แอปเปิ้ล รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของลูกผลแอปเปิ้ล Apple

Share This:

แอปเปิ้ล รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของลูกผลแอปเปิ้ล Apple
5 (100%) 1 vote

แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล (Apple) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Malus domestica Borkh. จัดอยู่ในวงศ์กุหลาบ (ROSACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย MALOIDEAE หรือ SPIRAEOIDEAE มีถิ่นกำเนิดในประเทศอิหร่าน

แอปเปิ้ล apple; ชื่อวิทยาศาสตร์: Malus domestica) เป็นต้นไม้ผลัดใบในวงศ์กุหลาบ มีผลรสหวานเรียกว่า ผลแอปเปิล แอปเปิลมีปลูกอยู่ทั่วโลกในลักษณะของไม้ผล และสายพันธุ์ที่ถูกปลูกมากที่สุดคือสกุล Malus ต้นแอปเปิลมีต้นกำเนิดในเอเชียกลาง ซึ่งบรรพบุรุษคือ Malus sieversii ยังคงพบได้ในปัจจุบัน แอปเปิลมีปลูกเป็นเวลาหลายพันปีในเอเชียและยุโรป และกลุ่มอาณานิคมชาวยุโรปนำมาปลูกที่อเมริกาเหนือ แอปเปิลมีความสำคัญทางศาสนาและเทพปกรณัมในหลายวัฒนธรรม รวมถึงนอร์ส กรีก และประเพณีต่าง ๆ ของคริสต์ศาสนิกชนของชาวยุโรป

ถือเป็นผลไม้ยอดฮิตของบรรดาสาวๆ ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งหลายๆ สูตรที่นิยมกันมักจะแนะนำให้กินแอปเปิ้ลด้วยเสมอ นั่นเพราะแอปเปิลเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ จึงไม่ทำให้อ้วน และมีสารอาหารที่จำเป็นมากมายสำหรับร่างกาย ถือเป็นสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ จนมีคำกล่าวว่า กินแอปเปิ้ลให้ได้วันละผลร่างกายจะแข็งแรง ซึ่งแอปเปิ้ลที่เรากินกันนั้นมีหลายสี หลายสายพันธุ์ แต่ละสีก็ให้ประโยชน์ต่างกัน ใครชอบแบบไหนก็สามารถเลือกกินกันได้ตามชอบใจ เพราะไม่ว่าแอปเปิ้ลสีไหนก็ล้วนให้ประโยชน์กับร่างกายทั้งสิ้น…อย่ารอช้า!! ไปรู้จักกับสรรพคุณและประโยชน์ของแอปเปิ้ลกันเถอะ

 

แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ล

 

ต้นแอปเปิลจะมีขนาดใหญ่หากเติบโตจากเมล็ด แต่จะมีขนาดเล็กถ้าถูกตัดต่อเนื้อเยื่อเข้ากับราก ปัจจุบันมีแอปเปิลที่พันธุ์ปลูกมากกว่า 7,500 ชนิด ทำให้แอปเปิลมีลักษณะพิเศษหลากหลาย พันธุ์ปลูกแต่ละพันธุ์จะมีรสชาติแตกต่างกัน และการนำไปใช้ต่างกันด้วย เช่น นำไปประกอบอาหาร กินดิบ ๆ หรือนำไปผลิตไซเดอร์ ปกติแอปเปิลจะแพร่พันธุ์ด้วยการตัดต่อเนื้อเยื่อ แต่แอปเปิลป่าจะเติบโตได้เองจากเมล็ด ต้นแอปเปิลและผลแอปเปิลอาจประสบปัญหาจากจากเห็ดรา แบคทีเรีย และศัตรูพืชต่าง ๆ ซึ่งอาจควบคุมได้ด้วยวิธีการทางเกษตรอินทรีย์และอนินทรีย์หลายวิธี ใน ค.ศ. 2010 มีการถอดรหัสจีโนมของแอปเปิล เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยควบคุมโรคและการคัดเลือกผสมพันธุ์ในการผลิตแอปเปิล

สารอาหารในแอปเปิ้จะให้คาร์โบไฮเดรตและวิตามินซีเป็นหลัก ซึ่งแต่ละสายพันธุ์จะให้วิตามินซีแตกต่างกัน รวมถึงความสดและช่วงเวลาเก็บเกี่ยวก็มีผลต่อปริมาณวิตามินซีด้วยเช่นกัน โดยแอปเปิล 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 59 แคลอรี มีวิตามินซี 6 มิลลิกรัม ถือว่าแอปเปิลเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานค่อนข้างต่ำ จึงไม่ทำให้อ้วน นี่เองจึงทำให้แอปเปิลเป็นผลไม้ในดวงใจของสาวๆ ที่กำลังไดเอท นอกจากนั้นแล้วแอปเปิลยังมีคุณประโยชน์อีกมากมาย ที่พออ่านจบแล้วรับรองว่าเราต้องรีบไปหาแอปเปิ้ลมาติดบ้านไว้กันเลยทีเดียว

 

แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ล

ประโยชน์ของแอปเปิ้ล

 

 

แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ล

 

แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ล

 

 

สรรพคุณของลูกผลแอปเปิ้ล

  1. แอปเปิ้ลอิ่มนาน น้ำตาลน้อย  น้ำตาลฟรักโทสที่อยู่ในแอปเปิลเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานอย่างช้าๆ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น ไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนเวลาที่เรากินขนมหวานอื่นๆ ทำให้รู้สึกอิ่มนานและไม่หิวบ่อย
  2. แอปเปิ้ลอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน และเกลือแร่ที่มีประโยชน์ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน เกลือแร่ คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค และยังมีกรดอินทรีย์อีก 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งกรดนี้ช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมันได้ดี
  3. แอปเปิ้ลมีสรรพคุณต้ายอนุมูลอิสระ วิตามินซี และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่พบในแอปเปิล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ผิวพรรณจึงเปล่งปลั่ง เรียบเนียน
  4. แอปเปิลมีสรรพคุณบำรุงปอด ช่วยให้ปอดแข็งแรง เพราะในผลแอปเปิ้ลมีสารเคอร์ซีทิน ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดอย่างได้ผล และยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย
  5. แอปเปิ้ลเหมาะกับผู้ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด หรือผู้ป่วยเบาหวาน เพราะแม้แอปเปิ้ลจะมีน้ำตาลธรรมชาติมาก แต่น้ำตาลนี้จะเพิ่มขึ้นในเลือดอย่างช้าๆ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ นอกจากนั้นยังพบว่าคนที่กินอาหารที่มีใยอาหารมากๆ มีโอกาสเป็นเบาหวานต่ำกว่าคนที่กินใยอาหารน้อย
  6. แอปเปิ้ลมีสรรพคุณป้องกันมะเร็งลำไส้ เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่าเพคติน เส้นใยตัวนี้มีคุณสมบัติพองตัว จึงช่วยเพิ่มกากใยในทางเดินอาหาร ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ แถมยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิตสูง และป้องกันโรคหัวใจได้
  7. แอปเปิ้ลเหลือง มีประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ช่วยล้างสารพิษที่สะสมในตับ และป้องกันการเกิดมะเร็งบางชนิดได้
  8. แอปเปิ้ลสีชมพู มีปริมาณวิตามินซีสูงถึง 1 ใน 4 ของปริมาณของวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งวิตามินซีมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผนังของหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ และลดอาการเลือดออกตามไรฟันได้ดี

 

แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลเหมาะกับผู้ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด หรือผู้ป่วยเบาหวาน เพราะแม้แอปเปิ้ลจะมีน้ำตาลธรรมชาติมาก แต่น้ำตาลนี้จะเพิ่มขึ้นในเลือดอย่างช้าๆ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ นอกจากนั้นยังพบว่าคนที่กินอาหารที่มีใยอาหารมากๆ มีโอกาสเป็นเบาหวานต่ำกว่าคนที่กินใยอาหารน้อย แอปเปิ้ลมีสรรพคุณป้องกันมะเร็งลำไส้ เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่าเพคติน เส้นใยตัวนี้มีคุณสมบัติพองตัว จึงช่วยเพิ่มกากใยในทางเดินอาหาร ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ แถมยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จึงช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิตสูง และป้องกันโรคหัวใจได้

เป็นผลไม้สำหรับการลดน้ำหนักชั้นยอด เพราะแอปเปิ้ลเขียวมีน้ำตาลน้อย จึงกินได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน รวมทั้งยังช่วยลดความอยากอาหารได้ดี มีใยอาหารสูง ช่วยให้การขับถ่ายได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย

 

คุณค่าทางโภชนาการของแอปเปิ้ล ต่อ 100 กรัม

  • วิตามินอี 0.18 มิลลิกรัม 1%

  • วิตามินเค 2.2 ไมโครกรัม 2%

  • ธาตุแคลเซียม 6 มิลลิกรัม 1%

  • ธาตุเหล็ก 0.12 มิลลิกรัม 1%

  • ธาตุแมกนีเซียม 5 มิลลิกรัม 1%

  • ธาตุแมงกานีส 0.035 มิลลิกรัม 2%

  • ธาตุฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม 2%

  • ธาตุโพแทสเซียม 107 มิลลิกรัม 2%

  • ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%

  • ธาตุสังกะสี 0.04 มิลลิกรัม 0%

  • ธาตุฟลูออไรด์ 3.3 ไมโครกรัม

  • เบตาแคโรทีน 27 ไมโครกรัม 0%

  • ลูทีนและซีแซนทีน 29 ไมโครกรัม

  • วิตามินบี 1 0.017 มิลลิกรัม 1%

  • วิตามินบี 2 0.026 มิลลิกรัม 2%

  • วิตามินบี 3 0.091 มิลลิกรัม 1%

  • วิตามินบี 5 0.061 มิลลิกรัม 1%

  • วิตามินบี 6 0.041 มิลลิกรัม 3%

  • วิตามินบี 9 3 ไมโครกรัม 1%

  • วิตามินซี 4.6 มิลลิกรัม 6%

  • พลังงาน 52 กิโลแคลอรี

  • คาร์โบไฮเดรต 13.81 กรัม

  • น้ำตาล 10.39 กรัม

  • เส้นใย 2.4 กรัม

  • ไขมัน 0.17 กรัม

  • โปรตีน 0.26 กรัม

  • น้ำ 85.56 กรัม

  • วิตามินเอ 3 ไมโครกรัม 0%

 

แอปเปิ้ล
แอปเปิ้ล

แอปเปิล ใช้รับประทานเป็นผลไม้สด และใช้ปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น สลัด ซอสแอปเปิล แยม พาย หรืออบแห้ง ในไทยใช้ผลแอปเปิลเปรี้ยวมาทำอาหาร เช่น ใส่ในยำ น้ำพริก ทางยามีสรรพคุณลดกรดในกระเพาะอาหาร ละลายเสมหะ ลดความดันโลหิต ช่วยขับเกลือโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย

 

ขอบคุณที่มา

th.wikipedia.org

 

เรื่องที่น่าสนใจ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง