ผักกาดหอม รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของผักกาดหอม 15 ข้อ Lettuce

Share This:

ผักกาดหอม

ผักกาดหอม ชื่อสามัญ Lettuce

ผักกาดหอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Lactuca sativa L. จัดอยู่ในจัดอยู่ในวงศ์ทานตะวัน (ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE)

สมุนไพรผักกาดหอม ลำต้นเตี้ย แต่ส่วนที่เจริญมากที่สุดคือใบ แต่ละสายพันธุ์ก็มีช่วงฤดูกาลที่เหมาะสมไม่เหมือนกัน มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและยุโรป ประเทศจีนปลูกมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกเช่น ผักสลัด ผักกาดยี พังฉ้าย เป็นต้น

ผักกาดหอม
ผักกาดหอม

มนุษย์นำใบของมาบริโภค มักใช้เป็นส่วนประกอบของสลัด แซนด์วิช แฮมเบอร์เกอร์ ทาโก้ หรือรับประทานเป็นผักสด แกล้มกับอาหารรสจัดจำพวกยำหรือลาบ สาคูไส้หมู หรือข้าวเกรียบปากหม้อ หรือแม้แต่ใช้เป็นผักตกแต่งเพื่อความสวยงาม มีคุณค่าทางโภชนาการสูง[ต้องการอ้างอิง] ความต้องการใช้ของผู้บริโภคมีอยู่ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงที่มีเทศกาลงานต่าง ๆ เช่น งานปีใหม่ จะขายดีเป็นพิเศษ

 

ผักกาดหอม
ผักกาดหอม

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของผักกาดหอม

 

  1. เมล็ด สรรพคุณช่วยขับน้ำนมของสตรีหลังคลอดบุตร (เมล็ด)
  2. น้ำคั้นจากใบใช้เป็นยาแก้ไอได้เป็นอย่างดี (ใบ)[2],[5]
  3. เมล็ดตากแห้งประมาณ 5 กรัม นำมาชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วยกาแฟ ใช้ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น ถ้าหากใช้ต้นให้ใช้เพียงครึ่งต้นทานเพื่อช่วยขับเสมหะและแก้อาการไอ และไม่ควรใช้มากเกินไป (เมล็ด,ต้น)[5]
  4. สรรพคุณ ช่วยขับเหงื่อ (น้ำคั้นจากใบ)[2],[5]
  5. ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ (น้ำคั้นจากทั้งต้น)

 

ผักกาดหอม
ผักกาดหอม

 

คุณค่าทางโภชนาการของผักกาดหอม (ชนิดใบสีเขียว) ต่อ 100 กรัม

 

  • วิตามินเค 126.3 ไมโครกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 36 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.86 มิลลิกรัม
  • ธาตุแมกนีเซียม 13 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 29 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 194 มิลลิกรัม
  • ธาตุโซเดียม 28 มิลลิกรัม
  • ธาตุสังกะสี 0.18 มิลลิกรัม
  • วิตามินเอ 7,405 หน่วยสากล
  • วิตามินบี 1 0.07 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.08 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 0.375 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 6 0.09 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 38 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 9.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี 0.22 มิลลิกรัม
  • พลังงาน 15 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 2.87 กรัม
  • น้ำ 94.98 กรัม
  • น้ำตาล 0.78 กรัม
  • เส้นใย 1.3 กรัม
  • ไขมัน 0.15 กรัม
  • โปรตีน 1.36 กรัม
ผักกาดหอม
ผักกาดหอม

ผักกาดหอมที่คนไทยกินกันมากที่สุดก็คือ ผักกาดหอมใบ ที่มีใบสีเขียว โดยใบข้างนอกมีสีเขียวเข้มกว่าใบอ่อนด้านใน ขอบใบหยิกสวย ลำต้นลักษณะเป็นข้อสั้น เนื้อใบกรอบ รสหวานปนฝาดเล็กน้อย กินได้ทั้งแบบสด เช่น ใส่ในสลัด ยำ เมี่ยง แซนด์วิช ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน หรือกินเคียงสาคูไส้หมู แต่เมื่อนำไปปรุงสุก ใบจะอ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย และรสชาติหวานขึ้น เช่น ใส่ในแกงจืดหรือก๋วยเตี๋ยว

ประโยชน์จากการกินผักกาดหอมก็คือ ช่วยให้นอนหลับง่าย ขับปัสสาวะ ล้างพิษ ขับเหงื่อ และแก้ไข้ และในผักกาดหอมหนัก 100 กรัม จะมีฟอสฟอรัส 39 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินซี 24 มิลลิกรัม รวมถึงมีเบตาแคโรทีนและวิตามินเอสูง ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตาได้เป็นอย่างดี

ผักกาดหอมเป็นพืชที่ใช้สารเคมีในการปลูกค่อนข้างมาก เพราะมีแมลงศัตรูพืชและโรคเยอะ อีกทั้งต้นยังเจริญเติบโตใกล้ผิวดิน ก่อนจะกินหรือนำมาปรุงอาหาร จึงควรฉักแยกแต่ละใบออกจากลำต้น แล้วล้างให้สะอาด อีกปัญหาที่พบบ่อยของผักกาดหอมก็คือ มีรสขมจนต้องทิ้ง ซึ่งความขมก็ขึ้นอยู่กับระยะการเก็บผลผลิตและสภาพอากาศตอนปลูก โดยความขมของผักกาดหอม เกิดจากสารแลคทูคาเรียม (Lactucarium) ที่อยู่ในยางสีขาว ซึ่งมีประโยชน์ตรงที่มีฤทธิ์ช่วยให้ผ่อนคลาย แก้ไอ และแก้ปวด

ผักกาดหอม
ผักกาดหอม

ใบของผัดกาดหอม นำมาปรุงเป็นอาหารได้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้หลับได้ง่าย น้ำคั้นจะเป็นยาแก้ไอได้อย่างดี แก้ไข้ ขับปัสสาวะและขับเหงื่อ เมล็ดผัดกาดหอม จะมีรสขม ช่วยขับน้ำนม รักษาโรคตับ ขับปัสสาวะ เป็นยาระงับปวดแก้ปวดเอว รักษาริดสีดวงทวาร

 

ขอบคุณที่มา

th.wikipedia.org

prayod.com