แผลอักเสบ แผลเป็นหนองและแผลติดเชื้อ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

 

Share This:

แผลอักเสบ แผลเป็นหนองและแผลติดเชื้อ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
5 (100%) 2 votes
loading...

แผลอักเสบ

แผลอักเสบ เป็นภาวะที่มีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในบาดแผลจนทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนอง เช่น จากแผลถลอก มีบาด ตะปูตำ หนามเกี่ยว สัตว์กัด เป็นต้น

 

 

ป้องกันแผลติดเชื้อ

 

อาการ
บาดแผลของผู้ป่วยจะมีลักษณะปวด บวม แดง ร้อน หรือเป็นหนอง อาจมีไข้หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโตร่วมด้วยในบางราย

ภาวะแทรกซ้อน
เชื้ออาจลุกลามเข้ากระแสเลือดจนทำให้โลหิตเป็นพิษถ้าเกิดการอักเสบรุนแรง

การรักษา
1. ใช้น้ำเกลือหรือน้ำเกลือนอร์มัลชะล้างแผล แต่ควรชะล้างด้วยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ แล้วล้างด้วยน้ำเกลือ และใช้น้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมเข้มข้นใส่แผล แล้วปิดด้วยผ้าก๊อซที่สะอาดถ้าแผลเป็นหนองเฟะ ให้ทำแผลวันละ 1-2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย และให้ชำระล้างแผลด้วยน้ำเกลืออย่างเดียวเมื่อเนื้อแผลแดงและไม่มีหนองแล้ว และไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ รวมทั้งไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ชะตรงเนื้อแผล

2. ให้ยาแก้ปวดลดไข้และยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลินวี ไดคล็อกซาซิลลิน อีริโทรไมซิน หรือโคอะม็อกซิคลาฟ นาน 5-7 วัน ถ้ามีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือแผลอักเสบมาก

3. ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล ถ้าภายใน 3 วันไข้ยังไม่ลด มีอาการซีดเหลือง หรือสงสัยว่าเป็นโลหิตเป็นพิษ หรือบาดแผลมีลักษณะอักเสบรุนแรงในผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่ก่อน ซึ่งแพทย์มักรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ยารักษาแผลอักเสบ

ข้อแนะนำ
1. ไม่ควรใช้งานแขนขาส่วนที่มีบาดแผล และยกส่วนนั้นให้สูง ควรนอนพักและใช้หมอนรองเท้าให้สูงกว่าระดับหน้าอกถ้ามีบาดแผลที่เท้า หรือใช้ผ้าคล้องแขนกับลำคอให้บาดแผลอยู่สูงกว่าระดับหัวใจถ้ามีบาดแผลที่มือ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผลอักเสบ

 

2. ควรบำรุงด้วยอาหารพวกโปรตีน เช่น เนื้อ นม ไข่ และถั่วต่างๆ ให้มาก เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และไม่มีอาหารใดๆ แสลงต่อบาดแผล ไม่ว่าจะเป็น ไข่ เนื้อ ส้ม ที่ชาวบ้านมักจะมีความเชื่อกันอย่างผิดๆ

3. ไม่ควรทาแผลด้วยเพนิซิลลิน หรือซัลฟา ไม่ว่าจะเป็นชนิดใดก็ตาม เพราะยาเหล่านี้จะทำให้เกิดการแพ้ มีอาการบวมคัน และแผลเฟะได้ แม้ว่าจะทำให้แผลแห้งในระยะแรกๆ ที่ใช้ แต่ควรใช้ยาทาขี้ผึ้งเตตราไซคลีนหรือครีมเจนตาไมซิน น้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมแทน

loading...

4. ควรบำรุงด้วยอาหารโปรตีนในผู้ที่เป็นแผลเรื้อรังไม่หายขาด อาจเป็นเพราะมีภาวะซีดหรือขาดอาหารได้ หรืออาจมีสาเหตุจากเบาหวาน หากผู้ป่วยไม่แน่ใจหรือสงสัยควรไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูระดับน้ำตาลในปัสสาวะ หรือในเลือด เพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัด

5. การดูแลบาดแผลสดที่ไม่ถูกต้องมักทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองของบาดแผลได้ จึงควรให้ดูแลบาดแผลสดดังนี้

-ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันที เพื่อชะล้างเอาสิ่งสกปรกออกไปเมื่อมีบาดแผลสดขึ้น

-ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน ทิงเจอร์ใส่แผลสด ทารอบบาดแผล ไม่ควรทาหรือฟอกตรงเนื้อแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรวมทั้งไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลายและแผลหายได้ช้า

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ยารักษาแผลอักเสบ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผลอักเสบ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผลอักเสบ

-ไม่ควรพอกแผลด้วยน้ำหมากน้ำลาย หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ และระวังอย่าให้แผลถูกน้ำ

-ควรพักส่วนที่เป็นบาดแผลให้มากๆ

-ควรกินอาหารพวกโปรตีน ผักและผลไม้ให้มากๆ

-ควรให้ยาปฏิชีวนะถ้าบาดแผลสกปรก

-ในรายที่มีความจำเป็นควรแนะนำให้ฉีดยาป้องกันบาดทะยัก

-ควรให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการเย็บแผลถ้ามีแผลกว้างจนไม่สามารถใช้ปลาสเตอร์ปิดให้ชิดกันได้

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แผลอักเสบ

 

 

บาดทะยัก

 

loading...

Related posts:

โรคระบบทางเดินหายใจ มีอะไรบ้าง รักษาอย่างไร
โรคมะเร็งกระดูก ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษามะเร็งกระดูก
โรคคอตีบ ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคคอตีบ
อาหารเป็นพิษ ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษา 10 วิธี Food poisoning
เส้นเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดสมองหรือโรคอัมพาต (Stroke) ที่เรารู้จักกันดี
ฟันผุ เป็นโรคที่พบได้บ่อยประมาณ 80% ของคนทั่วไป
ไข้หวัดใหญ่ ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ 22 วิธี (Dengue)
ต่อมลูกหมากอักเสบ เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชายที่อายุน้อยกว่า 50 ปี
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ