เส้นประสาทอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษาโรค 15 ข้อ

 

Share This:

เส้นประสาทอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษาโรค 15 ข้อ
5 (100%) 4 votes
loading...

เส้นประสาทอักเสบ

เส้นประสาทอักเสบ  ส่วนใหญ่มักพบในผู้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน หรือผู้สูงอายุ โดยผู้ป่วยมักจะรู้สึกชาแบบร้อนซู่ๆ หรือปวดบริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้า โดยเฉพาะช่วงเวลากลางดึกหรือหลังตื่นนอน และต่อมามักจะมีอาการชาแบบหนาๆ คล้ายกับกำลังสวมถุงเท้าอยู่ ส่วนในผู้สูงอายุมักจะมีอาการแขน-ขาอ่อนแรง ร่วมกับอาการปวดหรือชาตามหลังด้วย นอกจากนี้ ในผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ

เส้นประสาทอักเสบ  Peripheral neuropathy เป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งในผู้ชายและผู้หญิงวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณใบหน้า รวมถึงอาจมีอาการปวดบริเวณเหงือกและฟันจนทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาการปวดฟันได้

เส้นประสาทใบหน้าคืออะไร

เส้นประสาทใบหน้าหรือ trigeminal nerve เป็นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 (เส้นประสาทที่ควบคุมสมองของคนเรามีทั้งหมด 12 คู่) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อในการเคี้ยวอาหารและรับความรู้สึกบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัส ความรู้สึกร้อนหรือเย็น เมื่อมีสิ่งรบกวนที่ทำให้การทำงานของเส้นประสาทผิดปกติก็อาจส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ตามมาได้

เส้นประสาทอักเสบ
เส้นประสาทอักเสบ

สาเหตุของโรคปวดเส้นประสาทใบหน้า

สาเหตุของโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าที่พบได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ได้แก่ การที่เส้นเลือดที่อยู่ใกล้เคียงกับเส้นประสาทใบหน้าเคลื่อนเข้ามาใกล้เส้นประสาทมากเกินไปจนเกิดการกระแทกหรือกดทับเส้นประสาท ทำให้การทำงานของเส้นประสาทใบหน้าผิดปกติและไวต่อการกระตุ้นได้ง่ายกว่าปกติ หรือมีการอักเสบของเส้นประสาทจากโรค multiple sclerosis

เส้นประสาทอักเสบ
เส้นประสาทอักเสบ

อาการของโรคปวดเส้นประสาทใบหน้า

ผู้ป่วยโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าจะมีอาการปวดแปลบคล้ายไฟช็อตที่บริเวณใบหน้า ในบางรายอาจมีอาการคล้ายปวดฟัน คือมีอาการปวดบริเวณเหงือกร่วมด้วย ทั้งนี้อาการของโรคปวดเส้นประสาทใบหน้ามักเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ คือเป็นๆ หายๆ แต่สามารถเกิดขึ้นซ้ำเรื่อยๆ ในระหว่างวัน นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นบริเวณใบหน้า เช่น การสัมผัส ลมพัด ล้างหน้า โกนหนวด แปรงฟัน เป็นต้น

Peripheral neuropathy
Peripheral neuropathy

 

หลายคนคงเคยมีอาการชา หรือมีความรู้สึกผิดปกติไปจากเดิมในบริเวณ มือ แขน ขา ใบ หน้า เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์บอกว่าเป็นปลายประสาทอักเสบ (Peripheral neuritis หรือ Peri pheral neuropathy หรือ Peripheral nerve disorder) เส้นประสาทถูกกดทับ เป็นต้น เกิดความกลัวว่าตนเองจะเป็นอัมพาตหรือไม่ เราจึงต้องมาเรียนรู้ว่าเส้นประสาทอักเสบ คืออะไร

เส้นประสาทของเราก็เปรียบเสมือนสายไฟฟ้า กล่าวคือ การทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายเรานั้น จะมีสมองเป็นศูนย์ควบคุมสั่งการทั้งสิ้น รวมทั้งเป็นเหมือนโรงงานผลิตกระแสไฟ ฟ้าที่สำคัญที่สุด โดยสมองส่วนต่างๆจะมีหน้าที่แตกต่างกันไปในการสั่งการควบคุมอวัยวะต่างๆ เมื่อสมอง (Brain) สั่งการลงมาโดยคำสั่งนั้นจะวิ่งผ่านมาถึงอวัยวะต่างๆได้นั้น ต้องผ่านลงมาที่ไขสันหลัง (Spinal cord) ซึ่งก็เปรียบเสมือนสายไฟฟ้าแรงสูง หรือสายเมนหลัก เมื่อกระแสไฟ ฟ้าผ่านจากไขสันหลังก็จะวิ่งผ่านไปสู่เส้นประสาท ซึ่งก็เปรียบเสมือนสายไฟฟ้าในบ้านเรา ผ่านไปยังอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็คือ อวัยวะต่างๆของตัวเรา เมื่อไฟฟ้าครบวงจรก็มีการใช้งานได้

เส้นประสาทของเรานั้น ทำหน้าที่ทั้งควบคุมด้านกำลังของกล้ามเนื้อและความรู้สึกเจ็บ ปวด แสบร้อน การสั่นสะเทือน การขยับของข้อต่อต่างๆ ดังนั้น ถ้ามีความผิดปกติของเส้นประ สาท เราก็จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการชา หรือ เจ็บปวดผิดปกติได้

สาเหตุของโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าที่พบได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ได้แก่ การที่เส้นเลือดที่อยู่ใกล้เคียงกับเส้นประสาทใบหน้าเคลื่อนเข้ามาใกล้เส้นประสาทมากเกินไปจนเกิดการกระแทกหรือกดทับเส้นประสาท ทำให้การทำงานของเส้นประสาทใบหน้าผิดปกติและไวต่อการกระตุ้นได้ง่ายกว่าปกติ หรือมีการอักเสบของเส้นประสาทจากโรค multiple sclerosis
ผู้ป่วยโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าจะมีอาการปวดแปลบคล้ายไฟช็อตที่บริเวณใบหน้า ในบางรายอาจมีอาการคล้ายปวดฟัน คือมีอาการปวดบริเวณเหงือกร่วมด้วย ทั้งนี้อาการของโรคปวดเส้นประสาทใบหน้ามักเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ คือเป็นๆ หายๆ แต่สามารถเกิดขึ้นซ้ำเรื่อยๆ ในระหว่างวัน นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการเกิดขึ้นได้ง่ายเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นบริเวณใบหน้า เช่น การสัมผัส ลมพัด ล้างหน้า โกนหนวด แปรงฟัน เป็นต้น

เส้นประสาทอักเสบ
เส้นประสาทอักเสบ

อาการอะไรที่บอกว่าเป็นโรคเส้นประสาท?

อาการของโรคเส้นประสาทที่พบบ่อย คือ มึน ชา อ่อนแรง ในบริเวณ นิ้วมือ แขน เท้า ขา มักเป็นที่ส่วนปลายของ แขน ขา มากกว่าส่วนของสะโพก ไหล่ บางครั้งอาจมีอาการ ปวดแสบ ปวดร้อน เหมือนโดนพริก หรือคล้ายไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือเหมือนมีตัวแมลงมาไต่ เป็นต้น และกรณีเป็นโรคของเส้นประสาทสมอง ก็จะสูญเสียหน้าที่ของเส้นประสาทสมองคู่นั้นๆ เช่น ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท เป็นต้น

มีอาการอย่างไรจึงควรไปพบแพทย์?

ถ้าผู้ป่วยมีอาการต่างๆดังกล่าวในหัวข้อ อาการ โดยเฉพาะ เมื่อมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือถ้ากังวลใจ ก็ควรมาพบแพทย์ เพราะการรักษาที่รวดเร็วก่อนที่โรคจะมีอาการรุนแรงนั้น ผู้ป่วยมีโอกาสรักษาให้หายได้ดีกว่าการมาพบแพทย์ล่าช้า และเป็นมากแล้ว ทั้งนี้ อาการของโรคเส้นประสาทส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเท้า และมือ เท้า อ่อนแรงในเวลาต่อมา

เส้นประสาทอักเสบ
เส้นประสาทอักเสบ

โรคเส้นประสาทอะไรที่พบบ่อย?

loading...

ในที่นี้ขอยกตัวอย่างโรคเส้นประสาทที่พบบ่อย 3 โรค คือ

  1. โรคเส้นประสาทจากโรคเบาหวาน
  2. โรคเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณข้อมือ
  3. โรคเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ (โรคอัมพาตเบลล์)
  1. โรคเส้นประสาทจากโรคเบาหวาน คือ โรคเส้นประสาทที่มีสาเหตุจากโรคเบา หวาน มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่รักษาได้ด้วยยาชนิดทานซึ่งเป็นมานานมากกว่า 10 ปี ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยาทานต้องใช้ยาฉีดตั้งแต่เริ่มรักษานั้น พบได้ในทุกระยะของโรค เบาหวาน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมีอาการชา ปลายเท้าก่อน ต่อมาอาการชาจะค่อยๆเป็นมากขึ้น ทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆเป็นที่นิ้วมือ มือ ลักษณะอาการชาคล้ายกับการใส่ถุงมือ ถุงเท้า นอกจากอาการชา อาจพบปัญหาการทรงตัวหรือเดินในที่มืดลำบาก เพราะผู้ป่วยจะไม่รู้สึกว่านิ้วเท้า หรือเท้านั้นสัมผัสพื้นหรือไม่ จึงส่งผลให้เดินลำบาก ทรงตัวยาก และล้มง่ายโรคเส้นประสาทจากเบาหวานนั้น พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ส่งผลให้มีของเสียคั่งในเลือด และของเสียดังกล่าวจะไปทำลายเส้นประสาทให้อักเสบและสูญเสียหน้าที่

    การรักษาที่สำคัญ คือ การควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ดี เพราะถ้าไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ นอกจากอาการของเส้นประสาทจะเป็นมากขึ้นแล้ว ของเสียดังกล่าวจะไปทำลายหลอดเลือด ที่ไต (เกิดโรคไตเรื้อรัง) ที่จอประสาทตา (เกิดโรคเบาหวานขึ้นตา) ที่หลอดเลือดสมอง (เกิดโรคหลอดเลือดสมอง) และที่หลอดเลือดหัวใจ(เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ) ได้อีกด้วย

  2. โรคเส้นประสาทถูกกดทับบริเวณข้อมือ (Carpal tunnel syndrome) พบบ่อยในผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน แม่ค้า เพราะมีการใช้มือ ข้อมือบ่อยกว่ากลุ่มอื่นๆ เช่น การทำกับข้าว งานบ้าน ซักผ้า บิดผ้า เป็นต้น การเคลื่อนไหวบริเวณข้อมือบ่อยๆ จึงส่งผลให้พังผืดบริเวณข้อมือหนาตัวขึ้น การหนาตัวขึ้นของพังผืดก่อให้เกิดการกดทับของเส้นประสาทส่วนปลายที่มาเลี้ยงบริเวณนิ้วมือ 3 นิ้วครึ่ง คือ นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางครึ่งหนึ่ง (ด้านติดนิ้วกลาง) ผู้ป่วยจะมีอาการชาบริเวณดังกล่าว ในระยะแรกของโรคอาการจะเป็นมากช่วงกลางคืนขณะนอน หลังตื่นนอนตอนเช้า และเวลาใช้มือทำงานหนัก ต่อ มาอาการจะเป็นง่ายขึ้น ทำงานเพียงเล็กน้อยก็มีอาการ และต่อมาเป็นตลอดเวลา มีกล้ามเนื้อบริเวณฝ่ามือลีบลงด้วย ส่งผลให้มีอาการอ่อนแรงของนิ้วมือ หยิบจับของไม่แน่น และมีอาการปวดร่วมด้วยในเวลาต่อมาการรักษานั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ระยะแรกของโรค อาการไม่รุนแรง การทานยาขับปัสสาวะ ยาลดอาการบวมก็ควบคุมอาการได้ แต่ถ้าเป็นรุนแรงขึ้น อาจต้องฉีดยา สเตียรอยด์เข้าบริเวณพังผืดที่ข้อมือ ถ้าเป็นรุนแรงมาก แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดคลายพังผืดออก
  3. เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 อักเสบ (Bell’s palsy) เป็นโรคเส้นประสาทสมองที่พบบ่อยที่สุด และผู้ป่วยจะกลัวและกังวลใจว่าจะเป็นอัมพาตหรือไม่ ผู้ป่วยจะมีอาการหลับตาไม่สนิท อมน้ำ บ้วนน้ำไม่ได้ เพราะมีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าบริเวณหน้าผาก รอบดวงตาและมุมปาก บางรายก่อนที่จะมีอาการดังกล่าว ผู้ป่วยมีอาการปวดบริเวณหน้าหู หลังหูมาก่อน 2-3 วัน บางรายมีตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณช่องหูก่อนจะมีอาการ โดยโรคนี้จะต้องไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆร่วมด้วยนอกเหนือจากที่กล่าวแล้ว
Peripheral neuropathy
Peripheral neuropathy

การอักเสบของเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการต่างตามที่เส้นประสาทไปเลี้ยงได้แก่ ชาตามปลายมือปลายเท้า หรือบางรายอาจจะเกิดอาการที่อวัยวะภายในร่างกายเช่น ทางเดินอาหาร หัวใจ อวัยวะเพศทำให้เกิดอาการ แน่นท้อง ท้องร่วงหรือท้องผูก ปัสสาวะไม่ออก หย่อนยานทางเพศ ปลายประสาทหมายถึงเส้นประสาทที่ออกจากสมอง หรือไขสันหลัง ปลายประสาทอักเสบหมายถึงมีการทำลายเยื่อหุ้มเส้นประสาท ทำให้การทำงานของเส้นประสาทเสียไป

เส้นประสาทของคนประกอบไปด้วย

ชนิดของปลายประสาทอักเสบ มีอยู่หลายชนิดดังนี้

 

เส้นประสาทอักเสบ
เส้นประสาทอักเสบ

กายภาพบำบัดช่วยรักษาโรคได้ไหม? ถ้าได้ ทำกายภาพบำบัดด้วยตนเองอย่างไร?

การทำกายภาพบำบัดเป็นการรักษาที่มีประโยชน์ จำเป็นในทุกโรคทุกสาเหตุของเส้นประ สาทที่ผิดปกติ วัตถุประสงค์ของการทำกายภาพบำบัด คือ

  1. การป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ข้อยึดติด และการลีบของกล้ามเนื้อ
  2. การฟื้นฟูสภาพ

โดยทั่วไปแล้วการทำกายภาพส่วนใหญ่สามารถทำได้ด้วยตนเอง หรือญาติเป็นผู้ช่วยทำ โดยแพทย์และนักกายภาพบำบัดจะแนะนำวิธีการทำกายภาพบำบัดเพื่อไปทำที่บ้าน (Home programme) การทำกายภาพที่ดี ควรทำให้สม่ำเสมอทุกวัน ครั้งละ 30-60 นาที ช่วงเช้า และเย็น โดยเน้นการสร้างกำลังของกล้ามเนื้อและป้องกันข้อยึดติด คือการเคลื่อนไหวทุกข้อต่อของร่างกาย โดยเฉพาะส่วนที่อ่อนแรงหรือชา ควรหลีกเลี่ยงการประคบร้อนด้วยตนเองในกรณีที่มีอาการชา เพราะบางครั้งผู้ป่วยจะไม่รู้เลยว่าสิ่งที่นำมาประคบนั้นมีความร้อนมากน้อยเพียงใด อาจทำให้เกิดแผลจากการถูกของร้อนมากๆได้

การดูแลตนเองที่เหมาะสมเมื่อเป็นโรคเส้นประสาท คือ การดูแลรักษาตามที่แพทย์ พยาบาล ผู้ให้การดูแลรักษาแนะนำ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด สิ่งที่ไม่ควรทำคือ เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว ไม่รับการรักษาต่อเนื่อง และปัญหาที่พบบ่อย คือ การไม่พบแพทย์แต่ใช้วิธีซื้อยาทานเอง รวมทั้งเมื่อการรักษาไม่ดีขึ้นก็เลย หยุดการรักษาเอง หรือเปลี่ยนที่รักษา โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ เพราะทำให้ไม่ได้มีการส่งต่อข้อมูลการรักษา และขาดการรักษาที่ต่อเนื่อง

 

 

ขอบคุณที่มา
haamor.com
bumrungrad.com
eldercareinthai.com
siamhealth.net

 

loading...

Related posts:

โรคหอบหืด (asthma) สาเหตุ ลักษณอาการ และการรักษา
ท้องนอกมดลูก ลักษณะอาการ สาเหตุและการตั้งครรภ์นอกมดลูก
เจ็บคอเรื้อรัง อาการทำอย่างไร เมื่อไม่หายเจ็บการคอเรื้อรังเสียที
มะเร็งปากมดลูก ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคมะเร็งปากมดลูก
โรคแพนิค ลักษณะสาเหตุอาการและดูแลการรักษา 18 วิธีของโรคแพนิค
ปวดท้องน้อย ปวดอุ้งเชิงกราน หรือปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน (Pelvic pain)
กล้ามเนื้ออักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรค 35 วิธี(Myositis)
โรคภูมิแพ้ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาโรคภูมิแพ้ 20 ข้อ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ