แครนเบอร์รี่ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของ Cranberry

 

Share This:

แครนเบอร์รี่ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของ Cranberry
5 (100%) 4 votes
loading...

แครนเบอร์รี่

แครนเบอร์รี่ ภาษาอังกฤษ Cranberry จัดอยู่ในวงศ์ ERICACEAE

แครนเบอร์รี่ จัดเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย นิยมปลูกเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ในอเมริกา ผลเป็นผลสีแดงสด มีรสเปรี้ยวหวาน อยู่ในกลุ่มไม้พุ้มแคระไม่ผลัดใบหรือมีลำต้นเป็นเถายาว (trailing vine) ในจีนัสย่อย Oxycoccus ในจีนัส Vaccinium พบในพรุที่เป็นกรดตลอดบริเวณหนาวในซีกโลกเหนือ    (Cranberries) เป็นหนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีผลเล็ก ๆ สีแดงสด รสชาติหวานอมเปรี้ยว มักจะปลูกในแถบประเทศอเมริกา และแคนาดา แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ทานเจ้าผลไม้นี้แบบสด ๆ กันสักเท่าไหร่ มักจะได้ทานในรูปแบบที่ผสมมากับอาหารชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำผลไม้ ซอส แยม โยเกิร์ต รวมทั้งอบแห้ง  เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และประกอบไปด้วยสารพฤกษเคมี ที่ออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารพฤกษเคมีที่สำคัญใน ได้แก่ Proanthocyanidins, Catechins, Triterpenoids, Quinic acid, Hippuric acid และTannin โดยเฉพาะ

 

แครนเบอร์รี่
แครนเบอร์รี่

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของ Cranberry

 

 

  1. การรับประทานเป็นประจำสามารถช่วยต่อต้านอาการป่วยเรื้อรังของสมองได้[2]
  2. เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย จึงมีสรรพคุณต่อกรกับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เนื่องจากในมีสารหลายชนิด โดยเฉพาะสารแทนนิน ที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรียอี โคไล ที่บริเวณผนังทางเดินปัสสาวะ คนที่เป็นโรคนี้ให้ดื่มน้ำเข้มข้น ไม่มีน้ำตาลแก้วละ 250 มิลลิลิตรทุกวัน วันละ 3 แก้ว ถ้าจิบวันละ 1 แก้วจะช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นโรคนี้ได้อีก หรือรับประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดจากวันละ 800 มิลลิกรัมก็จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยขจัดกลิ่นในปัสสาวะได้ด้วย
  3. มีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่มากับอากาศหนาวได้ และยังเหมาะที่จะนำไปทำเครื่องดื่มประเภทสมูธตี้ผลไม้ นำส้มคั้นลูกขนาดกลางหนึ่งลูก เกรปฟรุตครึ่งลูกคั้นเอาแต่น้ำใส่ในเครื่องปั่น เติม2 กำมือและกล้วย 1 ผลลงไป ปั่นให้เข้ากัน ดื่มเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทาน และช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเหมือนอยู่ในฤดูร้อนที่แสนสดใส
  4. อุดมไปด้วยวิตามินซี และแอนตี้ออกซิเดนท์จำนวนมากที่ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น จึงเหมาะที่จะนำไปทำเป็นลิปมัน เพื่อป้องกันริมฝีปากแห้งแตกในช่วงหน้าหนาว โดยนำ 10 ผลผสมกับน้ำมันสวีทอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำมันวิตามินอี 1 หยด ไปต้มจนเดือด นำส่วนผสมที่ได้ไปบดให้ละเอียดผ่านกระชอน เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น นำมาทาเวลาปากแห้ง
  5. ช่วยฆ่าแบคทีเรีย และมีสรรพคุณที่ช่วยต้านการอักเสบ เนื่องจากในมีสารแทนนิน ที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรีย นักโภชนาการแนะนำว่าผู้ที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ดื่มน้ำเข้มข้นแบบไม่มีน้ำตาลแก้วละ 250 มิลลิลิตรทุกวัน วันละ 3 แก้ว ถ้าจิบวันละ 1 แก้วจะช่วยป้องกันและเยียวยาการอักเสบได้ และยังช่วยขจัดกลิ่นในปัสสาวะได้ด้วย
  6. เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันไข้หวัด และโรคต่างๆ ที่มาพร้อมอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้เหมาะที่จะนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ปั่นแก้หวัด แก้เจ็บคอ แก้ร้อนใน และบรรเทาปวด เป็นผลไม้ที่จะช่วยเติมความสดใส ช่วยให้ฟื้นไข้ได้เร็วขึ้น และยังเป็นผลไม้ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย กินแก้ไข้หวัดนอกจากจะได้ภูมิต้านทานที่แข็งแรงจากวิตามินซีแล้วยังช่วยเพิ่มความสดชื่นด้วยรสเปรี้ยวๆ และกลิ่นหอมๆ ของได้อีกด้วย
  7. ผลไม้ตระกลูเบอร์รี่ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม ฟลาโวนอล (Flavonols) และโปรแอนโธไซยานิดิน (Proanthocyanidins) ช่วยยับยั้งสาเหตุของหลอดเลือดตีบและอุดตันได้ เนื่องจากสามารถเหนี่ยวนำให้ตัวรับไขมันที่ตับทำงานมากขึ้น เป็นผลทำให้เพิ่มการขับออกของไขมันจากระบบไหลเวียนของเลือด และเพิ่มการนำคอเลสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ตับเพื่อขับออกได้ ทำให้ลดคอเลสเตอรอลได้นั่นเอง
  8. ในแครนเบอร์รี่มีสาร Proanthocyanidins ซึ่งมีการทดสอบแล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์มะเร็งรังไข่ได้ โดยจากการทดลองพบว่าการให้สาร Proanthocyanidins จะเกิดการเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็งตายลง หรือเมื่อให้ร่วมกับยารักษามะเร็งรังไข่ ก็จะเป็นการช่วยเสริมฤทธิ์ยารักษา ให้ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่แพทย์ใช้กับผู้ป่วยคือการให้น้ำแครนเบอรี่วันละ 250 มิลลิลิตร ร่วมกับการได้รับยาฆ่าเชื้อในกระเพาะอาหาร สามารถเพิ่มอัตราการทำลายเชื้อได้สูงขึ้น ซึ้งพบในเพศหญิงในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Helicobacter pylori หรือที่เรียกว่าการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร หากติดเชื้อเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้เป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารได้
แครนเบอร์รี่
แครนเบอร์รี่

 

loading...

ในผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin) เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าการรับประทานน้ำแครนเบอร์รี่มากกว่าวันละ 1.42 ลิตร มีผลทำให้มีโอกาสเลือดออกภายในได้ แต่หากรับประทานแต่น้อยจะไม่มีอันตราย เนื่องจากมีอีกผลงานวิจัยหนึ่งแย้งว่าการรับประทานน้ำแครนเบอรี่ เพียงวันละ 240 มิลลิลิตร เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ในผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin) ไม่มีอันตรายจากภาวะเลือดออกภายใน แต่อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ในการรับประทานเสริมกับยาด้วย

 

จะให้สารอาหารดังนี้

  • พลังงาน 46 กิโลแคลอรี
  • ไฟเบอร์ 4.6 กรัม
  • น้ำตาล 4.04 กรัม
  • แคลเซียม 8 มิลลิกรัม
  • แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม
  • แมงกานีส 0.15 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 13 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 85 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 2 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 13.3 มิลลิกรัม
  • วิตามินเอ 60 IU
  • วิตามินเค 5.1 ไมโครกรัม
  • แคโรทีน 36 ไมโครกรัม
  • ลูทีน และซีแซนทีน 91 ไมโครกรัม

 

แครนเบอร์รี่
แครนเบอร์รี่

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยพบว่า ในมีสารโปรแอนโธไซยานิดีน (Proanthocyanidine) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสีกลุ่มสีม่วงที่ดีกับสุขภาพเส้นเลือดอีกด้วย แถมยังช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้อีกต่างหาก นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับ การบริโภคสามารถลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลอง และความเป็นกรดอ่อนๆ ของ ยังช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้อีกด้วย  ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการในเภสัชตำรับของสหรัฐอเมริกา(U.S. Pharmacopeia) ให้เป็นยาที่ช่วยในการรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

 

ขอบคุณที่มา

sukkaphap-d.com

health.kapook.com

loading...

Related Post

Related posts:

เงาะ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของ Rambutan
มะเขือเทศ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของมะเขือเทศ Tomato
มะละกอ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของมะละกอ Papaya
กล้วย รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของกล้วยน้ำว้า Banana
กระท้อน รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของลูกผล Santol
สละ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของสละ Salak
ข้าวสาลี รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของข้าวสาลี
บีทรูท รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมด 15 ชนิด Garden beet
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ