โรคไส้เลื่อน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคไส้เลื่อน

 

Share This:

โรคไส้เลื่อน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคไส้เลื่อน
Rate this post
loading...

โรคไส้เลื่อน

โรคไส้เลื่อน (Hernia ) คือ เป็นภาวะที่ลำไส้หรืออวัยวะใดก็ตามที่อยู่ในช่องท้อง (บางส่วน) เกิดการเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่อยู่เดิมผ่านรูหรือดันตัวผ่านบริเวณกล้ามเนื้อหรือพังผืดที่เกิดความอ่อนแอ (หย่อนยาน) สูญเสียความแข็งแรง ไปอยู่ยังอีกตำแหน่งหนึ่ง และมักทำให้เห็นเป็นก้อนตุงตรงบริเวณใดบริเวณหนึ่งของผนังหน้าท้อง (ส่วนที่เคลื่อนตัวออกไปยังคงถูกห่อหุ้มด้วยเยื่อหุ้มเดิมของมัน) โดยอวัยวะที่เกิดไส้เลื่อนได้บ่อย คือ ลำไส้เล็ก   คืออาการที่ลำไส้บางส่วนนั้นเลื่อนออกมาตุงที่ผนังหน้าท้องทำให้เห็นเป็นก้อนบวมตรงบริเวณใดบริเวณหนึ่งของหน้าท้อง นอกจากนี้ยังสามารถเกิดได้ที่บริเวณต้นขา หรือขาหนีบได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ไส้เลื่อนยังอาจจะไม่แสดงออกมาให้เห็นในลักษณะก้อนตุงได้ ซึ่งนั่นจะถือว่าเป็นอาการของไส้เลื่อนภายในค่ะ แม้ว่าอาการเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายมากนัก แต่ก็จำเป็นจำต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เนื่องจากไส้เลื่อนไม่สามารถหายไปได้เอง สามารถมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้จากขนาดของลำไส้ที่เลื่อนออกที่ผนังหน้าท้อง จึงไม่ควรจะละเลยเพราะการที่ลำไส้หลุดออกตุงที่หน้าท้องนั้นอาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนได้

 

ไส้เลื่อน มีสาเหตุมาจากการที่ผนังหน้าท้องบางจุดมีความอ่อนแอผิดปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นความผิดปกติที่เกิดมาตั้งแต่แรกเกิด ประกอบกับความดันในช่องท้องทำให้ลำไส้ที่อยู่ในบริเวณนั้นเลื่อนทะลักออกมาตรงจุดนั้นและตุงเป็นก้อนให้เห็นได้ชัดเจน แต่ก็มีบางกรณีทีเกิดอาการไส้เลื่อนหลังจากการผ่าตัด โดยไส้เลื่อนแบ่งออกเป็นหลายชนิด  แม้เราจะไม่สามารถป้องกันความอ่อนแอของกล้ามเนื้อบริเวณช่องท้องได้ แต่เราก็สามารถลดความดันภายในร่างกายของเราอันเป็นปัจจัยที่ทำให้ลำไส้เคลื่อนที่ออกมากลายเป็นไส้เลื่อนได้ โดยควรงดสูบบุหรี่ ไปพบแพทย์เมื่อเกิดอาการไอเรื้อรัง ควบคุมระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ดี และควรหลีกเลี่ยงการยกของหนัก ๆ หากต้องยกของหนักจริง ๆ ก็ควรที่ยกอย่างถูกวิธี ด้วยการนั่งย่อตัวลงไปยกของ ห้ามก้มลงไปยกของขึ้นมาโดยเด็ดขาด วิธีนี้ไม่ได้ใช้แค่เพื่อป้องกันเท่านั้น แต่ผู้ป่วยไส้เลื่อนก็สามารถใช้ได้อีกด้วย เพื่อให้อาการไม่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

โรคไส้เลื่อน
โรคไส้เลื่อน
loading...

 

สาเหตุอาการและการรักษาของโรคไส้เลื่อน

 

  1. ภาวะนี้ยังไม่มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง เช่น พยายามไม่ไอโดยการแก้ที่สาเหตุ (เช่น งดการสูบบุหรี่ รักษาวัณโรค), การไม่เบ่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน, การไม่ยกของหนักบ่อย ๆ (เพราะจะทำให้มีการเกร็งของหน้าท้อง), การลดน้ำหนักตัวเมื่อเป็นโรคอ้วน เป็นต้น
  2. ไส้เลื่อนที่ขาหนีบหรือถุงอัณฑะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ด้วยการผ่าตัดแก้ไขเสียแต่เนิ่น ๆ
  3. ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดรักษาไส้เลื่อนแล้วก็ต้องระวังไม่ให้ไส้เลื่อนกลับมาซ้ำอีก โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นดังที่กล่าวมา
  4. หลังจากแผลผ่าตัดรักษาไส้เลื่อนจนหายดีแล้ว ก็สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เหมือนคนปกติทั่วไป
  5. ผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดไส้เลื่อนมาแล้ว ยังมีโอกาสกลับมาเป็นไส้เลื่อนซ้ำได้อีก ซึ่งหากเป็นซ้ำก็ต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเช่นเดิม
  6. การออกกำลังกายโดยการกระโดดเชือก วิ่ง หรือเดินนาน ๆ นั้นไม่มีส่วนทำให้เป็นไส้เลื่อนได้ ยกเว้นในกีฬาที่ต้องเกร็งหน้าท้องมาก ๆ เช่น ยกน้ำหนัก ทุ่มน้ำหนัก เท่านั้นที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยง
  7. การไม่สวมกางเกงในก็ไม่มีผลทำให้เป็นไส้เลื่อนได้เช่นกัน เพราะไม่เกี่ยวข้องกับความดันในช่องท้อง
  8. ไส้เลื่อนภายในช่องเชิงกราน ซึ่งปกติจะคลำก้อนไม่ได้ แต่หากตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าเป็น แพทย์ก็จะนัดมารับการผ่าตัดโดยเร็ว
  9. ไส้เลื่อนที่เกิดหลังผ่าตัด เป็นไส้เลื่อนที่เกิดหลังได้รับการผ่าตัดช่องท้อง เมื่อแผลหายแล้วผนังหน้าท้องในบริเวณที่ผ่าตัดเกิดหย่อนกว่าปกติ ถ้าก้อนยังโตไม่มากและไม่มีอาการอะไร แพทย์อาจให้เฝ้าดูอาการไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าก้อนโตมากหรือมีอาการปวดท้องก็อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดซ่อมผนังหน้าท้องให้แข็งแรงเป็นปกติ
  10. ไส้เลื่อนชนิดถูกบีบรัด ต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน โดยเวลานับตั้งแต่ลำไส้ขาดเลือดไปเลี้ยงจนกระทั่งลำไส้เน่าตายและทำให้ต้องตัดลำไส้ทิ้งไปคือประมาณ 6 ชั่วโมง (เมื่อลำไส้เน่าจะทำให้มีอาการปวดท้องมากจนต้องนอนนิ่ง ๆ เพราะการขยับตัวจะทำให้มีอาการปวดมากขึ้น)
  11. ไส้เลื่อนที่สะดือ (สะดือจุ่น) ถ้าทารกเป็นสะดือจุ่น ไม่ต้องทำอะไร เพราะส่วนใหญ่มักจะค่อย ๆ ยุบหายไปได้เอง ยกเว้นในรายที่มีก้อนโตมาก ให้ใช้ผ้าพันรอบเอว กดสะดือจุ่นไว้ไม่ให้ลำไส้โผล่ออกมา แล้วรอจนเด็กอายุได้ประมาณ 2 ปี ถ้ายังไม่หายอาจต้องทำการผ่าตัดแก้ไข
  12. ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดที่โรงพยาบาล เนื่องจากการผ่าตัดเป็นเพียงวิธีเดียวที่รักษาไส้เลื่อนให้หายขาดได้
    • แพทย์จะนัดมาทำการผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสม (ยกเว้นผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถผ่าตัดได้) เพราะอาการของผู้ป่วยอาจรอได้นานเป็นแรมปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของผู้ป่วยที่จะเกิดไส้เลื่อนชนิดติดคา
    • หากผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไส้เลื่อนชนิดติดคา เช่น ไส้เลื่อนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไส้เลื่อนเคลื่อนกลับเข้าที่เดิมยาก หรือรูที่ไส้เลื่อนเคลื่อนที่ออกมามีขนาดเล็ก แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาทำการผ่าตัดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีโอกาสเกิดไส้เลื่อนชนิดติดคาได้ทุกเมื่อ
    • ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและอยู่ในระหว่างรอรับการผ่าตัดรักษา หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้เนื่องจากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจขั้นรุนแรง ควรระวังป้องกันไม่ให้มีการเพิ่มแรงดันในช่องท้องมากขึ้น เช่น การไม่ยกของหนัก การไม่เบ่งถ่ายอุจจาระเป็นเวลานาน ฯลฯ และอาจใส่อุปกรณ์ประเภทสายรัดหรือกางเกงที่ช่วยกระชับไม่ให้ไส้เลื่อนโป่งตุงออกมาหรือใช้มือพยายามค่อย ๆ ดันก้อนที่โป่งตุงออกกลับเข้าที่เหมือนเดิมก็จะช่วยได้บ้าง นอกจากนี้ผู้ป่วยยังต้องคอยสังเกตอาการของตนเองอยู่เสมอ ถ้าพบว่ามีอาการปวดท้อง อาเจียน หรือมีความผิดปกติอื่น ๆ เกิดขึ้น ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็ว เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดรุนแรงขึ้นได้
  13. ไส้เลื่อนตรงข้าง ๆ กล้ามเนื้อหน้าท้อง (Spigelian hernia) พบได้ในผู้หญิงมากกว่าในผู้ชายเล็กน้อย ส่วนมากพบตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป โดยเกิดจากชั้นพังผืดที่มีชื่อว่า Spigelian fascia ซึ่งอยู่บริเวณข้าง ๆ กับกล้ามเนื้อหน้าท้องชื่อ Rectus abdominis เกิดความหย่อนยานไม่แข็งแรง เมื่อมีปัจจัยเสี่ยงคือความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นก็จะทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวดันออกมาปรากฏเป็นก้อนโป่ง
  14. ไส้เลื่อนภายในช่องเชิงกราน (Obturator hernia) พบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในอัตราส่วน 6:1 แต่เป็นชนิดพบได้น้อยมาก โดยเกิดจากบางส่วนของลำไส้เคลื่อนที่ผ่านรู Obturator foramen ซึ่งอยู่ตรงกระดูกเชิงกราน ส่วนใหญ่จะเกิดในผู้หญิง เนื่องจากลักษณะทางกายวิภาคบริเวณเชิงกรานเอื้อต่อการเกิดมากกว่าในผู้ชาย
  15. ไส้เลื่อนที่เกิดหลังผ่าตัด (Incisional hernia) พบได้ในคนทุกเพศทุกวัยที่เคยได้รับการผ่าตัดภายในช่องท้องมาก่อน (ประมาณ 2-10% ของผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัด) โดยเป็นไส้เลื่อนชนิดที่พบได้ในผู้ป่วยบางรายที่ก่อนผ่าตัดผู้ป่วยจะไม่มีก้อนตุงที่หน้าท้อง แต่ภายหลังจากได้รับการผ่าตัดช่องท้อง (อาจนานเป็นแรมเดือนหรือแรมปี) เมื่อแผลหายแล้ว กล้ามเนื้อและพังผืดของผนังหน้าท้องในบริเวณที่ผ่าตัดนั้นเกิดหย่อนยานกว่าปกติ จึงทำลำไส้เคลื่อนตัวดันออกมาตุงเป็นก้อนโป่งที่บริเวณแผลผ่าตัดได้
  16. ไส้เลื่อนกระบังลม (Hiatal hernia) พบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเล็กน้อย และพบได้มากในวัยสูงอายุ เพราะเกิดจากกล้ามเนื้อและพังผืดของกระบังลมมีการหย่อนยานและเสียความยืดหยุ่น และมีปัจจัยเสี่ยงร่วมคือความดันในช่องท้องที่มากกว่าปกติ โดยสามารถแบ่งออกเป็นได้ 2 ชนิดย่อย ได้แก่
    • Sliding hiatal hernia คือ การที่มีบางส่วนของกระเพาะอาหารนับตั้งแต่ส่วนต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเคลื่อนที่ผ่านรูบริเวณกระบังลม (เป็นทางที่หลอดอาหารลอดเข้าสู่ช่องท้อง) เข้าไปอยู่ในช่องอก
    • Paraesophageal hernia คือ การที่มีบางส่วนของกระเพาะอาหารเคลื่อนที่ผ่านรูบริเวณกระบังลมซึ่งอยู่ข้าง ๆ รูที่เป็นทางผ่านของหลอดอาหาร
  17. ไส้เลื่อนตรงหน้าท้องเหนือสะดือ (Epigastric hernia) พบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงในอัตราส่วน 3:1 แต่พบได้ค่อนข้างน้อย โดยเกิดจากชั้นกล้ามเนื้อและพังผืดของผนังหน้าท้องส่วนบนเหนือสะดือไม่แข็งแรง เมื่อมีปัจจัยเสี่ยงคือความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นก็จะทำให้เนื้อเยื่อในช่องท้องเคลื่อนตัวผ่านผนังหน้าท้องที่อ่อนแอ แล้วดันออกมาตุงเป็นก้อนโป่งอยู่ที่บริเวณหน้าท้องได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อเยื่อไขมันภายในช่องท้อง มีเพียงส่วนน้อยที่จะมีส่วนของลำไส้ตามมาด้วย
  18. ไส้เลื่อนบริเวณที่ต่ำกว่าขาหนีบ (Femoral hernia) พบได้ค่อนข้างน้อยเช่นกัน และเกือบทั้งหมดจะพบแต่ในผู้หญิงเท่านั้น โดยเกิดจากบางส่วนของลำไส้เคลื่อนที่ผ่านรูที่เรียกว่า Femoral canal ซึ่งอยู่ตรงบริเวณต่ำกว่าขาหนีบลงมา ทำให้ลำไส้ลงมากองเป็นก้อนตุงอยู่บริเวณที่ต่ำกว่าขาหนีบ และมีปัจจัยเสี่ยงคือความดันภายในช่องท้องที่เพิ่มขึ้น

 

 

 

loading...

Related posts:

โรคซึมเศร้า สาเหตุหลัก อาการทั้งหมดและวิธีรักษาโรคซึมเศร้า
ไซนัสอักเสบ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีรักษาโรคไซนัสอักเสบ
โรคไอกรน ลักษณะสาเหตุอาการและการรักษาของโรคโรคไอกรน
กลากน้ำนม สาเหตุโดยส่วนใหญ่อาการและวิธีการดูแลการรักษา โรคกลากน้ำนม (เกลื้อนน้ำนม)
กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นกล้ามเนื้อลายชนิดหนึ่งที่อยู่นอกอำนาจจิตใจ (involuntary)
ไข้หวัดใหญ่ ลักษณะสาเหตุอาการและวิธีการดูแลการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ 22 วิธี (Dengue)
ปวดเข่า ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีการรักษาปวดขา 32 ข้อ
ปวดเมื่อยตามตัว เป็นอาการเหน็ดเหนื่อย รู้สึกอ่อนล้า หมดแรง หรือขาดพลังงาน
Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ