ยาแก้ปวดฟัน รวมสูตรยาที่ใช้สำหรับวิธีของการรักษาให้หายจากอาการปวดฟัน

Share This:

ยาแก้ปวดฟัน

ยาแก้ปวดฟัน (Toothache) หมายถึง อาการปวดรอบฟันหรือขากรรไกร ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นผลมาจากสภาพฟันผุ ฟันคุด ฟันแตก ฟันสึก เหงือกอักเสบ หรือกระดูกรอบฟันอักเสบ นอกจากนี้อาการปวดฟันยังอาจเป็นอาการปวดจากโรคอื่น ๆ แล้วปวดร้าวส่งต่อมาที่ฟัน ส่งผลให้ดูเหมือนปวดฟัน

ยาแก้ปวดฟัน จากโรคไซนัสอักเสบ โรคทางหู และโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยอาการปวดฟันนี้จะไม่สามารถหายไปเองได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ต้นเหตุโดยทันตแพทย์ แต่ก็สามารถบรรเทาอาการให้ปวดน้อยลงได้ในช่วงระยะหนึ่งก่อนที่จะไปพบทันตแพทย์

วิธีแก้ปวดฟันเบื้องต้นด้วยตัวเอง หรือจะใช้สมุนไพรแก้ปวดฟันก็บรรเทาอาการปวดกวนใจให้หายได้ 

อาการปวดฟัน ไม่ว่าเกิดขึ้นเมื่อไรก็สร้างความรำคาญใจให้กับคนที่ปวดได้เสมอจนต้องไปพึ่งยาแก้ปวดขนานใหญ่ ทว่าการใช้ยาแก้ปวดบางครั้งก็ไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น แล้วจะใช้วิธีไหนกันล่ะถึงจะช่วยให้ปวดฟันน้อยลงได้ วันนี้เราขอรวบรวมเอาวิธีแก้ปวดฟันง่าย ๆ ที่คุณทำได้ด้วยตัวเองมาฝาก จะได้ไม่ต้องนั่งหงุดหงิดกับอาการปวดฟันให้เสียการเสียงานกันอีกต่อไป

ยาแก้ปวดฟัน

สาเหตุของอาการปวดฟัน

  • ฟันผุ เป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดอาการปวดฟัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเสียวฟันเวลาดื่มน้ำร้อนหรือน้ำเย็น บางครั้งอาจรู้สึกปวดฟันขึ้นมาได้ขณะเคี้ยวอาหาร เนื่องจากมีเศษอาหารเข้าไปติดอยู่ในรูที่ผุนั้น
  • ฟันคุด เกิดจากการที่ฟันกรามซี่ในสุดขึ้นไม่ตรงที่และอาจเอียงไปดันฟันข้างเคียงทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ อีกทั้งบริเวณเหล่านี้มักทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง จึงทำให้มีเศษอาหารไปตกค้างอยู่จนอาจเกิดหนองรอบ ๆ ฟันคุดได้
  • ฟันร้าวหรือฟันแตก ทำให้ความเย็นหรือความร้อนส่งถึงโพรงประสาทฟันและทำให้เกิดอาการปวดฟันได้
  • ฟันสึก ทำให้เกิดอาการเสียวฟันเป็นครั้งคราว ถ้าสึกมากๆ ก็อาจทำให้ฟันตายได้ ถ้าฟันสึกจนถึงชั้นโพรงประสาทฟันก็จะทำให้ฟันตาย มีอาการปวด และอาจต้องถอนฟันในที่สุด
  • เศษอาหารติดฟัน กรณีฟันห่าง ฟันโยก ฟันผุด้านข้างเป็นรูใหญ่ หรือมีช่องว่างระหว่างฟัน เศษอาหารที่เข้าไปอัดอยู่ตรงช่องว่างเหล่านี้จะกดให้เหงือกช้ำ กลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย จึงทำให้มีอาการปวดเหงือกและฟันตามมา
  • การปวดฟันอันเนื่องมาจากฟันขึ้นในวัยเด็ก ซึ่งในขณะฟันขึ้นอาจมีเหงือกอักเสบร่วมด้วย แต่อาการปวดนี้จะหายไปเองเมื่อฟันโผล่พ้นเหงือกแล้ว
  • การนอนกัดฟัน เป็นอาการที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีผลทำให้ฟันสึกหรือสารเคลือบฟันถูกทำลายไป
  • ฟันได้รับบาดเจ็บจากการกระแทก
  • โรคเหงือกอักเสบและปริทันต์อักเสบ ส่งผลทำให้เหงือกในบริเวณนั้นแดงช้ำกว่าบริเวณอื่น ๆ มักมีสาเหตุมาจากคราบหินปูน ทำให้เหงือกอักเสบบวมและปวดที่ฟันได้ โดยผู้ป่วยมักมีอาการปวดหนึบ ๆ หรือปวดรำคาญ ร่วมกับแปรงฟันมีเลือดออก และถ้าเป็นมาก ๆ ฟันจะโยก
  • การอักเสบของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน ส่วนใหญ่มักเป็นผลจากฟันที่ผุลึกมากจนกระทั่งทะลุโพรงประสาทฟัน และอาจพบได้ในฟันสึก ฟันร้าว หรือแตกลึกถึงโพรงประสาทฟัน ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบและเกิดการติดเชื้อของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดฟันขึ้นมาได้โดยไม่ต้องมีสิ่งใดมากระตุ้น และจะมีอาการปวดฟันมากและปวดอยู่นาน
  • ปลายรากฟันอักเสบเป็นหนอง ถ้าการอักเสบของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟันเป็นอยู่นาน โรคอาจลุกลามไปที่ปลายรากฟันจนทำให้เกิดการติดเชื้อและเป็นหนองบริเวณปลายรากฟัน ทำให้เกิดอาการบวมของเหงือกบริเวณฟันที่ติดเชื้อและเกิดอาการปวดฟันได้
  • โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า (Trigeminal neuralgia) เป็นอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของประสาทสมองเส้นที่ 5 ที่เลี้ยงบริเวณใบหน้าและศีรษะ ซึ่งอาจทำให้มีอาการเหมือนการปวดฟันได้
  • อาการปวดจากโรคอื่น ๆ แล้วปวดร้าวส่งต่อมาที่ฟัน เช่น จากโรคไซนัสอักเสบ โรคทางหู และโรคหลอดเลือดหัวใจ

 


วิธีแก้ปวดฟัน บรรเทาอาการลงได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

เมื่อเกิดอาการปวดฟันแล้ว สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงก็คงเป็นวิธีแก้ปวดฟันที่ได้ผลและช่วยลดอาการปวดได้อย่างเร็วที่สุดก่อนที่จะไปพบแพทย์ ซึ่งอาการปวดฟันสามารถบรรเทาลงได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

●  1. ประคบร้อนบริเวณซีกแก้มที่เกิดอาการปวดฟันด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น หรือจะเป็นกระเป๋าน้ำร้อนที่ใส่น้ำอุ่นจัดก็แล้วแต่สะดวก

●  2. ผสมเกลือป่น 1 ช้อนชากับน้ำต้มสุก 1 แก้วกาแฟ คนจนเกลือละลายแล้วนำมาบ้วนปากนาน 30 วินาที เกลือจะช่วยลดอาการเหงือกบวมและลดการอักเสบได้

●  3. แช่ใบชาดำหรือชาเปปเปอร์มินต์กับน้ำร้อนนาน 20 นาที จากนั้นรอจนน้ำชาอุ่น ๆ แล้วนำมาบ้วนปากสักพัก ใบชาเหล่านี้จะมีสรรพคุณลดอาการอักเสบและช่วยลดอาการเหงือกบวมจากฟันผุได้

● 4. บ้วนปากด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้น 3% สักพัก ให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของอาการฟันผุ

● 5. หากอาการปวดฟันมีลักษณะปวดตุบ ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ ให้ประคบซีกแก้มที่เกิดอาการปวดฟันด้วยน้ำแข็งประมาณ 5-10 นาที ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง ความเย็นจะช่วยลดอาการปวดและลดบวมลง

● 6. นวดกดจุดบรรเทาอาการปวดฟัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว โดยมีวิธีดังนี้

– นวดคลึงเบา ๆ ที่แก้มบริเวณเหนือฟันที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ชั่วคราว

– ใช้น้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ กดและถู หรือหรือใช้มืออีกข้างนวดบริเวณง่ามมือระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ จะทำให้อาการปวดฟันทุเลาลง

– สำหรับคนที่ปวดบริเวณกรามล่าง ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดบริเวณกระดูกขากรรไกรที่รองรับฟันล่าง ส่วนคนที่ปวดบริเวณกรามบนให้วางนิ้วหัวแม่มือ ตรงบริเวณส่วนกลางของหู แล้วลากนิ้วไปทางด้านหน้า จนกระทั่งถึงรอยบุ๋มใต้กระดูกประมาณหนึ่งนิ้วบริเวณหน้าใบหู จากนั้นกดแรง ๆ ประมาณ 10 นาที

อาการปวดฟัน

อาการปวดฟันมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทหลัก ๆ โดยประเภทแรกเป็นการปวดฟันแบบเสียวจี๊ด ๆ เวลากินของเย็น ของหวาน หรือเมื่อตอนเคี้ยวอาหาร และอาการเหล่านี้จะหายไปเมื่อหยุดกินอาหารดังกล่าวภายในไม่กี่นาที ซึ่งลักษณะของอาการปวดเช่นนี้มักเกิดจากฟันผุหรือฟันบิ่นจนถึงเนื้อฟันชั้นใน จึงทำให้ความเย็นหรือแรงจากการเคี้ยวอาหารมีโอกาสกระตุ้นเส้นประสาทที่อยู่ในโพรงประสาทใต้เนื้อฟันได้มากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดความรู้สึกเสียวฟันทุกครั้งเมื่อกินอาหาร

ส่วนอาการปวดฟันอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งจะมีความรุนแรงกว่า คือ การปวดเป็นจังหวะ ตุ้บ ๆ ซึ่งอาจปวดโดยอยู่เฉย ๆ ก็ปวด หรืออาจปวดมากขึ้นเวลากินของเย็นหรือของร้อน หรือเวลาเคี้ยวอาหาร และอาการปวดนี้จะไม่หายไปแม้จะเลิกกินอาหารเหล่านี้แล้วก็ตาม ซึ่งอาการปวดแบบนี้สามารถบรรเทาได้ด้วยการหลีกเลี่ยงอาหารประเภทดังกล่าวพร้อมกับการรับประทานยาแก้ปวด

การวินิจฉัยอาการปวดฟัน

การวินิจฉัยหาตำแหน่งของอาการปวดฟันที่เป็นสาเหตุ ทันตแพทย์สามารถทำได้โดยการเริ่มสอบถามผู้ป่วยว่ามีอาการที่ฟันซี่ใด ปวดเวลาใด เคาะฟันเจ็บหรือไม่ อาหารชนิดใดรับประทานแล้วปวดฟัน ความไวต่ออุณหภูมิความร้อนหรือความเย็นของน้ำและอาหาร มีอาการปวดมากน้อยเพียงใด ลักษณะการปวดเป็นแบบปวดตุบ ๆ หรือปวดจี๊ด ๆ แล้วทันตแพทย์จะตรวจดูในช่องปากและฟันของผู้ป่วยเพื่อดูว่ามีอาการบวมหรือไม่ ตรวจหารอยแยกของฟันและของขอบวัสดุอุดฟัน (ถ้าอุดฟันไว้) เพื่อดูว่ามีฟันร้าวหรือไม่ นอกจากนี้ทันตแพทย์อาจถ่ายเอกซเรย์เพื่อช่วยหาหลักฐานของการสลายตัวของกระดูกฟัก ความผิดปกติระหว่างซี่ฟัน หรือฟันแตก

แต่บางครั้งสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดฟันอาจไม่ได้เกิดจากฟันหรือขากรรไกรก็ได้ แต่อาจเป็นความปวดที่มาจากอวัยวะอื่นที่ผู้ป่วยรับรู้ว่าปวดบริเวณฟัน ซึ่งการวินิจฉัยหาตำแหน่งของอาการปวดฟันที่เป็นสาเหตุนั้น ทันตแพทย์อาจร่วมกันกับแพทย์เพื่อช่วยในการวินิจฉัยถึงโรคที่อาจเป็นสาเหตุ ซึ่งจะช่วยให้การวินิจฉัยโรคที่ก่อให้เกิดอาการปวดฟันเป็นไปได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

เมื่อมีอาการปวดฟันควรทำอย่างไร

เมื่อมีอาการปวดฟันเกิดขึ้น ควรรีบไปพบทันตแพทย์ อย่าเข้าใจผิด คิดว่าปวดฟันจะไม่ทำให้เสียชีวิต เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อจนเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ เช่น มีไข้ มีอาการปวดฟันรุนแรงมากขึ้น เหงือกหรือช่องปากบวม ซึ่งจะทำให้การรักษายากขึ้นหรืออาจจำเป็นต้องถอนฟัน นอกจากนี้การอักเสบติดเชื้อยังอาจส่งผลต่อการอักเสบติดเชื้อของอวัยวะอื่น ๆ จากการที่เชื้อโรคแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด เช่น โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ

อาการปวดฟันส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากโรคฟันผุ ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันที เชื้ออาจแพร่กระจายไปยังปลายรากฟันเข้าไซนัสก่อให้เกิดไซนัสอักเสบ และแพร่กระจายไปในกระแสเลือดทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ยากต่อการรักษา
ดังนั้น เมื่อเริ่มมีอาการปวดฟันเกิดขึ้น จึงควรรีบไปพบทันตแพทย์เสมอภายใน 1-2 วัน และควรระลึกไว้เสมอว่าการหาวิธีแก้ปวดต่าง ๆ เช่น การรับประทานยาแก้ปวด ฯลฯ จะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่ใช่การรักษาที่สาเหตุ

รักษาปวดฟันอย่างไร? รักษาหายไหม?

การใช้ยาแก้ปวดและยาปฎิชีวนะจะช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้แต่ไม่หายขาด การรักษา จึงต้องขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวดฟันว่ามาจากสาเหตุใด

  • ถ้าปวดเนื่องจากฟันผุ ทันตแพทย์จะอุดฟันให้
  • หากเนื้อเยื่อส่วนในของฟันได้รับความเสียหาย การรักษาคลองรากฟันเป็นสิ่งจำเป็น ทันตแพทย์จะทำการรักษาครองรากฟันก่อน
  • ถ้าเป็นการอักเสบของเหงือกและการสูญเสียของกระดูกที่ล้อมรอบฟัน ทันตแพทย์จะรักษาโดย การขูดหินปูน การเกลารากฟัน อาจทำศัลยกรรมร่วมด้วย
  • ฟันคุดรักษาโดยการถอนฟัน
  • ฟันสึกที่ทำให้เสียวฟัน อาจแนะนำชนิดแปรงสีฟันและยาสีฟันแก่ผู้ป่วย หรือใช้ยาทาลดอาการเสียวฟัน หรือทำการอุดฟัน
  • การอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า จะรักษาโดยการให้ยารับประทานหรือส่งต่อไปพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญ
  • ผู้ป่วยที่นอนกัดฟัน ทันตแพทย์มีวิธีการโดยใส่เครื่องมือไว้ป้องกันการกัดฟันเวลานอน
  • ความปวดร้าวที่มีเหตุมาจากอวัยวะอื่น ต้องส่งต่อไปพบแพทย์สาขาอื่นที่เชี่ยวชาญเพื่อรักษาต่อไป

ทั้งนี้การรักษาทางทันตกรรมที่ทันเวลาในขณะที่เริ่มรู้สึกว่าปวดฟันกรณีที่ไม่มีการติดเชื้อ การรักษาด้วยการอุดฟัน รักษาคลองรากฟัน หรือรักษาเหงือกจะได้ผลดี แต่ถ้ามีการติดเชื้อรุนแรงและแพร่กระจายไปยังไซนัสหรือกระดูกขากรรไกร หรือติดเชื้อในกระแสเลือด (โลหิต) การรักษาจะยากขึ้น อาจต้องถอนฟันสูญเสียฟันไป

การป้องกันไม่ให้ปวดฟันทำได้อย่างไร?

การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันการปวดฟัน วิธีที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ฟันผุคือ การแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมื้ออาหารและขนมขบเคี้ยว การใช้ไหมขัดฟันวันละครั้งช่วยป้องกันโรคเหงือกโดยการเอาเศษอาหารและแบคทีเรียที่ติดค้างด้านล่างแนวเหงือกระหว่างซี่ฟันออกและเป็นการป้องกันฟันผุระหว่างซี่ฟันที่ดีมาก

นอกจากนี้ควรไปพบทันตแพทย์อย่างน้อยทุกหกเดือนเพื่อตรวจฟัน หากไม่พบความผิดปกติในช่องปาก ทันตแพทย์จะช่วยทำความสะอาดฟัน

การพาเด็กเล็กไปพบทันตแพทย์เป็นครั้งแรกก่อนที่เด็กปวดฟันหรือไปพบตั้งแต่เด็กเริ่มมีฟันขึ้น รวมทั้งผู้ปกครองควรช่วยเด็กแปรงฟัน จะช่วยลดโอกาสเกิดฟันผุและการปวดฟันในเด็กได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสอนให้เด็กรู้จักการดูแลฟันและการพบทันตแพทย์เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์จะป้องกันฟันผุได้ผลดีกว่ายาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์

ปวดฟันแล้วควรดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบทันตแพทย์เมื่อไร? มีผลข้างเคียงจากปวด ฟันไหม?

หากมีอาการปวดฟันควรไปพบทันตแพทย์ทันที อย่าเข้าใจว่าปวดฟันไม่ทำให้เสียชีวิต หากปล่อยทิ้งไว้อาการจะมากขึ้นจากการอักเสบติดเชื้อจนอาจเกิดผลข้างเคียงเช่น อาการปวดรุนแรงมากขึ้น มีไข้ เหงือก/ช่องปากบวม ซึ่งจะทำให้การรักษายากขึ้น หรือต้องถอนฟัน หรือการอักเสบติดเชื้อส่งผลต่อการอักเสบติดเชื้อของอวัยวะอื่นๆจากเชื้อโรคแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด เช่น โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ

ปวดฟันมีสาเหตุส่วนใหญ่จากโรคฟันผุ ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันทีเชื้อจะแพร่กระจายไปยังปลายรากฟันเข้าไซนัสก่อให้เกิดไซนัสอักเสบ และแพร่กระจายไปในกระแสเลือดอาจเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงดังกล่าวทำให้การรักษาลำบาก

ดังนั้นเมื่อเริ่มปวดฟันจึงควรต้องรีบไปพบทันตแพทย์เสมอภายใน 1 – 2 วัน ควรระลึกไว้เสมอว่าการหายาแก้ปวดมารับประทานเองสามารถช่วยบรรเทาได้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้รักษาสาเหตุ

 

ยาแก้ปวดฟัน

– ยาแก้ปวด

ยาแก้ปวดที่สามารถบรรเทาอาการปวดได้นั้นมีหลายชนิด โดยจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการปวด ซึ่งถ้าหากอาการไม่รุนแรงมากก็สามารถใช้ยาพาราเซตามอลได้ แต่ถ้าหากปวดในระดับปานกลางก็อาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้ยาในกลุ่มออกฤทธิ์แก้ปวดอย่างแอสไพริน กรดมีเฟนนามิก ไอบูโพรเฟน เป็นต้น

– ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย (ยาแก้อักเสบ)

ยาในกลุ่มนี้จะถูกใช้ในกรณีที่มีอาการเหงือกบวมหรือเป็นหนองร่วมด้วย โดยยาที่ทันตแพทย์นิยมใช้ได้แก่ ยาอะม็อกซีซิลลิน ยากอีริโทรไมซิน หรือยาร็อกซีโทรไมซิน ซึ่งการใช้ยาจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทันแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ เพราะฤทธิ์ของยาค่อนข้างรุนแรงและมักจะมีผู้ป่วยแพ้ยา โดยเฉพาะยาอะม็อกซีซิลลิน ดังนั้นก่อนนำยาแก้อักเสบมาใช้รักษาอาการปวดควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนจะดีที่สุดค่ะ

สมุนไพรรักษาอาการปวดฟัน บรรเทาได้ด้วยของดีจากธรรมชาติ

นอกเหนือจากวิธีแก้ปวดฟันข้างต้นแล้ว การใช้สมุนไพรบางชนิดก็สามารถบรรเทาอาการปวดฟันลงได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย โดยสมุนไพรที่สามารถบรรเทาอาการปวดฟันได้มีดังนี้ค่ะ

1. กานพลู

ในวงการทันตกรรม กานพลูถือเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาอาการปวดฟันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะน้ำมันจากดอกกานพลูที่มีฤทธิ์เป็นยาชาซึ่งทันตแพทย์บางคนนำมาใช้ทดแทนยาชาที่มีฤทธิ์รุนแรงเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ อีกทั้งน้ำมันกานพลูยังช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เกิดขึ้นภายในช่องปากอีกด้วย วิธีใช้ก็ไม่ยากเพียงนำสำลีพันปลายไม้ชุบน้ำมันกานพลูแล้วนำไปจิ้มไว้ตรงบริเวณฟันที่ปวดสักครู่ก็จะช่วยให้อาการบรรเทาลง แต่ถ้าหากไม่มีน้ำมันกานพลูละก็ สามารถนำกานพลูมาอมไว้บริเวณที่ปวด หรือนำไปทุบแช่กับเหล้าขาว จากนั้นนำสำลีชุบเหล้าขาวมาอุดไว้ที่ตรงที่ปวดได้เช่นกัน

2. ดาวเรือง

ดอกดาวเรืองที่เราคุ้นเคยชนิดนี้มีดีมากกว่าแค่เพียงไว้ใช้ประดับให้สวยงามเท่านั้น เพราะถ้าหากนำดอกแห้ง 7-8 ดอกไปต้มกับน้ำในปริมาณที่พอเหมาะแล้วจิบทั้งวัน ก็สามารถลดอาการปวดฟันได้โดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวด อีกทั้งยังสามารถขับร้อนในร่างกายได้อีกด้วย

3. เมล็ดผักชี

เราอาจจะเคยได้ยินว่าการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อย ๆ ลดอาการปวดฟันได้ นั่นเป็นเรื่องจริงค่ะ แต่ถ้าบ้วนบ่อยเกินไปอาจจะได้ผลเสียจากเกลือที่ผสมกับน้ำแทน เพราะในเกลือมีโซเดียมสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับสุขภาพ ฉะนั้นขอแนะนำให้ลองนำเมล็ดผักชีไปต้มกับน้ำ แล้วนำมาบ้วนปากบ่อย ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับโซเดียมมากเกินไป แถมยังบรรเทาอาการปวดฟันได้อีกด้วย ดีกว่าน้ำเกลือเยอะเลยเห็นไหมล่ะคะ

 

เรื่องล่าสุด

เรื่องที่น่่าสนใจ