กวาวเครือขาว รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของกวาวเครือขาว

Share This:

กวาวเครือขาว

กวาวเครือขาว (Pueraria mirifica) หรือ White kwao krua

กวาวเครือขาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Pueraria candollei var. mirifica (Airy Shaw & Suvat.) Niyomdham (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Pueraria mirifica Airy Shaw & Suvat.) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยถั่ว FABOIDEAE (PAPILIONOIDEAE หรือ PAPILIONACEAE) เช่นเดียวกับกวาวเครือแดง กวาวเครือขาว ชื่อวิทยาศาสตร์: Pueraria candollei Graham ex Benth. var mirifica เป็นพืชในวงศ์ Leguminosae ชื่ออื่นๆ ได้แก่ กวาวเครือ ทองเครือ ทองกวาว ตานจอมทอง จอมทอง กวาวหัว เป็นพืชลงหัว หัวใต้ดิน กลม มีหลายขนาด หัวที่มีอายุมากมีขนาดใหญ่ ที่เปลือก เมื่อเอามีดปาดจะมียางสีขาวคล้ายน้ำนม เนื้อในสีขาวคล้ายมันแกว เนื้อจะเปราะ มีเส้นมาก หัวที่ยังเล็ก เนื้อในจะละเอียด มีน้ำมาก

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

สรรพคุณของกวาวเครือขาว

  1. สำหรับผู้ที่เคยมีบุตรแล้วจะช่วยทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้น และช่วยลดปัญหาหน้าท้อง สะโพก ต้นขาลายได้

  2. สำหรับผู้ที่มีบุตรยาก เชื่อว่าจะทำให้มีบุตรง่ายขึ้น

  3. มีการศึกษาทดลองในสัตว์ต่าง ๆ (หนู สุนัข แมว) พบว่ากวาวเครือขาวช่วยคุมกำเนิดได้ทั้ง 2 เพศ คือ ทำให้สัตว์เพศผู้ไม่อยากผสมพันธุ์ ส่วนเพศเมียช่องคลอดและมดลูกจะขยายใหญ่ ทำให้การตกไข่ถูกยับยั้ง

  4. ในการรับประทานไม่ควรหวังผลในการเพิ่มขนาดทรวงอกหรือบำรุงสมรรถภาพทางเพศ เพราะยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันทางด้านความปลอดภัยและคุณสมบัติอย่างชัดเจน แต่ควรใช้เพื่อบำรุงร่างกาย แก้ปัญหาประจำเดือนซะมากกว่า

  5. นำมาผลิตเป็นกวาวเครือขาวแคปซูลและกวาวเครือขาวแบบครีมเพื่อช่วยขยายหน้าอก

  6. ช่วยทำให้ช่องคลอดของหญิงวัยทองไม่แห้งด้วย

  7. มีช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูก

  8. แก้อาการปวดประจำเดือน ปัญหาประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

  9. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

  10. ช่วยให้การเคลื่อนไหว การเดินเหินคล่องแคล่วขึ้น

  11. มีส่วนช่วยลดและรักษาอาการ vasomotor (อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน)

  12. ช่วยป้องกันโรคตาฟาง และต้อกระจก

  13. ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้

  14. ช่วยบำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญ

  15. ใช้เป็นฮอร์โมนทดแทนในเพศหญิงได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

  16. ช่วยรักษาอาการหมดประจำเดือนในวัยก่อนและหลังหมดประจำเดือนที่มีอาการบกพร่องของฮอร์โมนเอสโตรเจน

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กวาวเครือขาว

ประโยชน์ของกวาวเครือขาว

  1. ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้าของร่างกาย

  2. ช่วยให้นอนหลับสบาย

  3. บำรุงสมอง ช่วยให้ความจำดีขึ้น

  4. สำหรับผู้ที่ผอมแห้ง จะช่วยทำให้ดูอ้วนท้วมสมบูรณ์ขึ้น

  5. ช่วยให้รับประทานอาหารได้รสชาติอร่อยขึ้น

  6. ช่วยบำรุงโลหิต ทำให้มีพลัง

  7. ช่วยให้ผมขาวกลับคืนสภาพปกติ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม

  8. ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นมีส่วนช่วยลดความมันบนใบหน้า

  9. มีส่วนในการช่วยลดสิว ฝ้า กระ

  10. ช่วยสมานริ้วรอยบนใบหน้าจากความหยาบกร้าน

  11. ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้กับร่างกาย

  12. ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย

  13. ประโยชน์ของกวาวเครือขาวช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่งสดใส นุ่มนวลเรียบเนียน

  14. เป็นสมุนไพรอายุวัฒนะ มีส่วนช่วยในการชะลอวัย

  15. ประโยชน์กวาวเครือขาวช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย และลดเลือนริ้วรอยบริเวณผิวหน้าและผิวกาย

  16. กวาวเครือขาวมีสรรพคุณช่วยขยายทรวงอกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แก้ปัญหาทรวงอกหย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงเหมือนเดิม

  17. ช่วยเพิ่มปริมาณเส้นผมและช่วยให้เส้นผมดกดำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กวาวเครือขาว

 

กวาวเครือขาวมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?

  1. กราวเครือนั้นมีพิษทำให้เมาเบื่อตัวเองการรับประทานมาเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ ด้วยเหตุนี้ควรรับประทานสมุนไพรที่มีส่วนช่วยป้องกันหรือรักษาอาการท้องอืดร่วมด้วย เช่น พริกไทย เป็นต้น

  2. หากรับประทานกราวเครือขาวแล้วอาจจะทำให้ประจำเดือนมามากกว่าปกติ จนบางท่านรู้สึกกังวล แต่การที่ประจำเดือนมามากนี้ก็ถือเป็นผลดีต่อร่างกายในการขับของเสียทำให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น จึงไม่ต้องเป็นกังวล

  3. สามารถใช้ครีมบำรุงทรวงอก (Breast Cream) ร่วมกับกราวเครือขาวได้ในการเพิ่มขนาดทรวงอกได้

  4. กวาวเครือขาว ผลข้างเคียงและอาการอื่นๆที่พบได้ทั่วไป เช่น เจ็บคัดเต้านม ปวดศีรษะ คลื่นไส้ มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เป็นต้น

  5. ไม่ควรรับประทานในปริมาณมากต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเกินไปหรือติดต่อกันนานกว่า 2 ปี

  6. ห้ามรับประทานเกินขนาดที่แนะนำ หรือไม่เกินวันละ 100 mg.

  7. ห้ามรับประทานของหมักดองเปรี้ยว ดองเค็ม (ตำราแผนโบราณกล่าวไว้ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์)

  8. ควรอาบน้ำวันละ 3 ครั้ง (ตำราแผนโบราณกล่าวไว้ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์)

  9. ห้ามไม่ให้ตากอากาศเย็นเกินไป (ตำราแผนโบราณกล่าวไว้ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์)

  10. ฮอร์โมนเหล่านี้หากได้รับมากจนเกินไปอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้

  11. อาจจะทำให้เยื่อหุ้มอัณฑะหนาตัวและอาจเป็นมะเร็งอัณฑะในเพศชายได้ หากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน

  12. ในเพศหญิงอาจมีผลทำให้เต้านมแข็งเป็นก้อนหรืออาจทำให้เกิดเนื้องอกจนเป็นมะเร็งเต้านมได้ หากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน

  13. ตำรายาแผนโบราณระบุไว้ว่า คนหนุ่มสาวห้ามรับประทาน (ในที่นี้คงจะหมายถึงผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี)

  14. ห้ามใช้ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ เพราะตัวยาอาจจะไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเพศและระบบประจำเดือนได้ หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

  15. เด็กหญิงวัยก่อนมีประจำเดือน ไม่ควรรับประทาน

  16. สตรีที่อยู่ในระหว่างให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน

  17. ผู้ที่เป็นโรคมะเร็ง เนื้องอก หรือเป็นโรคต่อมไทรอยด์โต ไม่ควรรับประทาน

  18. ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับทรวงอก มดลูกและรังไข่ เช่น เป็นซีสต์ พังผืด เนื้องอกเป็นก้อน มะเร็ง ก็ไม่ควรรับประทาน

  19. ผู้ที่ดื่มสุรา และมีประวัติเป็นโรคตับเป็นพาหนะไวรัสตับอักเสบบีที่มีโอกาสเป็นมะเร็งตับสูง ก็ไม่ควรรับประทาน

กวาวเครือขาวมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพร หัว บำรุงเนื้อหนังให้เต่งตึง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้อ่อนเพลีย ผอมแห้ง นอนไม่หลับ มีฮอร์โมนเพศหญิงสูง ทาหรือรับประทานทำให้เต้านมขยายตัว เส้นผมดกดำ เพิ่มเส้นผม เป็นยาปรับรอบเดือน บำรุงความกำหนัด บำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้เจริญ แก้โรคตาฟาง ต้อกระจก ทำให้ความจำดี บำรุงโลหิต กินได้นอนหลับ ผิวหนังเต่งตึงมีน้ำมีนวล ถ้ารับประทานเกินขนาดจะเป็นอันตรายได้ ทำให้มีอาการมึนเมา คลื่นไส้อาเจียน อาจทำให้แท้งบุตรได้ เปลือกเถา แก้พิษงู ในพม่าใช้ หัว เป็นยาอายุวัฒนะของทั้งหญิงและชาย แต่ไม่เหมาะกับคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะหญิงวัยเจริญพันธุ์[2]

กวาวเครือขาวเป็นพืชที่มีความเป็นพิษ ยับยั้งการเกี้ยวพาราสี การผสมพันธุ์และการเจริญของอัณฑะในนกพิราบเพศผู้ ยับยั้งการเจริญของฟอลลิเคิลในนกพิราบตัวเมีย ยับยั้งการให้นมของหนูที่กำลังให้นม โดยไปยับยั้งการเจริญของต่อมน้ำนม และการสร้างน้ำนม มีผลป้องกันการตั้งครรภ์ เมื่อให้หนูกินในช่วงตั้งท้องวันที่ 1-10 ติดต่อกัน หรือให้กินในช่วงที่มีการเคลื่อนย้ายของตัวอ่อน หนูจะแท้งลูก เมื่อให้ในหนูที่ตัดรังไข่ออก กินกวาวเครือพบว่าน้ำหนักของมดลูกและปริมาณของเหลวในมดลูกเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับที่พบในหนูที่ได้รับ ethinyl estradiol

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่น่าสนใจ