กล้วยนวล รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของกล้วยนวลญวน

Share This:

 

 

กล้วยนวล

กล้วยนวล ชื่อสามัญ Elephant banana[4], Ensets[5]

 ชื่อวิทยาศาสตร์ Ensete glaucum (Roxb.) Cheesman[2],[5] (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Musa glauca Roxb.)[1],[3] จัดอยู่ในวงศ์กล้วย (MUSACEAE)

 หรือ กล้วยหัวโต ชื่อวิทยาศาสตร์: Ensete glaucum เป็นกลุ่มของกล้วยอบิสซิเนียที่ไม่เป็นรู้จักมากนัก บางครั้งมีชื่อวิทยาศาสตร์ Musa nepalensis หรือ Ensete giganteum หรือ Ensete wilsonii เป็นพืชพื้นเมืองในจีน เนปาล อินเดีย พม่า และประเทศไทยในพื้นที่สูง ลำต้นเป็นเหง้าไม่แตกหน่อ โคนป้อมใหญ่ สีของกาบลำต้นเทียมสีเขียว มีนวลเป็นไขหนา ก้านใบมีสีเขียว มีร่องเปิด เส้นกลางใบสีเขียว ริ้วประดับสีเขียว ลักษณะคล้ายกล้วยผา ริ้วประดับเรียงสลับกับดอกและชิดติดกันมาก ช่อดอกขนาดใหญ่ โค้งลง ผลใหญ่กลมป้อม เมล็ดขนาดใหญ่ สีดำ มีจำนวนมาก

เป็นพืชที่รับประทานได้ ชาวเมี่ยนนำปลีไปแกง และนำกาบกล้วยไปเป็นอาหารหมู

สรรพคุณของกล้วยนวล
รากเหง้าใช้เป็นยาแก้ถ่ายท้องได้เป็นอย่างดี (รากเหง้า)
น้ำใส ๆ ที่อยู่ภายในโพรงหัว ใช้รักษาผมร่วง (น้ำใสที่อยู่ในโพรงหัว)
ประโยชน์ของ
ผลอ่อนนำมาใช้ทำส้มตำกล้วย หรือใช้รับประทานสด หรือจะใช้ผลดิบเป็นเครื่องเคียงก็ได้
ยอดอ่อน นำมาใช้ทำแกงหยวกกล้วยใส่ไก้ มีรสหวานเล็กน้อย
ปลี สามารถนำมารับประทานได้ด้วยการนำไปแกง
บ้างว่ากล้วยชนิดนี้รับประทานไม่ได้ แต่สามารถนำมาใช้เลี้ยงสุกรได้ โดยกาบกล้วยใช้เป็นอาหารสุกร
ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไปในสวน
ใบนำใช้รองผักหญ้า รองข้าวเหนียวตอนอุ่นในลังถึง หรือใช้กาบใบนำมาทำใยมาใช้ทำเชือกสำหรับรัดสิ่งของ หรือใช้สับทำปุ๋ยใส่โคนต้นไม้อื่น

ในทางเหนือ ยกย่องว่า เป็นต้นกล้วยที่สามารถเอามาทำแกงหยวกได้อร่อยที่สุด มีเท่าไหร่ก็ไม่เคยเพียงพอ

ประโยชน์

  1. ผลอ่อนนำมาใช้ทำส้มตำกล้วย[3] หรือใช้รับประทานสด หรือจะใช้ผลดิบเป็นเครื่องเคียงก็ได้[5]

  2. ยอดอ่อน นำมาใช้ทำแกงหยวกใส่ไก้ มีรสหวานเล็กน้อย[3]

  3. บ้างว่ากล้วยชนิดนี้รับประทานไม่ได้ แต่สามารถนำมาใช้เลี้ยงสุกรได้[4] โดยกาบกล้วยใช้เป็นอาหารสุกร (เมี่ยน)[2]

  4. ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไปในสวน[5]

  5. ใบนำใช้รองผักหญ้า รองข้าวเหนียวตอนอุ่นในลังถึง หรือใช้กาบใบนำมาทำใยมาใช้ทำเชือกสำหรับรัดสิ่งของ หรือใช้สับทำปุ๋ยใส่โคนต้นไม้อื่น[6]

  6. ปลีกล้วย สามารถนำมารับประทานได้ด้วยการนำไปแกง (เมี่ยน)[2]