สนทราย รวมสรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นสนทราย

Share This:

สนทราย

สนทราย ชื่อวิทยาศาสตร์ Baeckea frutescens L. จัดอยู่ในวงศ์ชมพู่ (MYRTACEAE)[2]

สมุนไพรสนทราย มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า สนหางสิงห์ (เลย), สนดง สนหิน เสียวน้อย (อุบลราชธานี), สนหอม (จันทบุรี), สนขี้ไก่ (กาญจนบุรี), ปอโฮ่งรุห์ สนเล็ก สนสร้อย (นครศรีธรรมราช), สนนา (สุราษฎร์ธานี), ก้านถินแดง สน (พังงา), สนเทศ (ปัตตานี), กังซง ซือหลิ่ว (จีนกลาง) เป็นต้นออกดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุกสั้น ๆ ที่ง่ามใบ มีดอกย่อยประมาณ 2-3 ดอก มีสมมาตรแนวรัศมี ก้านดอกสั้น ดอกมีขนาดเล็กสีขาว กลีบดอกมี 5 กลีบ แต่ละกลีบยาวไม่เกิน 2 มิลลิเมตร ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงแยกออกเป็น 2 แฉก หุ้มติดโคนกลีบดอก ดอกมีเกสรเพศผู้ประมาณ 8-10 อัน มีรยางค์ ปลายเป็นต่อม ก้านเกสรเพศเมียยาวได้ประมาณ 1-1.5 มิลลิเมตร ปลายเกสรกลม รังไข่มี 3 อัน จานฐานดอกเป็นรูปถ้วย ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ส่วนกลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วย ยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ปลายกลีบมนใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามเป็นคู่ ๆ ใบมีลักษณะเป็นเส้นพุ่มห้อย อยู่รวมกันเป็นกระจุก ใบมีขนาดกว้างประมาณ 0.4-0.6 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 5-8 มิลลิเมตร หลังใบเป็นร่อง ส่วนท้องใบงอเล็กน้อย โคนเป็นครีบ มีกลิ่นหอม ก้านใบสั้นหรือไม่มีก้านใบ ลักษณะของใบคล้ายกับใบสนเข็มจัดเป็นไม้พุ่มจำพวกสน แตกกิ่งก้านสาขาเป็นจำนวนมาก มีความสูงของต้นประมาณ 5 เมตร ล้ำต้นเป็นสีเทาอมน้ำตาล เนื้อไม้เป็นสีน้ำตาล มีความแข็งแรงทนทาน แต่มักมีขนาดไม่เหมาะสมแก่การใช้งาน กิ่งแตกเป็นเนื้อมีขนสีน้ำตาลแดง ลักษณะของกิ่งมักลู่ลง กิ่งมีสีน้ำตาลอ่อน เรียวยาว เปลือกแตกเป็นขุย มีเขตการกระจายพันธุ์ในเอเชียและโอเชียเนีย ประเทศอินเดีย พม่า เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ จีน เกาะบอร์เนียว สุมาตรา และนิวกินี ในประเทศไทยพบได้ทางภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทางภาคใต้ ตามป่าไม่ผลัดใบ ป่าหญ้า ป่าชายหาด ป่าเสม็ดที่เป็นทุ่งหญ้า ตามยอดเขาที่เป็นหินทรายทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามที่โล่งบนยอดเขาทางภาคใต้ หรือในดินปนทรายตามแนวชายฝั่งทั่วไป ที่ระดับความสูงจนถึงประมาณ 1,800 เมตร ลำต้นสีเทาอมน้ำตาล เนื้อไม้สีน้ำตาล แข็งแรงทนทาน กิ่งแตกเป็นเนื้อมีขนสีน้ำตาลแดง กิ่งมีน้ำตาลอ่อน เรียวยาว เปลือกแตกเป็นขุย ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม คล้ายรูปเข็มแบน หนา ยาวไม่เกิน 8 มิลลิเมตร กว้าง 1-2 มิลลิเมตร โคนเป็นครีบ ไม่มีก้านใบ ใบมีกลิ่นหอม ใบใช้ ต้มดื่มแก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไข้หวัด แก้ไอ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม ขับปัสสาวะ ใบ ใช้ชงเป็นชาดื่มแก้ไข้ปวดเมื่อย ทางจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ ลำต้น ต้มน้ำดื่ม แก้หน้ามืด วิงเวียน แก้ปวดหลัง ปวดเอว ช่วยขับปัสสาวะ ใบ ต้มน้ำดื่ม ช่วยขับลม [1] ในมาเลเซียและสุมาตรา ใช้ในการอยู่ไฟ ในเวียดนามใช้ต้นทำเป็นไม้กวาด ใช้เป็นไม้ประดับ

 

 

สรรพคุณและประโยชน์ทั้งหมดของต้นสนทราย

 

 

  1. น้ำมันหอมระเหยจากใบที่ได้จากการกลั่นจะมีสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นคล้ายกับลาเวนเดอร์ อาจนำมาใช้ทำน้ำหอมและสบู่ได้[2],[4]
  2. ในเวียดนามจะใช้ต้นสนทรายนำมาทำเป็นไม้กวาด[2]
  3. ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป (บอนไซสนทราย)
  4. ในใบสนทรายพบน้ำมันระเหยหลายชนิด เช่น น้ำมันยูคาลิปตัส, น้ำมันสน, Cineole และในน้ำมันระเหยยังพบสารอีกหลายชนิด เช่น Ya-Pinene, Limonene, p-cymene, Linalool, Fenchol, a-B-pinene, L-Borneol a-Terpineol, Baeckeol เป็นต้น[1]
  5. ใบใช้ตำพอกแก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ผดผื่นคัน แก้ออกหัด (ใบ)[1]
  6. ตำรับยาแก้แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ให้ใช้ใบสนทรายแห้ง นำมาบดให้เป็นผงผสมกับน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันจากใบชา ใช้ทาบริเวณที่เป็นแผล (ใบ)[1]
  7. ใช้เป็นยาแก้ปวด แก้บวมช้ำ ฟกช้ำดำเขียว ด้วยการใช้ใบสนทรายสด 30 กรัม นำมาตำพอให้แหลก แล้วนำมาชงกับน้ำร้อน กรองเอาแต่น้ำผสมกับน้ำตาลเล็กน้อยใช้รับประทาน (ใบ)[1]
  8. ใช้เป็นยาขับลมชื้นแก้ปวดข้อ ด้วยการใช้รากสด 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ราก)[1]
  9. ตำรับยาพื้นบ้านอีสานจะใช้ใบนำมาชงเป็นชาดื่มแก้ไข้ปวดเมื่อยตามร่างกาย (ใบ)[2]
  10. ตำรายาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานีจะใช้ลำต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มแก้ปวดหลัง ปวดเอว (ลำต้น)[2]
  11. ในมาเลเซียและสุมาตราจะใช้สมุนไพรชนิดในการอยู่ไฟในการคลอดบุตรของสตรี (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[2]
  12. ใบนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ บรรเทาอาการลมแดด (ใบ)[3]
  13. ใบใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาช่วยขับลม (ใบ)[2]
  14. ใช้เป็นยาแก้อาการปวดกระเพาะ ด้วยการใช้รากสนทรายสด 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ราก)[1]
  15. ทั้งต้นและรากและมีรสขม เผ็ด ฝาดเล็กน้อย เป็นยาเย็น ไม่มีพิษ ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยแก้ปัสสาวะกะปริบกะปรอย แก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ช่วยขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ (ลำต้น,ราก,ทั้งต้น)[1],[2]
  16. ใบสนทรายมีรสหวานฝาดเย็น นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ (ใบ)[2],[3]
  17. ตำรายาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานีจะใช้ลำต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการหน้ามืด วิงเวียน (ลำต้น)[2]
  18. ใช้เป็นยาแก้พิษร้อนภายใน แก้ไข้หวัดตัวร้อน ตัวร้อนเป็นไข้ ลดไข้ แก้อาการไอ (ใบ,ราก,ทั้งต้น)[1],[3],[4]
  19. ผลมีขนาดเล็ก ลักษณะของผลเป็นรูปถ้วยขนาดประมาณ 1.5 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงและเกสรเพศเมียติดทน สีน้ำตาล เมื่อแห้งแล้วจะแตกกลางพู ภายในผลพบเมล็ดรูปเป็นเหลี่ยม เมล็ดมีขนาดเล็กและมีจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไตขนาดประมาณ 0.5 มิลลิเมตร
  20. ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี  ใช้  ลำต้น ต้มน้ำดื่ม แก้หน้ามืด วิงเวียน แก้ปวดหลัง ปวดเอว ช่วยขับปัสสาวะ ใบ ต้มน้ำดื่ม ช่วยขับลม บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ

 

สนทราย
สนทราย

 

เรื่องล่าสุด

เรื่องที่น่่าสนใจ