ช็อกโกแลตซีสต์ โรคภายในของผู้หญิงที่ต้องเสี่ยงทุกคน ด้วยทุกวัย

Share This:

ช็อกโกแลตซีสต์
ช็อกโกแลตซีสต์

โรคช็อกโกแลตซีสต์หรือโรคที่ทางการแพทย์เรียก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) หรือถุงน้ำช็อกโกแลต คือภาวะที่มีเซลล์เหมือนเยื่อบุโพรงมดลูกเกิดไป เติบโตนอกโพรงมดลูกหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เช่น ในเนื้อของมดลูก ข้างมดลูกในอุ้งเชิงกราน เมื่อเซลล์ไปเจริญเติบโตผิดที่จึงส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านร่างกายบริเวณนั้น ทำให้มีอาการเหมือนอักเสบคือปวดท้อง นอกจากนี้ เมื่อถึงเวลามีประจำเดือน เลือดจะแทรกตัวขังอยุ่ในอวัยวะที่มันเกาะทำให้เป็นซีตส์เกิดขึ้น หรือเรียกว่า ช็อกโกแลตซีตส์ (Chocolate cyst) เมื่อเกิดขึ้นจะทำให้มีอาการปวดรุนแรงมาก ทำให้มดลูกโตและประจำเดือนมามากผิดปกติได้ อาการที่กล่าวจึงถึงได้ว่าผิดปกติของระบบสืบพันธ์

ผู้หญิงหลายคนเริ่มรู้จักโรคนี้กันดียิ่งขึ้น เพราะพบผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดบ่อยขึ้น ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบถึงสาเหตุ อาการ และสัญญาณบอกเหตุก่อนพุ่งตัวไปโรงพยาบาล มีอาการแตกต่างจากการปวดท้องปกติอย่างไร รวบรวมข้อมูลมาฝากให้เตรียมตัวกัน

ผลที่ปรากฎเมื่อเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

 

มีบุตรยาก

เมื่อเยื่อบุนี้ไปเกาะอยู่บนรังไข่ ทำให้รังไข่มีพื้นในการผลิตไข่และสร้างฮอล์โมนน้อยลง เพราะถูกแทนที่ด้วยช้อกโกแลตซีสต์เต็มไปหมด ไข่ที่ผลิตได้ก็มีคุณภาพไม่ค่อยดี มีพังผืดเกิดขึ้น ทำให้ท่อรังไข่คดงอ ไข่กับอสุจิที่ผสมกันแล้วจึงผ่านมาฝังตัวไม่สะดวก
ปวดท้องเวลามีประจำเดือน

เมื่อมีประจำเดือนไหลย้อนกลับและหยดลงไปในช่องท้องจะรู้สึกปวด

บางครั้งอาจปวดท้องอย่างรุนแรง คนที่ปวดประจำเดือนอาจมีช็อกโกแลตซีสต์ซ่อนอยู่ก็เป็นได้มากน้อยบ้าง ปวดตรงไหนก็แสดงว่าเยื่อบุไปเกาะตรงนั้น อาการปวดยังเกิดจากการที่มี

พังผืดมาเกาะมากก็ปวดมาก

บางเดือนตัวเราเคลื่อนไหวไม่มากก็อาจจะไม่ปวดก็ได้ค่ะ มีก้อนที่มดลูกหรือรังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกนี้นอกจากจะไหลกระจายไป บางครั้งอาจแทรกซึมเข้าไปอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อมดลูก หรือมีลักษณะเป็นก้อนบริเวณรังไข่ ซึ่งภายในจะบรรจุด้วยเลือดสีคล้ำๆคล้ายช้อกโกแลตก็เป็นไปได้

รู้ได้อย่างไรว่า ใช่ช็อกโกแลตซีตส์หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

หากสงสัยหรือมีอาการ 1 ใน 3 ข้อข้างต้น ก็ควรไปพบแพทย์ เนื่องจากไม่มีอาการอย่างอื่นให้เราสังเกตได้มากกว่านี้ การตรวจทำให้หลายวิธีคือ

1.  ตรวจภายใน เพื่อดูว่าเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไหม มดลูกใหญ่ไหม มีก้อนที่บริเวณมดลูกและรังไข่หรือไม่ ซึ่งหากมีก้อนกว่าจะคลำเจอด้วยมือก้ต้องมีขนาดใหญ่ประมาณ 2-3 ซม. ขึ้นไป
2.  อัลตร้าซาวด์ หากมีก้อนเล็กๆตั้งแต่ 5 ม.ม. ขึ้นไปก็สามารถตรวจพบได้จากการทำอัลตร้าซาวด์ เพียงแต่ไม่สามารถวินิจฉัยพังผืดได้
3.  ส่องกล้อง เป็นการวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุด แพทย์จะส่องกล้องโดยเปิดแผลเล็กๆ บริเวณใต้สะดือ แล้วสอดกล้องขนาด 5 ม.ม. -1 ซ.ม. ลงไป ซึ่งสามารถจะเห็นภาพว่ามดลูก ปีกมดลูกและรังไข่อยู่ตรงไหน มีความผิดปกติ หรือ ช็อกโกแลตซีสต์เกาะอยู่ในบริเวณมดลูกและรังไข่หรือไม่ นอกจากนี้ มีการตรวจโดยวิธีอื่น เช่น การเอกซเรย์ตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะเห็นผลไม่ค่อยแน่นอนและยุ่งยาก

 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ช็อกโกแลตซีสต์

 

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) หรือ ถุงน้ำช็อกโกแลต ในทางการแพทย์เรียกว่า “เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่” (Endometriosis) เกิดจากเลือดประจำเดือนที่ปกติต้องไหลออกมาทางช่องคลอด แต่กลับไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องผ่านท่อรังไข่ และนำเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูกเข้าไปด้วย เมื่อเซลล์นี้ไปฝังตัวอยู่ที่อวัยวะไหนก็จะเกิดถุงน้ำขึ้นที่อวัยวะนั้น เช่น อุ้งเชิงกราน ท่อรังไข่ ลำไส้ ช่องคลอด มดลูก ฯลฯ

บริเวณที่พบช็อกโกแล็ตซีสต์ได้บ่อยคือรังไข่ เนื่องจากบริเวณรังไข่เป็นบริเวณที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จึงเหมาะแก่การเจริญเติบโต แต่ถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกแทรกเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูกจะไม่กลายเป็นซีสต์ ทว่าจะกลายเป็นพังผืดหรือก้อนในกล้ามเนื้อมดลูกแทน เพราะกล้ามเนื้อมดลูกค่อนข้างแข็ง และเราเรียกภาวะนี้ว่า “Adenomyosis” ซึ่งผลที่ตามมาคือภาวะปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ประจำเดือนมามาก และมีบุตรยาก

ทั้งนี้ เมื่อเวลาที่ผู้หญิงมีประจำเดือน เยื่อบุโพรงมดลูกจะลอกตัวออกมา ถุงน้ำที่ฝังตัวอยู่ก็จะมีเลือดออกด้วย แต่เมื่อเลือดประจำเดือนออกหมดแล้วในเดือนนั้น ร่างกายก็จะดูดน้ำจากถุงกลับมา ทำให้เลือดในถุงเข้มข้นขึ้น หากเลือดค้างอยู่ในถุงน้ำนาน ๆ จะกลายเป็นสีน้ำตาล มีลักษณะเหมือนช็อกโกแลต จึงเรียกว่า “ถุงน้ำช็อกโกแลต” หรือ “ช็อกโกแลตซีสต์” นั่นเอง

นั่นหมายความว่า แต่ละเดือนที่ผ่านไป ถุงน้ำก็จะยิ่งมีเลือดออกเพิ่มขึ้น และขยายใหญ่ขึ้น แต่จะใหญ่เร็วมากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนคนนั้นว่า จะดูดน้ำกลับได้เร็วเท่าไหร่ ถ้าร่างกายดูดน้ำกลับได้เร็ว ถุงน้ำนั้นก็จะโตขึ้นแบบช้า ๆ

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ช็อกโกแลตซีสต์

วิธีการตรวจหาช็อกโกแลตซีสต์

เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจภายใน เพื่อคลำหาก้อน หรือ

อาจจะตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือการทำอัลตราซาวด์ เพื่อหาถุงน้ำในรังไข่ แต่บางครั้งก้อนมีขนาดเล็กมา มองไม่เห็น จึงต้องใช้วิธีส่องกล้องเข้าไปในช่องท้อง โดยเปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณใต้สะดือแล้วสอดกล้องขนาดประมาณ 5 มิลลิเมตร-1 เซนติเมตรลงไป เพื่อตรวจวินิจฉัยว่ามีก้อนงอกบริเวณมดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ลำไส้ หรือไม่ ซึ่งวิธีนี้เป็นการตรวจที่แน่นอนที่สุด

จริงหรือไม่? การตั้งครรภ์ช่วยรักษาช็อกโกแลตซีสต์ได้

หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า การตั้งครรภ์ และมีบุตรสามารถช่วยรักษาโรคช็อกโกแลตซีสต์ได้ แล้วสงสัยว่า เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ขอยืนยันเลยค่ะว่า การตั้งครรภ์ และมีบุตรสามารถรักษาโรคช็อกโกแลตซีสต์ได้จริง เพราะช่วงเวลาตั้งครรภ์ 9 เดือน จนถึงหลังคลอดอีก 3-6 เดือน จะเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงไม่มีประจำเดือน ซึ่งจะทำให้ถุงน้ำที่มีอยู่ฝ่อตัวไปได้นั่นเอง

ช็อกโกแลคซีสต์ คืออะไร?

 

จริงๆ แล้วช็อกโกแลตซีสต์เป็นคำเรียกง่ายๆ ของ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือถุงน้ำช็อกโกแล็ต (สีของเลือดประจำเดือนตกค้าง) เป็นอาการผิดปกติที่เซลล์เจริญเติบโตผิดที่ นานวันเข้าเซลล์นั้นใหญ่ขึ้น เลือดประจำเดือนไหลไปตกค้างอยู่ในนั้น จนกลายเป็นซีสต์ เราจึงเรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์

 

ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงเป็นช็อกโกแล็ตซีสต์

ผู้หญิงทุกวัยที่มีประจำเดือน ทุกคนเริ่มมีความเสี่ยงต่อโรคช็อกโกแล็ตซีสต์ ตั้งแต่เริ่มมีประจำเดือน ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน เพราะเป็นโรคที่มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนผู้หญิง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ช็อกโกแลตซีสต์

 

อาการของช็อกโกแลตซีสต์

 

เป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่า หากไม่ได้รับการตรวจร่างกายด้วยการตรวจภายใน อัลตร้าซาวนด์ หรือการส่องกล้อง เราอาจไม่มีทางทราบได้เลยว่ากำลังมีช็อกโกแล็ตซีสต์อยู่ในร่างกายของเรา กว่าเราจะทราบก็ต่อเมื่อก้อนซีสต์เกิดอาการอักเสบ ปวดท้องอย่างรุนแรง จนอาจต้องผ่าตัดด่วน

แต่หากตรวจร่างกายพบก่อน แล้วก้อนซีสต์มีขนาดใหญ่ หรือมีหลายก้อน แพทย์อาจพิจารณานัดผ่าตัดก่อนที่จะมีอาการปวดท้องเกิดขึ้นได้เช่นกัน

ช็อกโกแลตซีสต์

 

ปวดท้องแบบไหน ถึงเสี่ยงเป็นช็อกโกแลตซีส

 

โดยมากแล้ว ช็อกโกแลตจะเกิดขึ้นบริเวณมดลูก หรือรังไข่ภายนอก ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าเมื่อก้อนซีสต์มีอาการอักเสบ อาจจะปวดท้องได้ทั้งด้านซ้าย หรือด้านขวา หรือกลางท้องในกรณีที่มีก้อนซีสต์บริเวณมดลูก แต่ข้อสังเกตคือ บริเวณที่ปวดจะอยู่ในช่วงท้องด้านล่าง ต่ำกว่าสะดือ เหนือขาหนีบ และคนที่ปวด้องมากในช่วงมีประจำเดือน ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน หากปวดมากต้องได้รับการผ่าตัด หากปวดๆ หายๆ อาจเป็นซีสต์ธรรมดาที่ไม่ใช่ช็อกโกแลตซีสต์

 occurrence of endometriosis

ผลร้ายที่เกิดขึ้น หลังพบช็อกโกแลตซีสต์

 

นอกจากจะต้องทรมานกับอาการปวดท้องมากๆ ช่วงที่มีประจำเดือนแล้ว ด้วยพังผืดที่เกาะมดลูกหรือรังไข่ และขนาดของก้อนซีสต์ที่เข้าไปเบียดรังไข่ และท่อรังไข่จนคดงอ อาจทำให้การผลิตไข่ไม่ได้คุณภาพ ไข่กับอสุจิที่ผสมกันได้แล้วอาจฝังตัวไม่สะดวก เป็นเหตุให้มีโอกาสที่จะมีบุตรยากนั่นเอง และหากก้อนซีสต์ใหญ่ขึ้น และอยู่ไกล้ตำแหน่งอวัยวะสำคัญอื่นๆ เช่น ไต อาจทำให้ไตวายได้เช่นกัน

ช็อกโกแล็คซีสต์ รักษาอย่างไร?

 

โดยทั่วไปแล้ว หากพบก้อนซีสต์ที่มีอันตรายน้อย ขนาดเล็ก อาจให้การรักษาด้วยยา ที่จะคล้ายกับวิธีการคุมกำเนิด เพื่อยังยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิงไปก่อน อาจจะให้ทานยาคุม หรือฉีดยาคุมกำเนิด อาจมีความเป็นไปได้ที่ก้อนซีสต์จะยุบลงได้

อีกวิธีหนึ่ง คือ การผ่าตัด มีทั้งการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง และการส่องกล้อง ที่จะทำให้ผู้ป่วยมีบาดแผลเล็กกว่า สูญเสียเลือดน้อยกว่า ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ค่ารักษาก็จะแพงกว่าด้วย แต่ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับพิจารณาของแพทย์ว่าผู้ป่วยท่านนั้นเหมาะที่จะผ่าตัดด้วยวิธีไหนถึงจะเห็นผลดีที่สุด

วิธีการป้องกันช็อกโกแล็ตซีสต์ที่ดีที่สุด คือการสังเกตตัวเองว่าปวดท้องบ่อยหรือไม่ ปวดประจำเดือนมากผิดปกติหรือเปล่า และควรเข้ารับการตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายแรงในภายหลังได้

นอกจากนี้ ผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มที่มีอัตราเสี่ยงสูง เช่น ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ แพทย์อาจพิจารณาให้กินยาคุมกำเนิดตั้งแต่วัยเริ่มมีประจำเดือน และหยุดยาเมื่อมีบุตร เพื่อป้องกันโรคดังกล่าว และอาจแนะนำให้แต่งงาน เพื่อให้ตั้งครรภ์เร็ว ๆ

 

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
medthai.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

เรื่องล่าสุด

เรื่องที่น่่าสนใจ