ผักชีดอย รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักชีดอย สาบแฮ้ง

Share This:

ผักชีดอย

ผักชีดอย ชื่อวิทยาศาสตร์ Dichrocephala integrifolia (L.f.) Kuntze (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Dichrocephala latifolia (Lam.) L’Hér. ex DC.) จัดอยู่ในวงศ์ทานตะวัน (ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE) สมุนไพรผักชีดอย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สาบแฮ้ง แฮ้งของ (เพชรบูรณ์) เป็นต้นใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันไปตามกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย แผ่นใบเป็นสีเขียว ผิวใบมีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมทั้งสองด้าน บริเวณโคนใบจะมีปีกใบแคบ ๆ อยู่ด้านละปีก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2 นิ้ว และยาวประมาณ 3.5-5 นิ้ว ซึ่งขนาดนี้จะเป็นขนาดของใบที่อยู่ด้านล่าง ส่วนใบที่อยู่ส่วนบนของกิ่งจะมีขนาดเล็กกว่านี้ โดยใบที่อยู่บนสุดจะมียาวได้ประมาณ 0.5-1 นิ้วได้จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกที่มีลำต้นตั้งตรง สูงได้ประมาณ 8-25 นิ้ว แตกกิ่งก้านสาขาใกล้กับโคนต้น มีขนอ่อน ๆ ขึ้นปกคลุมอยู่หนาแน่น มีกลิ่นหอม ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด เป็นพรรณไม้กลางแจ้งที่จัดเป็นวัชพืชชนิดหนึ่ง ชอบขึ้นตามดินหิน ทุ่งหญ้า หรือที่รกร้างทั่วไปมีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกาใต้ และเม็กซิโก ผักชีฝรั่ง มีสารสำคัญ คือ กรดออกซาลิก(Oxalic acid) ซึ่งกรดชนิดนี้ ทำให้เกิดนิ่วที่ไตและนิ่วที่กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาการนิ้วนี้ จะส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการปวด ที่ท้อง เอว และปัสสาวะขัดได้ ดังนั้น ไม่แนะนำให้กินผักชีฝรั่งจำนวนมาก ติดต่อกัน หรือ รับประทานในปริมาณที่มากเกินไป รวมถึงไม่แนะนำให้ สตรีมีครรภ์รับประทานผักชีฝรั่ง

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นผักชีดอย

 

 

    1. ใบใช้ตำเป็นยาทาแก้แผลเรื้อรัง (ใบ)[1]
    2. ในประเทศเขมรจะนำมาปรุงเป็นยาทาแก้แมลงสัตว์กัดต่อย (ใบ)[1]
    3. ใบใช้ตำพอกแก้บวม (ใบ)[1]
    4. ตาดอกเอามาต้มกับน้ำ ใช้ดื่มเป็นยาขับเหงื่อ (ตาดอก)[1]
    5. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ด้วยการใช้ตาดอกเอามาต้มกับดื่มเป็นยา (ตาดอก)[1]
    6. ทั้งต้นใช้เป็นยารักษาโรคหนองใน (ทั้งต้น)[1]
    7. ลักษณะของผลเป็นรูปหอกกลับแบนและมีขนเล็ก ๆ อยู่ 2 เส้น หรือบางผลอาจไม่มีเลย ผลมีขนาดยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร
    8. ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและบริเวณส่วนยอดของกิ่ง ดอกมีลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ปลายดอกมี 4 แฉก ก้านช่อดอกยาว

     

    ผักชีดอย
    ผักชีดอย

     

นิยมนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารไทย หลายเมนูเช่น อาหารยำต่างๆ ต้มยำ ซุปหน่อไม้ ลาบหมู ลาบต่างๆ เป็นต้น สำหรับการปลูกผักชีฝรั่งในประเทศไทยนั้น นิยมปลูกมากในเขตภาคกลาง ตามจังหวัดนครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ราชบุรี นอกนั้นผักชีฝรั่งสามารถปลูกได้มากในทุกพื้นที่ ของประเทศไทย เรามานำเสนอ ความรู้ของเรื่องผักชีฝรั่งว่าเป็นอย่างไร ลักษณะของผักชีฝรั่ง สรรพคุูณของผักชีฝรั่ง การปลูกผักชีฝรั่ง เป็นต้น นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางอาหารของผักชีฝรั่ง ขนาด 100 กรัม พบว่า ให้พลังงาน 32 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ ดังนี้ กากใยอาหาร 1.7 กรัม ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2.9 มิลลิกรัม สารเบต้าแคโรทีน 876.12 RE วิตามินบี 1 0.31 มิลลิกรัม วิตามินบี 2  0.21 มิลลิกรัม ไนอาซีน 0.7 มิลลิกรัม และวิตามินซี 38 มิลลิกรัม

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่น่าสนใจ