เวียนหัวศีรษะ จะมีอาการหนักหัว มึนๆ ตื้อๆ งงๆ เบาๆ ลอยๆ จะไม่มีความรู้สึก

Share This:

เวียนหัวศีรษะ

เวียนหัวศีรษะ โดยแท้จริงแล้วอาการเวียนศีรษะนั้นเกิดได้ในทุกกลุ่มอายุ ทั้งคนอายุน้อยไปจนถึงคนชรา เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ หากอาการเหล่านี้เกิดในผู้สูงวัยการฟื้นตัวจะค่อนข้างช้ากว่าคนหนุ่มสาว เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องของความเสื่อมทางสรีรวิทยา และ การมีโรคประจำตัวหลายชนิด ในบทความฉบับนี้จะกล่าวถึง อาการเวียนศีรษะแบบเรื้อรังเป็นหลัก

 

เวียนหัวศีรษะ สำหรับอาการ “มึนหัว” จะมีอาการหนักหัว มึนๆ ตื้อๆ งงๆ เบาๆ ลอยๆ จะไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองหรือสิ่งแวดล้อมหมุน ไม่มีอาการตาลายหรือโคลงเคลง สาเหตุมักเกิดจากความผิดปกติเพียงเล็กน้อยของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น พักผ่อนน้อย เครียด อดนอน นอนมากไป นอนผิดท่า เมาค้าง วิตกกังวล ซึมเศร้า หรืออาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาระงับประสาท ยาแก้แพ้ หรือยาอื่นๆ ที่มีผลต่อสมอง เป็นต้น

เวียนหัวศีรษะ

สาเหตุมีหลายอย่าง ส่วนมากมักเกิดจากความผิดปกติเพียงเล็กน้อยของประสาทการทรงตัว ซึ่งไม่มีอันตรายอะไร เพียงแต่ต้องระวังการเกิดอุบัติเหตุเวลาเวียนหัว เช่น ถ้าเป็นคนแก่ต้องรีบนั่งหรือนอนพักอย่าให้ล้ม หรือถ้าเกิดอาการขณะขับรถต้องรีบจอดพักเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ เป็นต้น

นผู้ป่วยที่มีอาการมึนศีรษะมักจะมีอาการเวียนหัวเบาๆ หรือหนัก จะไม่มีความรู้สึกหมุน อาการมึนศีรษะนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น มีความดันตกในท่ายืน (Postural Hypotension) ผู้ที่มีอาการคล้ายจะเป็นลม (Near Syncope) ผู้ที่มีภาวะหายใจเร็วกว่าปกติ (Hyperventilation) ส่วนผู้สูงอายุที่มาด้วยอาการมึนศีรษะมักจะเกิดจากความผิดปกติของประสาทสัมผัสที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัวหลายอย่างร่วมกัน ที่เรียกว่า (Multiple Sensory Deficits) ได้แก่ การมองเห็นลดลง ประสาทหูไม่ดี และความผิดปกติของการรับรู้อากัปกิริยา (Proprioception) ผู้ป่วยเหล่านี้มักจะมีอาการมึนศีรษะโดยเฉพาะเวลาเดิน หรือทรงตัว

เวียนหัวศีรษะ

การรักษาอาการเวียนหัวนั้น ถ้าเป็นเพียงเล็กน้อยหรือเป็นพักๆ โดยมากมักจะเกิดอาการเมื่อมีการเปลี่ยนท่า เช่น จากท่านั่งเป็นท่ายืนเร็วๆ อาจทำให้เซเล็กน้อย บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ ถ้าไม่มีอาการผิดปกติอื่นก็ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอ แต่ถ้าพบว่ามีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย เช่น กลืนลำบาก พูดไม่ชัด เห็นภาพซ้อน สำลักบ่อย ชาตามตัว ชัก หรือเป็นอัมพาต ต้องรีบไปหาหมอทันที เพราะแสดงถึงความผิดปกติของสมอง

  • หินปูนในหูชั้นในเคลื่อน หรือเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่า (Benign Paroxysmal Positioning Vertigo: BPPV) เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนที่พบได้บ่อยที่สุด โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของหูชั้นใน พบมากในผู้สูงอายุ อาการเฉพาะของโรคนี้ คือ เวียนศีรษะบ้านหมุนที่เกิดขึ้นทันทีทันใดในขณะเปลี่ยนท่าทางของศีรษะ เช่น ระหว่างกำลังล้มตัวลงนอน หรือลุกจากที่นอน เงยหน้า ก้มหยิบของ เป็นต้น อาการมักจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ เป็นแค่ช่วงวินาทีที่ขยับศีรษะ และจะค่อยๆ หายไป ผู้ป่วยโรคนี้จะไม่มีอาการหูอื้อ ไม่พบการสูญเสียการได้ยิน หรือเสียงผิดปกติในหู (ยกเว้นในรายที่เป็นโรคหูอยู่ก่อนแล้ว) รวมถึงไม่มีอาการทางระบบประสาท เช่น แขน ขาชา หรืออ่อนแรง
  • น้ำในหูชั้นในผิดปกติ หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นในโดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่พบว่ามาจากความผิดปกติของน้ำที่อยู่ภายในหูชั้นใน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเวียนศีรษะแบบรู้สึกหมุนอย่างรุนแรง ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนและาการเดินเซ ตากระตุกร่วมด้วย หรืออาการวิงเวียนมากจนลุกนั่ง และเดินไม่ไหวสูญเสียสมดุลของร่างกาย ทำให้เซ หรือล้มได้ง่าย อาการเวียนศีรษะที่เกิดจากโรคนี้อาจนานเป็นนาทีจนถึงหลายชั่วโมง ซึ่งในระหว่างที่เกิดอาการผู้ป่วยควรอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับศีรษะ เพราะอาจทำให้มีอาการเวียนศีรษะเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีการได้ยินลดลง และมีเสียงดังในหู บางครั้งพบอาการหูอื้อได้ด้วย

อาการเมา เวียนหัว มึนหัว เป็นที่แน่นอนว่าเกิดขึ้นเสมอหลังได้รับสารมึนเมา เช่น สุรา ยาดองเมา บุหรี่ กัญชา ฝิ่น แต่ละคนจะเวียนหัว มึนหัวมากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่ความไวต่อสารนั้นๆ หรือแม้แต่ยารักษาโรคทั้งยาที่ใช้แก้อาการเมาศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน (ที่ได้กล่าวไว้ในเรื่องเมารถ เมาเรือด้วย) นอกจากนั้นยาอีกหลายชนิดแม้แต่ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) เช่น สเตรปโตมัยซิน (streptomycin) กานามัยซิน (kanamycin) เจนตามัยซิน (gentamicin)

 

เรื่องล่าสุด

เรื่องที่น่่าสนใจ