ไข่เยี่ยวม้า ปลอดภัยมั้ย หรือเป็นอาหารปนเปื้อนสารตะกั่ว ไข่เยี่ยวม้า

 

Share This:

ไข่เยี่ยวม้า ปลอดภัยมั้ย หรือเป็นอาหารปนเปื้อนสารตะกั่ว ไข่เยี่ยวม้า
5 (100%) 1 vote
loading...

ไข่เยี่ยวม้า

ไข่เยี่ยวม้า หรือ ไข่สำเภา คือ

การแปรรูปไข่เพื่อการบริโภครูปแบบหนึ่งของคนจีนที่มีมาแต่

ไข่เยี่ยวม้า
ไข่เยี่ยวม้า

โบราณกาล คนจีนเรียกว่า เหอี่ยห่มา หรือจี๋ไฮ่ โดยการใช้กรรมวิธีทำให้เป็นด่างถือว่าเป็นการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่ง สามารถทำได้กับไข่เป็ด ไข่ไก่ และไข่นกกระทา โดยนำไข่ไปแช่หรือหมักในส่วนผสมที่มาจาก ปูนขาว, เกลือ, โซเดียมคาร์บอเนต, ใบชาดำ, ซิงก์ออกไซด์ และ น้ำ

บางครั้ง ผู้ผลิตจะใส่สารประกอบของตะกั่วลงไป เพื่อควบคุมความเป็นกรดด่าง (pH) ให้คงที่ ซึ่งช่วยให้ไข่ขาวแข็งตัวอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นในไข่เยี่ยวม้า จึงอาจมีสารตะกั่วในรูปของลีดซัลไฟด์อยู่ โดยสังเกตได้จากส่วน ของไข่ขาวจะมีสีดำมาก ลักษณะขุ่น ส่วนไข่เยี่ยวม้าที่ไม่มีลีดซัลไฟด์ ไข่ขาวจะมีสีน้ำตาลคล้ำและมีลักษณะใส ซึ่งถ้าพบไข่เยี่ยวม้ามีลักษณะ ไข่ขาวขุ่นไม่ใสก็ควรจะหลีกเลี่ยงไม่รับประทาน

ต้นกำเนิดของไข่เยี่ยวม้ามีแนวโน้มว่าเป็นการถนอมอาหารของไข่ด้วยช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยพอกด้วยดินด่างซึ่งคล้ายกับวิธีการถนอมอาหารของไข่ในวัฒนธรรมตะวันตก ดินที่พอกรอบไข่ทำให้เกิดการบ่มเป็นไข่เยี่ยวม้าแทนที่ไข่จะเสีย

เล่ากันว่าไข่เยี่ยวม้า กำเนิดมากว่าห้าศตวรรษแลัว ตามตำนานที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ บอกว่าไข่เยี่ยวม้าค้นพบเมื่อประมาณ 600 ปีก่อนในมณฑลหูหนานในสมัย ราชวงศ์หมิง เมื่อเจ้าของบ้านพบไข่เป็ดในบ่อปูนขาวที่ใช้ในระหว่างการก่อสร้างบ้านของเขา เมื่อได้ลองชิมแล้วรู้สึกว่ามันมีกลิ่นรสเฉพาะตัวและสามารถนำมารับประทาน เขาจึงริเริ่มการผลิตเพื่อขาย โดยนำไข่ดิบมากลบอยู่ในบ่อปูนขาวประมาณ 2 เดือน และเติม เกลือลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติ จึงพัฒนามาเป็นวิธีทำไข่เยี่ยวม้าในปัจจุบัน และนอกจากนี้ยังเป็นอาหารโปรดของคนในปัจจุบันด้วย

เพื่อนของเราคนหนึ่งเป็นคนที่ชอบทานไข่เยี่ยวม้ามากค่ะ เห็นสั่งอาหารทานทีไร ทุกเมนูจะต้องประกอบไปด้วยไข่เยี่ยวม้า ไม่ว่าจะเป็นกระเพราไข่เยี่ยวม้า ผัดฉ่าไข่เยี่ยวม้า ผัดพริกแกงไข่เยี่ยวม้า ยำไข่เยี่ยวม้า และอีกสารพัดเมนูที่ไม่เคยขาดไข่เยี่ยวม้า ทานจนเราสงสัยว่าทานไข่เยี่ยวม้าบ่อยขนาดนี้ จะเป็นอันตรายกับร่างกายหรือไม่ ไข่เยี่ยวม้าทำมาจากอะไร มีวิธีสังเกตไข่เยี่ยวม้าที่ปลอดภัยต่อร่างกายหรือไม่  เลยรวบรวมข้อมูลมาฝากกัน

 

ไข่เยี่ยวม้า คืออะไร?

 

ไข่เยี่ยวม้าเป็นผลผลิตจากการการถนอมอาหารประเภทไข่อย่างหนึ่ง เหมือนกับการทำไข่เค็มที่นำไปดองเกลือ แต่สำหรับไข่เยี่ยวม้า จะทำการถนอมอาหารด้วยการพอกด้วยปูนขาวผสมใบชา เกลือป่น และขี้เถ้าที่นวดด้วยน้ำเย็น หรืออีกวิธีหนึ่งคือ นำไปแช่ในน้ำที่มีส่วนผสมของสารละลายเบส ที่มีปูนขาว เกลือ โซดาแอช ชาดำ และสังกะสีออกไซด์

นอกจากสูตรดังกล่าว ผู้ผลิตบางรายอาจมีสูตรทำแตกต่างจากนี้ได้เล็กน้อย

ไข่เยี่ยวม้า อันตราย?

 

ปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้าบางรายที่แอบใช้สารตะกั่วออกไซด์ หรือซัลไฟด์ลงในส่วนผสมที่ใช้พอกหรือแช่ เพื่อช่วยให้ไข่กลายเป็นไข่เยี่ยวม้าได้เร็ว และเห็นผลมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ไข่เยี่ยวม้าที่ผลิตมีสารตะกั่วปนเปื้อนได้

 thumb-thousand-year-eggs-3

อันตรายจากสารตะกั่ว

 

หากเราทานอาหารที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่บ่อยๆ อาจทำให้มีอาการท้องผูก และส่งผลต่อการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์ไขกระดูก ระบบประสาท ไต หรืออาจเลยไปถึงกล้ามเนื้อกระดูกข้อมือ ข้อเท้า ที่อาจเกิดอาการอัมพาต หรือสมองบวม ชัก และอาจถึงเสียชีวิตได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับสารตะกั่วปนเปื้อนในอาหารนานนับเดือน ดังนั้นหากไม่ได้ทานไข่เยี่ยวม้าที่ปนเปื้อนสารตะกั่วอยู่เป็นประจำ ก็พอจะวางใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากนัก

วิธีสังเกต ไข่เยี่ยวม้า ปนเปื้อนสารตะกั่วหรือไม่?

วิธีสังเกตสารตะกั่วปนเปื้อนอย่างง่ายๆ คือสังเกตที่ไข่ขาว ว่ามีสีดำมากเกินไปหรือไม่ อาจจะเป็นลักษณะสีดำขุ่น ไม่ใช่สีน้ำตาลเข้มใสๆ อย่างที่เคยเห็นกัน ถ้าผิดสังเกตแบบนี้ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นไข่เยี่ยวม้าที่ปนเปื้อนสารตะกั่วจากขั้นตอนการทำไข่เยี่ยวม้า

ทานไข่เยี่ยวม้าอย่างไรถึงจะปลอดภัย?

 

 

เลือกผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้ในเรื่องของคุณภาพ ลักษณะของไข่ไข่ขาวจะต้องเป็นสีน้ำตาลใส ไม่ดำเกินไป และไม่ขุ่น นอกจากนี้รควรเลือกทานไข่เยี่ยวม้าอยากหลายๆ ผู้ผลิต เพื่อไม่ให้ได้รับสารบางอย่างติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป และสุดท้ายถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรทานไข่เยี่ยวม้าบ่อยจนเกินไป ควรเลือกทานอาหารให้หลากหลาย ไม่ทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งติดต่อกันนานเกินไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายเพียงพอต่อการดำเนินชีวิต

“ไข่เยี่ยวม้า” ไข่สีดำ กรรมวิธีถนอมอาหาร

ไข่ที่นำมาทำไข่เยี่ยวม้าใช้ได้ทั้งไข่ไก่ไข่เป็ด พอกด้วยส่วนผสมดังนี้คือ?ใบชา ?ปูนขาว?เกลือป่น?ขี้เถ้า?การทำ ไข่เยี่ยวม้า โปรตีน และ ฟอสโฟไลปิด (phospholipids) บางส่วนในไข่จะสลายตัว ทำให้เกิดแอมโมเนีย นอกจากนี้ไขมันในไข่แดง (yolk fat) ก็ลดน้อยลงไปด้วย

ซึ่งถ้าในกระบวนการทำ ไข่เยี่ยวม้า นั้น ไข่ที่ใช้ถ้ามีเชื้อ Salmonella (เป็นเชื้อโรคทำให้เกิดท้องร่วง ท้องเสีย) หรือเชื้อโรคจำพวก พารไทฟอยด์อยู่ เมื่อทำเป็น ไข่เยี่ยวม้า ได้ที่แล้วเชื้อนี้จะตายไป (ว้าวเจ๋งอะ)

ถึงแม้ว่า ไข่เยี่ยวม้า มีประโยชน์ในการบำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต ก่อให้เกิดกำลังและเจริญอาหาร แต่ในกระบวนการผลิตไข่เยี่ยวม้าบางครั้ง ผู้ผลิตจะใส่?สารประกอบของตะกั่วลงไป เพื่อควบคุมความเป็นกรดด่าง (pH) ให้คงที่ ซึ่งช่วยให้ไข่ขาวแข็งตัวอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้นใน ไข่เยี่ยวม้า จึงอาจมีสารตะกั่วในรูปของตะกั่วซัลไฟด์อยู่ โดยสังเกตได้จากส่วน ของไข่ขาวจะมีสีดำมาก ลักษณะขุ่น ส่วน ไข่เยี่ยวม้า ที่ไม่มีตะกั่วซัลไฟด์ ไข่ขาวจะมีสีน้ำตาลคล้ำและมีลักษณะใส

สรุป?ไข่เยี่ยวม้า ที่กินได้ และ ปลอดภัย

  • ไข่เยี่ยวม้า มีลักษณะ ไข่ขาวขุ่นไม่ใส ก็ควรจะหลีกเลี่ยงไม่รับประทาน (กินไม่ได้ ไม่ควรกิน)

  • ไข่เยี่ยวม้า มีลักษณะ?ไข่ขาวมีสีน้ำตาลคล้ำและมีลักษณะใส กินได้

เมนูไข่นั้นเป็นเมนูที่เราทุกคนคุ้นเคยกันดี ถ้าเป็นเมนูพื้นๆ ก็เช่น ไข่ดาว ไข่ต้ม ไข่เจียว ไข่ตุ๋น แต่ไข่สดนั้นก็มีระยะเวลาในการเก็บรักษาไม่ยาวนานนัก จึงเกิดกรรมวิธีการถนอมไข่ให้อยู่ได้นานขึ้น ซึ่งก็มีทั้งไข่เค็ม และการทำไข่เยี่ยวม้า

“ไข่เยี่ยวม้า” สีดำๆ และมีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว ซึ่งใครที่ชอบก็กินกันได้แบบถูกปาก แต่ถ้าใครไม่ชอบหรือไม่เคยกิน อาจจะเกิดอาการยี้สักหน่อย

loading...

ว่าแต่.. ทำไม “ไข่เยี่ยวม้า” ต้องเป็นสีดำ และมีลักษณะรสชาติแบบนี้ มันเกิดขึ้นจากอะไร “108 เคล็ดกิน” มีคำตอบมาให้

“ไข่เยี่ยวม้า” นั้นมีมานานแล้ว เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง โดยมีการสันนิษฐานว่าค้นพบการถนอมอาหารด้วยวิธีนี้โดยชาวจีน และมีการแพร่หลายออกไปในพื้นที่อื่น ชาวจีนจะเรียกไข่เยี่ยวม้าว่า “เหอี่ยหม่า” ซึ่งคาดว่าคำเรียกไข่เยี่ยวม้าในภาษาไทย น่าจะเพี้ยนมาจากเหอี่ยหม่า นั่นเอง

การทำไข่เยี่ยวม้านั้น สามารถทำได้ทั้งกับไข่เป็ด ไข่ไก่ และไข่นกกระทา โดยจะมีการนำเอาไข่สดไปแช่หรือหมักในส่วนผสมที่มาจากปูนขาว เกลือ โซเดียมคาร์บอเนต ใบชาดำ ขี้เถ้าแกลบ และน้ำ โดยจะใช้เวลาหมัก 15-20 วัน (มีเคล็ดลับคือ ให้กลับด้านไข่ทุก 7 วัน จะได้ไข่แดงที่อยู่ตรงกลางฟอง)

ในการทำไข่เยี่ยวม้า น้ำในไข่จะถูกดูดซึมออกมาจากไข่ ขณะเดียวกัน ด่าง เกลือ และสารเคมีอื่นๆ ที่ใช้จะซึมเข้าไปในเนื้อไข่แทน และทำให้เกิดการย่อยสลายโปรตีนและไขมันบางส่วน ทำลายกรดอะมิโนบางตัว

ลักษณะของไข่เยี่ยวม้าที่ได้นั้น ตัวไข่ขาวจะได้เป็นวุ้นใสสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงเข้ม ส่วนไข่แดงจะมีลักษณะครีมแข็งบางส่วน มีสีเทาดำ หรือเขียวเข้มปนน้ำตาล ส่วนกลิ่นฉุนมาจากการย่อยสลายโปรตีนจนเกิดแอมโมเนีย และรสฝาดของไข่เยี่ยวม้านั้นเกิดขึ้นจากด่างที่ใช้ในการหมักนั่นเอง

ส่วนการกินไข่เยี่ยวม้า มีคำแนะนำว่าควรนำไปต้มให้สุก หรือผ่านความร้อนให้สุกเสียก่อน เมนูที่นิยมกันก็คือ ไข่เยี่ยวม้าที่ต้มสุกแล้ว กินคู่กับขิงดองเพื่อลดรสชาติฝาดของไข่ อีกเมนูก็คือไข่เยี่ยวม้ากะเพรากรอบ ที่จะต้องนำไข่เยี่ยวม้าไปทอดก่อน แล้วจึงนำมาผัดเป็นผัดกะเพรา

 

ไข่เยี่ยวม้า ทุกท่านคงสงสัยกันบ้าง ว่า ไข่เยี่ยวม้านั้นมีที่มาอย่างไร สามารถทำเองได้ไหม ทำไมเปลือกของไข่เยี่ยวม้านั้นจึงมีสีชมพู

เนื่องจากในท้องตลาดบางครั้ง ผู้ผลิตบางรายจะใส่สารประกอบของตะกั่วลงไป เพื่อควบคุมความเป็นกรดด่าง (pH) ให้คงที่ ซึ่งช่วยให้ไข่ขาวแข็งตัวอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นในไข่เยี่ยวม้า จึงอาจมีสารตะกั่วอยู่

ก่อนที่เราจะไปสู่ขั้นตอนการทำกัน มาดูส่วนผสมและอุปกรณ์ที่เราจะต้องใช้ในการทำกันก่อนดีกว่าค่ะ

สูตรนี้สำหรับไข่เป็ด 15 ฟองนะคะ ถ้าทำน้อยกว่านี้ผู้อ่านสามารถปรับสูตรได้ตามอัตราส่วนค่ะ

ไข่เป็ดดิบ 15 ฟอง โดยเลือกไข่ที่มีลักษณะสด ใหม่

ปูนขาว 300 กรัม

เกลือ 200 กรัม

โซดาแอช หรือ โซเดียม คาร์บอนเนต 120 กรัม

ใบชาดำ (ชาจีน) 30 กรัม

สังกะสีออกไซด์ 1 กรัม

ส่วนผสมในการเคลือบเปลือกไข่

ดินขาว

แป้งเปียก (ได้จากการต้มแป้งมัน 200 กรัม กับน้ำ ½ ลิตร)

น้ำสะอาด 2 ลิตร

สำหรับโซดาแอช หรือ โซเดียม คาร์บอนเนต และสังกะสีออกไซด์ สามารถหาซื้อได้ตามร้านเคมีทั่วไปและร้านที่ขายเครื่องทำขนมนะคะ

อุปกรณ์

ไหหรือโอ่งสำหรับดองไข่

ไม้ไผ่สานปิดกันไข่ลอย

หม้อต้มแบบเคลือบ

เมื่อหาอุปกรณ์และส่วนผสมได้ครบแล้ว เรามาเริ่มขั้นตอนการทำไข่เยี่ยวม้ากันดีกว่าค่ะ

ขั้นตอนแรกนะคะ ให้เราทำการเลือกไข่เป็ด นำไข่เป็ดมาล้างให้สะอาด ผึ่งลมให้แห้งสนิท

ให้เรานำใบชา ปูนขาว เกลือ โซดาแอส ทำการผสมกันตามอัตราส่วนที่ได้เตรียมเอาไว้ นำลงไปต้มในหม้อ จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น แล้วทำการแยกตะกอนทิ้ง

นำไข่ที่เตรียมไว้ บรรจุลงภาชนะที่จะใช้ดองแล้วนำไม้ไผ่สานที่เตรียมไว้ปิดไว้เหนือไข่เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่ลอยเหนือน้ำ(หากไข่ลอยน้ำในระหว่างดองไข่นั้นจะเน่า) ดองไข่ไว้ 30 วัน

เมื่อครบกำหนด 30 วัน ให้เทน้ำในโหลดองทิ้ง ทำการล้างไข่ที่ดองไว้ ให้สะอาดจากนั้นเคลือบไข่ด้วยดินขาวและแป้งเปียกที่เตรียมไว้ โดยไข่เยี่ยวม้าที่ทำไว้สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 3 เดือนเลยทีเดียว

เมื่อเสร็จสิ้น เราจะได้ไข่เยี่ยวม้าจากฝีมือเราที่สะอาด ปลอดภัยจากสารตะกั่ว ไข่เยี่ยวม้าที่ดีนั้น ส่วนของไข่ขาวควรมีลักษณะเป็นวุ้นใส สีน้ำตาลอ่อน หรือสีน้ำชาแก่ หรือสีน้ำตาลเข้ม ส่วนไข่แดงมีลักษณะเป็นครีมแข็งบางส่วน สีเทาดำ หรือสีเขียวเข้มปนน้ำตาล ในการทำไข่เยี่ยวม้าตามอุตสาหกรรมนั้น บางครั้งจะใช้ปูนแดงเคลือบจึงทำให้สีของไข่เยี่ยวม้าตามท้องตลาดนั้นมีสีแดง เนื่องจากปูนแดงที่เคลือบไว้นั้นเอง

 

loading...

Related posts:

คิดให้ดีก่อนกิน! 10 ของหวานแคลอรี่สูงปรี๊ด
หมูทอดน้ำปลา สูตรหมูทอดสุดฟิน ทำง่ายสมชื่อเมนูหมู
ชาเขียว รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของน้ำชาเขียว Green tea
โกโก้ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นโกโก้
ช็อกโกแลต รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของผงช็อกโกแลต
เมนูกับข้าวกับปลา 17 เมนู มื้อเย็นไม่อ้วนชวนกินปลา
ป๊อปคอร์น แบบสำเร็จรูปที่นำไปเข้าไมโครเวฟง่าย ๆ
กระเพาะปลา อาหารบำรุงสุขภาพของชาวจีนช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง
No votes yet.
Please wait...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ