ถ่านกัมมันต์ / ชาร์โคล (Activated charcoal) สรรพคุณ ผลข้างเคียง ฯลฯ

Share This:

ถ่านกัมมันต์

ถ่านกัมมันต์ หรือ ผงถ่านกัมมันต์ หรือ ถ่านชาร์โคล (Activated charcoal หรือ Activated carbon) คือ รูปแบบหนึ่งของธาตุคาร์บอนที่ถูกนำมาผ่านการสังเคราะห์ทางเคมีหรือการปลุกฤทธิ์ให้มีฤทธิ์เพิ่มขึ้นในกระบวนการผลิต (Activated)

ถ่านกัมมันต์จะมีลักษณะเป็นอนุภาคเล็ก ๆ หรือเป็นผงเม็ดเล็ก (Granule) ที่ในตัวอนุภาคของผงถ่านจะมีรูพรุนและมีขนาดเล็ก-ใหญ่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งในปัจจุบันมนุษย์ได้นำถ่านกัมมันต์ไปใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ใช้เป็นตัวฟอกหรือกรองอากาศในเครื่องปรับอากาศทั่วไป, ใช้เป็นไส้กรองของหน้ากากนิรภัยเพื่อกรองแก๊สพิษ, ใช้สกัดสินแร่ (เช่น แร่ทองคำ), ใช้กักเก็บแก๊สธรรมชาติในอุตสาหกรรมด้านพลังงาน, ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำดื่ม, ใช้ผลิตกาแฟชนิดที่ไม่มีกาเฟอีน, ใช้ในอุตสาหกรรมยา เป็นต้น

สำหรับการนำถ่านกัมมันต์มาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมยา วงการแพทย์ได้นำถ่านกัมมันต์มาใช้เพื่อดูดซับสารพิษที่รับประทานเข้าไปหรือดูดซับยาที่รับประทานเข้าไปเกินขนาด เพราะยาถ่านกัมมันต์นั้นมีขนาดเล็กและมีพื้นที่ผิวสัมผัสมาก จึงมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษที่เข้าไปในระบบทางเดินอาหารได้ (ซึ่งผงถ่านกัมมันต์จะไม่ถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหารและลำไส้เข้าสู่ร่างกายได้ จึงไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาการเผาผลาญในร่างกายแต่อย่างใด) แต่ความสามารถในการดูดซับพิษของถ่านกัมมันต์นี้ก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพครอบคลุมสารพิษได้ทุกชนิด เพราะยังมีสารพิษอีกหลายชนิดที่ถ่านกัมมันต์ไม่สามารถดูดซับได้ เช่น กรดแก่, ด่างแก่, สารหนู, โลหะหนัก, แอลกอฮอล์ หรือตัวทำละลายที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นต้น

ตัวอย่างยาถ่านกัมมันต์

ยาถ่านกัมมันต์ หรือ ยาถ่าน หรือ ยาผงถ่าน (ชื่อสามัญ) มีชื่อทางการค้า เช่น เบลาซิด (Belacid), ไบโคบอน (Bicobon), ไบโอดาน (Biodan), คาร์โบมินท์ (Carbomint), เกร๊ทเตอร์ คา-อา-บอน (greater CA-R-BON), คาร์บอนเพ็กเตท (Carbonpectate), เดลต้า ชาร์โคล (Delta Charcoal), เดลต้าคาบอน (Deltacabon), เกรทเตอร์ คา-อาร์-บอน (Greater Ca-R-Bon), เปปซีเทส (Pepsitase), โพลี เอ็นไซม์-l (Poly Enzyme-l), โพร เอบีเอส (Pro ABS), อัลตราคาร์บอน (Ultracarbon), อัลตราคาร์บอน เอ็กซ์ (Ultracarbon X) ฯลฯ

รูปแบบของยาถ่านกัมมันต์

  1. รูปแบบยาเดี่ยว
    • ยาผง ขนาดบรรจุ 5 กรัม
    • ยาเม็ด ขนาดบรรจุ 200 และ 250 มิลลิกรัม
    • ยาแคปซูล ขนาดบรรจุ 200 และ 260 มิลลิกรัม
  2. รูปแบบยาผสม
    • ประเภทยาแก้ท้องเสียและยาขับลมชนิดเม็ด ขนาด 65, 100, 130 และ 300 มิลลิกรัม
    • ประเภทยาช่วยย่อยชนิดเม็ด ขนาด 75 และ 90 มิลลิกรัม

ยาถ่าน

IMAGE SOURCE : ammpl.com.sg

ผงถ่านกัมมันต์

IMAGE SOURCE : manrepeller.wpengine.netdna-cdn.com

ยาผงถ่าน

IMAGE SOURCE : MedThai.com

สรรพคุณของยาถ่านกัมมันต์

  • ช่วยดูดซับสารพิษหรือยาบางชนิดจากการรับประทานสารพิษหรือยานั้น ๆ เกินขนาด
  • ช่วยรักษาอาการท้องเสียหรือถ่ายเหลวจากภาวะอาหารเป็นพิษ
  • ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหาร
  • นอกจากการใช้ยาถ่านกัมมันต์ในรูปแบบของยาเดี่ยวแล้ว ในทางเภสัชกรรมยังมีการประยุกต์โดยการนำถ่านกัมมันต์ไปผสมกับยาอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาอีกด้วย เช่น ผสมในยาลดกรด ยาช่วยย่อย ยาขับลม เป็นต้น

กลไกการออกฤทธิ์ของยาถ่านกัมมันต์

ด้วยยาถ่านกัมมันต์มีขนาดเล็กและมีพื้นที่ผิวสัมผัสมาก จึงมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษที่เข้าไปในระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น สารอะโรมาติก (Aromatic compound) เช่น เบนซีน (Benzene) เป็นต้น อีกทั้งตัวยาถ่านกัมมันต์ยังขัดขวางการออกฤทธิ์ของน้ำตาลซอร์บิทอล (Sorbital) ที่อาจอยู่ในอาหารหรือผสมอยู่ในตำรับยา ซึ่งเป็นตัวการที่ดูดน้ำกลับเข้าไปในลำไส้ที่จะกระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายอันเป็นสาเหตุของท้องเสีย ยาถ่านกัมมันต์จึงนำมาใช้เป็นยาแก้ท้องเสียได้ นอกจากนี้ยาถ่านกัมมันต์ยังรบกวนการดูดกลับของกรดน้ำดีที่จะต้องส่งไปสู่อวัยวะตับ จึงมีผลลดการดูดซึมของคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย

ก่อนใช้ยาถ่านกัมมันต์

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาถ่านกัมมันต์ สิ่งที่ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบมีดังนี้

  • การแพ้ยาถ่านกัมมันต์ (Activated charcoal) และประวัติการแพ้ยาอื่น ๆ ทุกชนิด รวมทั้งอาการจากการแพ้ยา เช่น รับประทานยาแล้วคลื่นไส้มาก ผื่นขึ้น หรือแน่นหายใจติดขัด/หายใจลำบาก เป็นต้น
  • โรคประจำตัวต่าง ๆ ยาที่แพทย์สั่งจ่ายและยาที่ใช้เอง รวมถึงอาหารเสริม วิตามิน และยาสมุนไพรต่าง ๆ ที่กำลังใช้อยู่หรือกำลังจะใช้ เพราะยาอาจส่งผลให้อาการของโรคเหล่านั้นรุนแรงขึ้น หรือเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่น ๆ ที่รับประทานอยู่ก่อนได้ เพราะโดยปกติแล้วการใช้ยาถ่านกัมมันต์ร่วมกับการรับประทานยาอื่น ๆ จะต้องปรับระยะเวลาของการรับประทานยาอย่างน้อยก่อนหรือหลังการรับประทายานั้น ๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง เพราะฤทธิ์ของถ่านกัมมันต์สามารถรบกวนการดูดซึมของยารับประทานอื่น ๆ ได้ทุกชนิด เช่น กลุ่มยาแก้ปวดลดไข้ เช่น แอสไพริน (Aspirin) พาราเซตามอล (Paracetamol), กลุ่มยาปฏิชีวนะ เช่น เตตราไซคลีน (Tetracycline) ดอกซีไซคลีน (Doxycycline), กลุ่มยารักษาโรคหัวใจ เช่น ไดจอกซิน (Digoxin), กลุ่มยาขยายหลอดลม เช่น ทีโอฟิลลีน (Theophylline) และยารับประทานทุกชนิด
  • หากเป็นสุภาพสตรี ควรแจ้งว่ามีการตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร เพราะยาหลายชนิดสามารถผ่านทางรกหรือน้ำนมและเข้าสู่ทารกจนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อทารกได้
  • มีการอุดกั้นของทางเดินอาหาร
  • ชื่อสารพิษหรือยาที่ใช้เกินขนาด เพราะสารพิษหรือยาบางชนิดไม่สามารถดูดซับโดยการใช้ยานี้ได้
  • ระยะเวลาที่รับประทานสารพิษหรือยาเกินขนาด เพราะระยะเวลามีผลต่อประสิทธิผลของการใช้ยานี้

ข้อห้าม/ข้อควรระวังในการใช้ยาถ่านกัมมันต์

  • ห้ามใช้ยานี้ในการรักษากับผู้ป่วยที่กลืนสารพิษจำพวกไซยาไนด์, กรดแก่หรือกรดที่มีฤทธิ์ทำลายสูง (Strong acid), ด่างแก่หรือด่างที่มีฤทธิ์ทำลายสูง (Strong base), สารหนู (Arsenic), โลหะหนัก (เช่น ธาตุเหล็กที่ปะปนอยู่ในสิ่งที่รับประทานเข้าไป), แอลกอฮอล์ (เช่น เมทานอล (Methanol) เอทานอล (Ethanol)), สารจำพวกลิเทียม (Lithium) และตัวทำละลายต่าง ๆ (Organic solvent) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ (เช่น เอทิลีนไกลคอล (Ethylene glycol))
  • ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับยาถ่ายหรือยาแก้ท้องผูกที่มีน้ำตาลซอร์บิทอล (Sorbital) เป็นส่วนประกอบ
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ หรือผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อุดตัน
  • ห้ามใช้ยาที่หมดอายุ
  • ควรระวังการใช้ยานี้หลังการรับประทานอาหารภายในเวลา 1 ชั่วโมง เพราะตัวยาอาจทำให้การบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ลดลง จนทำให้เกิดการย่อยอาหารผิดปกติได้
  • อาหารบางอย่างสามารถลดประสิทธิภาพในการรักษาของยาถ่านกัมมันต์ได้ เช่น นม ไอศกรีม จึงไม่รับประทานร่วมกัน

 

วิธีใช้ยาถ่านกัมมันต์

ในบทความนี้จะกล่าวถึงขนาดการรับประทานยาถ่านกัมมันต์ในรูปแบบของยาเดี่ยวเท่านั้น ส่วนขนาดรับประทานในรูปแบบของยาผสม ให้ดูวิธีใช้ที่เอกสารกำกับยาของแต่ละยี่ห้อเป็นสำคัญ

  1. สำหรับการกลืนสารพิษที่ต้องใช้เครื่องมือและหัตถการทางการแพทย์เข้าช่วยเหลือ (การรับประทานยาเพื่อดูดซับสารพิษหรือยาบางชนิดจากการรับประทานเกินขนาด ให้รับประทานยาภายใน 30-60 นาที หลังจากที่รับประทานสารพิษหรือยานั้น ๆ)
    • ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ 13-18 ปี
      1. การใช้ยาแบบรับประทานครั้งเดียว ให้ใช้ผงยาในขนาด 25-100 กรัม ผสมกับน้ำแล้วให้ผู้ป่วยดื่มเพียงครั้งเดียว
      2. การใช้ยาแบบรับประทานต่อเนื่องหลายครั้ง ในครั้งแรกให้ยานี้ในขนาด 50-100 กรัม ผสมน้ำให้ผู้ป่วยดื่ม แล้วตามด้วยการให้ยาไม่ต่ำกว่า 12.5 กรัม ทุก 1 ชั่วโมง หรือให้ยา 25 กรัม ทุก 2 ชั่วโมง หรือให้ยา 50 กรัม ทุก 4 ชั่วโมง
    • ในเด็กอายุน้อยกว่า 13 ปี
      1. การใช้ยาแบบรับประทานครั้งเดียว ในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ให้ใช้ยานี้ในขนาด 0.5-1 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือ 10-25 กรัม ผสมกับน้ำแล้วให้ผู้ป่วยดื่มเพียงครั้งเดียว ส่วนในเด็กอายุ 1-12 ปี ให้ใช้ยานี้ในขนาด 0.5-1 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือ 25-50 กรัม ผสมกับน้ำแล้วให้ผู้ป่วยดื่มเพียงครั้งเดียวเช่นกัน
      2. การใช้ยาแบบรับประทานต่อเนื่องหลายครั้ง หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาต่อเนื่องหลายครั้ง ในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 13 ปี ในครั้งแรกให้ใช้ยานี้ในขนาด 10-25 กรัม ผสมน้ำให้ผู้ป่วยดื่ม แล้วตามด้วยการใช้ยาในขนาด 1-2 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 2-4 ชั่วโมง
  2. สำหรับอาการท้องเสียและช่วยขับลมในกระเพาะลำไส้ ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ 3-19 ปี ให้รับประทานยาครั้งละ 500-1,040 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ (ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ปี ต้องขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์)

คำแนะนำในการใช้ยาถ่านกัมมันต์

  • ให้รับประทานยานี้ในขณะท้องว่าง โดยการรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • ให้ใช้ยานี้ตามขนาดและความถี่ที่ระบุไว้บนฉลากยาหรือตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น (โดยเฉพาะในเด็ก) ห้ามใช้ยาในขนาดที่น้อยกว่าหรือมากกว่าที่ระบุไว้ หากมีข้อสงสัยให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชฯ
  • หากต้องการรับประทานนมหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม หรือหากมียาอื่นที่ต้องรับประทานร่วมด้วย ให้รับประทานนมหรือยาอื่น ๆ ให้ห่างจากยาถ่านกัมมันต์อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • หากรับประทานยาแล้วอาเจียนออกมา ให้รับประทานยาทันทีที่อาการอาเจียนหยุดแล้ว แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้เคียงกับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปได้เลย โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่าเช่นกัน
  • เมื่อรับประทานยานี้แล้วจะถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ
  • หลังรับประทานยาถ้าอาการท้องเสียยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรปรึกษาแพทย์

การเก็บรักษายาถ่านกัมมันต์

  • ควรเก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิมที่บรรจุมา ปิดให้สนิท และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง
  • ควรเก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้อง เก็บยาให้พ้นแสงแดด ไม่ให้อยู่ในที่ร้อนมากกว่า 30 องศาเซลเซียส (เช่น ในรถยนต์ บริเวณใกล้หน้าต่าง) และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น (เช่น ในห้องน้ำ)
  • ให้ทิ้งยาที่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุแล้ว

เมื่อลืมรับประทานยาถ่านกัมมันต์

โดยทั่วไปเมื่อลืมรับประทานยาถ่านกัมมันต์ ให้รับประทานยาในทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ แต่ถ้าเป็นเวลาที่ใกล้เคียงกับมื้อต่อไป ให้ข้ามไปรับประทานยามื้อต่อไปได้เลย โดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

ผลข้างเคียงของยาถ่านกัมมันต์

ยาถ่านกัมมันต์สามารถก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้ดังต่อไปนี้ คือ ฟันและปากมีสีคล้ำ, ถ่ายอุจจาระมีสีดำ (ดำเป็นถ่าน), ท้องผูก, ท้องเสีย, ปวดท้อง, ท้องอืด, ลำไส้อุดตัน, คลื่นไส้, อาเจียน, น้ำตาลในเลือดต่ำ (หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก เป็นลม), ความดันโลหิตต่ำ (หน้ามืด เป็นลม), เกล็ดเลือดมีการเกาะกลุ่มกัน (เลือดออกง่าย), ปริมาณแคลเซียมในเลือดลดลง (อาการชัก), เกลือโพแทสเซียมในร่างกายลดต่ำลง (เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อกระตุก), ตัวเย็น เป็นต้น