อัลมอนด์ รวมประโยชน์และสรรพคุณทั้งหมดของเมล็ดถั่วอัลมอล Almond

Share This:

อัลมอนด์

อัลมอนด์ หรือ แอลมอน, แอลม่อน, แอลมอนด์, อัลมอล (Almond – ออกเสียงในภาษาอังกฤษจะอ่านว่า อามึนด์ หรือ แอมึนด์ โดยไม่มีเสียงตัวแอล แต่สำหรับในภาษาไทยเราจะนิยมอ่านและสะกดว่า อัลมอนด์ หรือ แอลมอนด์ มากกว่า  อัลมอนด์ หรือ แอลมอนด์ [note 1] (อังกฤษ: almond) เป็นพืชชนิดหนึ่งในสกุล Prunus เมล็ดรับประทานได้ เป็นพืชพื้นเมืองในตะวันออกกลางและเอเชียใต้

ผลของอัลมอนด์เป็นผลแบบมีเมล็ดเดียว มีเปลือกชั้นนอกและและเปลือกแข็งหุ้มเมล็ดโดยที่ไม่จัดเป็นผลแบบนัท อัลมอนด์จะขายทั้งแบบที่เอาเปลือกออกแล้วหรือขายทั้งเปลือก หรือนำไปผ่านน้ำร้อนเพื่อทำให้เปลือกอ่อนลง และเอ็มบริโอยังคงเป็นสีขาว

ประโยชน์ของอัลมอนด์

  1. เมล็ดอัลมอนด์มีโพสแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยในการควบคุมความดันโลหิต

  2. การรับประทานอัลมอนด์จะช่วยลดการกินจุบจิบ และการรับประทานทุกวันก็จะช่วยระงับความหิวได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นการไดเอ็ตไปด้วยในตัวเลยทีเดียว

  3. สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องน้ำหนักตัว คุณสามารถรับประทานถั่วอัลมอนด์แทนของหวานหรือขนมขบเคี้ยวในระหว่างวันได้อย่างสบายใจ นอกจากจะไม่ทำให้อ้วนแล้วยังได้คุณค่าจากธรรมชาติไปเต็ม ๆ และยังช่วยลดน้ำหนักไปในตัวด้วย

  4. นอกจากนี้อัลมอนด์ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะถั่วชนิดนี้อุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่จำเป็นอย่างมากสำหรับเด็กทารกในครรภ์

  5. เมล็ดอัลมอนด์สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น อัลมอนด์อบเกลือ อัลมอนด์อบเนย คุกกี้อัลมอนด์ เค้กอัลมอนด์ น้ำมันอัลมอนด์ ฯลฯ

  6. สรรพคุณอัลมอนด์ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี

  7. สรรพคุณของอัลมอนด์ช่วยป้องกันอาการท้องผูก เนื่องจากอัลมอนด์มีเส้นใยอาหารในปริมาณมาก มันจึงช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี

  8. อัลมอนด์มีสรรพคุณช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว จากฐานข้อมูลจาก Nurses’ Health Study จากผู้หญิงกว่า 80,000 รายแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่รับประทานถั่วอย่างน้อย 1 ออนซ์ต่อสัปดาห์จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนิ่วได้ถึง 25%

  9. อัลมอนด์เป็นถั่วที่มีโปรตีนสูงมาก ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างความเจริญเติบโต ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยรักษาสมดุลของกรดด่างในร่างกาย ฯลฯ

  10. อัลมอนด์ลดน้ําหนัก จากงานวิจัยหลายอย่างระบุว่า ผู้ที่รับประทานถั่วหรืออัลมอนด์เป็นประจำ จะมีน้ำหนักตัวลดลงโดยเฉลี่ยมากกว่าผู้ที่ไม่เคยรับประทานถั่ว โดยผู้ที่รับประทานถั่วอัลมอนด์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ร้อยละ 31% พบว่ามีน้ำหนักตัวที่ลดลง ถึงแม้ว่าถั่วอัลมอนด์จะมีไขมันที่สูงมากก็ตาม (บทความจาก WHFoods)

  11. อัลมอนด์ลดความอ้วน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) และลดระดับไขมันเลว (LDL) ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยงานวิจัยจากสถาบันชั้นนำในอเมริกาและยุโรปพบว่า การรับประทานอัลมอนด์วันละ 1 หยิบมือจะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ถึง 4.4% แต่ถ้ารับประทานวันละ 2 หยิบมือก็จะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ 9.4%

  12. การรับประทานอัลมอนด์เป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายได้ถึง 50%

  13. ในเปลือกอัลมอนด์มีฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ที่สามารถทำงานร่วมกับวิตามินอี ในการช่วยปกป้องผนังหลอดเลือด จึงทำให้ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ (งานวิจัยจาก Tufts University)

  14. ช่วยบำรุงและเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

  15. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ถึง 30-50% เพราะช่วยในการหลั่งอินซูลินหลังอาหาร ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดที่เพิ่มขึ้นถูกดูดซึมเก็บไว้ที่ตับและเนื้อเยื่ออื่น ๆ จึงมีผลทำให้สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้

คุณค่าทางโภชนาการของอัลมอนด์ ต่อ 100 กรัม

  • วิตามินบี 2 1.014 มิลลิกรัม 85%

  • วิตามินบี 3 3.385 มิลลิกรัม 23%

  • วิตามินบี 5 0.469 มิลลิกรัม 9%

  • วิตามินบี 6 0.143 มิลลิกรัม 11%

  • วิตามินบี 9 50 ไมโครกรัม 13%

  • โคลีน 52.1 มิลลิกรัม 11%

  • วิตามินอี 26.2 มิลลิกรัม 175%

  • วิตามินเค 0.0 ไมโครกรัม 0%

  • ธาตุแคลเซียม 264 มิลลิกรัม 26%

  • ธาตุเหล็ก 3.72 มิลลิกรัม 29%

  • ธาตุแมกนีเซียม 268 มิลลิกรัม 75%

  • ธาตุแมงกานีส 2.285 มิลลิกรัม 109%

  • ธาตุฟอสฟอรัส 484 มิลลิกรัม 69%

  • ธาตุโพแทสเซียม 705 มิลลิกรัม 15%

  • ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%

  • ธาตุสังกะสี 3.08 มิลลิกรัม 32%

  • วาลีน 0.817 กรัม

  • อาร์จินีน 2.446 กรัม

  • ฮีสทิดีน 0.557 กรัม

  • อะลานีน 1.027 กรัม

  • กรดแอสพาร์ติก 2.911 กรัม

  • กรดกลูตามิก 6.810 กรัม

  • ไกลซีน 1.469 กรัม

  • โพรลีน 1.032 กรัม

  • ซีรีน 0.948 กรัม

  • น้ำ 4.70 กรัม

  • วิตามินเอ 1 หน่วยสากล

  • เบตาแคโรทีน 1 ไมโครกรัม (0%)

  • ลูทีนและซีแซนทีน 1 ไมโครกรัม

  • วิตามินบี 1 0.211 มิลลิกรัม 18%

  • กรดไขมันอิ่มตัว 3.731 กรัม

  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 30.889 กรัม

  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 12.070 กรัม

  • โปรตีน 21.22 กรัม

  • ทริปโตเฟน 0.214 กรัม

  • ทรีโอนีน 0.598 กรัม

  • ไอโซลิวซีน 0.702 กรัม

  • ลิวซีน 1.488 กรัม

  • ไลซีน 0.580 กรัม

  • เมทไธโอนีน 0.151 กรัม

  • ซีสทีน 0.189 กรัม

  • ฟีนิลอะลานีน 1.120 กรัม

  • ไทโรซีน 0.452 กรัม

  • พลังงาน 576 กิโลแคลอรี

  • คาร์โบไฮเดรต 21.69 กรัม

  • แป้ง 0.74 กรัม

  • น้ำตาล 3.89 กรัม

  • แล็กโทส 0.00 กรัม

  • เส้นใย 12.2 กรัม

  • ไขมัน 49.42 กรัม

กินอัลมอนด์ อย่าลืมแช่น้ำค้างคืนไว้

อัลมอนด์ ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะมีสารพัดวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหารอัดแน่นอยู่ในเม็ดเล็ก ๆ แถมยังมีกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ในร่างกายได้อีกต่างหาก เลยมีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ รวมทั้งต่อต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ คนรักสุขภาพก็เลยนิยมทานถั่วอัลมอนด์กันมาก พากันซื้อหาอัลมอนด์ดิบ ๆ ที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งใด ๆ มาทานเป็นของว่าง หวังจะได้รับประโยชน์จากธัญพืชชนิดนี้

 

 

ขอบคุณที่มา

th.wikipedia.org
medthai.com
sukkaphap-d.com