อหิวาตกโรค อาการของโรคร้าย วิธีการป้องกันและรักษา

Share This:

อหิวาตกโรค

อหิวาตกโรค หรือ โรคห่า (อังกฤษ: cholera) คือ โรคระบาดชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae ที่ลำไส้เล็ก ผู้ป่วยจะมีอาการท้องร่วงเป็นน้ำและอาเจียนเป็นหลัก เรียกว่า “ลงราก” จึงเรียกโรคนี้ว่า “โรคลงราก” ก็มี และถ้าเกิดแก่สัตว์เลี้ยง เช่น เป็ด ไก่ วัว ควาย เรียก “กลี” ร่างกายจะขับน้ำออกมาเป็นจำนวนมาก ในผู้ป่วยรุนแรงอาจทำให้มีผิวสีออกเทา-น้ำเงินได้ การแพร่เชื้อเกิดขึ้นจากการดื่มน้ำหรือกินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อเป็นหลัก ซึ่งผู้นั้นแม้ไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อได้

ความรุนแรงของอาการท้องร่วงและอาเจียนสามารถนำไปสู่ภาวะขาดน้ำและเสียสมดุลเกลือแร่อย่างรวดเร็ว กระทั่งเสียชีวิตในบางราย การรักษาหลักคือการชดเชยสารน้ำโดยการกิน ซึ่งมักทำโดยให้ดื่มสารละลายชดเชยการขาดน้ำและเกลือแร่ ถ้าไม่ได้ผลหรือได้ผลเร็วไม่เพียงพอหรือดื่มไม่ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ สำหรับผู้ป่วยบางรายที่เป็นรุนแรงอาจใช้ยาปฏิชีวนะช่วยเพื่อลดระยะเวลาและความรุนแรงของการป่วย

อหิวาตกโรคเป็นโรคติดต่อรวดเร็วรุนแรง และก่อการระบาดได้อย่างรวดเร็ว โดยเกิดจากการได้รับเชื้ออหิวาตกโรคซึ่งอยู่ในอุจจาระของผู้ป่วย (ซึ่งแบคทีเรียสามารถอยู่ได้นานถึง 7 – 14 วัน) แล้วปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่ม จากผิวน้ำในแหล่งน้ำดื่ม น้ำใช้ และเมื่อกินหรือดื่มอาหาร/น้ำปนเปื้อนเหล่านี้จึงก่อการติดโรค นอกจากนั้นอาจพบเชื้ออหิวาตกโรคได้ในอาหารทะเลโดย เฉพาะหอยในแพลงตอน/Plankton (สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากที่อาศัยอยู่ในน้ำ) และในสาหร่าย ซึ่งเมื่อบริโภคอาจเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อได้
เมื่อเชื้ออหิวาตกโรคเข้าสู่ร่างกาย เชื้อบางส่วนจะถูกทำลายจากกรดในกระเพาะอาหาร ดังนั้น คนที่กินยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะอาหาร หรือผ่าตัดกระเพาะอาหาร เมื่อติดเชื้อจึงมักมีอาการรุนแรง เมื่อเชื้อส่วนที่รอดจากการทำลายของกรด ผ่านจากกระเพาะอาหารเข้าสู่ลำไส้เล็ก เชื้อจะเจริญเติบโตและสร้างสารพิษซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบของผนังลำไส้เล็ก ผนังลำ ไส้เล็กไม่สามารถดูดซึมน้ำและเกลือแร่ได้ และยังกระตุ้นให้น้ำและเกลือแร่ในร่างกายซึมออก มาในลำไส้เล็กในปริมาณมาก ดังนั้นจึงก่ออาการท้องเสีย/ท้องร่วงเป็นน้ำในปริมาณมาก มีราย งานมากได้ถึงวันละ 10 – 20 ลิตรโดยไม่มีมูกเลือด และสีของอุจจาระจะออกเป็นสีขาวเหมือนน้ำซาวข้าว ทั้งนี้เชื้อจะไม่รุกรานเข้าร่างกายแต่จะจำกัดอยู่เฉพาะในลำไส้ ผู้ป่วยจึงไม่มีอาการไข้ซึ่งต่างจากการติดเชื้อชนิดอื่นที่ทำให้เกิดท้องเสีย

 

อหิวาตกโรค
อหิวาตกโรค

 

อหิวาตกโรคมีอาการอย่างไร

อหิวาตกโรคจะมีอาการหลังได้รับเชื้อแล้ว 2 – 3 ชั่วโมงไปจนถึงประมาณ 5 วัน (ระยะฟักตัวของโรค) ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณเชื้อที่ได้รับและความรุนแรงของเชื้อซึ่งมีหลายชนิดย่อยที่มีความ รุนแรงโรคต่างกัน โดยอาการสำคัญคือ ท้องเสียเฉียบพลัน ท้องเสียเป็นน้ำโกรก มีเศษอุจจาระปนได้เล็กน้อย อุจจาระมีสีขาวเหมือนน้ำซาวข้าว และมีกลิ่นเหม็นเหมือนคาวปลา อาจร่วมกับมี คลื่นไส้อาเจียนหรือไม่ก็ได้ และมักไม่มีไข้ อาการอื่นๆที่พบร่วมได้คือ
ปวดท้อง แบบปวดบิด
อาการจากภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ที่ออกมาพร้อมกับอุจจาระ เนื่องจากอุจจาระเป็นน้ำอย่างมาก รวมทั้งเมื่อมีอาเจียนร่วมด้วย อาการจากการขาดน้ำและเกลือแร่ ที่สำคัญคือ
กระหายน้ำมาก
ปากคอแห้ง ผิวหนังแห้ง จนจับตั้งได้
รอบดวงตาคล้ำ ลึกโบ๋ ในเด็กอ่อนจะร้องไห้ไม่มีน้ำตาและมีกระหม่อมบุ๋ม
ปัสสาวะน้อย สีเหลืองเข้มมาก หรือไม่ถ่ายปัสสาวะเลย
เหนื่อยอ่อน อ่อนเพลียมาก
ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ และโคม่าในที่สุด

 

ดูแลตนเองอย่างไร? พบแพทย์เมื่อไร

เมื่อมีท้องเสียที่อาการเข้าข่ายอหิวาตกโรคดังได้กล่าวแล้ว ควรรีบบริโภคน้ำเกลือแร่ (โออาร์เอส/ORS) และรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเป็นการฉุกเฉิน
เมื่อมีผู้ป่วยอหิวาตกโรคในบ้าน ทุกคนในบ้านต้อง
รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) อย่างเคร่งครัด
ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่บ่อยๆทุกครั้งก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังการดูแลผู้ป่วย
ทำลายอุจจาระผู้ป่วยด้วยการใส่น้ำยาฆ่าเชื้อคลอรีนหรือตามคำแนะนำของแพทย์/พยาบาล
เสื้อผ้า เครื่องใช้ ผู้ป่วยต้องซักล้างให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อคลอรีนหรือน้ำต้มเดือดเช่นกัน
ดื่มแต่น้ำสะอาดหรือต้มสุก อาหารทุกชนิดต้องปรุงสุก และบริโภคทันทีหลังปรุง ไม่ทิ้งค้าง

การป้องกัน

รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้มสุก ภาชนะที่ใส่อาหารควรล้างสะอาด ทุกครั้งก่อนใช้ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง สุกๆ ดิบๆ อาหารที่ปรุงทิ้งไว้นานๆ อาหารที่มีแมลงวันตอม
ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหาร หรือก่อนปรุงอาหาร และหลังเข้าส้วม
ไม่เทอุจจาระ ปัสสาวะและสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง หรือทิ้งเรื่ยราด ต้องถ่ายลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และกำจัดสิ่งปฏิกูลโดยการเผาหรือฝังดิน เพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อโรค
ระวังไม่ให้น้ำเข้าปาก เมื่อลงเล่นหรืออาบน้ำในลำคลอง
หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยที่เป็นอหิวาตกโรค
สำหรับผู้ที่สัมผัสโรคนี้ ควรรับประทานยาที่แพทย์ให้จนครบ

 

อหิวาตกโรค
อหิวาตกโรค

 

https://halsat.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่น่าสนใจ