มะเขือเปราะ รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของมะเขือเปราะ

Share This:

มะเขือเปราะ

มะเขือเปราะ ชื่อสามัญ Thai Eggplant, Yellow berried nightshade ส่วนอินเดียเรียก Kantakari[1]

มะเขือเปราะ ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum virginianum L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Solanum mairei H. Lév., Solanum xanthocarpum Schrad. & H. Wendl.) จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (SOLANACEAE)[1]

มะเขือเปราะ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะเขือขัยคำ มะเขือคางกบ มะเขือจาน มะเขือแจ้ มะเขือแจ้ดิน มะเขือดำ (ภาคเหนือ), มะเขือหืน (ภาคอีสาน), มะเขือขื่น มะเขือเสวย (ภาคกลาง), เขือพา เขือหิน (ภาคใต้), มั่งคอเก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), หวงกั่วเชี๋ย หวงสุ่ยเชี๋ย (จีนกลาง) เป็นต้น การปลูกมะเขือเปราะ มะเขือเปราะเป็นพืชผักที่มีอายุยืนยาว ปลูกครั้งหนึ่งสามารถอยู่ได้ถึง 1-2 ปี หากมีการบำรุงรักษาและตัดแต่งต้นดี  สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด  และไม่ต้องเลือกฤดูกาลปลูกสามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล ทั้งนี้ลองไปดูกันว่าการปลูกมะเขือเปราะมีวิธีปลูกอย่างไร เตรียมหลุมปลูก โดยขุดหลุมทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อตากดินให้เชื้อราที่อาจสะสมในดินตายไป  ควรขุดหลุมลึกประมาณ 15-20 ซ.ม. กว้างประมาณ 10-15 ซ.ม.  และควรพรวนดินก้นหลุมให้ละเอียด เวลานำกล้ามะเขือเปราะมาลงจะได้สะดวกในการกลบ

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ของมะเขือเปราะ

 

 

  1. มะเขือเปราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยคุณค่าทางโภชนาการของมะเขือเปราะ ต่อ 100 กรัม จะประกอบไปด้วย พลังงาน 39 กิโลแคลอรี่, โปรตีน 1.6 กรัม, ไขมัน 0.5 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 7.1 กรัม, น้ำ 90.2 กรัม, วิตามินเอรวม 143 RE., วิตามินบี1 0.11 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.06 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 0.6 มิลลิกรัม, วิตามินซี 24 มิลลิกรัม, แคลเซียม 7 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 10 มิลลิกรัม[2]
  2. การรับประทานมะเขือเปราะเป็นประจำจะช่วยต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ ลดความโลหิต ช่วยบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน[1]
  3. มะเขือเปราะมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้[2]
  4. มะเขือเปราะมีประโยชน์ต่อตับอ่อน เพราะทำให้ตับแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. ในบ้านเราจะกินผลมะเขือเปราะสีเขียวเป็นอาหาร ทั้งกินดิบจิ้มกับน้ำพริก หรือนำไปใส่แกงป่า แกงเผ็ด และอื่น ๆ
  6. ผลมีสรรพคุณเป็นยาขับพยาธิ (ผล)[1]
  7. รากมีสรรพคุณเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)[1]
  8. ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ (ผล)[1]
  9. ใช้เป็นยาแก้อัณฑะอักเสบ ด้วยการใช้ 15 กรัม, หญ้าแซ่ม้า 15 กรัม และต้นทิ้งถ่อน นำมารวมกันต้มกับน้ำรับประทาน (ราก)[3]
  10. ใบสดใช้ภายนอกนำมาตำพอกแก้พิษ แก้ฝีหนอง (ใบสด)[3]
  11. ช่วยลดการอักเสบ (ผล)[1]
  12. นำปุ๋ยคอกมารองลงก้นหลุม ทั้งนี้จะโรยปุ๋ยคอกเพียงอย่างเดียวหรือผสมดินก่อนลงก็ได้ หากมีปุ๋ยคอกที่มากพอก็ไม่ควรผสมดิน
  13. ย้ายต้นกล้ามาลงโดยลงกลางหลุมเสร็จแล้วกลบดินให้พูนโคนต้นเพื่อให้ดินจับรากได้ง่ายเวลารดน้ำ และป้องกันไม่ให้ดินยุบเป็นหลุมมากนัก  เพราะอาจทำให้กล้ามะเขือเปราะเน่าได้หากมีน้ำท่วมขังในระยะแรก
  14. ช่วยแก้อาการปวดบวม ปวดหลัง ฟกช้ำดำเขียว (ไม่ระบุแน่ชัดว่าใช้ส่วนใด)[3]
  15. ใช้เป็นยาช่วยขับลมชื้น แก้อาการปวดข้อเนื่องจากลมชื้นติดเกาะ แก้ไขข้ออักเสบ มือเท้าชา ด้วยการใช้ผลสดประมาณ 70-100 กรัม นำมาตุ๋นกับไตหมูรับประทาน (ผล)
  16. ที่ประเทศอินเดียจะใช้น้ำต้มจากผลมะเขือเปราะเป็นยารักษาโรคเบาหวาน (ผล)[1]
  17. ผลใช้เป็นยาลดไข้ (ผล)[1]
  18. ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยเคมีทุก 7 วัน  โดยการพรวนรอบๆโคนต้นห่างสักประมาณ 3-5 ซ.ม. และใส่ปุ๋ยรดน้ำ ในช่วงเช้าก่อน 11.00 น.
  19. ใช้เป็นยาแก้ไข้พิษร้อน กระทุ้งพิษไข้ ใช้เป็นยาขับน้ำชื้น (ไม่ระบุแน่ชัดว่าใช้ส่วนใด)[3]
  20. ผลตากแห้งนำมาบดเป็นผงผสมกับน้ำผึ้งใช้ปรุงเป็นยาแก้ไอ ส่วนการแพทย์อายุรเวทของอินเดียจะใช้รากมะเขือเปราะเป็นยารักษาอาการไอ (ราก,ผล)[1]
  21. รากใช้เป็นยาแก้หอบหืด หลอดลมอักเสบ (ราก)[1]
  22. ใช้แก้อาการปวดฟัน ด้วยการใช้ราก 15 กรัม นำมาต้มเอาน้ำอมในปาก (ราก)[3]
  23. ช่วยขับลม (ราก)[1]
  24. ช่วยในการย่อยอาหาร และช่วยในการขับถ่าย (ผล)[1]
  25. ช่วยแก้อาการปวดกระเพาะอาหาร (ไม่ระบุแน่ชัดว่าใช้ส่วนใด)
  26. จากงานวิจัยในแคว้นโอริสสา ที่ประเทศอินเดีย ได้ทำการทดลองใช้สารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเบาหวานอะล็อกซาน โดยผลการทดลองพบว่าสารสกัดดังกล่าวมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีเทียบเท่ากับการใช้ยากลิเบนคลาไมด์ (glibenclamide) และยังมีการทดสอบเพิ่มเติมที่พบว่า สารสกัดนี้จะออกฤทธิ์คล้ายกับอินซูลิน โดยช่วยเสริมการใช้งานกลูโคสอย่างมีประสิทธิภาพและมีผลเชิงบวกต่อการทำงานของตับอ่อน[1]
  27. สารโซลาโซดีนถูกนำมาใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สเตียรอยด์คอร์ติโซนและฮอร์โมนเพศ[1]
  28. จากการทดสอบความเป็นพิษ พบว่าสารสกัดน้ำของผลมะเขือเปราะไม่มีพิษต่อสัตว์ทดลองแต่อย่างใด
  29. จากงานวิจัยนานาชาติระหว่างปี พ.ศ.2510-2538 พบว่าผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ บำรุงหัวใจ ลดความดันโลหิต และต้านมะเร็ง[1]
  30. ผลมะเขือเปราะมีสารไกลโคอัลคาลอยด์โซลามาร์จีน โซลาโซนีน และอัลคาลอยด์โซลาโซดีนที่ปราศจากโมเลกุลน้ำตาล จากการทดสอบฤทธิ์การต้านเซลล์มะเร็งของสารเหล่านี้พบว่า สารทุกตัวมีฤทธิ์ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งตับ
มะเขือเปราะ
มะเขือเปราะ

 

 

ขอบคุณที่มา
th.wikipedia.org
medthai.com