนตาหรือเปลือกตา หรือตาแฉะ แพทย์อาจวินิจฉัยเยื่อบุตาอักเสบว่าเกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือสารก่อภูมิแพ้ โดยการสอบถามประวัติและอาการของผู้ป่วย รวมไปถึงการตรวจตา อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยหาสาเหตุอาจทำได้ยาก เพราะอาการมักจะคล้ายกัน ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องนำตัวอย่างสารคัดหลั่งของตาไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยแพทย์จะพิจารณาให้มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการในกรณีต่อไปนี้

  • ผู้ป่วยเป็นเยื่อบุตาอักเสบที่รุนแรงแรงมาก
  • ผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบที่กระจกตา
  • ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อซ้ำโดยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา

นอกจากนั้น แพทย์อาจให้มีการทดสอบภูมิแพ้สำหรับผู้ป่วยที่มีสาเหตุจากอาการแพ้ เพื่อช่วยให้ทราบว่าควรหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ชนิดใด การรักษาเยื่อบุตาอักเสบ

การรักษาเยื่อบุตาอักเสบเบื้องต้นด้วยตนเอง ทำได้ดังนี้

  • ป้องกันดวงตาไม่ให้สัมผัสกับสิ่งสกปรกและสารก่อการระคายเคือง
  • ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ให้ถอดออกและหยุดใช้ชั่วคราว
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง
  • ใช้น้ำตาเทียมหรือยาหยอดตาที่มีส่วนประกอบของยาแก้แพ้ อาจช่วยบรรเทาอาการคันและแสบตาจากสารระคายเคืองได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ยาหยอดตาบางชนิดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ และที่สำคัญควรระวังอย่าใช้ยาหยอดตาขวดเดิมที่ใช้กับข้างที่มีการติดเชื้อนำไปใช้กับข้างที่ไม่มีการติดเชื้อ

การรักษาเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส

โดยส่วนใหญ่เยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัสจะไม่มีความรุนแรงมากและหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือบางรายอาจใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป โดยไม่ต้องรักษา ส่วนรายที่มีความรุนแรงหรือมีสาเหตุจากโรคเริม (Herpes Simplex Virus) หรือเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus) แพทย์จะให้ยาต้านไวรัสในการรักษา

การรักษาเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

เยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงจะหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยที่ไม่ต้องรักษา แต่การให้ยาปฎิชีวนะจะช่วยให้หายได้เร็วยิ่งขึ้น โดยแพทย์อาจสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะประเภทยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งป้ายตาให้กับผู้ป่วย และเมื่อเริ่มต้นใช้ยาแต่ละประเภทอาการควรจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน โดยผู้ป่วยควรปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดและใช้ยาจนครบจำนวนตามที่กำหนด เพื่อป้องกันการกลับมาติดเชื้อซ้ำ

การรักษาเยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากการแพ้ เยื่อบุตาอักเสบที่เกิดจากการแพ้ หายได้เองเมื่อสารก่อภูมิแพ้ถูกกำจัดออกไปจากสภาพแวดล้อมที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ หรือสะเก็ดผิวหนังของสัตว์

 

 

ควรจะหลีกเลี่ยงจากสารก่อภูมิแพ้ เช่นไม่ไปเดินในที่มีเกสรดอกไม้ ไม่ไปในที่มีควันบุหรี่ กอฟาง

การดูแลตัวเอง

เมื่อเกิดอาการเคืองตาและสงสัยว่าเกิดจากภูมิแพ้ควรจะหลีกเลี่ยงจากสิ่งก่อภูมิแพ้ทันที อาจจะซื้อน้ำตาเทียมซึ่งจะทำให้ลดอาการบวมและชะล้างสารก่อภูมิแพ้ ใช้ผ้าเย็นปิดตาเพื่อลดอาการบวม อาจจะซื้อยาแก้แพ้รับประทาน หากดูแลตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ซึ่งจะให้ยาหยอดตาแก้แพ้

  • หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่แพ้
  • บางครั้งอาจจะต้องใช้น้ำสะอาดล้างตา
  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม

 

เยื่อบุตาอักเสบ
เยื่อบุตาอักเสบ

การใช้ยาเพื่อรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

  • ใช้ยาแก้แพ้ antihistamine ซึ่งใช้ได้ทั้งชนิดยาหยอดตาและยารับประทาน
  • ยาหยอดตาเพื่อให้หลอดเลือดหดตัวเพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุตา
  • ยาหยอดตา steroid

ภาวะแทรกซ้อนเยื่อบุตาอักเสบ

โดยส่วนใหญ่เหยื่อบุตาอักเสบเป็นโรคที่สามารถหายได้เองหรือหายได้ด้วยการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ อย่างไรก็ตามเยื่อบุตาอักเสบอาจทำให้เกิดแผลที่กระจกตา และรวมไปถึงเยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุจากโรคหนองใน คลามัยเดีย หรือการติดเชื้ออดีโนไวรัส (Adenovirus) บางสายพันธ์  อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายต่อการมองเห็นได้ หากได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์อย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

การป้องกันเยื่อบุตาอักเสบ

เยื่อบุตาอักเสบที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียอาจแพร่เชื้อหรือติดจากคนสู่คนได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม มีวิธีที่จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นเยื่อบุตาอักเสบหรือลดโอกาสไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • หมั่นล้างมือด้วยน้ำอุ่นและสบู่เป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนและหลังหยอดตาหรือใช้ขี้ผึ้งป้ายตาที่มีการติดเชื้อ หากไม่สามารถล้างมือด้วยน้ำและสบู่ได้ ก็ใช้เจลล้างมือฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แทน
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ตา เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงหรือทำให้ตาอีกข้างติดเชื้อได้
  • หมั่นทำความสะอาดขี้ตาบริเวณดวงตาด้วยผ้าเปียกหรือสำลีที่สะอาดด้วยมือที่สะอาด หลังจากนั้นควรทิ้งสำลีหรือซักผ้าที่ใช้แล้วด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอกให้เรียบร้อย แล้วล้างมือให้สะอาดอีกครั้ง
  • ไม่ควรใช้ยาหยอดตาขวดเดียวกับตาทั้งสองข้าง
  • หมั่นซักปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน และผ้าเช็ดตัว ด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอกเป็นประจำ
  • หยุดใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าแพทย์จะแนะนำให้กลับมาใช้ได้
  • ควรใช้คอนแทคเลนส์ตามคำแนะของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งการเก็บรักษา การใส่ หรือการทำความสะอาด
  • ทำความสะอาดแว่นตาอย่างระมัดระวัง อย่าใช้ผ้าที่อาจมีการปนเปื้อนหรือผ้าที่ผู้อื่นใช้ร่วมด้วย
  • ไม่ควรใช้ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว ยาหยอดตา เครื่องสำอาง คอนแทคเลนส์ หรือแว่นตา ร่วมกับผู้อื่น
  • ควรหลีกเลี่ยงว่ายน้ำในสระว่ายน้ำในช่วงที่มีเยื่อบุตาอักเสบ

 

 

loading...

Related posts:

โรคมือปากเท้า...สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้และการรักษาโรคมือเท้าปาก
โรคกระเพาะอาหาร อาการและวิธีการป้องกันรักษา
โรคมะเร็งกระดูก ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษามะเร็งกระดูก
โรคหลอดเลือดสมอง ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษา 28 วิธี stroke
วิธีการดูแลผิว วิธีการดูแลผิวหน้า & ผิวกาย ! สาเหตุทำให้ผิวคล้ำเสีย ??
ต้มยำผัดแห้ง 6 เมนูต้มยำแห้ง เมนูจานใหม่รสแซ่บจนต้องแชร์ต่อ
เมนูกับข้าวกับปลา 17 เมนู มื้อเย็นไม่อ้วนชวนกินปลา
ไวรัสตับอักเสบบี ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษา 10 ทางเลือก
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ