ปวดท้องเมน อาการดังกล่าวหรือในช่วงระหว่างการเป็นประจำเดือน

Share This:

ปวดท้องเมน

ปวดท้องเมน ซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนที่จะเป็นประจำเดือนหรือในช่วงระหว่างการเป็นประจำเดือน ความรุนแรงของอาการดังกล่าวสามารถเริ่มต้นจากระดับอ่อน ๆ ไปจนถึงระดับที่ไม่สามารถต้านทานได้ ซึ่งรวมไปถึงอาการปวดท้องน้อย ความรู้สึกไม่สบายตัว ไม่สบายใจ โดยอาการปวดที่รุนแรงนั้นจะให้ความรู้สึกเหมือนกับเรายกของที่มีน้ำหนักมาก และอาการปวดประจำเดือนอาจจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน และอาการท้องเสีย

อาการปวดประจำเดือนเกิดจากการบีบตัวของมดลูก โดยเยื่อบุมดลูกจะผลิตสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ซึ่งสารนี้จะกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง 1-2 วันแรกที่รอบเดือนมา

ปวดท้องเมน

หากมดลูกบีบตัวมาก ก็อาจกดหลอดเลือดที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้ลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณมดลูกได้ไม่เพียงพอ ทำให้รู้สึกปวดประจำเดือน ทั้งนี้ หากร่างกายผลิตสารโพรสตาแกลนดินออกมามาก อาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้ ท้องร่วง และเวียนศีรษะ

ปวดท้องเมน

อาการปวดประจำเดือนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ และการปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  • การปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ (Primary Dysmenorrhea) คืออาการปวดประจำเดือนทั่วไป โดยการปวดประจำเดือนชนิดนี้จะเริ่มเป็นเมื่อรอบเดือนครั้งแรกมาได้ประมาณ 1-2 ปี ผู้ที่มีประจำเดือนจะปวดท้องน้อยหรือปวดหลัง ซึ่งมักปวดก่อนมีประจำเดือนเล็กน้อยหรือระหว่างที่มีประจำเดือน โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงที่อายุมากขึ้นมักปวดประจำเดือนน้อยลง และอาจจะหยุดปวดประจำเดือนหลังจากมีบุตรคนแรก
  • การปวดประจำเดือนชนิดทุติยภูมิ (Secondary Dysmenorrhea) คืออาการปวดประจำเดือนที่เกิดจากปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ ผู้ที่เกิดอาการปวดชนิดนี้จะรู้สึกปวดเมื่อรอบเดือนเริ่มมา และปวดนานกว่าการปวดรอบเดือนทั่วไป

 

ผู้ที่ปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง โดยอาการดังกล่าวรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการรักษา ทั้งนี้ ผู้ที่เกิดอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที โดยอาการดังกล่าว ได้แก่

  • เกิดอาการปวดท้องน้อยหลังใส่ห่วงคุมกำเนิด
  • ปวดบีบที่ท้องมาก โดยรู้สึกปวดนานกว่า 2-3 วัน รวมทั้งท้องร่วงและคลื่นไส้ร่วมด้วย
  • ปวดท้องน้อยเมื่อไม่ได้มีรอบเดือน
  • อาการปวดประจำเดือนแย่ลงอย่างรวดเร็ว หรือรู้สึกปวดท้องน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นเมื่อมีรอบเดือน
  • เลือดประจำเดือนไหลออกมามากกว่าปกติ โดยต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง
  • มีเนื้อเยื่อปนออกมากับเลือดประจำเดือน โดยเนื้อเยื่อออกสีเทา
  • มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงในขณะที่ตั้งครรภ์

สำหรับผู้หญิงที่มีการหลั่งของสารโปรสตาแกรนดินสูง จะทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าคนปกติ และเมื่อเยื่อบุมดลูกหลุดลอกออกมา อาการหดรัดตัวจะค่อย ๆ ผลักเนื้อเยื่อเก่าผ่านทางปากมดลูกและขับออกไปยังช่องคลอด แต่ถ้าขนาดของปากมดลูกแคบเกินไป จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะเมื่อลิ่มเลือดหรือเนื้อเยื่อที่หลุดออกมาผ่านปากมดลูก ซึ่งอาการปวดประจำเดือนจะเริ่มต้นก่อนการมีประจำเดือนและขึ้นสู่จุดสูงสุดภายใน 24 ชม. ผู้หญิงเริ่มมีอาการดีขึ้นใน 1-2 วัน แต่ในผู้หญิงบางคนอาจจะมีอาการเกร็งท้องน้อยตลอดช่วงของการมีประจำเดือนเลยก็ได้

 

  • ปวดแบบไม่เป็นโรค จะปวดรอบเดือนใน1-2 วันแรกของรอบเดือนเท่านั้น สามารถทนปวดได้ไม่ต้องถึงขั้นรับประทานยา ไม่รบกวนชีวิตประจำวันหรือการงานการเรียนยังคงไปไหนมาไหนได้ ลักษณะเช่นนี้มีสาเหตุเกิดจากการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก เพื่อไม่ให้รอบเดือนมามากจนทำให้เกิดภาวะตกเลือด
  • ปวดแบบเป็นโรค จะปวดท้องประจำเดือนมากจนต้องรับประทานยาแก้ปวด บางรายปวดท้องหลายวันก่อนมีประจำเดือน ปวดมากขึ้นเมื่อมีประจำเดือนและอาจปวดมากต่อเนื่องไปหลังจากประจำเดือนหมด สังเกตได้จากการเพิ่มปริมาณในการรับประทานยาระงับ เช่น พาราเซตามอล 2 เม็ดยังไม่บรรเทาบางรายถึงขั้นเพิ่มปริมาณเป็น 4 เม็ดหรือเปลี่ยนมารับประทานยาที่แรงขึ้นและอาการปวดก็จะเพิ่มช่วงเวลาขึ้นจากที่เคยปวด 2-3วัน ก็ขยับขึ้นมาเป็นตลอดช่วงที่มีประจำเดือน อาการเช่นนี้สามารถ สันนิฐานได้หลายโรค ได้แก่

ยาคุมกำเนิด คือฮอร์โมนคุมกำเนิด เช่น ยาคุมกำเนิด แผ่นแปะ และวงแหวนสอดช่องคลอด สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนชนิดที่มีความรุนแรง ใช้เพื่อหยุดการตกไข่ หากคุณไม่มีอาการตกไข่ โอกาสที่จะมีอาการปวดประจำเดือนก็จะน้อยลง เพราะฮอร์โมนคุมกำเนิดจะหยุดหรือชะลอการเกิดเนื้องอกในมดลูกและสภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

การผ่าตัด ถ้าเนื้องอกในมดลูกและสภาวะที่เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณเกิดอาการปวด คุณอาจจะพิจารณาการผ่าตัด เช่น การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวชหรือวิธีรังสีร่วมรักษา (การฉีดสารเข้าไปในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเนื้องอก ทำให้ก้อนเนื้องอกขาดเลือด ก้อนจึงเหี่ยวยุบลง) เพื่อตัดเนื้องอกที่ไม่จำเป็นออก หรือการตัดมดลูก วิธีนี้จะตัดมดลูกออกทั้งหมด และใช้เป็นวิธีรักษาแนวทางสุดท้ายสำหรับอาการปวดและสำหรับผู้หญิงที่ไม่ต้องการมีลูก

 

 

Related Post

เรื่องที่น่่าสนใจ