เหงือกบวม อักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาเหงือกบวมอักเสบ

 

Share This:

เหงือกบวม อักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาเหงือกบวมอักเสบ
Rate this post
loading...

 

เหงือกบวม

 

เหงือกบวม  เหงือกอักเสบ (Gingivitis) คือ การอักเสบของเยื่อบุผิวชั้นที่เป็นเยื่อเมือกของเหงือก มักเป็นการอักเสบของเหงือกในส่วนที่ติดกับฟันที่เรียกว่า คอฟัน และส่วนที่เป็นเบ้าฟัน (Tooth socket, เหงือกส่วนที่เป็นที่ฝังอยู่ของฟัน)

เหงือกอักเสบ เป็นอาการในระยะเริ่มต้นของโรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis, โรคเหงือกอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียขั้นรุนแรงที่เกิดกับเนื้อเยื่อเหงือกชั้นอยู่ลึกคือชั้นที่ยึดติดกับรากฟันและกับกระดูกส่วนรากฟันที่ส่งผลให้เกิดการอักเสบรุนแรงจนอาจทำให้เกิดฟันหลุดออกมาได้) ถ้าได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหงือกอักเสบจะหายได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่ถูกต้องการอักเสบติดเชื้อจะลุกลามไปเป็นโรคปริทันต์อักเสบ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
น้ำลายที่ฉาบบนผิวฟันเมื่อรวมกับเศษอาหารทำให้มีเชื้อแบคทีเรียมาเกา ะและย่อยอาหาร และหลั่งกรดออกมา การที่มีเชื้อแบคทีเรียที่คราบทำให้เกิดเหงือกอักเสบ กรดที่หลั่งออกมาจะทำลายเนื้อฟันทำให้เกิดโรคปริทนต์ อาการเหงือกบวมนั้นเกิดได้จากปัจจัยหลายอย่าง การที่แต่ละคนเหงือกบวมได้นั้น อาจมาจากสาเหตุของโรคเหงือก การระคายเคืองจากอาหารหรือเครื่องดื่ม ฟันผุ การขาดสารอาหาร หรือปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่องปาก วิธีรักษาเหงือกบวมหลายวิธีนั้นอยู่ข้างล่างนี่เอง แต่ขอให้จำไว้ว่ามีเพียงวิธีเดียวที่จะรู้ได้อย่างแจ่มแจ้งว่าสาเหตุของอาการเหงือกบวมนั้นเกิดจากอะไรก็คือการไปพบทันตแพทย์
เหงือกอักเสบยังอาจจะเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ การป้องกันโรคเหงือทำได้โดยการแปรงฟันวันละ2 ครั้ง การใช้ไหมขัดฟัน การพบทันตแพทย์ และการเลือกรับประทานอาหาร

ระบุสาเหตุที่ทำให้คุณเหงือกบวม. เหงือกสามารถบวมขึ้นได้จากเหตุผลนานับประการ แต่ว่าในหลายกรณีเงื่อนไขนั้นอาจเป็นสัญญาณของโรคเหงือก เป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณต้องระบุสาเหตุที่ทำให้เหงือกบวมขึ้นมา เพื่อที่คุณจะได้ทำตัวให้ถูก ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเหงือกด้วยตัวเองที่บ้านหรือไปพบทันตแพทย์ สาเหตุส่วนใหญ่นั้นมีดังนี้:

  • การแปรงฟันหรือขัดฟันอย่างผิดวิธี ในหลายกรณี เหงือกบวมอาจเป็นผลมาจากการไม่ดูแลช่องปากให้สะอาดพอ ในส่วนที่คราบพลัคก่อตัวขึ้นระหว่างฟันตรงบริเวณแนวเหงือก ในการแก้ปัญหานี้ คุณต้องเริ่ม แปรงฟันให้สะอาดและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำเพื่อกำจัดคราบพลัคออก นอกจากนี้ ยังมีหลายๆ คนที่ขัดระหว่างฟันแรงเกินไป นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เหงือกบวมเช่นกัน
  • โรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ ถ้าหากไม่ได้บำรุงรักษาช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ โรคที่เกิดกับเหงือกอย่างโรคเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายมาก โรคเหงือกอักเสบนั้นมีความรุนแรงน้อยกว่า และรักษาให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หากรู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนโรคปริทันต์นั้นต่างกัน ทั้งร้ายแรงกว่าและอาจทำให้สูญเสียฟันไปเลยก็เป็นได้ ถ้าเหงือกของคุณดูเป็นสีแดง มันวาว และบวมขึ้นมา นั่นแปลว่าคุณเป็นโรคเหงือกอักเสบ ขั้นต่อไปคือเหงือกจะร่นและสูญเสียเนื้อกระดูกไป ซึ่งนั่นคือนิยามของโรคปริทันต์ ถ้าหากคุณเกิดสงสัยว่าคุณอาจมีโรคเกี่ยวกับเหงือก ก็ควรไปพบแพทย์ซะ
  • แผลร้อนใน แผลร้อนในซึ่งเกิดขึ้นบนเหงือกนั้นสามารถทำให้เหงือกเจ็บและบวมได้ คุณสามารถพบว่าตัวเองเป็นร้อนในได้ จากอาการที่จะเป็นรอยสีขาวๆ อยู่ตรงกลาง และขอบรอบๆ จะเป็นสีแดง ร้อนในสามารถขึ้นได้หลายจุดพร้อมกันในครั้งเดียว แต่มันรักษาได้ และไม่ใช่โรคติดต่อแต่อย่างใด
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของเหงือกอักเสบที่เป็นสาเหตุหลักคือ ภาวะเกิดคราบหินปูนจากน้ำลายที่จับอยู่กับเหงือกส่วนที่หุ้มฟันไว้ร่วมกับมีการเกาะอาศัยของแบคทีเรียที่คราบหินปูนนั้นที่เรียกว่า “Biofilm หรือ Plaque” ซึ่งกลไกนี้มีสาเหตุหลักที่มักเกิดจากการขาดสุขอนามัยที่ดีของช่องปากเช่น ไม่แปรงฟันทุกวันหรือแปรงฟันเพียงวันละครั้ง ไม่แปรงฟันก่อนเข้านอน รวมไปถึงการไม่รู้จักใช้ไหมขัดฟัน

สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่พบได้คือ

  • สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ใช้สารเสพติด เนื่องจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้มักขาดสุขอนามัยของช่องปาก
  • มีฟันผุ
  • ช่องปากติดเชื้อรา
  • มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำจึงมีการติดเชื้อที่เหงือกและในช่องปากได้ง่ายเช่น ผู้ป่วยโรค มะเร็ง ผู้ป่วยเอชไอวี/HIV
  • น้ำลายแห้ง/ปากแห้ง เชื้อโรคจึงสะสมที่เหงือกได้แน่นนาน ซึ่งน้ำลายแห้งอาจมีสาเหตุจากโรคประจำตัวเช่น โรคของต่อมน้ำลาย หรือโรคเบาหวาน หรือจากผลข้างเคียงของยาบางชนิดเช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้แพ้ ยาขับปัสสาวะ
  • ภาวะขาดสารอาหารจึงส่งผลให้เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายรวมถึงเหงือกไม่แข็งแรง จึงติดเชื้อได้ง่ายโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย
  • ภาวะเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศเช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดมีปริมาณฮอร์โมนสูงเพราะฮอร์โมนเพศจะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อเหงือกติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ง่าย
  • ใส่ฟันปลอมเพราะเหงือกจะเสียดสีเกิดการอักเสบจากฟันปลอมได้ง่าย
  • ผู้สูงอายุเพราะมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ มักดูแลตนเองได้ไม่ดีพอ มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ขาดสารอาหาร มีโรคประจำตัว และกินยาต่างๆหลายชนิดที่ส่งผลถึงอนามัยช่องปาก
เหงือกอักเสบหมายถึงเหงือกมีการอักเสบ สาเหตุเกิดจากครบหินปูนที่ผิวของฟัน และมีเชื้อแบคทีเรียทำให้เกิดการระคายเคือง และมีเลือดออก หากไม่รักษาโรคเหงือกอักเสบก็จะกลายเป็นโรคปริทนต์ ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีการติดเชื้อรุนแรงซึ่งอันตรายต่อการเสียชีวิต

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคเหงือกอักเสบ

อาการดังต่อไปนี้เป็นอาการของโรคเหงือกอักเสบ

  • เหงือกบวมอาจจะมีหรืไม่มีหนองก็ได้
  • เหงือกจะมีสีแดง หรือชมพูเข้ม
  • เมื่อสัมผัสจะเกิดอาการเจ็บ
  • แปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันจะมีเลือดออก
  • มีกลิ่นปาก
  • เหงือกร่น
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เหงือกบวม

แล้วเหงือกอักเสบเกิดจากอะไรล่ะ

1. การขาดการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี ไม่ขูดหินปูนเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์และหินปูน ซึ่งเป็นที่สะสมของเชื้อโรค

2. ยาบางชนิดหากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานก็มีผลทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาต้านอาการซึมเศร้า ยาระงับชัก และยาโรคหัวใจ

3. การขาดสารอาหารบางประเภท เช่น แคลเซียม วิตามินบี วิตามินซี ก็อาจทำให้เกิดโรคเหงือกได้เช่นกัน

4. โรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเหงือกอักเสบที่รุนแรงกว่าคนทั่วโลก โดยเฉพาะในกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน

5. พันธุกรรม มีข้อมูลระบุว่า ผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ ร้อยละ 30 เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม

6. การสูบบุหรี่ รายงานการศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเหงือกอักเสบมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ 4-6 เท่า นอกจากนี้ สารทาร์ในบุหรี่ยังเป็นตัวเร่งการเกิดคราบหินปูนในผู้ป่วยที่เป็นโรคชนิดรุนแรงมากถึงร้อยละ 60

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เหงือกบวม

เหงือกอักเสบมีอาการอย่างไร?

loading...

 

เหงือกอักเสบเกิดที่ตำแหน่งใดของเหงือกก็ได้ อาจเกิดได้พร้อมกันหลายตำแหน่งหรือเกิดได้พร้อมกันทั้งช่องปาก โดยมีอาการที่พบบ่อยได้แก่

  • เหงือกบวมมีสีแดงสดหรือสึแดงคล้ำ และมีลักษณะนุ่มคล้ายฟองน้ำ (เหงือกปกติจะมีสีชมพูแข็งและมีผิวเรียบมัน)

  • เจ็บหรือกดเจ็บตรงตำแหน่งที่อักเสบ

  • อาจร่วมกับมีเหงือกร่นจนเห็นรากฟัน

  • เมื่อแปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันหรือกินอาหารแข็งเลือดจะออกจากตำแหน่งที่อักเสบได้ง่าย

  • อาจมีร่องระหว่างเหงือกและฟันร่วมกับมีหนองเกิดขึ้นในร่องนั้น

  • มักร่วมกับมีกลิ่นปาก

  • อาจมีต่อมน้ำเหลืองที่ใต้คางด้านเหงือกอักเสบ โตคลำได้และเจ็บ

เมื่อไหร่ควรพบทันตแพทย์?
เมื่อมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ และอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 – 4วันหลังดูแลตนเอง ควรพบทันตแพทย์เสมอ แต่ถ้าเหงือกเป็นหนองหรืออาการต่างๆเลวลงควรรีบพบทันตแพทย์ไม่ต้องรอ
อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปควรพบทันตแพทยเป็นประจำสม่ำเสมอทุก 6 เดือนหรือตามทันตแพทย์นัดเพื่อการดูแลช่องปาก เพราะบ่อยครั้งอาการเริ่มแรกของเหงือกอักเสบและฟันผุกไม่มีอาการแต่ทันตแพทย์สามารถตรวจพบได้ ซึ่งจะทำให้ได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆก่อนที่จะกลายเป็นปริทันต์อักเสบ
ทั้งนี้ควรเริ่มการดูแลช่องปากและฟันจากทันตแพทย์ได้ตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก ซึ่งสภาทางด้านทันตกรรมเด็กแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Academy of Pediatric Dentistry) มีความเห็นว่าควรนำเด็กพบทันตแพทย์ครั้งแรกเริ่มเมื่อเด็กอายุ 1 ปี

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

เหงือกอักเสบร้ายแรงขนาดไหน

หลายคนอาจคิดว่า แค่เหงือกบวม เหงือกอักเสบนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่รู้ไหมคะ หากปล่อยให้เหงือกอักเสบไปนาน ๆ อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะรุนแรงมากขึ้น คือ ฟันจะยื่นยาวมากขึ้น ฟันโยก รู้สึกเจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร เพราะเหงือก และกระดูกเบ้าฟันถูกทำลายจนต้องถอนทิ้ง หรือต้องทำการรักษาที่ยุ่งยากมากขึ้น เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลารักษา แถมยังเจ็บตัวมากกว่าเดิมอีกต่างหาก

แต่ว่าที่ร้ายแรงกว่านั้นยังมีอีกค่ะ เพราะมีผลวิจัยชี้ออกมาแล้วว่า ผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากขึ้น หรือถ้าใครเป็นเบาหวานอยู่ก็ยิ่งจะยิ่งควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ยาก ส่วนหญิงมีครรภ์ก็จะมีความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดได้ ฟังดูแล้ว เหงือกอักเสบ อันตรายกว่าที่คิดจริง ๆ

รักษาเหงือกอักเสบได้อย่างไร?
แนวทางการรักษาเหงือกอักเสบคือ
  • กำจัดคราบ Biofilm ที่เป็นแหล่งเชื้อโรคด้วยการรับการขูดหินปูนจากทันตแพทย์ทุก 6 เดือนหรือตามทันตแพทย์แนะนำ
  • การใช้ยาปฏิชีวนะอาจเป็นยากินและ/หรือน้ำยาบ้วนปากขึ้นกับความรุนแรงของการติดเชื้อ
  • การรักษาความสะอาดช่องปากด้วยการแปรงฟันวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าหลังตื่นนอนและตอนกลางคืนก่อนนอน ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยก่อนแปรงฟันก่อนนอนหรือหลัง อาหารทุกมื้อหลัก
  • กินยาแก้ปวด Paracetamol กรณีเจ็บ/ปวดเหงือกมาก
เหงือกอักเสบมีผลข้างเคียงอย่างไร?
ผลข้างเคียงจากเหงือกอักเสบคือ ถ้าไม่รักษาการอักเสบติดเชื้ออาจรุนแรงจนเกิดเป็นหนองหรือเป็นเหงือกอักเสบเรื้อรังที่เรียกว่า ปริทันต์อักเสบที่การอักเสบลุกลามเข้าเนื้อเยื่อส่วนลึกของเหงือกและของรากฟันจนอาจส่งผลให้เกิดฟันหลุดออกมาเองได้
อนึ่งในกรณีที่เหงือกอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นปริทันต์อักเสบ มีบางการศึกษารายงานว่า อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง หรือทำให้โรคเบาหวานรุนแรงขึ้น หรือในกรณีการตั้งครรภ์อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดเด็กคลอดโดยมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์หรืออาจคลอดก่อนกำหนด แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนในเรื่องเหล่านี้

แล้วทำอย่างไรดีล่ะ เมื่อตัวเองเป็นเหงือกอักเสบ

ไม่ยากเลย ถ้าเราพบอาการผิดปกติในช่องปากแม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรไปพบทันตแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก เพื่อขอคำแนะนำในการดูแลช่องปาก และเพื่อให้แพทย์แก้ไขปัญหาให้ โดยโรคนี้เป็นโรคที่ป้องกันได้ แต่รักษาไม่หายขาด ต้องมาพบแพทย์เป็นประจำ แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นได้

ไหมขัดฟัน

เหงือกอักเสบมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

 

การพยากรณ์โรคโดยทั่วไปถ้าได้รับการรักษาแต่เมื่อเริ่มเกิดอาการเหงือกอักเสบมีการพยากรณ์โรคที่ดีรักษาได้หาย แต่มีโอกาสเกิดซ้ำได้ตามปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
ดูแลตนเองอย่างไร?
การดูแลตนเองเมื่อเหงือกอักเสบได้แก่
  • ปฏิบัติตามทันตแพทย์แนะนำ
  • กินยาที่ทันตแพทย์สั่งให้ครบถ้วนถูกต้องไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเองถึงแม้อาการจะหายเป็นปกติแล้ว
  • บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากตามทันตแพทย์แนะนำหรือบ้วนปากด้วยน้ำเกลือเจือจาง (น้ำ เกลือที่ใช้ในโรงพยาบาล/Normal saline ที่มีขายตามร้านขายยาทั่วไปหรือผสมน้ำเกลือใช้เองโดยไม่ให้มีรสเค็มจัดเช่น เกลือทะเล ½ – 1 ช้อนชาละลายในน้ำสะอาด 1 แก้ว/ประมาณ 250 – 300 มิลลิลิตร) บ่อยๆ/ทุก 4 – 6 ชั่วโมงและหลังอาหารทุกครั้งจนกว่า เหงือกอักเสบจะหาย
  • รักษาสุขอนามัยช่องปากทุกวันตามทันตแพทย์แนะนำ ที่สำคัญคือแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง หลังตื่นนอนเช้าและก่อนเข้านอนกลางคืน ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันก่อนการแปรงฟันก่อน เข้านอนและอาจทุกครั้งหลังกินอาหารมื้อหนักๆ
  • ควบคุมรักษาโรคประจำตัวต่างๆให้ได้ดี
  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน
  • กินอาหารอ่อน (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ประเภทอาหารทางการ แพทย์) ช่วงเหงือกอักเสบจนมีอาการเจ็บเหงือก/เคี้ยวอาหารแข็งปกติไม่ได้
  • หยุดบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสารเสพติด
  • พบทันตแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามทันตแพทย์นัด

 

เชื้อราในช่องปาก

 

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
medthai.com

loading...

Related posts:

โรคซึมเศร้า สาเหตุหลัก อาการทั้งหมดและวิธีรักษาโรคซึมเศร้า
การตั้งครรภ์แฝด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการดูแลครรภ์แฝด
ม่านตาอักเสบ ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคม่านตาอักเสบ Iritis
เชื้อราในช่องคลอด ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคเชื้อราในช่องคลอด
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะปัสสาวะที่มีการเจริญเติบโต
ปวดหัวไมเกรน ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาโรคปวดไมเกรน 10 ข้อ
เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการรักษาโรค 20 ข้อMeningitis
หนองในแท้ ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย
Rating: 1.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ