ไอบูโพรเฟน Ibuprofen เป็นยาแก้อักเสบปราศจากสเตียรอยด์ ใช้รักษาอาการปวด ไข้

 

Share This:

ไอบูโพรเฟน Ibuprofen เป็นยาแก้อักเสบปราศจากสเตียรอยด์ ใช้รักษาอาการปวด ไข้
Rate this post
loading...

ไอบูโพรเฟน

ไอบูโพรเฟน  หรือ ไอบิวพรอเฟิน (อังกฤษ: Ibuprofen) เป็นยาแก้อักเสบปราศจากสเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drug) หรือเอ็นเซด (NSAID) ซึ่งใช้รักษาอาการปวด ไข้ และการอักเสบ[3] รวมถึงอาการปวดระดู และข้ออักเสบรูมาติก[3] โดยปรกติแล้ว ร้อยละ 60 ของผู้ได้รับเอ็นเซดจะมีอาการดีขึ้น แต่ถ้าเอ็นเซดประเภทหนึ่งไม่ได้ผล ก็อาจใช้อีกประเภทได้[4] อนึ่ง ไอบิวพรอเฟนยังอาจใช้ระงับอาการ “ดักตัส อาร์เทอริโอซัส ยังคงอยู่” ในทารกคลอดก่อนกำหนด และอาจบริโภคทางปากหรือหลอดเลือด ไอบิวพรอเฟนนั้นมักออกฤทธิ์ภายในหนึ่งชั่วโมง หรือยาที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อทางการค้าว่า บรูเฟน (Brufen), บูเฟล็กซ์ (Buflex), โคโปรเฟน (Coprofen), ดูแรน (Duran), โกเฟน 400 (Gofen 400), ไอบูเฟน (Ibufen), อัยบูแกน (Ibugan), ไอบูแมน (Ibuman), ไอโปรเฟน (Iprofen), จูนิเฟน (Junifen), นูโรเฟน (Nurofen) หรือรูโปรเฟน (Ruprofen) เป็นยาในกลุ่มยาแก้ปวดจำพวกเอ็นเสด (NSAIDs) ซึ่งเป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ มีสรรพคุณเป็นยาแก้ปวดที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถใช้บรรเทาอาการปวดประจำเดือน ปวดไมเกรน อาการปวดจากข้ออักเสบ* และใช้เป็นยาลดไข้ได้

ไอบูโพรเฟน
ไอบูโพรเฟน

ยาไอบูโปรเฟนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) เป็นยาแก้ปวดระดับน้อยถึงปานกลาง สามารถใช้บรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบปวดประจำเดือน และใช้เป็นยาลดไข้ได้ นอกจากนี้ทางการแพทย์ยังนำไปใช้รักษาอาการปวดจากโรคข้อบางชนิดและบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน

ยาไอบูโปรเฟนออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาไอบูโปรเฟน โดยจะไปยับยั้งการทำงานของสารไซโคลออกซิจีเนส (Cyclooxygenase) กล่าวง่ายๆว่าเป็นสารเคมีในร่างกายชนิดหนึ่งซึ่งจะไปเปลี่ยนสารเคมีบางกลุ่มให้กลายเป็นสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) โพรสตาแกลนดินเป็นตัวชักนำให้เกิดอาการปวด การอักเสบ และก่อให้เกิดอาการไข้ของร่างกาย นอกจากนั้นไอบูโปรเฟนยังสามารถออกฤทธิ์โดยตรงที่สมองและบริเวณอวัยวะที่มีอาการปวดได้

Ibuprofen
Ibuprofen

ยาไอบูโปรเฟนมีรูปแบบจัดจำหน่ายอย่างไร?

ไอบูโปรเฟนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้

  • ชนิดเม็ด ขนาด 200 และ 400 มิลลิกรัม
  • ชนิดน้ำ ขนาด 100 มิลลิกรัมในน้ำ 1 ช้อนชา

ยาไอบูโปรเฟนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาไอบูโปรเฟนควรรับประทานพร้อมหรือหลังอาหารทันทีเพื่อลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร สำหรับผู้ใหญ่ขนาดสูงสุดที่รับประทานไม่ควรเกิน 2.4 กรัม/วัน ไอบูโปรเฟนจัดเป็นยาอันตรายและมีผลอันไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) มากมาย จึงไม่ควรซื้อยากินเอง ขนาดของยาที่รับ ประทานในผู้ใหญ่และเด็กมีขนาดที่ต่างกัน ดังนั้นจึงควรได้รับคำแนะนำการใช้ยาจากแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมทั้งยาไอบูโปรเฟน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

  • ประวัติแพ้ยาทุกชนิดและอาการจากการแพ้ยาเช่น กินยาแล้ว คลื่นไส้มาก ขึ้นผื่น หรือ แน่น หายใจติดขัด/หายใจลำบาก
  • มีโรคประจำตัวต่างๆรวมทั้งกำลังกินยาอะไรอยู่เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง อื่นๆ เพราะยาอาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆที่กินอยู่ก่อนแล้ว
  • หากเป็นสุภาพสตรีควรแจ้งว่าอยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือไม่ หรือกำลังให้นมบุตรหรือไม่ เพราะยามักผ่านรกหรือผ่านเข้าสู่น้ำนมและเข้าสู่ทารก ก่อผลข้างเคียงต่อทารกได้

 

 

บรูเฟน
IMAGE SOURCE : www.medicinep.com
โกเฟน400
IMAGE SOURCE : www.ioffer.com
นูโรเฟน
IMAGE SOURCE : www.bbc.com

ไอบูโพรเฟน
IMAGE SOURCE : en.wikipedia.org (by Derrick Coetzee), www.ebay.com, www.hmedixpharmacy.com, www.mims.com, www.229877.com, www.suprememed.com
นูโรเฟนเจล
IMAGE SOURCE : www.mims.com

ไอบิวพรอเฟนมักก่อผลข้างเคียงเป็นอาการแสบร้อนกลางอกและผื่น[3] แต่เมื่อเทียบกับเอ็นเซดประเภทอื่น ๆ ไอบิวพรอเฟนอาจมีผลข้างเคียงอย่างอาการเลือดออกในทางเดินอาหารน้อยกว่า[4] ทว่า ถ้าใช้ในปริมาณมากและเป็นเวลานาน ไอบิวพรอเฟนจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดหัวใจล้มเหลวไตล้มเหลว และตับล้มเหลว[3] ถ้าใช้น้อยและไม่นาน ก็ไม่ปรากฏว่าเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายขาดเลือด แต่ถ้าใช้มากและนานก็ไม่แน่ นอกจากนี้ ไอบิวพรอเฟนอาจทำให้โรคหืดแย่ลงได้[4] อนึ่ง แม้ยังไม่แน่ชัดว่า ไอบิวพรอเฟนเป็นอันตรายต่อครรภ์ในระยะแรกเริ่มหรือไม่ แต่ปรากฏว่า มีอันตรายต่อครรภ์ในระยะท้าย

ไอบิวพรอเฟนนั้น สตูเวิร์ด แอดัมส์ (Stewart Adams) ค้นพบใน ค.ศ. 1961 และนำออกขายในชื่อ “บรูเฟน” (Brufen)[5] ภายหลังมียี่ห้ออื่น ๆ อีก เช่น “แอดวิล” (Advil), “มอตริน” (Motrin), และ “นูโรเฟน” (Nurofen)[3][6] ไอบิวพรอเฟนเริ่มตีตลาดในสหราชอาณาจักรเมื่อ ค.ศ. 1969 และในสหรัฐอเมริกาเมื่อ ค.ศ. 1974[3][5] ไอบิวพรอเฟนยังได้รับการบรรจุในทะเบียนต้นแบบยาสำคัญขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมีรายการยาที่สำคัญอย่างยิ่งยวดและจำเป็นต่อระบบสุขภาพขั้นพื้นฐาน[7]

 

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาไอบูโปรเฟนสามารถรับประทานยาเมื่อนึกขึ้นได้ หากการลืมทานยาใกล้กับมื้อถัดไปให้รับประทานขนาดปกติ โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

ยาไอบูโปรเฟนมีผลไม่พึงประสงค์ไหม?

ผลอันไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) ของยาไอบูโปรเฟนคือ ในการรับประทานขนาดต่ำๆมีผลระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและลำไส้และสามารถทำให้ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติได้ จึงไม่แนะนำให้ใช้ยากับผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ และ/หรือระบบหัวใจ

มีบางรายงานกล่าวว่าการใช้ยาตัวนี้จะทำให้สภาพร่างกายทนต่อแสงแดดได้น้อยลงเช่น เกิดอาการปวดแสบร้อนเมื่อออกแดดนานๆ กล่าวคือไวต่อแสงแดดเกินกว่าปกติที่เคยเป็น

ผลอันไม่พึงประสงค์อื่นๆของยาไอบูโปรเฟนเช่น คลื่นไส้ ท้องเสีย เลือดออกในทางเดินอาหาร ปวดศีรษะ ง่วงนอน เกิดผื่นคันทางผิวหนัง และหอบหืด

ยาไอบูโปรเฟนมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นไหม?

การกินยาไอบูโปรเฟนมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่น (ปฎิกิริยาระหว่างยา) ได้ดังนี้

  • เมื่อกินร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้
  • เมื่อกินร่วมกับยาลดความดันโลหิตจะทำให้ประสิทธิภาพการลดความดันโลหิตลดลง และทำให้ไตทำงานบกพร่อง กลุ่มยาลดความดันโลหิตเช่น อะทีโนลอล (Atenolol) โปรปาโนลอล (Propanolol) เมโทรโปลอล (Metropolol) แคนดีซาร์แทน (Candesartan) โลซาร์แทน (Losartan) และโอลมีซาร์แทน (Olmesartan)
  • เมื่อกินร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดจะเสริมฤทธิ์กันและก่อให้เกิดภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ง่าย กลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือดเช่น แอบซิไซแมบ (Abciximab) และวอร์ฟาริน (Warfarin Sodium)
  • เมื่อกินร่วมกับยารักษาโรคหัวใจบางชนิดจะทำให้การออกฤทธิ์ของยารักษาโรคหัวใจมีมากขึ้นจนอาจเป็นพิษต่อร่างกายได้ อาจส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ คลื่นไส้ อาเจียน การมองเห็นภาพไม่ชัดเจน ยารักษาโรคหัวใจเช่น ไดจอกซิน (Digoxin)

มีข้อควรระวังไหมเมื่อกินยาไอบูโปรเฟน?

loading...

ข้อควรระวังในการใช้ยาไอบูโปรเฟนคือ ในผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร ในผู้ที่มีประวัติหอบหืด ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ในโรคความดันโลหิตสูง ในผู้ที่มีประวัติการแพ้ยาแอสไพริน หรือการแพ้ยาในกลุ่มเอนเสดทั้งหลาย และการแพ้ยาไอบูโปรเฟน นอกจากนั้นคือ ห้ามใช้ยาหมดอายุ

***** อนึ่ง

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมถึงยาไอบรูโปรเฟน) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ควรเก็บรักษายาไอบูโปรเฟนอย่างไร?

การเก็บรักษายาไอบูโปรเฟนได้แก่

  • ยาเม็ด สามารถเก็บได้ที่อุณหภูมิห้อง แต่ควรเก็บให้พ้นแสงแดดและความชื้น
  • ยาน้ำ หลังเปิดขวดใช้แล้ว สามารถใช้ต่อได้ไม่เกิน 3 เดือน (เมื่อยาไม่มีการเปลี่ยนสีหรือกลิ่นหรือผิดปกติอื่นๆ) และ
  • ควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยงเสมอ และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ

ยาไอบูโปรเฟนมีชื่ออื่นๆอีกไหม? ผลิตโดยบริษัทอะไรบ้าง?

ชื่อทางการค้าและบริษัทผู้ผลิตยาไอบูโปรเฟน เช่น

ชื่อทางการค้า บริษัทผู้ผลิต
Aprofen (อะโปรเฟน) Medicine Supply
Brufen (บรูเฟน) Abbot
Brusil (บรูซิล) Silom Medical
Cefen junior (ซีเฟน จูเนียร์) Pharmasant Lab

 

สรรพคุณของยาไอบูโพรเฟน

 

 

 

ไอบูโพรเฟนกับผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งไม่มียารักษาเฉพาะ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ประมาณ 70% จะหายจากโรคนี้ได้เอง การรักษาโรคนี้จึงเป็นการรักษาเพื่อประคับประคองไปตามอาการให้ร่างกายฟื้นตัวและพ้นระยะอันตรายในช่วงสัปดาห์แรก ดังนั้น เมื่อมีไข้สูงต่อเนื่องกัน 2 วัน รับประทานยาหรือเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลดลง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

สำหรับการดูแลผู้ป่วยไข้เลือดออกอย่างถูกต้องในระยะ 1-2 วันแรกที่มีไข้สูง แนะนำว่า ให้เช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดาและรับประทานยาพาราเซตามอลเฉพาะเวลาที่มีไข้สูง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อตับ ส่วนยาที่ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาดคือ ไอบูโพรเฟน และแอสไพริน เพราะตัวยาจะไปกัดกระเพาะอาหาร ทำให้เลือดออกง่ายขึ้น เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ส่งผลให้อาการของผู้ป่วยแย่ลงกว่าเดิม

 

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงในการใช้ยาไอบูโพรเฟน

  1. ไอบูโพรเฟน เป็นตัวยาที่ห้ามใช้กับผู้ที่เคยมีประวัติการแพ้ยาและผู้ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด ลมพิษ ภูมิแพ้ หญิงตั้งครรภ์ระยะที่ 3 ผู้ที่เป็นโรคแผลเพ็ปติก หรือผู้ที่แพ้ยาตัวอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์
  2. ไม่ควรใช้ยาตัวนี้กับผู้ป่วยโรคตับแข็ง ไตวายและหัวใจวาย หรือถ้าต้องใช้จริงๆ ก็ควรใช้อย่างระมัดระวังมากที่สุด เพราะอาจส่งผลให้โรคดังกล่าวกำเริบได้
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาตัวยาแอสไพริน ตัวยาที่เป็นสตีรอยด์ และแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์ยาที่ส่งผลต่อกระเพาะอาหาร
  4. ยาตัวนี้อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารก่อนรับประทานยาเพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง
  5. อาจทำให้มีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เสียงดังในหู ตามัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ง่วงซึม อ่อนเพลีย เป็นต้น
  6. ผู้ที่แพ้ยาตัวนี้อาจทำให้เกิดอาการผื่นคันและช็อกได้
  7. อาจส่งผลให้เม็ดเลือดขาวต่ำ โลหิตจาง และเกล็ดเลือดต่ำ
  8. ไอบูโพรเฟน เป็นตัวยาที่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบและภาวะไตวายได้

 

http://halsat.com

 

 

loading...

Related posts:

ยาทรามาดอล (Tramadol) สรรพคุณวิธีใช้และผลข้างเคียง
ยาลดความอ้วนที่ถูกต้องตามกฎหมาย นั้นมีจริงหรือไม่?
ซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) รวมสรรพคุณของยาที่ใช้รักษาและผลข้างเคียงของยา
ถ่านกัมมันต์ / ชาร์โคล (Activated charcoal) สรรพคุณ ผลข้างเคียง ฯลฯ
แอสไพริน (Aspirin) / ต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ แก้อาการปวด บรรเทาอาการอักเสบ
ยาธาตุน้ำขาว Suspension สามารถใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่รับประทานง่าย
ยาแก้ปวดฟัน ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและการใช้ยารักษาปวดฟัน 30 วิธี
ยาคลายกล้ามเนื้อ ลักษณะอาการ สาเหตุหลักและวิธีใช้ยาคลายเส้น 10 ข้อ
No votes yet.
Please wait...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่แนะนำ